เรื่องที่ 1 ประวัติเมืองกาฬสินธุ์

ประวัติเมืองกาฬสินธุ์

 สมัยกรุงธนบุรีประมาณ พ.ศ. 2310 พระเจ้าองค์เวียนดาแห่ง นครเวียงจันทน์ได้สิ้น พระชนม์ โอรสท้าวเพี้ยเมืองแสนได้ยกกองทัพเข้ายึดเมืองเวียงจันทน์และได้ สถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินสืบแทน ทรงพระนามว่า " พระเจ้าศิริบุญสาร"
พ.ศ. 2330 ท้าวโสมพะมิตรและอุปราชเมืองแสนฆ้องโปง เมืองแสนหน้าง้ำเกิดขัดใจ กับพระเจ้าศิริบุญสาร จึงรวบรวมผู้คนอพยพจากดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงข้าม มา ตั้งบ้านเรือนบริเวณลุ่มน้ำก่ำแถบบ้านพรรณา(ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดสกลนคร ) ต่อมาท้าวศิริบุญสารได้ยกกองทัพติดตามมา ท้าวโสมพะมิตรจึงอพยพต่อไปโดยแยกเป็น 2 สาย คือ
          สายที่ 1 มีเมืองแสนหน้าง้ำเป็นหัวหน้า อพยพไปทางทิศตะวันออกสมทบกับพระวอ หลบหนีไปจนถึงนครจำปาศักดิ์ ขอพึ่งบารมีของพระเจ้าหลวงแห่งนครจำปาศักดิ์ และตั้งบ้านเรือน ณ ดอนค้อนกอง ต่อมาเรียกว่า"ค่ายบ้านดู่ บ้านแก" ในปี พ.ศ. 2321 พระเจ้าศิริบุญสารให้เพี้ยสรรคสุโภยยกกองทัพมาปราบ พระวอตายในสนามรบ ผู้คน ที่เหลือจึงอพยพไปอยู่ในเกาะกลางลำแม่น้ำมูล ชื่อว่า "ดอนมดแดง" ( ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดอุบลฯ)
          สายที่ 2 มีท้าวโสมพะมิตร เป็นหัวหน้า ได้อพยพข้ามสันเขาภูพานลงมาทางใต้และตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านกลางหมื่น ต่อมาท้าวโสมพะมิตรได้ส่งท้าวตรัยและคณะออกเสาะหาชัยภูมิที่จะสร้างเมือง ใหม่ ใช้เวลาประมาณปีเศษ จึงพบทำเลที่เหมาะสมคือ บริเวณลำน้ำปาวและเห็นว่าแก่งสำโรงชายสงเปลือยมีดินน้ำอุดมสมบูรณ์ จึงอพยพ ผู้คนมาตั้งบ้านเรือน และได้จัดตั้งศาลเจ้าพ่อ หลักเมือง
          พ.ศ. 2336 ท้าวโสมพะมิตรได้นำเครื่องบรรณาการคือกาน้ำ สัมฤทธิ์ เข้าสวามิภักดิ์ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี และขอตั้งบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมือง ได้รับพระราชทานนามว่า " กาฬสินธุ์" และได้แต่งตั้งท้าวโสมพะมิตรเป็น " พระยาชัยสุนทร"
          พ.ศ. 2437 สมัยพระยาชัยสุนทร(ท้าวเก) ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองเป็นแบบเทศาภิบาล มี มณฑล จังหวัด อำเภอ ตำบล และให้เมืองกาฬสินธุ์ "เป็นอำเภออุทัยกาฬสินธุ์" ขึ้นกับจังหวัดร้อยเอ็ด
          วันที่ 1 สิงหาคม 2456 ได้ยกฐานะอำเภออุทัยกาฬสินธุ์ เป็น " จังหวัดกาฬสินธุ์" ให้มีอำนาจปกครอง อำเภออุทัยกาฬสินธุ์ อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอกมลาไสย และอำเภอยางตลาด โดยให้ขึ้นต่อมณฑลร้อยเอ็ด
          วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2474 จังหวัดกาฬสินธุ์ ถูกยุบเป็นอำเภอ ขึ้นกับจังหวัดมหาสารคาม
          วันที่ 1 ตุลาคม 2490 ได้ยกฐานะเป็น " จังหวัดกาฬสินธุ์" จนถึงปัจจุบัน

 

ตราประจำจังหวัด

           รูปบึงใหญ่ ตฤณชาติ และเมฆพยับฝน หมายถึง สัญลักษณ์ของความชุ่มชื้น และอุดมสมบูรณ์ของภูมิภาคนี้ ทิวเขาตรงสุดขอบฟ้าคือแนวกั้นเขตแดนกับจังหวัดใกล้เคียงน้ำในบึงที่มีสีดำ เพื่อให้ตรงกับชื่อของจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งเป็นเมืองใน พ.ศ. 2336 เพราะมีชาวเมืองเวียงจันทน์อพยพมาตั้งบ้าน เรือนอยู่มากที่บ้านสงเปลือยทางฝั่ง ตะวันออกของริมแม่น้ำปาว ซึ่งสีน้ำในขณะนั้นขุ่นข้น จังหวัดกาฬสินธุ์แยกออกมาจากจังหวัดมหาสารคาม ใน พ.ศ. 2490

คำขวัญประจำจังหวัด 

เมืองฟ้าแดดสงยาง โปงลางเลิศล้ำ วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา ผาเสวยภูพาน มหาธารลำปาว ไดโนเสาร์ สัตว์โลกล้านปี

สถานที่สำคัญในจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ควรกราบไหว

       

 

            

           

    

จากภาพที่เห็นด้านบน จะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ที่คนกาฬสินธุ์ หรือผู้ที่ผ่านมาต้องแวะกราบไหว้ ภาพทั้งหมดเป็นภาพตาก 3 สถานที่ซึ่งทั้ง 3 สถานที่อยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ และอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ภาพแรกเป็นภาพอณุสาวรีย์พระยาไชยสุนทร ผู้ก่อตั้งเมืองกาฬสินธุ์ในอดีต และบริเวณด้านข้างกันกับอนุสาวรีย์นั้นหากท่านได้ยื่นอยู่ในบริเวณนั้นก็จะ มองเห็นหอเจ้าบ้าน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิที่ควรค่าแก่การกราบไหว้ และอีกสถานที่สุดท้ายทางทิสตะวันตกเดินตามถนน จากอณุสาวรีย์ประมาณ 300 เมตร จะพบศาลหลักเมืองอยู่ทางขวามือ ด้านจะเป็นเสาหลักเมืองที่บูรณะใหม่ และมีใบเสมาที่อยู่ด้านใน ถ้าใครเดินทางผ่านมาจังหวัดกาฬสินธุ์ก็เชิญแวะกราบไหว้ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว และคุ้มครองท่านในการเดินทาง

            อ้างอิง  http://www.kalasinlink.com/history.html
Comments