曹操 เฉาเชา

曹操 เฉาเชา article


                            

                                                      เฉาเชา(曹操)

         เฉาเชา(曹操ที่คนไทยทั่วไปรู้จักกันในนามโจโฉ เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก ที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก

เฉาเชาเป็นนักการเมืองการปกครอง(政治家) นักการทหาร(军事家)และนักวรรณคดี(文学家)ที่ดีเด่นในปลายสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก(东汉未年) 

          เฉาเชา (ปีค.ศ.155-220) สมญานามเมิ่งเต๋อ(孟德เป็นคนมณฑลอันฮุย(安徽)โดยกำเนิด ปลายสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เฉาเชาได้จัดตั้งกองทัพที่มีกำลังแข็งแกร่งกองหนึ่งในระหว่างกระบวนการปราบปรามการก่อกบฏของชาวนา(农民起义)     

          ในฐานะที่เป็นนักการทหาร เขาชอบศึกษาหนังสือวิชาการทหาร และคิดว่าการศึกสงครามต้องใช้วิธีศึกประยุกต์เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ในสงครามกวันตู้(官渡เฉาเชาได้วิเคราะห์สถานการณ์ของทั้งสองฝ่าย และใช้กองทัพเพียง 2 หมื่นคนชนะแม่ทัพหยวนเส้าที่มีกำลังทหาร 1 แสนคนได้ จึงได้ขยายกำลังกองทหารของตน เฉาเชายังได้ดำเนินนโยบายที่ให้ทหารทำไร่ไถนาในยามไม่ทำสงคราม เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเสบียงทหาร ทั้งยังได้ฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจในสังคมภาคเหนือของจีนด้วยวิธีดังกล่าวด้วย

          ในด้านการเมือง เฉาเชาได้สังเกตว่า การพัฒนาของผู้ครองที่ดินที่เรืองอำนาจเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะแตกแยกในปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ฉะนั้น เขาจึงให้ความสำคัญแก่การควบคุมอำนาจของผู้ครองที่ดินที่เรืองอำนาจ เขาเคยวางท่อนไม้ขนาดใหญ่หน้าประตูสำนักงาน โดยใช้ในการลงโทษผู้มีอำนาจที่ข่มเหงผู้อ่อนแอ ทั้งยังได้แต่งตั้งคนที่กล้าต่อสู้กับผู้เรืองอำนาจให้เป็นขุนนาง การกระทำเหล่านี้ได้เป็นประโยชน์ต่อการปกครองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น

          ในด้านการแต่งตั้งบุคลากร เฉาเชาดำเนินนโยบายที่ใช้บุคลากรตามความรู้ความสามารถ ไม่ว่าฐานะสูงต่ำ ขอเพียงแค่มีความรู้ความสามารถ ก็แต่งตั้งให้เป็นขุนนางจึงมีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถได้รับตำแหน่งสำคัญมากมาย บุคคลเหล่านี้ได้ช่วยเฉาเชารวมภาคเหนือของจีนเข้าไว้ด้วยกัน

                                   汉献帝刘协

                                               พระเจ้าฮั่นเซี่ยนตี้(汉献帝)

          ด้วยจุดได้เปรียบเหล่านี้ พร้อมทั้งที่เขาได้ควบคุมพระเจ้าฮั่นเซี่ยนตี้(汉献帝)อยู่ในมือของตน ฉะนั้น หลังจากสงครามกวันตู้เมื่อปี ค.ศ.200 เฉาเชาได้ปราบอำนาจขุนศึกต่าง ๆ ในภาคเหนือไปตามลำดับ สถานการณ์การแตกแยกของภาคเหนือจึงได้สิ้นสุดลง ซึ่งไม่เพียงแต่ได้เป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาคกลาง อีกทั้งได้สร้างพื้นฐานในการรวมจีนให้เป็นหนึ่งของราชวงศ์จิ้นตะวันตก(西晋)อีกด้วย

                                       许劭

                                                        สวี่เส้า(许劭)

          สวี่เส้า(许劭บัณฑิตที่มีชื่อในสมัยนั้นคนหนึ่ง เคยวิจารณ์เฉาเชาว่า เป็นอำมาตย์ผู้มีความสามารถในการบริหารประเทศในยามสงบและเป็นวีรบุรุษร้ายกาจในยามสงคราม ในงิ้วจีน เฉาเชามักจะปรากฏด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นกังฉิน(ขุนนางผู้ร้าย) เฉาเชาเคยกล่าวว่า “ท่ามกลางสมัยอันยุ่งยากนี้ ต่อให้ไม่มีข้าพเจ้า ก็มีคนอื่นมากมายอยากเป็นกษัตริย์”

          เฉาเชายังให้ความสำคัญแก่วัฒนธรรมอีกด้วย เขาเองเป็นกวีด้วย เคยแต่งกวีนิพนธ์จำนวนไม่น้อย เช่นกลอนเรื่อง เฮาหลี่สิง(蒿里行) กวนชางไห่(观沧海) ต่วนเกอสิง(短歌行) กวยซุยโซ่ว(龟虽寿ฯลฯ บุตรชายของเขาสองคนนามเฉาพี(曹丕) เฉาจื๋อ(曹植ก็เป็นนักวรรณคดีที่มีชื่อเสียงเช่นกัน

                   曹植纪念馆

                                เฉาพี(曹丕)                                    เฉาจื๋อ(曹植)

                                           

                                                          ฮว่าถัว(华佗)

         ในบั้นปลายชีวิตเฉาเชาป่วยเป็นโรคประสาท มักปวดหัวเป็นประจำ ต่อมาฮว่าถัว(华佗ได้ทำการรักษาอาการของเฉาเชาด้วยการเสนอให้ผ่าศีรษะ เฉาเชากลับคิดว่าฮว่าถัวจะฆ่าตนจึงสั่งประหาร และเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 66 ปี ภายหลังจากเฉาเชาเสียชีวิต เฉาพีบุตรชายคนรองได้ถอดพระเจ้าฮั่นเซี่ยนตี้ออกจากตำแหน่งและสถาปนาตนเองเป็นพระเจ้าเฉาพีแห่งเว่ย () รวมทั้งยกย่องเฉาเชาขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์แรงแห่งราชวงศ์เว่ย

 

อ้างอิงจาก

·        หนังสือ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ประเทศจีน (中国历史常识)” – The Overseas Chinese Affairs Office of the State Council / The Office of Chinese Language Council International. – สำนักพิมพ์สุขภาพใจ

Comments