เจ้าของไซต์

  • piyada thonsungnern

PACS

            ระบบจัดเก็บและสื่อสารข้อมูลภาพทางการแพทย์   (Picture Archiving and Communication System หรือที่รียกอย่างย่อว่า PACS) คือ ระบบที่ใช้ในการจัดเก็บรูปภาพ ทางการแพทย์( Medical Imagesและรับ-ส่งข้อมูลภาพ ในรูปแบบ Digital PACS ใช้การจัดการรับส่งข้อมูล ผ่านทางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยการส่งภาพข้อมูลตามมาตราฐาน DICOM 

 

ส่วนประกอบของ PACS

ระบบของ  PACS   จะประกอบไปด้วยอย่างน้อย คือ อุปกรณ์กำเนิดภาพ คือ เครื่องมือทางรังสีวิทยา  เช่น เครื่องถ่ายภาพกำทอนแม่เหล็ก  เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง และอุปกรณ์เก็บภาพทางการแพทย์ ภาพที่ออกมาจากเครื่องมือเหล่านี้จะถูกนำไปจัดเก็บยังอุปกรณ์การจัดเก็บ เมื่อแพทย์ผู้เกี่ยวข้องหรือสนใจต้องการที่จะเรียกดู หรือส่งผ่านภาพเหล่านั้นผ่านระบบเครือข่าย ก็ต้องใช้ชุดคำสั่งและโปรโตคอล (Protocol) การสื่อสารแบบไดคอม (DICOM) ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป โดยคำว่า PACS จะเกิดจากคำ 3 คำมารวมกัน
 

 

 PACS และ การต่อเชื่อม PACS
 

1. รูปภาพ (Picture)  ในที่นี้รูปภาพจะประกอบไปด้วย แหล่งข้อมูลภาพ  การนำภาพเข้าและการแสดงผลแหล่งข้อมูล หมายถึง อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ให้ภาพออกมาเพื่อทำการวิเคราะห์ผล  เช่น เครื่องถ่ายภาพกำทอนแม่เหล็ก หรือ เอ็มอาร์ไอ  เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ ซีที เครื่องตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง รวมไปถึงเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป ในอดีตมักจะบันทึกภาพลงแผ่นฟิล์ม (Film) เพื่อให้แพทย์นำเอาไปวินิจฉัย ประกอบการรักษา แต่ในปัจจุบันเครื่องมือเหล่านั้นมีการพัฒนาถึงขั้นนำเอาคอมพิวเตอร์ มาใช้ในการรับและส่งภาพออกมาผ่านระบบเครือข่าย มีลักษณะเป็นแฟ้มข้อมูลภาพการนำภาพเข้าสู่ระบบ เทคนิคการนำภาพเข้าระบบนั้น โดยทั่วไปจะแบ่งเป็นสองแบบ คือ แบบที่ได้ภาพโดยตรงจากเครื่องมือแพทย์ (Primary Image)  ซึ่งจะใช้อุปกรณ์ที่ให้ภาพออกมาโดยตรงและแบบที่ต้องผ่านการแปลงข้อมูล (Secondary Image) ซึ่งจะใช้สำหรับภาพที่ได้จากเครื่องมือที่ไม่ได้ส่งภาพออกมา แต่จะต้องผ่านการสแกน (Scan) หรือแปลงข้อมูลก่อน เพื่อนำข้อมูลเข้าระบบ เช่น ฟิล์มเอกซเรย์หรือผ่าน Video frame grabber  ข้อมูลแบบแรก เป็นที่ยอมรับกันมากเพราะถือว่าไม่มีการสูญเสียหรือเกิดการผิดเพี้ยนของข้อมูล ส่วนแบบหลังนั้นมักจะนำไปประกอบคำวิเคราะห์ ซึ่งการยอมรับข้อมูลภาพทางการแพทย์ในแต่ละภาพนั้น จะต้องมีข้อกำหนดสำหรับการเก็บภาพเพื่อให้ได้ความละเอียดของภาพตามที่กำหนด เพื่อไม่ให้ขาดรายละเอียดต่างๆตามที่แพทย์ต้องการ 

2. การจัดเก็บ (Archiving)  การจัดเก็บข้อมูลนี้เกี่ยวข้องกับ การจัดเก็บ การบริหารข้อมูล ฐานข้อมูล และการสำรองข้อมูล ซึ่งมีสิ่งต้องพิจารณาดังนี้      

การเก็บข้อมูล จะเก็บข้อมูลในรูปแบบใด เก็บไว้เป็นระยะเวลานานเท่าไร ขึ้นการประเภทหรือรูปแบบของรูปภาพและวัตถุประสงค์ของหน่วยงานนั้น

การบริหารข้อมูล   การเชื่อมต่อกับส่วนอื่นๆของโรงพยาบาล เช่น ระบบเวชระเบียน ห้องตรวจโรค หอพักผู้ป่วย ระบบของแพทย์ของหน่วยงานอื่น ๆ ก็มีความสำคัญ ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลของแพทย์นั่นเอง

ฐานข้อมูล  เช่นเดียวกับงานทั่วไประบบฐานข้อมูลเป็นส่วนสำคัญข้อแตกต่างกับฐานข้อมูลอื่นที่พบเห็นได้  โดยทั่วไปนั้น คือ ข้อมูลที่จะจัดเก็บเป็นข้อมูลที่ประกอบไปด้วยภาพและข้อมูลตัวอักษร การออกแบบฐานข้อมูลจะต้องคำนึงถึงลักษณะพิเศษของข้อมูลด้วย

การบีบอัดข้อมูล สืบเนื่องมาจากขนาดของข้อมูลต่อการเก็บหนึ่งครั้งนั้นมีขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก พื้นที่ในการเก็บข้อมูลก็มีความจำเป็นมากตามการบีบอัดข้อมูลจะเป็นการลดพื้นที่การเก็บลงได้มาก แต่ข้อกำหนดของการเลือกวิธีการบีบอัดจะต้องคำนึงถึงคุณภาพของภาพหลังจากนำกลับมาเพื่อวิเคราะห์ผล

การสำรองข้อมูล   สื่อที่ใช้ในการสำรองข้อมูลต้องเหมาะสมกับขนาดข้อมูลของแต่ละโรงพยาบาลรวมถึงระยะเวลาที่จะสำรองข้อมูลไว้ยาวนานเพียงใด

3. การเชื่อมต่อ (Communication) นับว่าระบบนี้มีความสำคัญที่จำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายและมาตรฐานในการเชื่อมต่อดังนี้

ระบบเครือข่ายภายในระบบ เนื่องมาจากขนาดของข้อมูลที่วิ่งอยู่ในระบบมีขนาดข้อมูลใหญ่   การออกแบบระบบเครือข่าย เพื่อลดความคับคั่งของระบบเป็นสิ่งสำคัญ

การเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เนตหรืออินทราเนต เพื่อความสะดวกในการส่งและแลกเปลี่ยนข้อมูลจากระบบภายในหรือภายนอก   จำเป็นต้องมีระบบการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เนต   ข้อควรระวังเกี่ยวกับการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเตอร์เนต  คือ ความปลอดภัยของข้อมูลนั่นเอง

การรักษาความปลอดภัย      ข้อมูลทางการแพทย์เป็นข้อมูลที่มีความสำคัญและถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การรักษาข้อมูลภายในระบบต้องป้องกันการนำข้อมูลออกไปดูโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงป้องกันการปลอมแปลงข้อมูลด้วย

 
ข้อดีของระบบ PACS มีดังนี้
 
1. ผลดีต่อกระบวนการรักษาพยาบาล
- ลดเวลาในการตรวจ และรอคอยผลการเอ็กซเรย์ เนื่องจากการล้างฟิล์ม และการค้นหาฟิล์มเก่า
- ได้รับการวินิจฉัยโรค และได้รับการรักษาพยาบาลเร็วขึ้น
- เนื่องจากสามารถเรียกข้อมูลเก่าที่เก็บไว้ในระบบได้ตลอด เวลาทำให้แพทย์ สามารถเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลง ของโรคได้ตลอดเวลาซึ่งจะช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำ ยิ่งขึ้น และช่วยในการวางแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง
- ลดปริมาณรังสีที่ผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ จะได้รับเนื่องจากการถ่ายฟิล์มซ้ำ ที่เกิดจากการตั้งค่าเทคนิค ไม่เหมาะสมกับผู้ป่วย

2. ประหยัดทรัพยากรและ รักษาสิ่งแวดล้อม
- ลดอัตราการสูญเสียฟิล์มในการเอ็กซเรย์ซ้ำ เพราะระบบการถ่ายเอ็กซเรย์ที่เก็บภาพแบบ Digital ทำให้รังสีแพทย์ สามารถที่จะทำการปรับค่า ความสว่างของภาพได้
- ลดการสูญหายของฟิล์มเอ็กซเรย์ที่จะเกิดขึ้นในระบบเก่า
- ลดการทำลายสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกระบวนการล้างฟิล์ม ( น้ำยาล้างฟิล์ม และ น้ำเสียจากเครื่องล้างฟิล์ม)
- ลดพื้นที่ในการจัดเก็บฟิล์มเอ็กซเรย์
- จะไม่มีการเสื่อมสภาพของภาพรังสี เพราะว่าข้อมูลภาพถ่ายทางรังสีจะถูกเก็บในรูปแบบ Digital

 

 
  ที่มา : บทความวิชาการ เรื่อง ระบบสื่อสารและกรเก็บข้อมูลภาพทางการแพทย์ เพชรากร หาญพานิชย์, วัลลภ เหล่าไพบูลย์
 
Comments