เหตุการณ์เช้าวันที่ทำบุญร้อยวัน

หลังจากเกิดเหตุการณ์ ขนลุกจากเมื่อคืน ทำให้ยังตกใจและกลัวอยู่
แต่ก็วุ่นวายกับการจัดเตรี่ยมของ และนำเสื้อผ้าของสามี มาวางบนโต๊ะ พร้อมทั้งจุดเทียนดอกใหญ่หนึ่งดอก
(ซึ่งทำตามคนเยอรมันแนะนำว่า การส่งจิต และอธิฐานถึงคนทีเสียไปแล้วให้จุดเทียนไว้อาลัยหนึ่งดอก)
 
 
 
จากภาพ ดิฉันจุดเทียนแท่งใหญ่ไว้บนโต๊ะ และเทียนนี้ ได้หยดลงพื้น และไหลเหมือนสายธารน้ำไหล
คล้ายๆๆกับหยดน้ำตา ยาวเป็นทางสายเดียวกัน ไปทางบันได ขึ้นบ้าน นั่นเอง
(เสียดายมาก ไม่ได้ถ่ายภาพ ยังยืนดู งง กันอยู่ตั้งนาน มากๆๆ นึกไม่ออก นึกม่ถึง เลยไม่ได้ถ่ายภาพเก็บไว้)
 
 มัคธายก ผู้นำสวดของพระที่วัดได้มาถึงล่าช้านิดหน่อย แกไม่รู้ด้วยซ้ำว่า งานนี้ คืองานทำบุญร้อยวัน
แกเดินมาถึงก็สะพายย่าม ตรงขึ้นไปบนบ้าน ตามพระอาจารย์ ไปเจิมห้องต่างๆ และผูกสายสินทั่วบ้าน
(คือดิฉันขอ นิมนต์ให้พระอาจารย์ทำ เพราะว่า "กลัวผีมากๆค่ะ"
 
มัคธายก เดินลงมา แล้วถามหาเจ้าของบ้าน ดิฉันเดินตรงเข้าไป สวัสดีค่ะ "ไม้คถายก" เอ๊ย เรียกยังไงค่ะ เรียกยากจัง
อ๋อ ๆๆ   มัคธายก ห้องข้างหลวง พระอาจารย์ มัดสายสินหมดแล้วเรอค่ะ? ใส่น้ำมนต์ด้วยไไหมค่ะ?
 
มัคธายก ตอบ "ครับๆๆ เรียบร้อยหมดทุกห้อง
เออ ฝรั่งคนในรูปไปไหนแล้วครับ เมื่อกี้เดินสวนกับผมตอนผมจะขึ้นไปข้างบน!!!!
จ๊ากกกกกกกก!!!!!! สวนลงมา เหรอ!!
คนในรูปนี่อะนะ?????
มัคธายก ตอบ ใช่ครับ อ้าววว ไม่ใช่สามีเหรอคับ?
ช่ายอะดิ เห็นเขาเหรอค่ะ?
มัคธายก ตอบ ครับ แต่เขาไม่มอง เดินผ่านสวนแกตอนขึ้นบันได
จึ๋ยยยยยยยยยยย แกตายแล้วนะ นี่ก็ทำบุญร้อยวันให้แกนะเนียะ
มัคธายก ตอบ อ้าววว ผมก็นึกว่า งานบุญขึ้นบ้านใหม่!!!! ผมรับคิวมาแบบรีบๆด้วย ไม่มีใครบอกว่างานอะไรเลย
เดินเข้ามาก็นึกว่าขึ้นบ้านใหม่
 
อ้ะหยึ๋ยยย นี่ มัคธายก เห็นเองนะ !!!
สงสัยลงมา เพราะว่า ตอนที่พระอาจารย์ ขึ้นไปติดยันต์ในห้อง และมัดสายสินล้อมรอบ
ทั้งยังให้น้ำมนต์ทุกๆห้อง
 
ซึ่งเราเองได้ขอ และบอกพระอาจารย์ว่า เรื่องเมือคืน พระอาจารย์ ได้แต่ยิ้มๆ
(ย้ิมๆ คือความอะไร ไม่มีใครรู้ แต่มันก็สอดคล้องกันกับที่ มัคธายกเห็น)
 
ดิฉันจึงนึกได้ว่า เราต้องออกไปไหว้และขอ เจ้าที่เจ้าทางใหม่
 
จึงนำดอกไม้ น้ำผลไม้ ไปไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ศาลหน้าหมู่บ้านใหม่อีกรอบ  
ดิฉันได้ไหว้และขอให้ ศาลปู่ย่า และเจ้าที่หมู่บ้าน แจ้งส่งความไปบอกถึง สามี คือนายมิชาเอล ว่า อย่าให้เข้ามาในบริเวณบ้าน
แต่ให้เข้ามาในเขตหมู่บ้านได้ แต่ไม่อนุญาติให้เข้าบ้านดิฉัน
 
 และเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นเอง
หลังจากเก็บข้าวของ ส่งของทางวัด ก็เหน็ดเหนื่อยกันเหลือเกิน
จึงเตรียมตัวขึ้นบ้านนอน
ความเงียบสงัดของกลางดึก คืนนั้น หมาในหมู่บ้านเยอะจริงๆ
เริ่มหอนนน เสียง ยาววว มาใกล้ๆๆฝั่งข้างบ้านของเราเอง
 
ข้างบ้านเป็นกระจกสีชา และปลูกดอกกล้วยไม้ ต้นไผ่เล็กๆเรียงราย
ทันใดที่มอง แบบไม่ทีนตั้งใจหรอก ก็มองแบบว่า เออ ทำไมหมามันหอนนะ
 
เหลือบมองหันไปเห็น
 
 "ชายร่างสูงใหญ่ ใสเสื้อโปโลแขนยาว น้ำคาดเหลือง" อ้าว เสื้อตัวนี้ที่เราบริจาคให้คนในหมู่บ้าน หลังทำบุญสังฆทานให้สามีนิ!! แล้วใครมายืนใส่เสื้อตัวนี่หว่า
 
ก็เอียงคอมองตาม ต้นไม้ บัง อ้าวว อะหย่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ฝรั่งหัวทอง!!! "มิชาเอล ยืนอยู่ข้างบ้าน"!!!!!!
เข้าบ้านไม่ได้ "เจ้าที่ไม่ให้เข้าซะแล้ววววว ก็ไปขอเจ้าที่ไว้ว่าไม่ให้
ก็ไม่ให้เข้าจริงๆด้วย
 
พอพูดจบด ิฉันกับแม่ วิ่งยังกะจรวดขึ้นบ้าน ปิดประตูล็อคด้วยนะ
ยังคุยกันเลยว่า
สงสัยเจ้าที่บ้านนี่ละ ไม่ให้เข้่าแล้ว
เลยยืนอยู่ข้างบ้าน อย่างนั้น
 
แถมใส่เสื้อที่เราทำสังฆทานให้ด้วย แสดงว่า ทำบุญ กรวดน้ำ นี่ถึงเลยนะเนียะ
มาคิดๆๆดูน่าสงสารเขามาก
เขาตามมา ถึงที่สุด แต่ไมได้ตั้งใจให้เรากลัว
มันอาจเป็นความบังเอิญ และแรงแห่งความคิดถึงลูก คิดถึงเมีย ในจิตของเขา
เลยทำให้เราได้เห็น ได้ที่โลกเราคิดว่า อาจไม่ใช่เรื่องจริง
 
 
Comments