1037 วันนับตั้งแต่
วันเกิด

วิชา การสือสารข้อมูล

 
 

การสื่อสารข้อมูลในระดับเครือข่าย

  การส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายคือมาตรฐาน OSI (Open System Interconnection)
ซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ สามารถเชื่อมโยงและใช้งานในเครือข่ายได้
  การสื่อสารข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์จะประกอบด้วยฝ่ายผู้ส่งและผู้รับและจะเริ่มต้นด้วยผู้ส่งซึ่งจะส่ง
ข้อมูลข่าวสารโดยผ่านขั้นมาตรฐาน 7 ชั้น เรียงตามลำดับดังนี้

1. ชั้นกายภาพ (Physical) เป็นชั้นล่างสุดของการติดต่อสื่อสารทำหน้าที่แปลงข้อมูลในรูปของ
      สัญญาณดิจิทัลให้ผ่านตัวกลางแต่ละชนิดได้ เทคนิคมัลติเพล็กซ์แบบต่างๆจะถูกกำหนดในชั้นนี้
2. ชั้นเชื่อมโยงข้อมูล (Data link)
แนะนำช่องสื่อสารระหว่างกันและมีการสำเนาข้อมูลไว้จนกว่าจะ
      ส่งถึงมือผู้รับ
3. ชั้นเครือข่าย (Network)
กำหนดเส้นทางการเดินทางของข้อมูลที่ส่ง-รับในการส่งข้อมูลระหว่างต้นทาง
      และปลายทางโดยเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาในการสื่อสารที่น้อยที่สุดและระยะทางที่สั้นที่สุด
4. ชั้นขนส่ง (Transport)
  ตรวจสอบและป้องกันข้อมูลไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเพื่อส่งไปยังปลายทาง
5. ชั้นส่วนงาน(Session)
เชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ
6. ชั้นนำเสนอ (Presentation)
แปลงข้อมูลที่ส่งมาให้อยู่ในรูปแบบที่โปแกรมของเครื่องผู้รับเข้าใจ
     โดยกำหนดรูปแบบภาษา ชนิด และวิธีเข้าถึงข้อมูลของเครื่องผู้ส่งให้เครื่องผู้รับเข้าใจ
7. ชั้นประยุกต์ (Application)
ทำหน้าที่แปลงข้อมูลในภาษาที่มนุษย์เข้าใจไปเป็นภาษาที่
      เครื่องคอมพิวเตอรเข้าใจโดยมีการระบุถึงคอมพิวเตอร์ผู้รับและผู้ส่ง
 
 
 
 
โปรโคอล 
  
 
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย อุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกันเป็นจำนวนมาก ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีหลายมาตรฐานหลายยี่ห้อ แต่ก็สามารถจะทำงานร่วมกันได้อย่างดี การที่เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพราะมีการใช้โปรโตคอลมาตรฐานที่มีข้อกำหนดให้ทำงานร่วมกันได้
สมมุติว่าเราใช้อินเทอร์เน็ตผู้ใช้พีซีทำหน้าที่เป็นไคลแอนต์ (Client) สามารถเชื่อมต่อไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) บนเครือข่าย การทำงานของพีซีที่เชื่อมต่อร่วมกันเซิร์ฟเวรอ์ ต้องใช้โปรโตคอลเพื่อประยุกต์ใช้งานรับส่งข้อมูล
ตัวอย่างเช่น เมื่อใช้บราวเซอร์ (Browser) อย่างโปรแกรม เช่น Netscape หรือ Internet Explorer เรียกดูข้อมูล โปรแกรมบราวเซอร์ดังกล่าว จะใช้โปรโตคอล HTTP-Hypertext Transfer Protocol ซึ่งโปรโตคอลนี้ทำให้เซิร์ฟเวอร์ส่งข้อมูลมาให้บราวเซอร์ตามต้องการ และบราวเซอร์จะนำข้อมูลมาแสดงผลบนจอภาพได้อย่างถูกต้อง มาตรฐานและรูปแบบการรับส่งข้อมูลจึงต้องได้รับการกำหนดและเป็นที่ยอมรับระหว่างกัน
 
 

สถาปัตยกรรมเครือข่ายรูปแบบ OSI

  ในปี ค.ศ. 1977 องค์กร ISO (international Oraganization for Standard)ได้จัดตั้งคณะ
กรรมการขึ้นกลุ่มหนึ่ง เพื่อทำการศึกษาจัดรูปแบบมาตราฐาน และพัฒนาสถาปัตยกรรมเครือข่าย และใน ปี ค.ศ. 1983 องค์กร ISO ก็ได้ออกประกาศรูปแบบของสถาปัตยกรรมเครือข่ายมาตราฐานในชื่อของ "รูปแบบ OSI " (Open System Interconnection Model) เพื่อใช้เป็นรูปแบบมาตราฐานในการเชื่อมต่อระบบ คอมพิวเตอร อักษร์ "O" หรือ "Open" ก็ หมายถึง การที่คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์หนึ่งสามารถ "เปิด" กว้างให้คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์อื่นที่ใช้มาตราฐาน OSI เหมือนกันสามารถติดต่อไปมาหา สู่ระหว่างกันได้ จุดมุ่งหมายของการกำหนดการแบ่งโครงสร้างของสถาปัตยกรรมเครือข่ายออกเป็นเลเยอร์ ๆ และกำหนดหน้าที่การทำงานในแต่ละเลเยอร์ รวมถึงกำหนดรูปแบบการอินเตอร์เฟซระหว่างเลเยอร์ด้วย โดยมีหลักเกณฑ์ในการกำหนดดังต่อไปนี้
  1. ไม่แบ่งโครงสร้างออกเป็นเลเยอร์ ๆ มากเกินไป
  2. แต่ละเลเยอร์จะต้องมีการทำงานแตกต่างกันทั้งขบวนการและเทคโนโลยี
  3. จัดกลุ่มหน้าที่การทำงานที่คล้ายกันให้อยู่ในเลเยอร์เดียวกัน
  4. เลือกเฉพาะการทำงานที่เคยใช้ได้ผลประสบความสำเร็จแล้ว
  5. กำหนดหน้าที่การทำงานเฉพาะง่ายๆ แก่เลเยอร์ เผื่อว่าในอนาคตถ้ามีการออกแบบเลเยอร์
ใหม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลใหม่ในอันที่จะทำให้สถาปัตยกรรมมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น จะไม่มีผล ทำให้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ที่เคยใช้อยู่เดิมจะต้องเปลี่ยนแปลง
  6. กำหนดอินเตอร์เฟซมาตรฐาน
  7. ให้มีการยืดหยุ่นในการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลในแต่ละเลเยอร์
  8. สำหรับเลเยอร์ของแต่ละเลเยอร์ให้ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับที่กล่าวมาใน 7 ข้อแรก
 



สถาปัตยกรรมเครือข่ายรูปแบบ OSI
  โปรโตคอลของในเลเยอร์แต่ละชั้นจะแตกต่างกันออกไปแต่อย่างไรก็ตามการที่เครื่องคอมพิวเตอร์
หลาย ๆ เครื่องจะติดต่อสื่อสารกันได้ ในแต่ละเลเยอร์ของแต่ละเครื่องจะต้องใช้โปรโตคอลแบบเดียวกัน หรือ ถ้าใช้โปรโตคอลต่างกันก็ต้องมีอุปกรณ์ หรือซอฟต์แวร์ที่สามารถแปลงโปรโตคอลที่ต่างกันนั้นให้มีรูปแบบเป็น อย่างเดียวกัน เพื่อเชื่อมโยงให้คอมพิวเตอร์ทั้ง 2 เครื่องสามารถติดต่อกันได้
  ตัวอย่างของโปรโตคอลที่ใช้ในเลเยอร์ชั้นต่างๆ ในรูปแบบ OSI แสดงไว้ในตารางด้านล่าง
เลเยอร์
มาตรฐาน
รายละเอียด
7
ISO 8571
ISO 8572
การบริการโอนถ่าย และการแลกเปลี่ยนข้อมูล
การบริการโอนถ่าย และการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ISO 8831
ISO 8832
การบริการโอนถ่าย และการแลกเปลี่ยนข้อมูล
โปรโตคอลการบริการโอนถ่าย และการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ISO 9040
ISO 9041
การบริหารเทอร์มินัลแบบเสมือน
โปรโตคอลการบริหารเทอร์มินัลแบบเสมือน
CCITT X.400
ไปรษณีย์อิเล็คทรอนิกส์ และกักเก็บข่าวสาร
6
ISO 8822
ISO 8823
การบริหารแบบ Connection-oriented ในเลเยอร์ Presentation
โปรโตคอลการบริการแบบ Connection-oriented ในเลเยอร์ Presentation
5
ISO 8326
ISO 8327
การบริการแบบ Connection-oriented ในเลเยอร์ Session
โปรโตคอลการบริการแบบ Connection-oriented ในเลเยอร์ Session
4
ISO 8072
ISO 8073
การบริหารแบบ Connection-oriented ในเลเยอร์ Transport
โปรโตคอลการบริการแบบ Connection-orientedในเลเยอร์ Transport
3
CCITT X.25
โปรโตคอล X.25 ในเลเยอร์ Network
2
ISO 8802
(IEEE 802)
CCITT X.25
โปรโตคอลสำหรับเครือข่ายท้องถิ่น (LAN)

โปรโตคอล SDLC,HDLC ในเลเยอร์ Data Link
1
CCITT X.21
ดิจิตอลอินเตอร์เฟซของเลเยอร์ Physical
   
 

สรุป

  เราสามารถแบ่งส่วนการทำงานของสถาปัตยกรรมรูปแบบ OSI ได้ง่าย ๆ จากรูปด้านล่าง โดยด้าน
ซ้ายมือซึ่งจัดแบ่งเลเยอร์ทั้ง 7 ชั้นออกเป็น 3 ส่วนคือส่วนของผู้ใช้งาน ส่วนการติดต่อระหว่างเครื่องต่อเครื่อง และส่วนการเชื่อมโยงต้นทางกับปลายทาง สำหรับในทางขวามือของรูปจะเป้นการจัดแบ่งลักษณะ การสื่อ สารออกเป็น 2 ส่วนคือส่วนดำเนินการโดยผู้ใช้งาน และอีกส่วนหนึ่งเป็นการดำเนินการโดยเครือข่าย


สถาปัตยกรรมรูปแบบ OSI แบ่งแยกตามส่วนการทำงาน
  ถ้าเรากล่าวถึงการติดต่อเชื่อมโยงการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยัง  

คอมพิวเตอร์ อีกเครื่องหนึ่ง ให้แบ่งกลุ่มการทำงานของเลเยอร์ตามทางซ้ายมือของรูป แต่จะเป็นเรื่องของ โปรโตคอลซึ่งทำหน้าที่ในการกำหนดการสื่อสาร และควบคุมจัดการสื่อสาร ขอให้ยึดแบบการแบ่งลักษณะของ การสื่อสารตามทางขวามือเป็นหลัก ตัวอย่าง เช่นการสื่อสารข้อมูลโดยผ่านเครือข่าย X.25 ของเครือข่ายจะ ทำหน้าที่ในการสื่อสารใน 3 เลเยอร์ชั้นล่างของรูปแบบ OSI ส่วนของเลเยอร์ 4 ชั้นที่เหลือจะเป็นโปรโตคอล สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ใช้งาน

 

 

 การสื่อสารข้อมูลกับระบบสำนักงานอัตโนมัต
 
 
 
ในช่วงระยะเวลาเพียง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่าพัฒนาการเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์และการสื่อสารส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมและสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ และทำให้โลกพัฒนาเข้าสู่ยุคของสารสนเทศ ปัจจุบันไม่ว่าจะอยู่ที่ส่วนใดของโลกก็สามารถติดต่อโทรศัพท์พูดคุยกันได้เสมือนว่าอยู่ใกล้กัน พัฒนาการของการสื่อสารกำลังทำให้วิธีการทำงานบางอย่างของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไป มีการใช้ข้อมูลมากขึ้น การแลกเปลี่ยนข้อมูลทำได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้เองธุรกิจที่แข่งขันจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเป็นจำนวนมาก เพื่อการตัดสินใจ และเพื่อให้บริการด้วยความสะดวกและรวดเร็ว
      ยุคของสารสนเทศได้ก้าวหน้าและเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น มีการใช้บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต การสื่อสารผ่านกระดานข่าว ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ และอื่น ๆ นอกจากนี้ยังได้ยินคำว่า ระบบสำนักงานอัตโนมัติ ระบบอาคารอัฉริยะ
    หากพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จะพบว่า ความสำเร็จของเทคโนโลยีทางด้านสารสนเทศเกือบทุกประเภท มีพื้นฐานมาจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารข้อมูล จนมีผู้กล่าวว่า ยุคสารสนเทศในปัจจุบันฝากไว้กับเทคโนโลยีซีแอนซี (Computer and Communication : C&C)
 
 
                       รูปร่างเครือข่าย
 
            รูปร่างเครือข่ายมีหลายรูปแบบ เช่น เครือข่ายแบบดาว  เครือข่ายแบบบัส  เครือข่ายแบบวงแหวน  และเครือข่ายแบบต้นไม้
 
       
 
 
 
 
โครงสร้างเครือข่ายแบบผสม (Hybrid Network)

เป็นการเชื่อมต่อที่ผสนผสานเครือข่ายย่อยๆ หลายส่วนมารวมเข้าด้วยกัน เช่น นำเอาเครือข่ายระบบ Bus, ระบบ Ring และ ระบบ Star มาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับบางหน่วยงานที่มีเครือข่ายเก่าและใหม่ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งระบบ Hybrid Network นี้จะมีโครงสร้างแบบ Hierarchical หรือ Tre ที่มีลำดับชั้นในการทำงาน






 

คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์รับ-ส่งข้อมูลที่ประกอบกันเป็นเครือข่าย มีการเชื่อมโยงถึงกันในรูปแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสม  เทคโนโลยีการออกแบบเชื่อมโยงนี้เรียกว่า รูปร่างเครือข่ายหรือโทโปโลยีเครือข่าย (network topology)