ประเพณีต่าง ๆ

ประเพณีการเซ่นไหว้และรำถวายศาลกลางหมู่บ้าน
        ชาวมอญเป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่ศรัทธายึดมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างเหนี่ยวแน่นและในขณะเดียวกันชาวมอญก็ยังเคารพและเชื่อในเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยทั่วไปชาวมอญจะให้ความสำคัญกับเรื่องผีบรรพบุรุษมากแต่ในขณะเดียวกันในหมู่บ้านของชาวมอญจะมีศาลที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวมอญเขาให้ความเคารพอีกด้วยถ้าจะกล่าวถึงศาลประจำหมู่บ้านของชาวมอญแล้วก็จะพบว่าเกือบทุกหมู่บ้านจะมีศาลตั้งอยู่  โดยชาวมอญเชื่อว่าเมื่อกราบไหว้บูชาความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านก็จะมีแต่ความสุขและเมื่อถึงปีหลังจากเทศกาลสงกรานต์ชาวบ้านก็จะจัดการเซ่นไหว้พร้อมกับรำถวายประพรมน้ำอบถวายพวงมาลัยดังเช่นจะพบเห็นกันทั่วไปในหมู่บ้านมอญ  ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากเพียงแต่นัดวันที่สะดวก  (ยกเว้นวันพระ  บางพื้นที่ก็จะยกเว้นวันเสาร์ด้วย)แล้วนัดหมายบอกให้ชาวบ้านได้รู้ทั่วกันว่าจะมีการไหว้ศาลและรำถวาย  เมื่อทุกคนทราบเมื่อถึงวันที่กำหนดต่างคนต่างก็จะนำเครื่องเซ่น  ดอกไม้ธูปเทียน  น้ำอบ  เป็นต้น  ไปถวายทำการสักการะบูชา  พร้อมกันนั้นก็จะรำถวาย  ในการรำถวายนั้นบางครั้งก็มีการประทับทรงของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย  ก็จะใช้ปี่พาทย์ในการบรรเลง  บางที่ก็ใช้กลองยาวก็มี  กิจกรรมดังกล่าวจะจัดทำขึ้นในช่วงเดือนหกในวันที่กำหนดขึ้นและจะจัดในช่วงบ่าย ๆ ของวันนั้น   แม้จะเป็นความเชื่อแต่ก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักสามัคคีของคนในหมู่บ้าน  อันก่อให้เกิดสายใยแห่งความรักความผูกพันโดยผ่านพิธีกรรม  วิถีในการดำเนินชีวิตถ้าอยู่บนพื้นฐานความดี  รักสามัคคีปรองดองกันสังคมก็จะมีความเป็นอยู่ที่สงบสุข
 
 
    

 

 

 

 
ภาพการเซ่นไหว้และรำถวาย
 
 

พิธีรำผีมอญโต้งเมืองปทุมธานี

โพสต์27 มิ.ย. 2552 01:40โดยpuriwat kongmon   [ อัปเดต 21 ก.ย. 2552 21:12 ]

 
 
พิธีกรรมรำผีมอญ
                 
    การรำผีมอญ   เป็นวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับความเชื่อที่ได้ถูกสั่งสอนมาตั้งแต่อดีตที่แฝงไปด้วยคติสอนให้ลูกหลานชาวมอญได้ตระหนักถึงคุณงามความดีที่บรรพบุรุษผู้ที่ได้ล่วงลับไปแล้วได้กระทำไว้ให้เป็นแนวทางปฏิบัติ  โดยผูกเป็นข้อที่ควรปฏิบัติ  และข้อที่ไม่ควรปฏิบัติ
    ชาวมอญมีความเคร่งครัดในการนับถือผีเป็นอย่างมาก  โดยจะมีการรักษาผ้าผีของตระกูล  มีการเลี้ยงผีในทุก ๆ ปี  และการรำผีนั้นจะมีได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุปัจจัยหลาย ๆ อย่าง  เช่น  การบนบาลสานกล่าว   การเจ็บไข้ได้ป่วย  หรือการทำผิดตามกฏของตระกูล  อย่างใดอย่างหนึ่งจึงจะมีการรำผีเกิดขึ้น
   การรำผีนั้น  มีผู้ประกอบพิธีซึ่งมอญเรียกว่า "โต้ง" ซึ่งโต้งจะเป็นผู้นำในการรำผีให้เป้นไปตามขั้นตอนตั้งแต่เริ่มไปจนจบพิธี   มีปี่พาทย์มอญเป็นเครื่องบรรเลงในการรำผีซึ่งชาวมอญในแต่ละท้องถิ่นก็จะมีพิธีการรำผีที่แตกต่างกันไป
    ขั้นตอนในการรำผี
        ๑.  ผู้ที่รำผีต้องบอกกล่าวเครือญาติให้ทราบโดยทั่วกัน
        ๒.  ไปเชิญโต้งและปี่พาทย์  แล้วกำหนดวันที่จะรำ
        ๓.  เตรียมเครื่องเซ่นไหว้  พร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ
        ๔.  ปลูกปะรำพิธีที่จะใช้ประกอบพิธี
        ๕.  เริ่มรำผี  โดยมีโต้งเป็นผู้กำกับการรำ
    การรำผีของชาวมอญนั้น  ในปัจจุบันยังมีการสืบทอดพิธีการดังกล่าวนี้อยู่  ตามชุมชนหมู่บ้านมอญ  ซึ่งชาวมอญจะให้ความสำคัญในพิธีกรรมนี้เป็นอย่างมาก  จะนิยมทำกันในช่วงเดือนหก
    การรำผีมอญ   เป็นการรวมญาติพี่น้องที่อยู่แยกกันจะใกล้หรือไกลก็ตามเมื่อมีการรำผีมอญเกิดขึ้นทุกคนจะต้องมารวมกัน  เป็นการสร้างความรักสามัคคีในเครือญาติถือว่าเป็นการแนะนำให้รู้จักญาติผู้ใหญ่ในตระกูลของตนเอง
    ทั้งนี้  หลายคนอาจจะมองว่าเป็นความเชื่อ  แต่ถ้าว่าความเชื่อนี้นำมาซึ่งความรักสามัคคี  แสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพชนของตนเองแล้วความเชื่อในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีและสร้างประโยชน์ต่อคนส่วนรวม
**********************
 
 
 
 

พิธีกรรมรำสามถาด

โพสต์25 เม.ย. 2552 05:06โดยpuriwat kongmon   [ อัปเดต 23 พ.ค. 2554 07:49 ]

พิธีรำสามถาดของชาวมอญ
        พิธีการรำสามถาดโดยสังเขป  เป็นพิธีที่เป็นการบอกกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิจะจัดการรำสามถาดขึ้นเฉพาะงาน  ที่เห็นอยู่บ่อย ๆ ก็จะเป็นงานศพ  ที่เป็นศพเก็บไว้ยังไม่เผา  เมื่อถึงวันกำหนดการฌาปนกิจศพแล้ว  วันเริ่มงานหรือเรียกว่าวันชักศพเพื่อบำเพ็ญกุศล  ก็จะต้องมีพิธีการรำสามถาดในช่วงบ่าย ๆ ก่อนตะวันตกดินเพื่อเป็นการบอกเล่าต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ  แต่ในงานมงคลก็มีการรำสามถาดเหมือนกัน  แต่พบเห็นได้น้อย  จากที่ได้รับทราบมาจากท่านผู้ที่ประกอบพิธีรำสามถาด  ท่านเล่าว่า  งานมงคลก็มีทำ  แต่ไม่ค่อยนิยมรำ  เพียงแค่นำเครื่องเซ่นสามถาดแล้วจุดธูปเทียนเซ่นไหว้กลางแจ้ง  เช่น  งานบวชที่จัดงานภายในวัด  งานทอดกฐิน  หรืองานบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิภายในวัดโดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
      ถาดที่ 1  รำถวายเจ้าพ่อหลักเมือง 
      ถาดที่ 2 รำถวายเจ้าที่สถานที่ รวมถึงครูปี่พาทย์มอญที่ใช้บรรเลง
      ถาดที่ 3 รำถวายต่อดวงวิญญาณของผู้วายชนม์
    (ถ้าเป็นงานมงคลก็จะบอกกล่าวแก่ดวงวิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิรวมถึงเทวาอารักษ์ที่เคารพ)
      ของที่จัดไหว้ใส่ลงในถาด 3 ใบเหมือนๆกัน ประกอบด้วย  กล้วยนำหว้า  มะพร้าวอ่อน ข้าวเหนียวสังขยา และขนมหวานต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้จัดเลี้ยงในงาน
    ส่วนของคาวไม่นิยมจัดลงในถาด  เพราะถือว่าอาหารคาวจะใช้ถวายพระในงานแล้วกรวดน้ำอุทิศให้แทน 
      ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ในการรำ  ประกอบด้วย  ผ้านุ่งสามผืน ผ้าเคียนเอวสามผืน  ผ้าสะไบสามผืน (ใช้รำถาดละหนึ่งผืน) โดยถาดที่หนึ่งจะใช้สีแดงเป็นหลัก  ส่วนถาดที่สองอาจจะเป็นสีเขียวบ้าง ฟ้าบ้าง  ส่วนถาดที่สามก็จะดูตามความเหมาะสมว่าคนตายเป็นใครผู้หญิงหรือผู้ชาย  และมีอุปกรณ์รำนอกจากนี้คือ  ใบลูกหว้า  หรือใบกระดูกไก่ดำ 2 กำ  ไม้กระสวยและกี่ทอผ้า 1 คู่ มีดดาบ 1 คู่  เหล้าเซ่น 2 ขวด  พวงมาลัยคล้องคอ 1 พวง พวงมาลัยคล้องข้อมือ 2 พวง และพวงมาลัยกลมเล็กๆ ใส่ในถาดละหนึ่งพวงพร้อมธูปสามดอกเทียนหนึ่งเล่มที่ยังไม่ได้จุดใส่ในถาด  และน้ำอบหนึ่งขวด 
      ขั้นตอนการรำจะเริ่มจากผู้รำยกพานไหว้ครูก่อน  ต่อจากนั้นผู้รำจะนุ่งผ้าแดงเพื่อรำถาดที่หนึ่ง  เจ้าภาพในงานจะสวมพวงมาลัยคอและพวงมาลัยข้อมือให้กับผู้รำ และประพรมน้ำอบที่ตัวของผู้รำ  จากนั้นปี่พาทย์บรรเลงผู้รำจะร่ายรำถวายมือ  แล้วยกถาดเครื่องเซ่นรำถวาย  จากนั้น  ผู้รำก็จะรำถวายมือไปสักพักหนึ่ง  แล้วต่อด้วยการ รำใบไม้ ปี่พาทย์เปลี่ยนเพลง  และต่อด้วยไม้กระสวย  มีดดาบ และเหล้า ปี่พาทย์เปลี่ยนเพลง (การรำในแต่ละตอนมีเพลงเฉพาะ) เป็นอันจบหนึ่งถาด  ส่วนถาดที่สอง สาม ก็รำเหมือนกัน  เพียงแต่ผู้รำเปลี่ยนผ้านุ่งใหม่ทั้งสามถาด  บางงานอาจจะไม่ต้องรำก็ได้  เพียงแต่เตรียมเครื่องเซ่นทั้งสามถาดและจุดธูปบอกเล่าก็มี   เมื่อรำครบทั้งสามถาดแล้วผู้รำก็จะแบ่งของเซ่นไหว้ในแต่ละถาดใส่ลงในกระทงใบตองที่เตรียมไว้สามกระทงแล้วนำธูปกับเทียนที่ใส่ไว้ในแต่ละถาดจุดปักในกระทง  แล้วนำไปเซ่นไหว้   วิญญาณที่เป็นบริวารทั้งสามถาด(มอญเรียกว่า "ฮะราย")  ด้านบริเวณที่ประกอบพิธีการรำสามถาด  ส่วนเครื่องเซ่นไหว้ในถาดก็จะนำไปไหว้ครูปี่พาทย์หนึ่งถาด  อีกสองถาดที่เหลือก็แจกจ่ายให้เจ้าภาพไปถือว่าเป็นสิ่งมงคล 
      สถานที่รำนิยมรำกลางแจ้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก  ส่วนผู้รำนั้น  ไม่ใช่ว่าจะให้ใครรำก็ได้  จะต้องเป็นผู้ที่สืบทอดมาจากคนรำดั้งเดิม  หรือได้รับมอบหมายจากผู้ที่รำมาก่อน  ผู้รำจะนิยมรำเพียงคนเดียวจะเป็นหญิงหรือชายก็ได้  การรำสามถาดนี้ปัจจุบันจะพบเห็นในงานศพเก็บค้างปีหรืองานบวงสรวงสิ่งสำคัญต่าง ๆ ของชาวมอญ
ภาพพิธีรำสามถาด

          รำถาดที่  ๑

รำถาดที่  ๒

รำถาดที่  ๓

 
 
 
 
กระบวนท่ารำที่ใช้ประกอบพิธีรำสามถาด
 
ผู้ประกอบพิธีรำสามถาด..  นายประพัฒน์  กองศรี
 
ประธานสมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายรามัญ
 
จังหวัดปทุมธานี
 

๑.  ยกพานไหว้ครูก่อนเริ่มรำ

๒.  รำยกถาดเครื่องเซ่นไหว้

๓.  รำถวายมือ

                             ๔.  รำใบไม้ 

๕.  รำไม้กระสวย

๖.  รำมีดดาบ

๗.  รำเหล้าเซ่นไหว้

 

 

ประเพณีแห่โหน่ (ปัจจุบันเรียกตามกันว่าธงตะขาบ)

โพสต์25 เม.ย. 2552 05:05โดยpuriwat kongmon   [ อัปเดต 20 ต.ค. 2553 22:14 ]

 
    ประเพณีแห่หงส์-ธงตะขาบ  ชาวมอญเรียกว่า   "โหน่" 
 
แปลว่า  "ธง"  ซึ่งหมายถึงธงที่มีลักษณะเป็นผ้าผืนยาว  มีไม้ขั้น
 
เป็นช่อง ๆ ตลอดผืน ประดับประดาตกแต่งจนเกิดเป็นลวดลาย
 
สีสันสวยงาม เป็นประเพณีของชาวมอญ   ที่นิยมจัดขึ้นในช่วง
 
เทศกาลสงกรานต์  เพื่อน้อมรำลึกและบูชาต่อองค์พระสัมมา
 
สัมพุทธเจ้า  โดยชาวบ้านจะร่วมกันทำธงดังกล่าว  แล้วแห่เป็น
 
ขบวนสวยงามนำไปถวายที่วัด  และนำไปแขวนที่เสา (ปัจจุบัน
 
เป็นเสาหงส์) ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ว่านี่คือวัด
 
มอญ  ซึ่งชาวมอญถือว่าการถวายธง  เพื่อเป็นเครื่องสักการะ
 
บูชานั้นมีอานิสงค์มาก  ในปัจจุบันรูปแบบการจัดงานอาจจะ
 
ต่างไปจากอดีต  แต่เป้าหมายในการจัดงาน  รวมถึงเทศกาล
 
ในการจัดงานยังเหมือน ๆ กัน  นั่นก็คือการสร้างธงเพื่อนำไป
 
ถวายที่วัดเพื่อเป็นเครื่องสักการะบูชาต่อองค์สมเด็จพระสัมมา
 
สัมพุทธเจ้า 
***************************
 
 
 
เสาหงษ์   คือ  สัญญลักษณ์ของวัดมอญ
 
โหน่  หรือ  ธง  เป็นเครื่องสักการะบูชา
 
***************
 
 
 
 
 

ประเพณีรำพาข้าวสาร

โพสต์25 เม.ย. 2552 05:01โดยpuriwat kongmon   [ อัปเดต 13 ต.ค. 2553 23:20 ]

    ด้วยความฉลาดของคนในอดีตที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  ที่ได้นำวิถีชีวิตที่ผูกพันกับแม่น้ำ  นำมาเชื่อมโยงกับเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาได้อย่างลงตัวจนก่อให้เกิดเป็นประเพณีที่ทรงคุณค่า เรียกว่า......... "ประเพณีรำพาข้าวสาร" 
    คำว่า  "รำพา"  หมายความว่า  การชักชวน  เชิญชวน 
   การรำพาข้าวสาร หมายถึง การเชิญชวนท่านผู้ที่มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญ
   การเชิญชวนท่านผู้ที่มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญ  ด้วยการรำพาข้าวสารนั้นก็หมายถึงการร้องรำพาด้วยถ้อยคำสำเนียงเสียงภาษาที่ไพเราะ  เสนาะต่อผู้ที่ได้ฟัง  จนเกิดศรัทธาและร่วมบริจาคสิ่งของต่าง ๆ ร่วมทำบุญ
การรำพาข้าวสาร  นิยมจัดขึ้นในช่วงหน้าน้ำ  ประมาณช่วงออกพรรษาและเป็นช่วงที่ชาวบ้านจะได้ร่วมงานบุญใหญ่ซึ่งเรียกว่า  การทอดกฐิน  
    การรำพาข้าวสาร  เป็นการบอกบุญทางเรือ  โดยบอกบุญกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ  
    การรำพาข้าวสาร  จะร้องรำพาในช่วงกลางคืน  ก่อนที่จะถึงวันทอดกฐินเพื่อรวมรวมสิ่งของ  จตุปัจจัยไปร่วมทอดกฐิน
    การร้องรำพาข้าวสาร  จะมีพ่อเพลง  แม่เพลง  เป็นต้นเสียงในการร้องเชิญชวน  และผู้ที่ร่วมเรือกันมาก็จะเป็นลูกคู่ 
  
 ตัวอย่างเนื้อร้อง
       เจ้าขาวแม่ลาระลอกเอย                    ลาหอมดอกดอกเอ๋ยจำปา
       ข้างขึ้นแล้วหนอเรามาขอรำพา           เฮ เฮ้ ลา เห่ ลา สาวเอย 
       มาถึงบ้านนี้เอย                              อย่าได้รอรี   จอดหัวบันได
       โอ้แม่เจ้าประคุณลูกเอาส่วนบุญมาให้   เฮ เฮ้ ลา เห่ ลา สาวเอย
    การร้องรำพา  ถือว่าเป็นการเรียบเรียงคำง่าย ๆ ที่มีความสัมผัสก่อให้เกิดความไพเราะโดยพ่อเพลงแม่เพลง  ร้องเชิญชวนในการร่วมทำบุญทอดกฐิน
    หมายเหตุ - การทอดกฐินหนึ่งปีทอดได้เพียงหนึ่งครั้ง  บางทีการรำพาข้าวสารก็อาจจะใช้ในการเชิญชวนทอดผ้าป่าก็ได้  เพราะการทอดผ้าป่าทอดได้ตลอดปี
        ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมาของการรำพาข้าวสาร  จะจัดทำขึ้นหลังวันออกพรรษาช่วงเขตกฐิน (วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ - วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒) ในเวลากลางคืนระหว่างเวลา ๑ ทุ่ม ถึงเที่ยงคืน ชาวไทยรามัญชาย – หญิง ทั้งคนหนุ่มคนแก่คณะหนึ่งลงเรือลำใหญ่เรียกว่า เรือเจ้าขาว หัวเรือจุดตะเกียงให้แสงสว่างในเรือมีกระบุง กระสอบสำหรับใส่ข้าวสารและสิ่งของอื่น ๆ เครื่องดนตรี ได้แก่ ซอ จะเข้ ขลุ่ย ฉิ่ง กลอง (เปิงมาง) ต่อมาเพิ่มระนาด บรรเลงประกอบการร้อง จัดให้คนแก่คนหนึ่งแต่งกายนุ่งขาวห่มขาวเป็นประธานนั่งกลางลำเรือ ส่วนคนอื่นจะแต่งอย่างไรก็ได้ช่วยกันพายเรือไปตามบ้านทั่วไป พอถึงจอดเรือที่หัวบันไดบ้านแล้วร้องเพลงิเป็นทำนองบุอกบุญเชิญชวนให้ทำบุญร่วมกัน เมื่อเจ้าของบ้านได้ยินเพลง ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นการมาบอกบุญเพื่อรวบรวมข้าวสาร สิ่งของต่าง ๆ เพื่อนำไปทอดกฐิน ก็จะรีบนำลงมาให้ที่เรือพร้อมยกมือไหว้เป็นการอนุโมทนาด้วย คณะเรือเจ้าขาวก็จะร้องเพลงให้พรเจ้าของบ้าน แล้วจึงพายเรือไปยังบ้านอื่น ๆ ต่อไป คณะเรือเจ้าขาวจะออกบอกบุญครั้งละหลาย ๆ คืน จนกว่าเห็นว่าข้าวของที่ได้มาเพียงพอที่จะทอดกบินแล้วงจึงยุติ การบอกบุญแบบนี้สันนิษฐานว่า เริ่มมีขึ้นประมาณกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น หรืออาจเป็นประเพณีที่มีอยู่ก่อนในเมืองมอญแล้วก็ได้ ครั้นอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่เกาะเกร็ดก็ยังถือปฏิบัติสืบต่อมา เดิมเนื้อร้องเพลงบอกบุญเป็นภาษามอญ ต่อมารัชกาลที่ ๒ ได้เสด็จ ฯ เยี่ยมชาวไทยรามัญที่เข้ามาตั้งบ้านเรือนที่เมืองนนทบุรี เมืองสามโคก หลายครั้ง ครั้งหนึ่งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวัชรีวงศ์ พระเจ้าหลานยาเธอในรัชกาลที่ ๒ (พระองค์เจ้าขาว – พระโอรสในกรมพระเทเวศน์วัชรินทร์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๒ กับเจ้าจอมมารดาน้อยระนาด ต้นสกุลวัชรีวงศ์) ได้ตามเสด็จฯ และทรงทราบถึงประเพณีการ้องเพลงบอกบุญเป็นภาษามอญ พระเจ้าหลานยาเธอพระองค์นี้จึงได้ทรงริเริ่มนิพนธ์เนื้องเพลงบอกบุญเป็นภาษาไทย เพื่อจะได้ร้องบอกบุญแก่คนไทยได้ด้วย ส่วนทำนองร้องยังคงเดิม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเพลงบอกบุญของชาวไทยรามัญก็ได้มีเนื้อเพลงเป็นภาษาไทย และมีชื่อว่า เพลงเจ้าขาว ตามพระนามเดิมของพระองค์

 

 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 

1-4 of 4