การเคลื่อบแลคเกอร์ให้เงางาม

การใช้กระดาษทรายขัดงานทำสี
Monday, 04 March 2013 12:06 | Written by Administrator
เอาเป็นข้อสรุปเรื่องการทำสีแล้วกันนะครับ

1. ถ้าเป็นมือใหม่แล้วอยากลองของ แนะนำให้ใช้กระดาษทรายขัดที่รถเลยครับ ไม่ต้องถึงกับลอกสีอย่างน้องไม้หรอกครับ เพราะน้อมไม้เขาเป็นระดับโปรแล้ว อิอิ ที่พูดอย่างนั้นเพราะว่าป้องกันการกระเทาะของสีที่พ่นไม่ดี ทั้งสาเหตุจาก ความชื้นหรือว่าตัวทำละลายที่ไม่มีความเหมาะสม (เหมือนกับตอนที่ทำสีรถพี่เอก เจ้า 934RSR เนี่ยล่ะครับ) จากนั้นทำการพ่นรองพื้น ซึ่งรองพื้นก้อจะแบ่งออก
1.1 รองพื้นขาว เหมาะกับสีที่มีความสวยสดใส เช่นสีแม่สีทั้งหลาย หรือว่าสีที่มีความอ่อน เพื่อความที่สีขาวจะช่วยดึงให้มีความสวยงามมากขึ้นครับ

1.2 รองพื้นเทา อันนี้สามารถใช้กับสีที่มีความเข้มได้เลย รวมไปถึงสีที่เป็นเกล็ดด้วย

หมายเหตุ ก่อนทำสีนั้นควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างจานแลวเช็ดให้แห้ง เนื่องจากการล้างจะทำให้ลดแรงตึงผิวของน้ำ อีกทั้งยังทำให้สีที่พ่นมีความยึดเกาะได้ดีอีกด้วย

ส่วนชิ้นที่เป็น พลาสติกนั้นแนะนำให้ใช้รองพื้นพ่นในลักษณะที่เป็นไอลงบนที่ตัวชิ้นงาน อย่าพ่นลงไปตรงๆเนื่องจากอาจจะมีปัญหา เรื่องของการเยิ้มที่ตัวผิวชิ้นงานได้ ส่วนการล้างทำความสะอาดสีเก่านั้น ห้ามใฃ้น้ำยาลอกสีเป็นอันขาดเลยนะครับ สามารถใช้ได้แค่น้ำมันเบรกได้อย่างเดียวครับ รอประมาณ 15 นาทีก้อเริ่มเห็นผลแล้วครับ (แบบไม่ต้องไปคนหรือว่าเร่งนะครับ)

2. ถ้าเป็นมือโปรแล้วก็สามารถใช้วิธีแบบน้องไม้ได้เลยครับ ซึ่งข้อดีคือ ความหนาของเนื้อสีลดลง ทำให้เห็นความละเอียดของชิ้นงานที่มากขึ้นครับ เริ่มได้จากการใช้น้ำยาลอกสี เดี๋ยวนี้ก้อมีให้เลือกกันหลายยี่ห้อ แล้วแต่ความชอบนะครับ การใช้งานโปรดระวังกันหน่อยนะครับ เนื่องจากเป็นอันตรายเป็นอย่างมาก ห้ามโดนผิวหนังหรือว่าดวงตานะครับ (ผมเคยโดนมาแล้ว อย่างคันเลย วึ่งถ้าโดนก้อแก้โดยให้น้ำไหลผ่านแล้วล้างให้หมดตัวสารเคมีครับ) สำหรับระยะเวลาในการลอกสีนั้นอยู่ที่ไม่เกิน 5 นาทีครับ เสียงที่ได้ยินจะเหมือนกับเอาไข่ตอกใส่กระทะที่น้ำมันร้อนๆเลย (พิมพ์แล้วหิวตามเลย 555+)

หลังจากสีออกหมดแล้ว ทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกหรือว่าน้ำยาล้างจานเหมือนเดิม เช็ดทำความสะอาดให้แห้ง ทิ้งไว้ หรือว่าใช้ความร้อนเป่าให้แห้งก็ได้ครับ

เมื่อ ทุกอย่างเรียบร้อยก็ทำการพ่นรองพื้นครับ ถามว่าพ่นทำไม นอกจากเพื่อการยึดเกาะแล้ว อีกจุดคือ เพื่อตรวจสอบรอยที่หลงเหลือเพื่อจะได้สามารถเก็บงานให้มีความละเอียดมากขึ้น ครับ (แต่สำหรับงานที่ลอกสีไปแล้วต้องพ่นรองพื้นสำหรับงานเหล็กไปก่อนด้วยนะครับ ไม่งั้นหลุดร่อนเป็นแผ่นในภายหลังแน่นอนครับ) พอพ่นรองพื้นเสร็จแล้ว บางคนจะใช้ความร้อนเป็นตัวช่วย โดยใช้ลมร้อนเป่าให้ทั่วบริเวณที่พ่นรองพื้นหมดแล้ว

ต่อไปเป็นการพ่น สีจริง ถ้าอยากให้สีที่ออกมีความสวยสด (กรณีสีแม่สี หรือว่าสีอ่อน) ควรพ่นขาวไปรอบนึงด้วยนะครับ แล้วจึงพ่นสีจริงต่ออีกที

การ พ่นสีจริงนั้นพ่นห่างจากชิ้นงานประมาณฟุตนึง แต่รุ่นน้องผมเขาพ่นห่างแค่ 10cm เท่านั้นครับ ผมเรียกว่า "ทฤษฎีสีเยิ้ม" ซึ่งเสี่ยงมากครับ แต่งานที่ออกมาเรียกว่าเนียนครับ ไม่ต้องพ่นหลายรอบเลย ส่วนการกดที่หัวเสปรย์นั้นกดทีเดียวนะครับ ห้ามกด...ปล่อย  กด...ปล่อยเลยนะครับ จะทำให้เม็ดสีออกไปเกาะที่ผิวงานด้วย

ถ้าเอาชัวร์ค่อยๆพ่นทีละชั้นครับ จนกว่าสีจะเท่ากันหมด

เพื่อความง่ายต่อการพ่น ผมมีคำแนะนำนิดนึงนะครับ ว่าจะพ่นได้เนียนถ้า...
-พ่นตอนที่แดดลงจัดๆ เพราะว่าสีจะแห้งได้ไว และเร็วมาก ส่วนเรื่องเคลียร์อีกส่วนนึงครับ
-หา วัสดุที่กระจายความร้อนได้จะดีมากครับ ผมใช้ถาดรองที่เห็นเหล็กมาล้องไว้รอบรถเลย พอเอามืออังๆดูด้านในร้อนสะใจมากเลยครับ (เนื่องจากทำเลียนแบบห้องอบสีรถเลย)

ระยะเวลาในการพ่นแต่ละชั้นอยู่ ที่ประมาณ 10-15 นาทีครับ ต่างจากรองพื้นเอาการเลยครับ เพราะแค่ 5-10 นาทีเองครับ อยู่ที่แสง ลม ความชื้นครับ

เมื่อสีจริงแห้งได้ที่แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือขัดด้วยกระดาษทรายครับ เพื่อให้ผิวสีมีความเรียบเสมอกันนะครับ (ถ้าจะขัดเอาชัวร์และอยากได้งานเนียนๆทิ้งไว้วันนึงจะดีมาก อีกทั้งเก็บในที่ปลอดฝุ่นด้วยนะครับ)
 ใช้กระดาษทรายสักเบอรื 800-1000 ครับ เป็นกระดาษทรายน้ำนะครับ ขัดลูบแค่เบาๆนะครับ ทำให้แห้ง แล้วขัดด้วยน้ำยาขัดสีเลยครับ ขัดแรงๆก้อได้แต่อย่าหนักเกินไปนะครับ จะทำให้ชิ้นงานเสียหายได้ แล้วล้างน้ำยาล้างจานเช็ดให้แห้งครับ

คราว นี้เป็นขั้นตนสุดท้ายคือการพ่นเคลียร์แล้วครับ วิธีพ่นคือทำเหมือนกับการพ่นสีจริงเลยครับ แต่เน้นว่าพ่นมากหน่อยเพื่อที่จะได้เงามากๆครับ ระยะเวลาชั้นเคลียร์อยู่ที่ 30 นาทีต่อเที่ยวครับ เมื่อพอใจแล้ว (ขอให้หนานะครับ) เก็บไว้ในที่ปลอดฝุ่นอย่างดีนะครับ ทิ้งไว้สัก 2-3วัน แล้วค่อยเอาออกมาเชยชมครับว่างานที่ออกมาเป็นไงบ้าง แล้วก็ทำขั้นตอนเดิมครับ คือขัดด้วยกระดาษทรายน้ำเบอร์ละเอียด 1200-มากกว่านั้นที่หาได้ ขัดให้เห็นว่ามันมัวๆเท่ากันหมดทั้งชิ้นงานครับ (เพื่อความง่ายควรจะขัดในถังน้ำก้อได้) แล้วล้างทำความสะอาดครับ

จาก นั้นทำการขัดสีอีกรอบนึงครับ (ตอนนี้ต้องใช้แรงเยอะนึดนึงนะครับ ประมาณว่าขัดแรง ขัดไว สีสวยนะครับ) ขัดเอาประมาณอุ่นๆมืออ่ะครับ เมื่อขัดไปเรื่อยๆจะเห็นว่ามีความเงาเริ่มเกิดขึ้นแล้ว ก็ทำการขัดต่อไปครับจนกว่าจะทั่วทั้งชิ้นงานครับ

แต่ต่อจากขั้นตอนนี้จะเป็นพวกเทคนิคๆซึ่งเช่น การติดสติ๊กเกอร์ การบังพ่น อะไรทำนองนั้นอ่ะครับ
Comments