ที่มาโครงการ

 
      มีคนเป็นจำนวนมากที่เข้ามาประกอบอาชีพ "เสริมสวย" เพราะเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ได้ดี  อีกทั้งยังเป็นธุรกิจเงินสดที่ช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีเงินสดหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา หากมีความเชี่ยวชาญด้านการตลาด หรือรู้จักการบริหารเงินที่ดี จะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจ เสริมสวย พัฒนาและเติบโตสร้างรายได้ได้กำไรดี ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายคนสนใจและเข้ามาทำอาชีพ เสริมสวย แต่ส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาและต้องเลิกกิจการไปก่อนเวลาอันควร การลงทุนในร้านเสริมสวยนั้นมีสิ่งที่ต้องลงทุนมากที่สุดก็คือ การตกแต่งร้าน ร้านเสริมสวยที่จะดึงดูดลูกค้าได้ร้านต้องดูน่าสนใจ ถึงจะทำให้มีโอกาสที่ลูกค้าจะเข้ามาร้านและรู้ถึงฝีมือของช่าง บริการที่เราจะทำให้ หากฝีมือดี บริการดี ลูกค้าก็จะไม่หนีไปไหน นั่นจะกลายเป็นความมั่นคงทางธุรกิจของร้านนั่นเอง
 
 

 

 

ก่อนเปิดร้าน

ต้องเข้าถึงนิยามธุรกิจ

 ธุรกิจเสริมสวย(ตัดผม)เป็นการให้บริการตัดผมทั้งบุรุษและสตรีครอบคลุมถึงการออกแบบทรงผม ตัดผม สระผม ซอยผม ย้อมผม
 และการเสริมสวยอื่นๆ โดยเน้นการตกแต่งร้านเข้ากับสมัยนิยม

จำนวนธุรกิจ

ปัจจุบัน มีจำนวนประมาณ 200,000 แห่งในจำนวนนี้มีไม่ถึง 10 %ที่มีการแจ้งขออนุญาตประกอบกิจการและการจดทะเบียน
พาณิชย์/ทะเบียนนิติบุคคล จากข้อมูลของสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าซึ่ง ปี 2546 พบว่ามีร้านเสริมสวยที่จด
ทะเบียนเพียง 479 แห่ง

ขนาดธุรกิจ

แบ่งออกเป็น 3 ขนาด คือ

 ธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจรายย่อย ซึ่งมีเก้าอี้ทำผมไม่เกิน 4 เก้าอี้ มีจำนวนร้อยละ 60
 
 ธุรกิจขนาดกลางหรือSMEs ซึ่งมีเก้าอี้ทำผมตั้งแต่ 4 – 10 เก้าอี้   มีจำนวนร้อยละ 30
 
 ธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งมีเก้าอี้ทำผมตั้งแต่ 11 เก้าอี้ขึ้นไป มีจำนวนร้อยละ 10

มูลค่าตลาดภายในประเทศ

 จากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติและการประมาณการพบว่าธุรกิจเสริมสวยในปี 2545 และ 2546 มีมูลค่าตลาดภายใน
 ประเทศถึง 5,051 และ 5,070 ล้านบาทตามลำดับ

รายละเอียดการลงทุน
       
ค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทุนเริ่มต้นจะแตกต่างกันตามขนาดและลักษณะของกิจการจากข้อมูลเฉลี่ยของการสำรวจการลงทุนเริ่มต้นของผู้
ธุรกิจ จำแนกเป็น

 - ตกแต่งอาคาร เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้สำนักงาน อัตราส่วนร้อยละ 45

 - เครื่องมือและอุปกรณ์ในร้านตัดผม อัตราส่วนร้อยละ 17 ประกอบด้วย เครื่องอบไอน้ำ เครื่องอบผมไดร์เป่าผม กรรไกรตัดผม ปัตตา
 เลี่ยน เป็นต้น

 - เงินทุนหมุนเวียน อัตราส่วนร้อยละ 38 ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการ

 - ซื้อวัสดุสำหรับบริการลูกค้า เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำประปา ไฟฟ้า เป็นต้น

อัตราผลตอบแทนทางการเงิน
     
ขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการ ทำเลที่ตั้ง และความสามารถในการบริหารธุรกิจ ข้อมูล

เฉลี่ยจากการสำรวจ ผู้ประกอบการมีอัตรากำไรสุทธิต่อรายรับ ร้อยละ 18.24 กำไรสุทธิต่อเงินลงทุน ร้อยละ 48.07 ต่อปี โดยมีระยะ
เวลาคืนทุนประมาณ 1.8 ปี 
 
กรณีที่มีพนักงานตั้งแต่  2  คนขึ้นไปเจ้าของร้านต้องทำบัตรประกันสังคมให้แก่ลูกจ้าง ณ สำนักงานประกันสังคม 
 
จัดหาพนักงานให้บริการ

ตกแต่งและจัดหาอุปกรณ์ 
 
หาทำเลที่ตั้งกิจการ

ขั้นตอนการประกอบธุรกิจเสริมสวย  

ติดต่อเช่า / ซื้อ  สถานที่
 
  1.ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ

 2.ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ  อันเป็นอันตรายต่อสุขภาพและเป็นที่น่ารังเกียจ (กรณีมีการแต่งเล็บ /แคะหู)

 3.เสียภาษีป้าย ณ สำนักงานเขตเทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (ที่กิจการตั้งอยู่)

 4.ยื่นขอเป็นผู้มีบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร  ณ สรรพากรพื้นที่  (ที่กิจการตั้งอยู่)

 5.จดทะเบียนพาณิชย์ หรือทะเบียนนิติบุคคล  ณ สำนักพัฒนาธุรกิจการค้า (ที่กิจการตั้งอยู่)
 หรือ สำนักจดทะเบียนธุรกิจ  กรมพัฒนาธุรกิจการค้านนทบุรี

วิเคราะห์ข้อดี ข้อด้อย โอกาส และอุปสรรค
 
ข้อดี

1.เป็นธุรกิจที่ไม่ซับซ้อน สามารถเปิดกิจการได้ทันทีหากมีเงินลงทุน

2.ลงทุนต่ำ เครื่องมืออุปกรณ์ไม่แพง และสามารถหาซื้อง่าย

3.เป็นธุรกิจที่ต้องใช้วิชาชีพและประสบการณ์การทำงานเฉพาะด้าน

ข้อด้อย

1.ช่างฝีมือดี มีใจรักการให้บริการค่อนข้างหายาก และมีอัตราการเปลี่ยนงานสูง

2.ช่างเสริมสวยทำงานด้วยอารมณ์ การควบคุมคุณภาพของงาน และการบริหารบุคลากรจึงเป็นไปอย่างลำบาก

3.ทำเลที่ตั้งที่ดี มีอัตราค่าเช่าสูง ทำให้เป็นภาระต่อผู้ประกอบการ ขนาดกลางและขนาดย่อม       


โอกาส

1.เป็นบริการที่ประชาชนทุกเพศทุกวัย มีความจำเป็นต้องใช้บริการ

2.ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพและการแต่งตัวมากขึ้น ทำให้พิถีพิถันในการเลือกใช้บริการร้านที่สามารถให้บริการที่ดี

3.ร้านขนาดเล็กและขนาดกลาง สามารถตั้งอยู่ย่านชุมชนที่ไม่ใหญ่นัก

4.ชาวต่างชาติไม่สามารถประกอบอาชีพตัดผมได้โดยเสรี

อุปสรรค

1.ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ มีผู้ตกงานเป็นจำนวนมาก ทำให้สูญเสียลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง

2.มีการแข่งขันสูง เนื่องจากสามารถประกอบกิจการได้โดยง่าย

3.ในย่านที่สำคัญและในศูนย์การค้า หาสถานที่ตั้งยากและอัตราค่าเช่าสูง

สรุป
     
 ธุรกิจเสริมสวยเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจทั้งจากนักลงทุนใหม่ที่ไม่มีความรู้และ ประสบการณ์ในด้านการทำผมมาก่อนเลย 
 และผู้ที่ผ่านการเรียนวิชาชีพเสริมสวยแล้วอยากจะเป็นเจ้าของกิจการ เพราะเป็นธุรกิจที่ไม่มีความซับซ้อนและไม่มีกฎหมายควบคุม
 
 จึงสามารถเปิดดำเนินกิจการได้โดยง่าย อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำหากได้ทำเลที่ตั้งกิจการที่ดี จาก
 การสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2545 พบว่าธุรกิจเสริมสวยสามารถสร้างรายได้ภายในประเทศกว่า 5 พันล้านบาท และ
 มีอัตราการเติบโตร้อยละ 3 ต่อปี  นับเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงสามารถสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศได้อีกมหาศาล
 
 แต่เนื่องจากขาดการดูแลควบคุมจากภาครัฐมานานทำให้เกิดปัญหาสั่งสมมากมายในธุรกิจนี้ อาทิ หลักสูตรการเรียนการสอนวิชาชีพ
 เสริมสวยที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการจัดสอบบัตรประจำตัววิชาชีพช่าง
 
 ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับบริการที่ไม่เป็นธรรมจากช่างเสริมสวยที่ฝีมือไม่ได้มาตรฐาน การขาดความรู้ด้านระบบบริหารจัดการที่ดี
 และการวางแผนธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจเสริมสวยร้อยละ 90 ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย มีอัตราการเปิดและปิดกิจการเป็น
 ไปอย่างรวดเร็วไม่สามารถดำเนินกิจการอยู่ได้อย่างยั่งยืน และธุรกิจไม่สามารถเติบโตได้อย่างที่ควรจะเป็น  


 
ทำ ร้านเสริมสวย ให้ได้เงินล้าน
        
มีคนเป็นจำนวนมากที่เข้ามาประกอบ อาชีพ เสริมสวย เพราะเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ได้ดี  อีกทั้งยังเป็นธุรกิจเงินสด...ที่ช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีเงินสดหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา หากมีความเชี่ยวชาญด้านการตลาด หรือรู้จักการบริหารเงินที่ดี จะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจ เสริมสวย พัฒนาและเติบโตสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้หลายคนสนใจและเข้ามาทำอาชีพ เสริมสวย แต่ส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาและต้องเลิกกิจการไปก่อนเวลาอันควร
         ทั้งๆที่หากอดทนและเข้าใจถึงการตลาดสำหรับเ สริมสวย อีกเล็กน้อยก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆไปได้แล้ว เพราะอาชีพ เสริมสวย นั้น การลงทุนที่มากที่สุด คือตัวบุคคล...อันหมายถึงว่า หากผู้ประกอบธุรกิจเป็นเจ้าของเอง เป็น ช่างเสริมสวย เอง ทำงานเองได้ในร้านโดยไม่ต้องพึ่งช่างอื่น หรือเข้าใจและสามารถลดต้นทุนด้านบุคลากรลงไปได้ ก็จะลดต้นทุนด้านนี้ไป และกลายเป็นส่วนกำไรทันที
         ยิ่ง ธุรกิจเสริมสวย เป็นธุรกิจส่วนตัว เจ้าของทำเอง เปิดร้านที่บ้านในทำเลดีที่เหมาะสม รายได้ก็เกือบจะร้อยเปอร์เซนต์เลยทีเดียว มีค่าใช้จ่ายก็เพียง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผลิตภัณฑ์เช่น น้ำยาดัด สเปรย์ เจล แชมพู ฯลฯ ซึ่งเมื่อคิดออกมาเป็นรายได้แล้ว จะเป็นธุรกิจหนึ่งที่ลงทุนน้อยแต่มีรายได้สูง
         การลงทุนใน ร้านเสริมสวย นั้นมีสิ่งที่ต้องลงทุนมากที่สุดก็คือ การตกแต่งร้าน ซึ่งถือเป็นหน้าตาของ ร้านเสริมสวย ที่จะดึงดูดลูกค้า หากร้านสวยน่าสนใจ ก็จะทำให้มีโอกาสที่ลูกค้าจะเข้ามาร้านและรู้ถึงฝีมือ ช่าง บริการที่เราจะทำให้ หากฝีมือดี บริการดี ลูกค้าก็จะไม่หนีไปไหน นั่นจะกลายเป็นความมั่นคงทางธุรกิจที่คุณเองใฝ่ฝันหา
แต่หากคุณตกแต่งร้านให้สวยหรูดูดี ในบรรยากาศแบบกันเอง หรือเข้ายุค เข้าสมัย ไม่รกรุงรัง สกปรก ลูกค้าก็ยอมรับสามารถเข้าไปใช้บริการได้ และตัดสินเข้าร้านได้ง่ายขึ้น การตกแต่งหน้าร้าน หรือในร้านเสริมสวยก็มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะดึงดูดลูกค้า ไม่เพียงแค่การตกแต่งร้านให้ดูดีเท่านั้น การติดป้ายโฆษณา ประชาสัมพันธ์ แสดงถึงตัวตน และโปรโมชั่นในช่วงเทศกาลก็ช่วยเร่งการตัดสินใจของลูกค้าได้ดีทีเดียว
         ประการต่อมาคือ พื้นที่การให้บริการแก่ลูกค้า หากคุณมีฝีมือ บริการดี ตกแต่งร้ายดี แต่ทว่ามีพื้นที่จำกัด ลูกค้าเข้ามาจำนวนมากแล้วรู้สึกอึดอัด ต้องเสียเวลารอนานเกินไป ขาดการเอาใจใส่ที่ดีพอ ลูกค้าอาจจะเปลี่ยนใจไปลองใช้บริการที่อื่นดูบ้าง นั่นอาจทำให้คุณสูญเสียลูกค้านคนนั้นไปเลยตลอดกาลก็ได้ พื้นที่การให้บริการแก่ลูกค้าจึงมีความสำคัญสูงมาก หากเป็นร้านห้องแถมพื้นที่ใช้งานเฉลี่ยประมาณ 20-40 ตารางเมตร คุณอาจสามารถรับลูกค้าพร้อมๆกันได้4-8 คนในเวลาเดียวกัน และรับลูกค้ารายต่อไปได้ในเวลาไม่เกิน 15 นาที 
 
หากแต่ลูกค้าเข้ามามากจนคุณให้บริการไม่ทันดังนั้น พื้นที่ในร้านจะมีส่วนสำคัญในการดึงดูดลูกค้าให้รอการใช้บริการโดยไม่รู้สึกหงุดหงิดใจ ภายในร้านจึงควรมีมุมพักผ่อน หรือสิ่งบันเทิงที่ช่วยผ่อนคลายแก่ลูกค้าได้ เช่น มุมดูโทรทัศน์ มุมอ่านหนังสือ หรือมุมเด็กที่ลูกค้านำมาที่ร้านด้วย โดยไม่ไปรบกวนลูกค้าคนอื่น เป็นต้น
         ส่วนในการตกแต่งร้านแบบไหนอย่างไรให้ดูดี การลงทุนกับการตกแต่งร้าน งบประมาณ จะนำมากล่าวในตอนต่อไป หากมีข้อสงสัยข้องใจประการใด โปรดติดต่อสอบถามมาได้ที่ทีมงานของเราปัญหาของท่านจะได้รับคำตอบเสมอ...
 
 
หน้าเว็บย่อย (1): งานที่ส่งประจำสัปดาห์