กิจกรรมล่าสุดของไซต์

    โดย นายวิชาญ ริมสาคร ศรช วังพิกุล

    987 วันนับตั้งแต่
    Next Event

    Tips and tricks

    ระบบการเรียนการสอน

     ระบบการเรียนการสอน

    ลักษณะสำคัญบางประการในการเรียนการสอน

    ของโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต

     

    สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์

     

                      ระบบการเรียนการสอนของโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตเป็นระบบที่ใช้ศูนย์เรียนรู้เป็นฐาน(Learning Center Based - LCB) โดยมีศูนย์เรียนรู้กระจายอยู่ตามตำบล อำเภอ และจังหวัด ระบบการเรียนการสอนดังกล่าวสามารถมองได้ ๒ มุม คือจากมุมของสถาบันการศึกษาที่เป็นผู้บริหารจัดการหลักสูตร และจากมุมของ เจ้าภาพ ผู้จัดให้มีศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตในท้องถิ่นเพื่อจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร

     

                      ในมุมมองของสถาบันการศึกษาที่เป็นผู้จัดหลักสูตร อาจมองได้ว่าเป็นการจัดระบบการศึกษาแบบกึ่งทางไกล โดยมีศูนย์เรียนรู้ของประชาคมอยู่ในท้องถิ่นต่างๆ เรียกว่าศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต ศูนย์ดังกล่าวไม่ใช่สาขาของมหาวิทยาลัยหรือ สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (สสวช.) กิจกรรมการเรียนการสอนเกิดขึ้นที่ศูนย์เรียนรู้ในท้องถิ่นเป็นหลัก แม้ว่าในแต่ละภาคการศึกษา หลายศูนย์จะต้องมาเรียนร่วมกันในระดับจังหวัดด้วย โดยเฉพาะเวลาที่อาจารย์จากมหาวิทยาลัยหรือจาก สสวช.ไปสอน ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองจากใช้สื่อหลายชนิดประกอบกัน เรียนเป็นกลุ่มโดยมีอาจารย์ช่วยสอนในท้องถิ่นที่สถาบันการศึกษาแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักศึกษา รวมทั้งช่วยประเมินผลกิจกรรมของนักศึกษา และเรียนจากการดูงานหรือเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาต่างๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ทั้งนี้การจัดการศึกษาเป็นไปภายใต้การควบคุมมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบันการศึกษา

     

                      ในมุมมองของประชาคมท้องถิ่น อาจมองได้ว่าชุมชนจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ของตนเองขึ้นในท้องถิ่น มีการบริหารจัดการศูนย์ของตนเองร่วมกันในรูปคณะกรรมการที่ประกอบด้วยชุมชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการในท้องถิ่น แล้วแสวงหาความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในด้านวิชาการ หลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผล มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นที่มาเรียนได้ปัญญาความรู้ ได้พัฒนาตนเอง ได้พัฒนาชุมชน และได้ปริญญาจากสถาบันการศึกษา

     

                      ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ทั้งสถาบันการศึกษาและประชาคมในท้องถิ่นที่ร่วมกันจัดการศึกษาตามโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตมีจุดมุ่งหมายตรงกัน นั่นคือ การจัดการศึกษาเพื่อชีวิตของผู้เรียนและชุมชนท้องถิ่น โดยมีแนวคิดและแนวปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

     

    1.       ชีวิตของผู้เรียนต้องดีขึ้นระหว่างเรียนทันที นั่นคือนักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิตจะต้องเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง นับถือตนเองและผู้อื่น มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น หนี้สินลดลงหรือหมดไป พึ่งตนเองในทางเศรษฐกิจได้ มีสังคมที่ดีขึ้น มีเครือข่ายในประเด็นที่ตนสนใจ ช่วยตนเองได้แล้วช่วยชุมชนและสังคมได้ เนื้อหาสาระที่เรียนรู้จึงสัมพันธ์กับชีวิตจริงของผู้เรียน ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงได้ทันที ไม่ต้องรอให้เรียนจบได้ปริญญาก่อนแล้วจึงค่อยดีขึ้น เรียนจบแล้วไม่ต้องเร่ร่อนไปหารับจ้างหรืองานทำนอกท้องถิ่น ซึ่งนักศึกษาจะได้เรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการคิด การจัดการความรู้ การวางเป้าหมายและแผนชีวิตตั้งแต่เทอมแรก ในเทอมต่อๆ ไปนักศึกษาจะต้องทำแผนพัฒนางานในหน้าที่ที่กำลังทำอยู่และนำไปปฏิบัติจริง  การเรียนจึงไม่แยกออกจากชีวิตจริงตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยชีวิต

     

    2.       การเรียนการสอนของโครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียนของสถาบันการศึกษา อาจารย์ผู้สอน และนักศึกษาเท่านั้น  แต่เกิดขึ้นในท้องถิ่นในเวลาหลังเลิกงานและในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ผู้เรียนไม่ต้องย้ายออกจากถิ่นฐานเดิมมาอยู่ใกล้สถานศึกษา จึงสามารถดำรงชีวิตครอบครัว การงานอาชีพ ไปพร้อมกับการศึกษาได้

     

    3.       ผู้เรียนเรียนกันเป็นกลุ่มโดยมีสถานที่พบปะกันเพื่อพบกับอาจารย์จากสถาบันการศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยชีวิต เรียกว่า ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต ในท้องถิ่นที่ผู้เรียนอาศัยอยู่  กลุ่มย่อยในแต่ละศูนย์ประกอบด้วยผู้เรียนกลุ่มละ ๕ ถึง ๑๐ คน เพื่อช่วยกันเรียน ในกลุ่มให้มีผู้ที่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ในขั้นพื้นฐานได้ นั่นคือ ใช้พิมพ์งานได้ ส่งอีเมล์และใช้อินเทอร์เน็ตได้ เพราะระบบการเรียนการสอนของโครงการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อเสริมการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี และใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนการสอนในระดับปริญญาโท

     

    4.       การเรียนการสอนประสานกับชุมชน นักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิตทุกคนต้องรวบรวมค้นคว้าหาข้อมูลจากชุมชน ทำข้อมูลชุมชน ร่วมปฏิบัติจริงกับชุมชนในกิจกรรมต่าง รวมไปถึงการจัดเวทีเพื่อให้มีการเสวนาวิเคราะห์วิจัยโดยชาวบ้านในชุมชน

     

    5.       ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตไม่ใช่สาขาของสถาบันการศึกษา แต่เกิดจากความร่วมมือกันของชุมชนในท้องถิ่น องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการในท้องถิ่น ศูนย์เรียนรู้มีคณะกรรมการบริหารศูนย์ กรรมการเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้อำนวยการเรียนรู้ คนหนึ่งเป็นผู้บริหารจัดการการเรียนรู้ประจำศูนย์ แล้วก็ช่วยกันระดมทรัพยากรบุคคลในท้องถิ่นมาช่วยกันเป็น อาจารย์มหาวิทยาลัยชีวิต และ ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยชีวิต (ดูรายละเอียดในเอกสารเรื่องโครงสร้างและระบบการจัดการศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิต)

     

    6.       มีการปฐมนิเทศรวมระดับจังหวัดหรือระดับภูมิภาคในช่วงเริ่มการเรียนการสอนในทุกภาคการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนจะได้รับคำชี้แจง-คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการเรียนการสอน สื่อที่ใช้ กิจกรรมระหว่างเรียน และการประเมินผลจากอาจารย์เจ้าของรายวิชาทุกรายวิชาของภาคการศึกษานั้น จากนั้นนักศึกษาเรียนร่วมกันเป็นกลุ่มที่ศูนย์เรียนรู้กับอาจารย์มหาวิทยาลัยชีวิต และผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่น ภายใต้การดูแลของผู้อำนวยการเรียนรู้ประจำศูนย์ โดยมีสื่อประกอบการเรียนการสอน (ดูข้อ 9.)

     

    7.       โครงการมหาวิทยาลัยชีวิตเชื่อในความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ตรง  จึงเน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงในชีวิต ทั้งปฏิบัติด้วยตนเอง ในครอบครัว และปฏิบัติร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อให้เกิดการสรุปประสบการณ์-บทเรียนขึ้นเป็นความรู้ของตนเอง ขณะเดียวกันก็เรียนรู้จากประสบการณ์ของเพื่อนนักศึกษา ของผู้รู้ ผู้ชำนาญการในท้องถิ่นและนอกท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็การเรียนรู้แนวคิดทฤษฎีจากตำราและอาจารย์ผู้สอนเพื่อเทียบเคียงกับประสบการณ์ของตน

     

    8.       การแบ่งปันความรู้คือหัวใจอันหนึ่งของการจัดการความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ และประสบการณ์ที่ผู้เรียนค้นพบหรือสังเคราะห์ขึ้นต้องไม่จบแค่เป็นรายงานเก็บไว้ที่อาจารย์ แต่ต้องแบ่งปันในระหว่างผู้เรียน โดยการนำเสนอในชั้นเรียนและหรือผ่านเว็บไซต์รายวิชาให้ผู้เรียนทุกคนทั้งในศูนย์เดียวกันและต่างศูนย์ได้เรียนรู้ด้วย รายงานของนักศึกษาที่ดีๆ จะได้รับการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของโครงการและหนังสือพิมพ์หรือวารสารสิ่งพิมพ์ต่างๆ

     

    9.       การเรียนการสอนใช้สื่อการศึกษาทั้ง ๓ ประเภทประกอบกัน ดังนี้

    ก.      สื่อบุคคล ประกอบด้วยอาจารย์เจ้าของวิชา ผู้อำนวยการเรียนรู้ประจำศูนย์ อาจารย์มหาวิทยาลัยชีวิตประจำศูนย์เรียนรู้ และผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยชีวิต

    ข.      สื่อวัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วยตำรา เอกสาร หนังสือ คู่มือผู้เรียน ซีดี วีซีดี และอินเทอร์เน็ต (สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอน และระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง)

    ค.      สื่อกิจกรรม ประกอบด้วยกิจกรรมเดี่ยวรายบุคคลและกิจกรรมกลุ่ม รวมทั้งการศึกษาดูงานการพัฒนาท้องถิ่น การเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาในท้องถิ่น ภายใต้การดูแลและประเมินผล(ให้คะแนน)โดยผู้อำนวยการเรียนรู้และอาจารย์มหาวิทยาลัยชีวิตประจำศูนย์

     

    10.   การประเมินผลประกอบด้วยคะแนนจากการปฏิบัติและคะแนนสอบข้อเขียนในสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ ๔๐/๖๐ ขึ้นไป (ปฏิบัติ/ทฤษฎี) ในทุกรายวิชา ทั้งรายวิชาศึกษาทั่วไปและรายวิชาเอก

     

     

     

     

    œ

     

    แสดง 0 รายการ
    Member Nameคอลัมน์ใหม่คอลัมน์ใหม่
    จัดเรียง 
     
    จัดเรียง 
     
    จัดเรียง 
     
    แสดง 0 รายการ
    Comments