เศรษกิจพอเพียง

 
 
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๕ – ๒๕๔๙) ได้อัญเชิญปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาประเทศ โดยยึดหลักทางสายกลางและความไม่ประมาท คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนการใช้ความรู้ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และมีคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจและการกระทำ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับนำหลักปรัชญาฯ ไปเป็นพื้นฐานและแนวทางในการดำเนินชีวิตในด้านต่างๆ อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน ประชาชนอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข สังคมมีความเข้มแข็ง และประเทศชาติมั่นคงอย่างไรก็ดี เนื่องจากในปัจจุบัน ยังมีความเข้าใจที่ไม่ชัดเจนและมีการตีความที่หลากหลายเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงเสนอให้ริเริ่มการสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสานต่อ ความคิดและเชื่อมต่อการขยายผล แนวทางการนำเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ที่มีอยู่อย่างหลากหลายในปัจจุบัน รวมทั้งเพื่อจุดประกายให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่การนำหลักปรัชญาฯไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติในทุกภาคส่วนของสังคมอย่างจริงจัง

บทนำ

        ในปัจจุบันการดำเนินชีวิตของคนไทยกำลังประสบกับปัญหาใหญ่ คือ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เช่น ราคาสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภค บริโภค รวมถึงราคาน้ำมันสูงขึ้นมาก ทำให้รายรับที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับรายจ่าย และการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟื่อย ไม่มีการวางแผน จึงเกิดปัญหาหนี้สินตามมา หากแต่เราได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าใจ และนำมาปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง ปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นก็จะไม่เกิดขึ้น และการดำเนินชีวิตประจำวันก็จะเป็นไปอย่างมีความสุข

 ปรัชญาและแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

        ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ยึดหลักทางสายกลาง ก่อให้เกิดความสมดุลในการดำเนินชีวิตประจำวันในสังคม ไม่ใช่เพียงแค่การประหยัด แต่ยังชี้แนะแนวทางการใช้ชีวิตในทางที่ควรจะเป็น โดยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
        ความพอเพียง ประกอบด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว อยู่บนเงื่อนไขความรู้ และเงื่อนไขคุณธรรม หรือที่เรียกว่า 3ห่วงและ2เงื่อนไข ซึ่ง
    3 ห่วง ได้แก่
        ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป ตามหลักทางสายกลาง
        ความมีเหตุผล หมายถึง ความมีเหตุผลที่จะตัดสินใจระดับของความพอดี
        การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง มีความพร้อมที่จะรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ โดยพิจารณาถึงเหตุการณ์ที่จะสามารถเกิดขึ้นได้
    และ 2 เงื่อนไข ได้แก่
        เงื่อนไขความรู้ หมายถึง ความรู้ด้านต่างๆที่ควรมี และนำมาประยุกต์ใช้กับหลักการเศรษฐกิจพอเพียง
        เงื่อนไขคุณธรรม หมายถึง การดำเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรม เช่น มีความซื่อสัตย์สุจริต อดทนและเพียรพยายาม

การปฏิบัติตนในชีวิตประจำวัน

- ใช้เงินไม่เกินตัว ให้พอดีกับรายได้ที่มี
- รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น แบ่งปันสิ่งของให้ผู้อื่นบ้าง
- มีความขยันหมั่นเพียร อดทน ซื่อสัตย์ สุจริต ไม่คดโกงใคร
- สามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่ไปกู้หนี้ยืมสินใคร
- พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
- ไม่ควรประหยัดเกินไป ควรใช้ให้พอดี

การประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ

        ด้านเกษตร
- ปลูกพืชสวนครัวไว้ที่บ้าน เพื่อใช้ทำอาหาร หรือนำไปขายก็ได้
- ไม่ควรปลูกพืชอยู่ชนิดเดียว ควรปลูกไว้หลาย ๆ ชนิด
- ทำให้บ้านดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมีต่างๆ เช่น ใช้จุลินทรีย์ผสมน้ำถูพื้นบ้าน แทนใช้น้ำยาเคมี
        ด้านเศรษฐกิจ
- ลดการใช้น้ำมันโดยการมาใช้รถโดยสารประจำทาง หรือหันมาใช้รถจักรยาน
- ให้เปิดเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส หรือหันมาใช้พัดลมแล้วเปิดหน้าต่างแทนจะช่วยประหยัดค่าไฟได้มาก

ผลที่เกิดจากการปฎิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

ด้านเศรษฐกิจ

1. ประชาชนสามารถทำมาหากิน พึ่งพาตัวเองได้
2. การไม่ยึดติดกับเทคโนโลยีหรือกระแสภายนอกมากเกินไป แต่อาศัยภูมิปัญญาและทรัพยากรภายในชาติ ทำให้มีรากฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคง
3. เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็ว

ด้านสังคม

1. มีการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชุนชน
2. เกิดความร่วมมือในชุมชน
3. ชุนชนเข้มแข็ง เพราะไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดไปทำงานที่อื่น
4. การประกอบอาชีพด้วยความสุจริตทำให้สังคมสงบสุข

ด้านสิ่งแวดล้อม

1. รักษาสมดุลของระบบนิเวศ
2. ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม
3. มีการจัดสรรทรัพยากรที่ดี

ทัศนคติ

        ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นทฤษฎีที่มีผู้เห็นด้วยสนับสนุนว่า เป็นทฤษฎีที่ดี สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ สามารถใช้กับคนได้กับคนในทุกระดับ ทุกอาชีพ ทำให้ประชาชนอยู่อย่างเป็นสุขเนื่องจากการมีรายได้ที่พอมีพอใช้ และไม่มุ่งแสวงหาทรัพย์สินจนเกินพอดี สร้างภูมิคุ้มกันในการใช้จ่าย สร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้แก่สังคมและเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรอย่างพอประมาณ สามารถแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
        อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีนี้ก็ยังมีข้อโต้แย้งในด้านต่างๆ จากบุคคลในหลายสาขาอาชีพ ว่าไม่สามารถใช้ได้ในทุกระดับนั่นคือ ไม่สามารถใช้กับบุคคลที่มีหนี้สินหรือคนจนที่มีภาระในการใช้จ่ายเกินจากทรัพย์สินที่มีอยู่ ในทางวิชาการมีข้อคิดเห็นว่า ทฤษฎีนี้มีความหมายที่คลุมเครือไม่แน่นอนชัดเจน จนเกิดการตีความไปในแนวทางต่างๆได้โดยง่าย ตามแต่ละบุคคล ซึ่งอาจนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนได้ และมีผู้กล่าวว่า ทฤษฎีนี้ไม่สามารถใช้ได้ตามลำพัง จะต้องใช้ร่วมกับทฤษฎีอื่นด้วย และไม่มีหลักการหรือทฤษฎีที่รองรับอย่างแน่ชัด ยังไม่ได้รับการยอมรับจากในหลายประเทศ

บทสรุป

จากเนื้อหาและบทนำที่กล่าวมาขอสรุปเป็นข้อ ๆ ดังนี้

        1.เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบันของคนในทุกระดับ ทุกฐานะ ไม่ว่าจะเป็นคนจน หรือคนรวยที่ต้องประสบกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถทำให้คนที่ปฏิบัติตามสามารถอยู่รอดได้ในสังคมปัจจุบัน
        2.ในการปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ควรทำตามกระแส แต่ควรทำจากความตั้งใจจริง เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
        3.ในการปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ควรมีเป้าหมายที่แน่นอนในการปฏิบัติ เช่น ควบคุมรายรับที่ได้มาให้พอดีกับรายจ่ายที่ใช้ไป

Comments