เปิดรั้วลำไทรฟาร์ม ชม "หงส์ดำ" ความงามแห่งสายน้ำ

โพสต์20 ก.พ. 2553 09:11โดยLSF's Owner
วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 20 ฉบับที่ 423

สัตว์เลี้ยงเทคโนฯ

อุราณี ทับทอง uranee@matichon.co.th

เปิดรั้วลำไทรฟาร์ม ชม "หงส์ดำ" ความงามแห่งสายน้ำ

ช่วงปลายหนาว สิ่งที่นักเดินทางมุ่งหวังคงไม่พ้นการสัมผัสบรรยากาศอันเยือกเย็นท่ามกลางธรรมชาติ แต่คงมีน้อยคนนักที่จะทราบว่า ในช่วงเวลาเดียวกันนี้คือช่วงเวลาเดียวกับการกำเนิด "หงส์ดำ" (Black Swan) สัตว์ปีกผู้สง่างามบนสายน้ำ ซึ่งพบได้ไม่มากนักในเมืองไทย

แต่ที่ "ลำไทรฟาร์ม" ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ที่ 5 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร กำลังทยอยให้กำเนิดลูกหงส์ดำหลายชีวิต ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมและต่อเนื่องมาจนถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์อีกปี เนื่องจากที่นี่คือฟาร์มเพาะเลี้ยงหงส์ดำรายใหญ่ของเมืองไทย ภาพบรรดาหงส์น้อยใหญ่มากมายเริงร่าบนผืนน้ำจึงหาชมได้ที่ฟาร์มแห่งนี้ ไม่ต้องไปหาชมไกลถึงเมืองนอก

คุณถาวร สมานตระกูล ชายวัยใกล้เกษียณผู้เป็นเจ้าของเล่าว่า แต่เดิมพื้นที่ 10 ไร่ แห่งนี้เป็นทุ่งนาทั้งหมด แต่เพราะต้องการเลี้ยงปลา ตอนปี 2528 เขาจึงขุดบ่อขายหน้าดินไป 7 ไร่ สร้างที่อยู่อาศัยได้หนึ่งหลังและเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ไปพร้อมได้ดั่งใจ ต่อมาก็เลี้ยงสัตว์ปีกสวยงามอีกหลายชนิด รวมถึง "หงส์ดำ" ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับคุณถาวร

"เดิมทีผมเลี้ยงสัตว์สวยงามมานาน ตั้งแต่ไก่สวยงาม นกสวยงาม เป็ดสวยงาม ก็เลยคิดอยากเลี้ยงหงส์ดำด้วย เพราะหงส์ดำมีเสน่ห์ คือมีขนสีดำ ปากแดง ขนหลังหยิก เวลาที่เขาคึกตามประสาสัตว์ ดูลักษณะคอเหมือนตัวเอส หลังบิดขึ้น โก่งปีก ดูมีเสน่ห์ ถ้าอยู่เป็นคู่จะออกลักษณะท่าทางชัดเจน เลยตัดสินใจซื้อหงส์ดำคู่แรกมาจากตลาด อ.ต.ก. แต่ด้วยความไม่รู้ ปรากฏว่าได้ตัวเมียมาทั้งคู่ ผมจึงเริ่มศึกษาเพิ่มเติม ใช้เวลาเกือบสองปี กว่าผมจะเลี้ยงหงส์ดำจนออกไข่สำเร็จ เพราะอายุที่หงส์ดำสามารถออกไข่ได้คือสองถึงสามปี ผมจึงคิดว่าเหตุนี้ทำให้ผู้ที่เคยเลี้ยงหงส์ดำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เพราะหลายคนถอดใจไปเสียก่อน"

คุณถาวร บอกต่อว่า หงส์ดำ เป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปออสเตรเลีย แต่ที่นั่นกลับไม่มีการทำตลาด ประเทศฮอลแลนด์ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักขยายพันธุ์ จึงนำหงส์ดำมาขยายพันธุ์ขายจนทั่วโลก ซึ่งคุณถาวรเองก็สั่งนำเข้าจากประเทศฮอลแลนด์มาจำนวนหนึ่งเช่นกัน เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ให้แข็งแรงขึ้น

โดยธรรมชาติแล้ว "หงส์ดำ" เป็นสัตว์ปีกที่มีความสง่างาม มีนิสัยอยู่รวมกันเป็นฝูง อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบ แม่น้ำ หรือว่าหนองบึงที่น้ำไม่ลึกนัก เพื่อสามารถดำลงไปจับสัตว์น้ำ หรือพืชน้ำกินเป็นอาหาร แต่การเลี้ยงหงส์ดำของลำไทรฟาร์มจะแยกเลี้ยงเป็นคู่เมื่อหงส์ได้จับคู่กันแล้วเพื่อป้องกันหงส์รังแกกันหรือแย่งอาหารกัน และเพื่อให้ง่ายต่อการสังเกตลักษณะสายพันธุ์ โดยใช้ตาข่ายกั้นพื้นที่ให้คู่ละ 20-30 ตารางเมตร

การเลี้ยงหงส์ดำ คุณถาวรบอกว่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่การจัดพื้นที่ เนื่องจากหงส์ดำต้องอาศัยพื้นที่น้ำเพื่อแหวกว่ายเป็นหลัก และต้องการพื้นที่บนบกอีกเพียงเล็กน้อย เพื่อสร้างรังและกกไข่ พื้นที่ 7 ไร่ ของลำไทรฟาร์มจึงมากพอ ประกอบกับสภาพแวดล้อมโดยรอบล้วนเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ เนื่องจากเป็นเขตชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ปัจจุบันได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานเขตหนองจอก ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านปศุสัตว์ ควบคู่กับโรงเรียนเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกับฟาร์ม

"การเลี้ยงหงส์ดำ แค่มีน้ำมีอาหารให้กินเขาก็มีชีวิตอยู่ แต่จะเลี้ยงเพื่อที่ให้สวยงามจริงๆ หรือเพื่อให้ออกลูกออกไข่ก็ต้องเลี้ยงอีกระดับหนึ่ง เรื่องอาหารก็สามารถใช้อาหารไก่นี่แหละ หงส์จะกินดียังไงตอนอยู่เมืองนอกผมไม่สนใจ แต่มาอยู่เมืองไทยก็ต้องกินอย่างไทย ต้องกินข้าวเหนียวได้ ผมให้อาหารไก่สำเร็จรูปและข้าวเปลือกเป็นหลัก ให้วันละมื้อ แต่จะนำผักตบชวาตามธรรมชาติซึ่งไม่มีสารพิษมาลอยไว้ให้เป็นอาหารเสริมให้หงส์ด้วย หากน้ำดี อาหารสมบูรณ์จะทำให้สัตว์มีสุขภาพดี โรคภัยก็จะไม่ค่อยมา"

สระน้ำที่เลี้ยงหงส์ดำนั้น คุณถาวรใช้วิธีสูบน้ำจากคลองลำไทร ซึ่งเป็นคลองสาธารณะในชุมชนเข้ามาใช้ แต่ต้องตรวจสอบน้ำในคลองก่อนว่าควรสูบเข้ามาหรือไม่ โดยสังเกตดูจากสีและกลิ่นของน้ำ หากน้ำใสไร้กลิ่นจึงจะใช้ได้ ทั้งยังจัดระบบน้ำให้ถ่ายเทออกไปอีกทางในปริมาณที่น้อยให้ไหลออกได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยบำบัดน้ำเสีย นอกจากนี้ สระเลี้ยงหงส์แห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นบ่อเลี้ยงปลากินพืชหลากชนิดตามความมุ่งหวังเดิมของคุณถาวรอีกด้วย

"เลี้ยงปลาในบ่อไม่มีผลกับการเลี้ยงหงส์แต่อย่างใด เนื่องจากหงส์ไม่กินปลา แต่เป็นตัวให้อาหารปลาจากมูลของหงส์ และปลาก็ยังได้อาหารจากเศษผักเศษอาหารที่หงส์กิน เพราะตามนิสัยของหงส์จะจิกกัดอาหารแล้วจุ่มลงน้ำก่อนกินเข้าไป เศษอะไรต่างๆ ก็ลงไปในน้ำเป็นอาหารปลาไป ในช่วงพักไข่ผมก็จะปล่อยน้ำให้แห้งสระ แต่บ่อนี้ผมขุดไว้ 2 ระดับ คือจะมีส่วนที่ลึกกว่าประมาณ 70-80 เซนติเมตร กว้าง 1 ไร่ เพื่อให้สะดวกในการวิดบ่อจับปลา"

คุณถาวร บอกต่อว่า ปลาที่จับได้นั้นเลี้ยงไว้จับกินเองภายในครอบครัวและแจกจ่ายในชุมชนเป็นหลัก แต่ด้วยหลักการพื้นที่มากปล่อยปลาน้อยทำให้ปลาตัวโต หากจับขายก็ได้ราคาดี เป็นรายได้เสริมอีกทาง

กลับมาที่เจ้าหงส์ตัวน้อย เห็นบรรดาลูกหงส์ที่แหวกว่ายในสระนั้น ล้วนมีขนฟูเป็นสีเทา ปากดำ คุณถาวรบอกว่าหงส์เหล่านี้มีวัยเพียงเดือนเดียวเท่านั้น แต่เมื่อลูกหงส์มีวัยตั้งแต่ 6 เดือน ขึ้นไป ลักษณะหงส์ดำจะเริ่มชัดเจนขึ้น และโตเต็มที่เมื่อมีอายุ 2-3 ปี ซึ่งเป็นวัยที่สามารถผสมพันธุ์ได้ดี โดยหงส์ดำมักจะจับคู่กันเอง ผู้เลี้ยงต้องสังเกตและจับแยก คุณถาวรบอกว่าบางครั้งตัวเมียก็จับคู่กันเอง จึงต้องอาศัยประสบการณ์ในการจับคู่หงส์ด้วย

"หงส์จะเริ่มมีสีดำสนิท ปากเริ่มแดงตอนอายุ 6 เดือน ขึ้นไป แต่ปากจะแดงจัดเมื่ออายุ 1 ปี จะสดใสหรือสีเข้มแค่ไหนขึ้นอยู่กับการเลี้ยง หงส์ดำเวลาแก่ตัวก็จะยิ่งฟอร์มดี ดูท่าทางสง่างามกว่าหงส์รุ่น ส่วนการจับคู่ต้องดูความพร้อมของสัตว์ด้วย หากอยู่รวมกันแล้วมีคู่ที่แยกออกไปจับคู่กุ๊กกิ๊กกันก็จับได้ แต่หากเรารู้วัยและความสมบูรณ์แน่ชัดก็สามารถจับคลุมถุงชนได้เช่นกัน แต่ต้องสังเกตเพศให้ดี เช่น ตัวเมียจะคอสั้นกว่า ตัวเล็กกว่าตัวผู้ แต่บางตัวก็ผิดไป อาจจะเล็กหรือใหญ่กว่าก็เป็นได้ แต่บางทีก็ดูยาก เพราะว่าตัวเมียบางตัวมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับตัวผู้มาก จึงต้องดูท่าทางพฤติกรรมด้วย อย่างถ้าเป็นตัวผู้ มันชอบกางปีก ชอบแอ๊กท่า ดูก้าวร้าว แต่ตัวเมียจะเรียบร้อย นิ่งๆ ดูอ่อนแอ แต่ถ้าเป็นลูกหงส์ยิ่งดูยาก อาจต้องตรวจ ดีเอ็นเอ" คุณถาวรเล่า

สำหรับฤดูวางไข่ของหงส์ดำ อยู่ในช่วงปลายฝนจนถึงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกุมภาพันธ์ หงส์ดำ จะให้ลูก ไข่ชุดละ 5-6 ฟอง ต่อปี ให้ลูก 3-4 ครั้ง เฉลี่ย 15-20 ตัว ต่อปี เมื่อเริ่มออกไข่แล้วจะใช้เวลาฟักไข่ 35 วัน เวลาฟักไข่หงส์ดำจะอยู่เป็นคู่ๆ ไม่แยกจากกัน และไม่อยู่กับตัวเมียหลายตัวเหมือนห่านบ้านเรา หงส์ดำจะช่วยกันทำรังเป็นคู่แค่สองตัว ช่วยกันฟักไข่เปลี่ยนเวรกันฟักไข่ เวลาที่มีศัตรูหรือสิ่งผิดปกติใกล้เข้ามา หงส์ดำก็จะส่งเสียงเรียกให้คู่มาช่วยทันที

แต่เพื่อการเพาะพันธุ์ที่สมบูรณ์ คุณถาวรจะปล่อยให้หงส์กกไข่เองตามธรรมชาติราว 20 วัน จากนั้นจะนำเข้าตู้ฟักเพื่อเพิ่มอัตราการรอด เมื่อลูกหงส์ดำฟักตัวแล้วจะนำมาเลี้ยงไว้ในตู้อนุบาล ประมาณ 7 วัน โดยจะเริ่มให้อาหารสำเร็จรูปของไก่ตั้งแต่ วันที่ 3 เมื่อลูกหงส์มีอายุ 20 วัน จึงจะเริ่มให้ข้าวเปลือกร่วมด้วย โดยค่อยๆ ผสมเข้าไปในอัตราส่วนที่พอเหมาะ

จากที่เคยทราบมาว่าหงส์โดยธรรมชาติแล้วบินเก่ง บินได้ข้ามทวีปนั้น แต่เมื่อมาเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามก็ต้องถูกลดความสามารถในการบินออกไปเช่นเดียวกับนกสวยงามชนิดอื่นๆ ที่ลำไทรฟาร์มนี้ใช้วิธีตัดเนื้อปีกออกเล็กน้อยข้างหนึ่ง เมื่อลูกหงส์มีอายุ 2 วัน เพื่อทำให้ปีกไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นวิธีการที่อันตรายน้อยที่สุด และหงส์จะหายบาดแผลได้เร็วกว่า

ส่วนลูกหงส์ที่จำหน่ายต้องมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป ราคาคู่ละ 20,000 บาท แต่หากเป็นลูกหงส์พิการขาไม่สมบูรณ์ ก็ราคาไม่กี่พันบาทเท่านั้น ซึ่งแม้จะพิการก็ยังเป็นที่ต้องการของลูกค้า เนื่องจากขณะที่หงส์ลอยน้ำก็จะไม่เห็นว่าหงส์พิการแต่อย่างใด

ปัจจุบัน หงส์ดำ ของคุณถาวรยังได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างดีและต่อเนื่องมานานเกือบ 10 ปีแล้ว และนอกเหนือจากหงส์ดำแสนสง่า ที่ลำไทรฟาร์มยังมีหงส์ขาวอีกหลายสายพันธุ์ที่คุณถาวรเลี้ยงไว้ แต่ไม่ได้เพาะพันธุ์ อีกทั้งยังมีสัตว์ปีกสวยงามอีกหลายชนิดให้ผู้มาเยือนได้เยี่ยมชมในบรรยากาศแบบเป็นกันเองท่ามกลางธรรมชาติ

ผู้ที่ชื่นชอบสัตว์ปีกสวยงาม สามารถร่วมเรียนรู้กับคุณถาวรได้ที่ลำไทรฟาร์มแห่งนี้ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. (086) 991-1181 หรือ (081) 268-0825
 
Comments