ภาวะผู้นำและการบริหารการเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลทั่วไป
รหัสวิชา:4471238

เพื่อนักศึกษา...จะได้ศึกษาค้นคว้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิพากษ์วิจารณ์ วิเคราะห์ สังเคราะห์ทฤษฎีที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นที่แนวทางในการใช้ภาวะผู้นำต่างๆ การใช้เทคนิควิธีการในการจัดการเปลี่ยนแปลงโดยการศึกษามุ่งเน้นการใช้รูปแบบการวิเคราะห์กรณีศึกษา หัวข้อครอบคลุมถึงเรื่องต่างๆดังนี้
-ภาวะผู้นำ (leadership)
-รูปแบบของภาวะผู้นำ (Style of Leadership)
-ภาวะผู้นำกับอำนาจ (Leadership and power )
-ภาวะผู้นำสำหรับทีม (Leadership Team)
-ภาวะผู้นำแบบแปลงสภาพ(Leadership style convertible )
-ภาวะผู้นำกับการพัฒนากลยุทธ์ในการจัดการเปลี่ยนแปลง(Leadership and the deverlopment of strategies to manage change )
-การวางแผนการเปลี่ยนแปลงระบบงานใหม่(Planning for the new system)
-เทคนิคต่างๆในการเปลี่ยนแปลงองค์การ(Techniques in organizational change)
       วัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งเน้นให้นักศึกษาสามารถวิเคราะห์และวางแผนการบริหารการเปลี่ยนแปลงระบบงานใหม่ โดยการพัฒนากุลยุทธในการจัดการ และวิเคราะห์สถานการณ์ในการเลือกใช้ภาวะผู้นำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆในองค์การได้  เพื่อให้นักศึกษามีขีดสมรรถนะสูงและมีคุณลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้
          ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อน ก่อนที่จะศึกษาหาความรู้จากเว็บไซต์             "https://sites.google.com/site/mbakrabi "เอ็มบีเอกระบี่" เนื้อหาวิชาเกือบทั้งหมดมีแหล่งที่มาที่ไปอย่างชัดเจนอยู่แล้วแต่อาจจะมีบางเนื้อหาวิชาหรือข้อความบางประโยคบางคำพูด ที่ไม่สามารถบอกถึงที่มาได้ด้วยเหตุผลประการใดก็ตามผมเองต้องขออภัยและขอโทษกับเจ้าของบทความและเนื้อหาสาระต่างๆเหล่านั้น มา ณโอกาสนี้ด้วย  ผมเองเพื่ยงแต่เป็นผู้จัดหาเรียบเรียงและเผยแพร่เพื่อให้บทความและเนื้อหาสาระต่างๆเป็นที่่น่าสนในน่าอ่านมากยิ่งขึ้นไม่ได้คิดที่จะเอาบทความหรือเนื้อหาสาระของคนอื่นมาเป็นของตนเองแต่ประการใด ที่ทำไปทั้งหมดเพื่อเป็นวิทยาทานแด่นักศึกษาMBA.และผู้อ่านที่ใฝ่รู้ทุกท่าน  
           หากนักศึกษาหรือท่านผู้รู้ท่านใดอ่านแล้วมีความคิดเห็นที่ต่างหรือมีอะไรที่จะแนะนำติชม ก็ขอให้ทุกท่านเข้ามาช่วยเสริมเติมแต่งให้เนื้อหาสาระต่างๆที่ขาดตกบกพร่องหรือผิดพลาดไปนั้นจะได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นและจะได้เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ศึกษาค้นคว้าสืบต่อไป....   
                                                                         
                                                                          ด้วยความปรารถนาดี
                                                                          พิสิฐชัย   กาญจนามัย
                                                                อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง

(Transformational Leadership)

                ในยุคปัจจุบันเป็นยุคที่กล่าวกันว่าเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ทุกๆองค์การต้อง เผชิญกับสภาวะการเปลี่ยนแปลง ทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ ระดับสังคม ระดับองค์การ ระดับกลุ่ม และระดับบุคคล ทั้งในด้านสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ค่านิยม ข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยีและอื่นๆ และผลจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลทั้งทางบวกและทางลบ สำหรับประเทศไทยที่ผ่านมาเราได้เผชิญกับสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรงและยังมีผลกระทบต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน      หากมองในระดับองค์การทุกองค์การทั้งในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน และในทุกระดับ ทุกกลุ่มขององค์การ มีความจำเป็นที่จะต้องมีการวิเคราะห์ตนเอง หรืออาจจะต้องเปรียบเทียบกับคู่แข่งขันของตน ทั้งในจุดอ่อนจุดแข็งโอกาสและอุปสรรคปัญหาต่างๆขององค์การเพื่อให้เห็นความสำคัญ และความเร่งด่วนในการที่จะต้องปรับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงตนเอง และเพื่อให้ตระหนักอย่าง แท้จริงว่าหากเราไม่เปลี่ยนแปลงตนเอง ขณะที่สภาวะแวดล้อม และปัจจัยต่างๆรอบตัวเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หรือมัวแต่หลงตนเองว่าตนยิ่งใหญ่และเชื่อว่าตนจะสามารถอยู่ได้โดย ไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง อาจจะนำเราไปสู่ความหายนะหรือความล้มเหลวหรือการสาบสูญ  ล้มละลาย เหมือนสัตว์ยุคโบราณที่เราได้ยินแต่ชื่อและเห็นแต่ซาก เช่น ไดโนเสาร์หรือองค์การต่างๆที่ต้องปิดตนเองไปจำนวนมากมายหรือต้องกลายไปเป็นของต่างชาติ สำหรับ การเปลี่ยนแปลงในระดับองค์การในยุคนี้มิใช่ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กๆ น้อยๆ หรือเปลี่ยนแปลงตามแฟชั่นหากแต่พบว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงแบบที่ต้องเปลี่ยนสภาพของตนเอง เพื่อไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เหมือนสิ่งมีชีวิตบางชนิดเช่น หนอนที่ต้องเปลี่ยนสภาพเป็นผีเสื้อ เหมือนลูกอ๊อด เปลี่ยนสภาพไปเป็นกบ อย่างไรก็ตามวิธีการเปลี่ยนแปลงสภาพนี้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือแบบเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว อาจจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และ ขึ้นอยู่กับอาการขององค์การนั้นว่ารุนแรงหรือ อาการหนักมากหรือน้อยเพียงใด
                  สำหรับในระดับองค์การ ในยุคนี้วงการวิชาการต่างมีการศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับตัวแปรหรือปัจจัยที่จะมีอิทธิพลต่อความมีประสิทธิภาพ หรือประสิทธิผลต่อองค์การ ตัวแปรหรือปัจจัยที่จะมีอิทธิพลต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงานแรงจูงใจและความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานหรือของกลุ่มทำงาน รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะและศักยภาพของพนักงาน ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ได้รับการยอมรับว่ามีอิทธิพลมากคือ ภาวะผู้นำ ทั้งภาวะผู้นำของผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชาในทุก ๆ ระดับ และทั้งภาวะผู้นำของพนักงานทุกๆคนในองค์การด้วย ภาวะผู้นำในที่นี้จะหมายถึงพฤติกรรมหรือกระบวนการที่บุคคลหนึ่งมีอิทธิพลเหนือบุคคลอื่น หรือกลุ่มในการทำงานเพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมาย
               ในทศวรรษที่ผ่านมาการศึกษาแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยเกี่ยวกับภาวะผู้ที่มีประสิทธิภาพมีจำนวนมาก แต่มีแนวคิดทฤษฎีหนึ่งที่ได้รับการยอมรับและกล่าวถึงกันมากคือ ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง “ (Transformational Leadership) ซึ่งมีงานวิจัยนับหมื่นๆเรื่องที่สนับสนุนทฤษฎีนี้ในทั่วโลกและยืนยันว่า ทฤษฎีสามารถนำไปประยุกต์ได้ใช้ได้ และสามารถพัฒนาภาวะผู้นำนี้ได้ในทุกองค์การ และในประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์การที่อยู่ในอเมริกา ยุโรป หรือในเอเชีย สำหรับในเอเชีย มีการศึกษาวิจัยในองค์การธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และในประเทศไทยพบว่า ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลขององค์การ ผลการ ปฏิบัติงาน ทั้งของกลุ่ม และของผู้ใต้บังคับบัญชา เจตคติต่อการทำงาน ความพึงพอใจในการทำงาน ความผูกพันต่อองค์การ พฤติกรรมความเป็นพลเมืองดี (Organizational Citizenship Behavior : OCB) รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในองค์การ และตัวแปรหรือปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ทฤษฎี ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership Theory)

 อ้างอิง : ดร.รัตติกรณ์ จงวิศาล.2551.ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership Theory)……..สำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยหอการค้า.[Online].Available.URL : http://202.28.8.55/HR/index.php?option=com_content&task=view&id=51&Itemid=15

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องรายงาน ภาวะผู้นำกับทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลงผู้รายงานได้ศึกษาค้นคว้า  ตำรา  และเอกสารต่าง  ๆ  ที่เกี่ยวข้องตามหัวข้อต่อไปนี้

               1.  ความหมายของภาวะผู้นำ

              2.  คุณลักษณะของการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

              3.  ทฤษฎีภาวะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง 

              4.  เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

1.   ความหมายของภาวะผู้นำ

ภาวะผู้นำ (Leadership) หรือความเป็นผู้นำ ซึ่งหมายถึง   ความสามารถในการนำ          (The American Heritage Dictionary, 1985 : 719) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับความสำเร็จของผู้นำ ภาวะผู้นำได้รับความสนใจ และมีการศึกษามาเป็นเวลานานแล้ว เพื่อให้รู้ว่าอะไรเป็นองค์ประกอบที่จะช่วยให้ผู้นำมีความสามารถในการนำ หรือมีภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพ

     ความหมายของภาวะผู้นำ ได้มีผู้ให้ความหมายของภาวะผู้นำไว้หลากหลายและแตกต่างกัน ซึ่งยุคล์ (Yukl, 1989 : 3) ได้กล่าวถึงสาเหตุที่ความหมายของภาวะผู้นำมีหลากหลายและแตกต่างกันก็เนื่องจากขอบเขตเนื้อหาและความสนใจในภาวะผู้นำ

โรเบิร์ต แทนเนนบั้ม (Robert Tenenbaum) และคณะอ้างใน ทองใบ สุดชารี. (2544 : 3-4) ภาวะผู้นำ หมายถึง การใช้อิทธิพลเหนือบุคคลอื่นในสถานการหนึ่งๆโดยผ่านกระบวนการติดต่อสื่อสารในวันที่จะทำให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย

กวี วงศ์พุฒ (2535: 14-15) ได้สรุปแนวคิดเกี่ยวกับผู้นำไว้ 5 ประการ คือ

            (1) ผู้นำ หมายถึง ผู้ซึ่งเป็นศูนย์กลางหรือจุดรวมของกิจกรรมภายในกลุ่มเปรียบเสมือนแกนของกลุ่มเป็นผู้มีโอกาสติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นมากกว่าทุกคนในกลุ่ม มีอิทธิพลต่อการ ตัดสินใจของกลุ่มสูง

          (2) ผู้นำ หมายถึง บุคคลซึ่งนำกลุ่มหรือพากลุ่มไปสู่วัตถุประสงค์หรือสู่จุดหมายที่วางไว้ แม้แต่เพียงชี้แนะให้กลุ่มไปสู่จุดหมายปลายทางก็ถือว่าเป็นผู้นำทั้งนี้รวมถึงผู้นำที่นำกลุ่มออกนอกลู่นอกทางด้วย

         (3) ผู้นำหมายถึงบุคคลซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่คัดเลือกหรือยกให้เขาเป็นผู้นำของกลุ่มซึ่งเป็นไปโดยอาศัยลักษณะทางสังคมมิติของบุคคลเป็นฐาน และสามารถแสดงพฤติกรรมของผู้นำได้

        (4) ผู้นำหมายถึงบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะบางอย่างคือสามารถสอดแทรกอิทธิพลบางประการอันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มได้มากที่สุด

         (5) ผู้นำ หมายถึง บุคคลผู้ซึ่งสามารถนำกลุ่มไปในทางที่ต้องการ เป็นบุคคลที่มีส่วนร่วมและเกี่ยวข้องโดยตรงต่อการแสดงบทบาทหรือพฤติกรรมความเป็นผู้นำ

รศ. ดร. วิโรจน์ สารรัตนะ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น อธิบายถึง ภาวะผู้นำว่า เป็นกระบวนการที่ผู้บริหารจะให้มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของ ผู้อื่น มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุจุดหมายขององค์การ จากนิยามดังกล่าว มีคำถามว่าผู้บริหารจะทำให้ตนมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคนอื่นได้อย่างไร คำตอบก็คือ อำนาจ (power) (Bartol & others 1998) อำนาจนี้มีที่มาจากหลายแหล่งด้วยกัน แต่โดยทั่วไปมีมาจาก 6 แหล่งที่สำคัญดังนี้ คือ (French & Raven 1959 อ้างใน Bartol & others)

          ปีเตอร์  เอฟ  ดรักเกอร์  (Peter  F.  Drucker)  กล่าวว่า  ในสหัสวรรษใหม่เป็นห้วงเวลาที่หลักการบริหารธุรกิจแบบเดิม  ๆ  ที่เรายึดถือกันมากำลังถูกท้าทาย  อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีความเจริญอย่างรวดเร็วและคนที่เข้าใจความหมายของการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นจึงจะอยู่รอด  และเจริญภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  และเราต้องทราบว่าข้อสมมติฐานเก่าข้อใดที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป  ในศตวรรษที่  21  นี้  ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงโดยสร้างความเข้าใจว่าต้องทำอย่างไรบ้าง  เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบที่สามารถควบคุมและจัดการได้  โดยเฉพาะคนที่อยู่ในองค์การที่มีทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่

 การเป็นผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง  (Evolutionary  Leadership)   ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง  คือ  การผสมผสานระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม  การส่งเสริมความรวดเร็วและความยืดหยุ่นเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงต่าง  ๆ  ที่จะเกิดในระบบเศรษฐกิจแบบใหม่

          การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องกล้าหาญที่จะทิ้งรูปแบบการค้าเก่า  ๆ  ท้าทายความเชื่อและสมมติฐานเดิม  ๆ  ยกเลิกระบบที่ทำกันมานานเป็นการเรียนรู้จากระบบเก่าเพื่อนำไปสู่แนวทางใหม่  เพื่อความอยู่รอดในอนาคต  สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงหาใช่เป็นการเชื่อมต่อสื่อสารทางเทคโนโลยี  แต่เป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างคนกับคน  และการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงยังหมายถึงการค้นหาแนวทางใหม่ในการเป็นผู้นำ  กล่าวคือ  แนวทางต่าง  ๆ  ในการกระตุ้นพนักงานที่เราแทบไม่ได้พบกันทุกวัน   แนวทางใหม่  ๆ  การถ่ายทอดวิสัยทัศน์  การสร้างวัฒนธรรมการทำงานใหม่  ๆ  และแนวทางใหม่  ๆ  ที่จะคำนึงว่าบริษัทคืออะไร  หรือควรให้บริษัทมีลักษณะอย่างไร

           เดฟ  ทอลไมส์  นักการตลาดด้านอีเมล์  และเคยดำรงตำแหน่ง  ซีอีโอ  ของ  Yesmail.com  มาก่อน  กล่าวว่า  ความสำเร็จของบริษัทมาจากความสามารถของพนักงานทุกคนในบริษัทรวมกัน  ทุกบริษัทควรมีสภาพที่เป็นกันเอง  เพื่อให้พนักงานทุกคนได้แสดงความสามารถให้เห็น

2.  คุณลักษณะของการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

        ในอดีตผู้นำธุรกิจปฏิบัติตนเสมือนเป็นผู้บังคับบัญชาทหารหรือกองทัพที่ออกคำสั่งแล้วผู้ใต้บังคับบัญชาต้องทำตามคำสั่ง  แต่คุณลักษณะของผู้บริหารหรือผู้นำในยุคปัจจุบัน  จะแตกต่างจากยุคก่อน  คือ

         1.ความซื่อสัตย์  เป็นคุณลักษณะอันดับแรกที่เด่นที่สุด  ความจริงใจ  ตรงไปตรงมาเพื่อสร้างความไว้วางใจ  ต้องยอมรับว่าไม่รู้  เมื่อไม่รู้เพราะความเป็นจริงแล้วไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง  ถ้าผิดต้องขอโทษ  แล้วทุกคนจะลืมพร้อมกับการสร้างความมั่นใจ  และยึดมั่นในความซื่อสัตย์ในหมู่คณะอีกด้วย

         2.ความฉับไว  การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงควรแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนกับบรรยากาศการทำงานที่สร้างขึ้นมา  ต้องเป็นผู้ที่ยืดหยุ่นพร้อมรับฟังพนักงานทั้งหลาย

        3.การเตรียมพร้อม  แม้ว่าการเป็นผู้นำแห่งยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างบรรยากาศการทำงานขึ้นมาใหม่  แต่ยังไม่เพียงพอเพราะความสำเร็จขั้นต่อไปคือ  การเตรียมการให้ทุกคนพร้อมอยู่ตลอดเวลา

       4.ความตั้งใจเรียนรู้ใหม่  สิ่งที่เรารู้มิใช่ที่สุดอีกต่อไป  เรายังต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ยังต้องการความรู้ข้อมูลใหม่ ๆ  เพื่อไปเข้าถึงจุดสุดยอดแห่งการเป็นผู้นำยุคการเปลี่ยนแปลง โดยยอมละทิ้งเครื่องมือวิธีเก่า ๆ ในอดีตออกไปเสีย

       5.นิสัยชอบผจญภัย  การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีความสามารถที่จะอยู่รอดในโลกของความเร่งรีบฉับไวและสนุกไปกับมัน  ต้องตัดสินใจรวดเร็ว  ฉับไว  จากข้อมูลที่มีอยู่  โดยพนักงานทั้งหลายต้องมีส่วนร่วมในเหตุการณ์นั้น  ๆ  ด้วย

      6.วิสัยทัศน์  ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ทั่วไปในประวัติศาสตร์ต้องมองให้เห็นเหตุการณ์ในอนาคต  และยังสามารถแบ่งปันให้กับเพื่อนร่วมงานได้

      7.การเห็นประโยชน์ต่อผู้อื่นเป็นที่ตั้ง   การเป็นผู้นำในยุคก้าวหน้านี้พร้อมจะแบ่งปันแรงปรารถนาอันแรงกล้าที่จะทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น

 3.  ทฤษฎีภาวะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership Theory)

จากสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีการแข่งขันเพื่อชิงความเป็นเลิศ ดังนั้น วิธีที่จะทำให้ผู้บริหารประสบความสำเร็จสูงสุด คือ ผู้บริหารต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง เบิร์นส์ (Burns) เสนอความเห็นว่า การแสดงความเป็นผู้นำยังเป็นปัญหาอยู่จนทุกวันนี้ เพราะบุคคลไม่มีความรู้เพียงพอในเรื่องกระบวนการของความเป็นผู้นำ เบิร์นส์ อธิบายความเข้าใจในธรรมชาติของความเป็นผู้นำว่าตั้งอยู่บนพื้นฐานของความแตกต่างระหว่างความเป็นผู้นำกับอำนาจที่มีส่วนสัมพันธ์กับผู้นำและผู้ตาม อำนาจจะเกิดขึ้นเมื่อผู้นำจัดการบริหารทรัพยากร โดยเข้าไปมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้ตามเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตนหวังไว้ ความเป็นผู้นำจะเกิดขึ้นเมื่อการบริหารจัดการทำให้เกิดแรงจูงใจ และนำมาซึ่งความพึงพอใจต่อผู้ตาม ความเป็นผู้นำถือว่าเป็นรูปแบบพิเศษของการใช้อำนาจ (Special form of power)

เบิร์นส์ สรุปลักษณะผู้นำเป็น 3 แบบ ได้แก่

1.     ผู้นำการแลกเปลี่ยน (Transactional Leadership) ผู้นำที่ติดต่อกับผู้ตามโดยการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน และสิ่งแลกเปลี่ยนนั้นต่อมากลายเป็นประโยชน์ร่วมกันลักษณะนี้พบได้ในองค์กรทั่วไป เช่น ทำงานดีก็ได้เลื่อนขั้น ทำงานก็จะได้ค่าจ้างแรงงาน และในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรมีข้อแลกเปลี่ยนกับชุมชน เช่น ถ้าตนได้รับการเลือกตั้งจะสร้างถนนให้ เป็นต้น

2.     ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) ผู้นำที่ตระหนักถึงความต้องการของผู้ตาม พยายามให้ผู้ตามได้รับการตอบสนองสูงกว่าความต้องการของผู้ตาม เน้นการพัฒนาผู้ตาม กระตุ้นและยกย่องซึ่งกันและกันจนเปลี่ยนผู้ตามเป็นผู้นำและมีการเปลี่ยนต่อๆกันไป เรียกว่า Domino effect ต่อไปผู้นำการเปลี่ยนแปลงก็จะเปลี่ยนเป็นผู้นำจริยธรรม ตัวอย่างผู้นำลักษณะนี้ ได้แก่ ผู้นำชุมชน

3.     ผู้นำจริยธรรม (Moral Leadership)ผู้นำที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ตาม ซึ่งผู้นำจะมีความสัมพันธ์กับผู้ตามในด้านความต้องการ (Needs) ความปรารถนา (Aspirations) ค่านิยม (Values) และควรยึดจริยธรรมสูงสุด คือ ความเป็นธรรมและความยุติธรรมในสังคม ผู้นำลักษณะนี้มุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ตอบสนองความต้องการ และความจำเป็นอย่างแท้จริงของผู้ตาม ตัวอย่างผู้นำจริยธรรมที่สำคัญ คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ท่านทรงเป็นนักวางแผนและมองการณ์ไกล นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง เช่น โครงการอีสานเขียว โครงการน้ำพระทัยจากในหลวง โครงการแก้มลิง เป็นต้น

 4.  งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

                จากการศึกษาของกมลวรรณ  ชัยวานิช  (2536)  ในเรื่องปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารที่สัมพันธ์กับประสิทธิผลของโรงเรียนเอกชน  ผลการศึกษาพบว่า  ทฤษฎีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงสามารถทำนายประสิทธิผลของโรงเรียนเอกชนในโรงเรียนที่ผู้บริหารเป็นครูใหญ่  และได้รับอนุญาตได้  74.33%  โดยทำนายประสิทธิผลได้มากกว่าการดำรงตำแหน่งบริหารแบบอื่น  ๆ  และสามารถทำนายประสิทธิผลของโรงเรียนเอกชนในโรงเรียนที่ครูมีความสามัคคีสูงมากกว่าที่มีความสามัคคีต่ำซึ่งสอดคล้องกับประเสริฐ  สมพงษ์ธรรม  (2538)  ที่ศึกษาเรื่อง  การวิเคราะห์ภาวะผู้นำของศึกษาธิการจังหวัดที่สัมพันธ์กับประสิทธิผลขององค์การสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด  พบว่า  ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงสามารถช่วยเสริมประสิทธิผลองค์การเพิ่มจากภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  และตัวทำนายประสิทธิผลองค์การโดยรวมที่ดี  ได้แก่  ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  และภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน  โดยภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  และภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนด้านการให้รางวัลอย่างเหมาะสม มีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอยเป็นบวก

        บัณฑิต  แท่นพิทักษ์  (2540)  ศึกษาเรื่อง  ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำ  อำนาจความศรัทธาและความพึงพอใจในงานของโรงเรียนมัธยมศึกษา  ผลการศึกษาพบว่า  ภาวะผู้นำของผู้บริหารและความพึงพอใจในงานของครู  มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและภาวะผู้นำของผู้บริหาร  การใช้อำนาจของผู้บริหาร  ความศรัทธาของครูและชีวสังคมของครู  สามารถร่วมกันทำนายความพึงพอใจ  ในงานของครูได้ร้อยละ  37.65  เช่นเดียวกับผลการศึกษาของอัญชลี  มากบุญส่ง  (2540)  ที่ศึกษาเรื่อง  ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของหัวหน้างานกลุ่มพยาบาลกับประสิทธิผลของกลุ่มงานพยาบาลตามการรับรู้ของหัวหน้าของหอผู้ป่วย  โรงพยาบาลศูนย์   โรงพยาบาลทั่วไป    สังกัดกระทรวงสาธารณสุข  ผลการศึกษาพบว่า  ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของหัวหน้างานการพยาบาลมีความสัมพันธ์ทางบวกกับประสิทธิผลของกลุ่มงานพยาบาลทุกด้าน  รวมทั้งผลการศึกษาของ  โครงการเสือดำ  (2545  อ้างถึงใน  รัตติกรณ์  จงวิศาล  ม.ป.ป.  :  8)   ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคลิกภาพ  ภาวะผู้นำกับผลการปฏิบัติงานของหัวหน้างานระดับต้น  ศึกษาเฉพาะกรณี  บริษัทไทย เอเชีย  พี  อี  ไพพ์  จำกัด  ซึ่งผลการศึกษาพบว่า    ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  มีความสัมพันธ์กับผลการปฏิบัติงานในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  เมื่อใช้ผลการปฏิบัติงานหัวของหัวหน้างานระดับต้น  พบว่า  ตัวแปรอิสระ  ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  สามารถพยากรณ์ด้วยตัวแปรตามได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

                นอกจากนี้ผลการศึกษาของสุภาพร  รอดถนอม  (2542  อ้างถึงในรัตติกรณ์  จงวิศาล,  ม.ป.ป:  6 )  

       ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลกับประสิทธิผลขององค์การกับการรับรู้ของอาจารย์พยาบาลวิทยาลัยพยาบาล  สังกัดกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งผลการศึกษาพบว่า  1)  ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง  มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูงกับประสิทธิผลองค์การ  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  (r=720)   2)  การบริหารแบบมีส่วนร่วมมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลาง  กับประสิทธิผลองค์การอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  (r=691)   3)  กลุ่มตัวแปรที่สามารถร่วมกันพยากรณ์ประสิทธิผลองค์การได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  คือ  การกระตุ้นปัญญา  การกระจายอำนาจและการใช้อำนาจในการตัดสินใจ  และการสร้างวิสัยทัศน์  การถ่ายทอดวิสัยทัศน์และการปลูกฝังค่านิยม  ซึ่งสามารถร่วมกันพยากรณ์ได้ร้อยละ  56.5

 

ภาวะผู้นำกับทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง

โดย  นางนงเยาว์   คำตา


 



Ċ
พิสิฐชัย กาญจนามัย,
3 พ.ค. 2555 03:55
Ċ
พิสิฐชัย กาญจนามัย,
3 พ.ค. 2555 03:55
Comments