eBook และหนังสือต่างประเทศ

การเปิดร้าน...ขายหนังสือตามใจฝัน(ใครๆ ก็อยากทำร้านหนังสือในฝัน!!!)

โพสต์5 ก.ค. 2554 00:25โดยTheeraparb Tputti   [ อัปเดต 5 ก.ค. 2554 02:52 ]

การเปิดร้านหนังสือ


    การทำธุรกิจขายหนังสือ ชนิดที่จะให้ประสบความสำเร็จแบบร้านดัง ๆ เช่นแพร่พิทยา สื่อภาษา ศูนย์หนังสือจุฬา หรือจะเลือกเอาที่มีเครือข่ายแบบซีเอ็ด นายอินทร์ หรือน้องใหม่มาแรงอย่าง บีทูเอส นั้น เป็นงานที่ยากยิ่งนักแต่ก็เป็นงานในฝันของหลาย ๆ คนที่อยากจะมีร้านหนังสือของตนเองโดยหวังว่าจะมีความสุขกับการอ่านหนังสือที่ตนชอบหากสำรวจให้ดีจะพบว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมายังไม่เห็นร้านหนังสือเปิดใหม่ที่เจ้าของไม่ได้มีพื้นฐานจากวงการหนังสือสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมีผลกำไรพอที่จะจ่ายค่าเช่าเมื่อเทียบกับหากนำอาคารที่ใช้ทำร้านหนังสือไปทำธุรกิจอื่น !

    สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจขายหนังสือที่ไม่เหมือนกับการขายของอย่างอื่นพวกเครื่องใช้ เครื่องก่อสร้าง อุปกรณ์เครื่องเขียนต่าง ๆก็คือโอกาสที่จะฟลุ๊กจากการที่ของขึ้นราคาตามราคาโรงานหรือวัตถุดิบนั้นไม่เคยเห็นมีแต่หนังสือที่เหลือตกค้างในร้านถูกลดราคาเหลือเพียง 1ใน 10 เมื่อเวลาผ่านไปเช่นพวกหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร ส่วนหนังสือเล่มพวกพ๊อกเก็ตบุ๊คก็ไม่ต้องพูดถึง ราคาลดลงมากกว่าครึ่ง โดยสำนักพิมพ์เขานำออกมาขายเอง ส่วนพวกหนังสือเรียนหรือคู่มือเรียน นั้น หากเรามีของอยู่ในร้านแล้วเขาเปลี่ยนหลักสูตร ก็จะเหลือเพียงราคาชั่งกิโลขายเท่านั้น ที่มูลค่าสูงขึ้นก็คงเป็นอาคารที่เราใช้ทำศูนย์หนังสือเท่านั้นที่มีราคาสูงขึ้น แต่ถ้าไม่ใช่อาคารของเราเอง ก็เป็นความเจ็บปวดอีกที่เจ้าของเขามาขอขึ้นค่าเช่าในขณะที่เรามียอดขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นมากมายก่ายกอง สต๊อกหนังสือนั้นปกติจะมีมูลค่าน้อยลง ทั้งนี้เพราะพวกสำนักพิมพ์ จะขนออกมาขายถูกกว่าที่ขายให้เรา ตามงานต่าง ๆ โดยเฉพาะงานสัปดาห์หรืองานมหากรรมหนังสือ สร้างความเจ็บปวดและเจ็บใจ มีความรู้สึกเหมือนกับว่าถูกสำนักพิมพ์เขาหลอกอย่างนั้นแหละ แต่จะไปว่าเขาก็ไม่ได้เพราะเราอยากโง่ ที่เก็บไว้ขายเอง ที่พูดมาอย่างนี้ก็เพื่อจะเน้นตรง ๆ ว่า ไม่อยากเห็นใครต้องเจ็บตัวจากการเปิดร้านขายหนังสือ แต่หากคุณเป็นคนที่มีเงินทุนเป็นล้านๆ และมีอาคารสถานที่ของตนเอง และไม่เสียดายหากเงินที่ลงทุนจะหายไป ก็ไม่ว่ากัน อยากจะลองก็ตามสบาย แต่ขอแนะนำอีกนิดว่าคุณต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตปกติที่เคยเป็นอยู่ เป็นต้นว่าการได้ออกไปเที่ยวไหน ๆ ทั้งครอบครัว หรือมีเวลาของตนเอง ที่จะไปไหนมาไหนอาทิตย์ละวันสองวันดังเช่นคนส่วนใหญ่เขาทำกัน เพราะเมื่อคุณเป็นเจ้าของร้าน หนังสือคุณจำต้องอยู่เฝ้าสมบัติจากเช้าถึงค่ำ ไม่ว่าวันธรรมดาหรือวันหยุด ไม่ว่าจะขายดีหรือขายไม่ดี คุณไม่สามารถปล่อยร้านให้อยู่ภายใต้การดูแลของลูกจ้าง แต่หากคุณกล้าปล่อยคุณก็จะรู้ด้วยตนเองว่าอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อมีเช็คสต๊อกสักครั้ง ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย ๆ หรือทำได้บ่อย ๆ 
    หากคุณทำกิจการด้วยตัวคนเดียวหรือกับคนที่คุณไว้ใจที่สุดโดยมีลูกน้องสองสามคนคอยช่วยงาน คุณอย่าหวังว่าจะได้นั่งอ่านหนังสืออย่างมีความสุขเมื่อคุณได้เป็นเจ้าของร้าน คุณต้องพร้อมที่จะต้อนรับลูกค้าทุกรูปแบบ ไม่ว่าพวกเขาจะเข้ามาถามแต่หนังสีอที่คุณไม่มีหรือไม่เคยได้ยินชื่อ หรือต้องปฏิเสธวันละหลาย ๆ ครั้งด้วยคำว่าไม่มี หรือหมดแล้ว รวมทั้งเบื่อกับการที่ลูกค้าที่คุณยิ้มต้อนรับด้วยความยินดีตอนเดินเข้ามา และใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการสำรวจหนังสือทั่วทั้งร้าน พลิกอ่านเล่มแล้วเล่มเล่า และก็เดินออกไปด้วยมือเปล่า ซึ่งนับว่าโชคดีที่เขา(มัน)ไม่แอบขโมยเอาไปอ่านต่อที่บ้านให้สมกับคนที่เคยอ่านสามก๊ก มาหลายเที่ยวที่ระบุไว้ว่า การอ่านทำให้ฉลาด แต่การอ่านด้วยวิธีขโมยนั้นฉลาดกว่าเพราะอ่านแล้วยังเอาไปขายได้สตางค์อีกด้วย 
    ส่วนเรื่องผลกำไรจากการขายหนังสือนั้น สามารถคำนวณได้คร่าว ๆดังนี้ คุณจะได้ส่วนลดทางค้าประมาณ 25 % ซึ่งมากโขอยู่เอาการ หากไม่ต้องไปแบ่งให้สมาชิกและลูกค้าที่ขอเรียกร้องสิทธิในฐานะที่เคยได้จากศูนย์หนังสืออื่น
ๆ ด้วยส่วนลด 10 % คุณก็จะเหลือ 15 % มากพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมหากลูกค้าซื้อด้วยบัตรเครดิต อีก 2.5 %
จนเหลือ 12.5 % เพื่อเอามาแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆเริ่มจากค่าลูกน้อง ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ และคงต้องถึงเวลาเหงื่อตกเมื่อคุณต้องปิดเครื่องปรับอากาศหลังได้รับบิลค่าไฟเดือนแรกเพราะมันอาจสูงเท่ากับยอดขายสามวันทีเดียว หากคุณเปิดเครื่องปรับอากาศวันละ 15 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีค่าถุง ค่าบิล ค่าปกพลาสติกที่แถมให้ลูกค้า ร่วมทั้งภาษีต่าง ๆ
เกี่ยวกับเงินได้ ภาษีป้ายและภาษีโรงเรือน และอย่าลืมคิดถึงเงินเดือนของคุณด้วย
    หากคุณไม่ใช่ลูกหลานเจ้าของโรงสี ซึ่งสามารถเอาแกลบมาต้มกินเป็นอาหารชีวจิตตามตำราของอาจารย์สาทิศ
เมื่อคุณคำนวณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วสูงถึงหนึ่งแสนบาทต่อเดือนก็หมายความว่าคุณจะต้องมียอดขายเดือนละหนึ่งล้านบาท หรือวันละสามหมื่นสามพันสามร้อยบาท ซึ่งเป็นของง่าย ๆ สำหรับร้านหนังสือชั้นดีทั้งหลาย แต่อย่าฝันเลยว่าคุณจะทำได้ โดยเฉพาะหากคุณจะทุ่มหมดตัว เพื่อสร้างฝันให้เป็นจริงแล้ว ก็ตื่นจากฝันได้เลยครับ...

สั่งซื้อหนังสือจาก Amazon.com