งานของฉัน

ชิ้นงานคณิตศาสตร์

ปลาปักเป้า

 
 
 
อันดับปลาปักเป้า (ชื่อวิทยาศาสตร์: Tetraodontiformes) เป็นชื่อเรียกของปลาอันดับหนึ่งที่มีอยู่หลายชนิด หลายวงศ์ หลายสกุล อาศัยอยู่ทั้งในทะเล น้ำกร่อย และน้ำจืด โดยมากมีลำตัวกลม ครีบและหางเล็ก จึงว่ายน้ำได้เชื่องช้าดูน่ารัก หัวโต ฟันแหลมคมใช้สำหรับขบกัดสัตว์น้ำมีเปลือกต่าง ๆ เป็นอาหาร คนที่ลงเล่นน้ำจึงมักถูกกัดทำร้ายเป็นแผลบ่อย ๆ เมื่อตกใจหรือข่มขู่สามารถสูดน้ำหรือลมเข้าช่องท้องให้ตัวพองออกได้หลายลูกโป่ง ในบางชนิดมีหนามด้วย

ปลาในอันดับนี้ที่รู้จักกันดี คือ ปลาปักเป้า ปักเป้าทุกชนิดเป็นปลาที่มีพิษในตัว โดยเฉพาะอวัยวะภายในและรังไข่ แม้บริโภคเพียงเล็กน้อยก็อาจถึงแก่ความตายได้ แต่บางชนิดในบางแหล่งน้ำหรือบางภูมิภาคก็มีผู้จับมาบริโภค โดยต้องรู้วิธีชำแหละเป็นพิเศษ เช่น ประเทศญี่ปุ่น นิยมบริโภคปลาปักเป้าโดยทำเป็นซูชิ จนเป็นอาหารประจำชาติญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเป็นที่รู้จัก

วงศ์ปลาปักเป้ามีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 วงศ์ คือ Diodontidae ปลาในวงศ์นี้มีฟัน 2 ซี่ Tetraodontidae ปลาในวงศ์นี้มีฟัน 4 ซี่ และ Triodontidae ปลาในวงศ์นี้ลักษณะลำตัวแบนข้าง สำหรับในเมืองไทยพบปลาทั้ง 3 วงศ์นี้ ทั้งหมด 28 ชนิด เป็นชนิดในน้ำจืด 12 ชนิด

ในประเทศไทย มีการนำปลาปักเป้ามาจำหน่ายในท้องตลาดในชื่อปลาเนื้อไก่ ซึ่งผู้บริโภคอาจได้รับพิษ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็วได้ เนื่องจากสารพิษชื่อว่า เตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin)ในหนังปลา ไข่ปลา เนื้อปลา ตับ และลำไส้ มีความทนต่อความร้อนสูง ความร้อนในการปรุงอาหาร การหุงต้ม การแปรรูป ไม่สามารถทำลายสารพิษดังกล่าวได้[1]

ส่วนปลาในวงศ์อื่นแต่อยู่ในอันดับนี้ คือ ปลาแสงอาทิตย์แปซิฟิก ซึ่งเป็นปลาที่ใหญ่ที่สุดในอันดับนี้ด้วย รวมเป็นต้น


ปลาปักเป้าเป็นปลาที่มีขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 10-40 เซนติเมตร พบทั้งในน้ำจืดและน้ำทะเล มีลักษณะเฉพาะตัว คือ ลำตัวกลม ยาว หัวโต และปากเล็ก บางชนิดมีฟันและปากคล้ายนกแก้ว ครีบอกและครีบหางใหญ่ ครีบหลังและครีบกันเล็ก หนังเหนียว ส่วนมากมีตุ่ม หรือหนามกระจายทั่วตัว ปลาปักเป้าจะพองตัวเมื่อตกใจหรือถูกรบกวน มักอาศัยอยู่ตามท้องทะเลที่เป็นทรายหรือทรายปนโคลน
ปลาปักเป้าเป็นชื่อเรียกรวมปลาใน 2 วงศ์คือ วงศ์ปลาปักเป้า (Family Tetrodontidae) และวงศ์ปลาปักเป้าหนามทุเรียน (Family Diodontidae) ในทะเลไทยมีปลาปักเป้าอยู่ไม่น้อยกว่า 23 ชนิด ปลาปักเป้าชนิดที่มีรายงานว่าเป็นพิษต่อผู้บริโภคและพบในน่านน้ำไทย ได้แก่ ปลาปักเป้าลาย (Spheroids scleratus (Gmelin)), ปลาปักเป้า (Tetrodon hispidus (Lac.)) และ ปลาปักเป้าดำ (Tetrodon stellatus (BI. & Schn.)) ส่วนปลาปักเป้าที่นิยมรับประทานในญี่ปุ่น เรียกว่า Fugu ซึ่งเป็นปลาในสกุล Takifigu ชนิดที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือ Tiger blowfish (Takifugu rubripes) และยังมีปลาปักเป้าอีกเกือบ 100 ชนิดในหลายสกุลคือ Lagocephalus, Sphaoeroides และ Diodon ที่มีผู้นำมารับประทาน
พิษในปลาปักเป้า
สารที่แยกได้จากปลาปักเป้ามี 2 ชนิด คือ Tetrodonine และ Tetrodonic acid ซึ่งเมื่อผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ แล้วจะได้สาร Tetrodotoxin (TTXs) หรือในชื่ออื่นๆ เช่น Maculotoxin, Sheroidine, Tarichatoxin หรือ Fugu poison
TTXs ในปลาปักเป้าเป็นพิษชนิดเดียวกันกับที่พบใน Blue-ringed octopus และ สัตว์ทะเลที่ใช้เป็นอาหารอื่นๆ เช่น หมึกสาย หอยกาบเดี่ยว และปลาชนิดอื่นๆ บางชนิด พิษชนิดนี้มีคุณสมบัติ ไม่สลายตัวด้วยความร้อนแต่ละลายในน้ำหรือแอลกอฮอล์ได้ดี มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้การถ่ายโอนประจุของ Sodium channels ในเซลล์สื่อประสาทผิดปกติ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่รับประทานเข้าไปมีอาหารชา คลื่นไส้ อาเจียน มีผลทำให้กล้ามเนื้อไม่ทำงาน เกิดอาการอัมพาต ในกรณีที่ได้รับพิษจำนวนมากจะทำให้ระบบประสาทส่วนกลางไม่สามารถควบคุมการหายใจและการเต้นของหัวใจ หายใจไม่ออก หัวใจเต้นผิดปกติ เป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้ สารพิษชนิดนี้เป็นโปรตีนที่ทนความร้อนสูงถึง 200 องศาเซลเซียสจึงไม่สลายด้วยวิธีการทำอาหารตามปกติ ในสภาพ pH เป็นกรด พิษจะอยู่ได้นานแต่จะสลายตัวได้เร็วใน pH ที่เป็นด่าง
ความรุนแรงของพิษขึ้นกับสัตว์ทะเลแต่ละชนิด แต่ละตัว และชนิดของเนื้อเยื่อ ในตับและรังไข่มักมีความรุนแรงของพิษสูง แต่พบว่ามีสัตว์เฉพาะกลุ่มเท่านั้นที่สามารถสะสมสารพิษ TTXs ไว้ในตัวได้ จากผลการศึกษาวิจัย นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ตามทฤษฎีแล้วเนื้อของปลาปักเป้าไม่มีพิษ หรือมีพิษน้อย เนื่องจากปลาไม่สามารถผลิตพิษได้เอง ปลาจะเริ่มสะสมพิษซึ่งถูกสร้างขึ้นจากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ร่วมกับสัตว์น้ำและที่อยู่เป็นอิสระ เช่น Vibrio alginolyticus และ Pseudoalteromonas tetraodonis จึงมีรายงานว่าปลาบางชนิดมีพิษ บางชนิดไม่มีพิษ แต่ในบางทฤษฎีเชื่อว่าตอนที่ปลามีไข่อ่อนอาจจะผลิตพิษได้บ้าง โดยพิษจะสะสมอยู่ในอวัยวะภายใน พบมากที่ ตับ กระเพาะ ลำไส้ รังไข่ ลูกอัณฑะ และผิวหนัง พิษของปลาจะเพิ่มมากขึ้นในฤดูวางไข่
อาการของพิษจะกำเริบขึ้นหลังได้รับพิษจากปลาประมาณ 30 นาที ถึงหลายชั่วโมง ขึ้นกับปริมาณที่รับประทาน อาการพิษจากสาร Tetrodotoxin ที่เกิดขึ้นแบ่งเป็น 4 ขั้น คือ
ขั้นแรก ชาที่ริมฝีปาก ลิ้น ปลายนิ้วมือ คลื่นไส้ วิงเวียน อาเจียน กระสับกระส่าย
ขั้นที่สอง ชามากขึ้น อาเจียนมาก อ่อนเพลีย แขนขาไม่มีแรง ยืนและเดินไม่ได้
ขั้นที่สาม เคลื่อนไหวแขนขาไม่ได้ พูดลำบากจนถึงพูดไม่ได้ เนื่องจากสายกล่องเสียงเป็นอัมพาต ผู้ป่วยยังรู้สึกตัว
ขั้นที่สี่ กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตทั่วไป หายใจลำบาก เขียวคล้ำ หมดสติ รูม่านตาโตเต็มที่ไม่มีปฏิกิริยาต่อแสง ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องผู้ป่วยจะเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว
อาการอาจแรงขึ้นจากขั้นแรกถึงขั้นที่สี่และอาจเสียชีวิตได้ในเวลาเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น แต่หากผู้ป่วยสามารถพิษทนได้ถาม : วัฒนา/ชลบุรี
ผมได้ดูข่าวทางโทรทัศน์ มีการจับปลาปักเป้า จำนวนมากส่งขายตามร้านอาหาร ปลาปักเป้ามีประโยชน์และโทษต่อร่างกายอย่างไร
 

ตอบ : นพ.ศุภชัย รัตนมณีฉัตร
ปลาปักเป้า (puffer fish) เป็นปลาชนิดหนึ่งที่พบได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม พบได้ทั่วไปทั้งในประเทศที่มีอากาศร้อนและอบอุ่น ในประเทศไทยมีปลาปักเป้าน้ำจืด เช่น ปลาปักเป้าเขียว ปลาปักเป้าเหลือง ปลาปักเป้าทอง พบได้ตามแหล่งน้ำต่างๆ เช่น หนอง คลอง บึง และตามแม่น้ำสายต่างๆ ส่วนปลาปักเป้าหนามทุเรียน  ปลาปักเป้าหลังแดง ปลาปักเป้าหลังแก้ว ปลาปักเป้าดาว คือปลาปักเป้าทะเล  พบได้ในทะเลอ่าวไทย ปลาปักเป้ามีสภาพเหมือนปลาทั่วไป คือ หนามสั้นหรือยาวแล้วแต่ชนิด หากถูกรบกวนจะพองตัวโตขึ้น รูปร่างคล้ายลูกโป่ง หรือลูกบอลลูน หรือคล้ายผลทุเรียนลูกกลมๆ มีหนามแหลมๆ สั้นหรือยาวได้อย่างชัดเจน มีการแบ่งปลาปักเป้าไว้ ๒ วงศ์ ได้แก่ Tetraodontidae  (มีฟัน ๔ ซี่ มีผิวตัวค่อนข้างเกลี้ยง) และ Diodontidae (มีฟัน ๒ ซี่ คล้ายจะงอยปากนกแก้ว และมีหนามรอบตัว เห็นได้ชัดเจนกว่าชนิดแรก) ในประเทศไทยมีปลาปักเป้าทั้งชนิดที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดและน้ำเค็มรวมกันประมาณ ๒๐ ชนิด

ปลาปักเป้าทะเลเป็นที่รู้จักดีและคุ้นเคยของชาวประมง ถ้าพบเห็นบนเรือลากอวน เขามักจะทำลายมันทิ้งหรือโยนมันกลับลงไปในทะเล ในประเทศญี่ปุ่นเรียกปลาปักเป้าว่า "fugu" เนื้อปลาปักเป้าสดตามภัตตาคารใหญ่ๆ มีราคาสูงมากเนื่องจากชาวญี่ปุ่นนิยมกินกันมาก เนื้อปลาปักเป้าสดที่จำหน่ายจะต้องเตรียมโดยผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะเป็นอย่างดี เพื่อลดอันตรายจากพิษของปลาให้มากที่สุด แม้กระนั้น ในช่วง ๒๐ ปี ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๙๘-๒๕๑๘ มีคนกินเนื้อปลาปักเป้าเป็นพิษรวม ๓,๐๐๐ ราย (เสียชีวิตถึงร้อยละ ๕๑) เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เนื้อปลาปักเป้าเป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นก็คือรสชาติที่หวาน กรุบ และอร่อยดี สำหรับประเทศไทย มีคนได้รับพิษจากการกินปลาปักเป้าทั้งชนิดน้ำจืด และชนิดน้ำเค็ม โดยเฉพาะในภาคอีสาน ชาวบ้านจะนำปลาปักเป้าที่จับได้จากหนองน้ำ ลำธาร มาต้มหรือย่าง และแบ่งกินร่วมกัน

ความเป็นพิษ พิษปลาปักเป้าขนาดที่ทำให้คนเสียชีวิต คือประมาณ ๒ มิลลิกรัม ปลาปักเป้าทะเลมีพิษมากที่สุดในส่วนของไข่ ตับ ลำไส้ หนัง ส่วนที่เป็นเนื้อปลาจะมีพิษน้อยมากหรือไม่มีเลย พิษจะมากในช่วงฤดูปลาวางไข่ ส่วนปลาปักเป้าน้ำจืด ปลาแต่ละตัวจะมีพิษแตกต่างกันมาก พิษจะมีมากที่สุดในหนังปลา รองลงมาเป็นไข่ปลา เนื้อปลา ตับ และลำไส้ ตามลำดับ ปลาปักเป้าน้ำจืดที่ชาวอีสานบริโภคเป็นประจำ คือ Tetraodon fangi  และ Tetraodon palembangensis ชนิดหลังนี้ ลักษณะตามลำตัวจะเห็นเป็นลายเส้นสีดำคล้ายตาข่ายอยู่ทั่วลำตัวและหัว พิษ  tetrodotoxin นี้มีความคงทนต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี ขนาดความร้อนที่อุณหภูมิ ๑๗๐ องศาเซลเซียส ต้มนาน ๑๐ นาที พิษก็ยังคงสภาพดีอยู่เหมือนเดิม

ลักษณะอาการของคนที่ได้รับพิษ อาการพิษจะเกิดขึ้นหลังจากกินปลาปักเป้าประมาณ ๑๐-๔๕ นาที บางราย อาจนานถึง ๔ ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณของพิษที่ผู้ป่วยได้รับเข้าไป อาการเป็นพิษอาจแบ่งออกได้เป็น ๔ ระยะ

ระยะที่ ๑ ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการชาที่ริมฝีปาก ลิ้น บริเวณใบหน้า ปลายนิ้วมือ คลื่นไส้ อาเจียน

ระยะที่ ๒ มีอาการชามากขึ้น อ่อนเพลีย แขนขาไม่มีแรงจนเดินหรือยืนไม่ได้

ระยะที่ ๓ มีกล้ามเนื้อกระตุกคล้ายกับชัก มีอาการพูดลำบาก ตะกุกตะกักจนพูดไม่ได้ เนื่องจากสายกล่อง เสียงเป็นอัมพาต ระยะนี้ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดี

ระยะที่ ๔ กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต หายใจไม่ออก ไม่รู้สึกตัว รูม่านตาขยายโตเต็มที่ ไม่มีปฏิกิริยาต่อแสง ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องหัวใจจะหยุดเต้น และเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษ tetrodotoxin เข้าไปไม่มาก จะมีอาการเพียงระยะที่ ๑ หรือระยะที่ ๒ ในรายที่ได้รับพิษจำนวนมากจะมีอาการรุนแรงภายใน ๑๕ นาทีแรกและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันยังไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะ จำเป็นต้องให้การรักษาผู้ป่วยแบบประคับประคอง จนกระทั่งพิษจะถูกขับออกจากร่างกายทางไต จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น

การป้องกัน ไม่กินปลาปักเป้าทุกชนิด

Comments