ประเพณีสงกรานต์



                                                                                                                      



        ประเพณีสงกรานต์ สงกรานต์กล่าวอย่างสั้นๆ คือ เทศกาลขึ้นปีใหม่ไทยสมัยก่อนั่นเอง เนื่องจากคนไทยเรานับวันทางจันทรคติคล้ายกลุ่มประเทศทางตะวันออกทั่วไป ซึ่งนับเดือนที่ 1 คือ เดือนเมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ต่อมา พ.ศ. 2484 จึงเปลี่ยนไปนับวันทางสุริยคติอย่างประเทศทางตะวันตกซึ่งนับวันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่
ภาคใต้คือวันสงกรานต์เป็นสำคัญประจำปีเนื่องจากเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและมีงานบุญงานประเพณีที่ต้องปฏิบัติหลายอย่าง ดังนี้ 
       วันที่ 13 เมษายน ชาวพื้นเมืองเรียก “วันเจ้าเมืองเก่า” หรือ “วันส่งเจ้าเมืองเก่า” คือ วันที่เทวดาผู้ทำหน้าที่รักษาดวงชะตาบ้านเมือง (ดวงเมือง) จำต้องเตรียมพร้อมละทิ้งบ้านเมืองที่ตนเคยคุ้มครองรักษาอยู่ไปประชุมเทวสมาคมบนสวรรค์อย่างพร้อมเพรียงกันจึงเป็นวันที่ชาวเมืองต้องพร้อมใจกันทำความสะอาดบ้านเรือน สิ่งของเครื่องใช้ ซ่อมแซมสิ่งที่ชำรุดให้สมบูรณ์ตกแต่งอาคารสถานที่ให้สวยงาม บางคนอาจตัดผมตัดเล็บทำพิธี “ลอยเคราะห์” หรือ “ลอยแพ” เพื่อกำจัดทุกข์โศกโรคภัยในโอกาสนี้ด้วยก็ทำได้ ทางราชการบ้านเมืองอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองออกมาแห่แทน เพื่อให้ประชาชนบูชากราบไหว้ขอพร และสรงน้ำประจำปี ทางเมืองนครศรีธรรมราชอัญเชิญ “พระพุทธสิหิงค์” พระพุทธรูป คู่บ้านคู่เมืองออกมาให้ประชาชนได้นมัสการและสรงน้ำ
       วันที่ 14 เมษายน ชาวพื้นเมืองเรียก “วันว่าง” เนื่องจากเป็นวันที่ในโลกมนุษย์ไม่มีเทวดาอารักษ์อยู่เลย เพราะต้องไปสถิตเข้าประชุมสันนิบาตอยู่บนสวรรค์เพื่อพิจารณาหาทางสร้างสรรค์มนุษย์โลกให้อยู่เย็นเป็นสุขและคัดเลือกสับเปลี่ยนเทวดา ที่จะมาประจำเมืององค์ใหม่บ้านเมืองจึงว่างเปล่าปราศจากเทวดาอารักษ์ทั้งหลายวันนี้ชาวเมืองทุกคนจะต้องหยุดกิจการงานในอาชีพทุกอย่าง เพราะถือว่าเป็นว่างเปล่าไม่มีเทวดาอารักษ์ช่วยคุ้มครองดูแลรักษา ถ้าทำงานอะไรไปอาจเกิดอันตรายได้ วันนี้ลางทีจึงเรียกว่า “วันแช่ครกแช่สาก” คือ ถ้าไม่ตำข้าวต้องล้างคว่ำทำความสะอาด หรือ ไม่ก็แช่น้ำผูกด้ายสายสิญจน์พร้อมหมากพลูบูชาเป็นเวลา 3 วัน เพื่อครกสากจะได้พักผ่อนนอนสบาย เมื่อไปทำบุญที่วัดแล้วอาจไปชมการละเล่นต่างๆ ที่จัดขึ้นในวันว่าง ซึ่งชาวพื้นเมืองเรียก “เล่นว่าง” เช่น มอญซ่อนผ้า สะบ้า อุบลูกไก่ ชักเย่อ ฟาดทีง (จระเข้ฟาดหาง) ยับสาก เตย ตี่ ปิดตาลักซ่อน หัวล้านชนกัน ชนวัว ชนไก่ เชื้อยาหงส์ (เข้าทรงพญาหงส์) ตลอดจนชมเพลงบอกและมโนราห์เป็นที่สนุกสนานตลอดวัน
       วันที่ 15 เมษายน ชาวพื้นเมืองเรียก “วันเจ้าเมืองใหม่” หรือ “วันรับเจ้าเมืองใหม่” คือ วันที่เทวดาอารักษ์องค์ใหม่ที่ถูกพระอินทร์กำหนดหน้าที่ให้เดินทางมารับตำแหน่งใหม่ เพื่อการดูแลรักษาบ้านเมืองแทนองค์เก่า เดินทางมาถึงชาวเมืองจึงต้อนรับด้วยการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่อย่างสวยงาม และไปทำบุญที่วัดอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษตายายผู้ล่วงลับ ทำพิธีสรงน้ำพระ (ทั้งพระพุทธรูปและพระสงฆ์) เสร็จแล้วก็รดน้ำญาติผู้ใหม่ หากตระกูลใดมีฐานะดีมีทรัพย์หรือเป็นตระกูลใหญ่ก็อาจจะทำปะรำพิธีแทงหยวกอย่างสวยงามเป็นโรงร้านใหญ่เรียก “ขึ้นเบญจา” (ปราสาทยอด) ให้พ่อแม่ปูย่าตายายเป็นพิเศษก็ได้ โดยนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระปริตรเพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์ ลูกหลานว่านเครือผลัดกันขึ้นไปรดน้ำตามลำดับอาวุโส รวมทั้งพระสงฆ์พระครูพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ก็อาจทำพิธีขึ้นเบญจาได้เช่นกัน 


Comments