ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 158/2559 ความก้าวหน้าการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา

โพสต์25 เม.ย. 2559 01:35โดยอารีย์ ทิมเมือง   [ อัปเดต 25 เม.ย. 2559 01:36 ]

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ เมษายน 2559ณ ห้องประชุม MOC โดยมี รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาผศ.ดร.ยุวดี นาคะผดุงรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้บริหารสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), ผู้แทนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันคีนันแห่งเอเชีย เข้าร่วมประชุม


รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

 การกำหนดนิยาม "สะเต็มศึกษา" (STEM Education)  คือ แนวทางการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ในการเชื่อมโยงหรือแก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21

 การกำหนดจุดมุ่งหมายของกิจกรรมสะเต็ม 4 ประการ  คือ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ไปใช้เชื่อมโยงหรือแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 อาทิ ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม ตลอดจนการรู้เท่าทันสื่อ และเพื่อหล่อหลอมคุณลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่ผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดชอบ ความมีวินัย ซื่อสัตย์ อดทนเป็นต้น

 แนวทางการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา  โดยจะมีการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติที่เน้นการคิดวิเคราะห์ ค้นคว้า เชื่อมโยง และบูรณาการองค์ความรู้ทุกศาสตร์ เพื่ออธิบายเหตุการณ์หรือตอบโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต และส่งเสริมการทำโครงงานวิทยาศาสตร์เชิงนวัตกรรมเพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดจนจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักต่อสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

 ขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนแนวสะเต็มศึกษา  จะจัดกิจกรรมในแต่ละชั้นปีให้สอดคล้องกับมาตรฐานและสาระการเรียนรู้ ใน ขั้นตอน ได้แก่

ขั้นตอนที่ 1 ระบุปัญหาในชีวิตจริงที่พบ หรือนวัตกรรมที่ต้องการพัฒนา
ขั้นตอนที่ 
2 รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา หรือนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมนั้น
ขั้นตอนที่ 
3
 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยเชื่อมโยงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์
ขั้นตอนที่ 
4
 วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา หรือพัฒนานวัตกรรม 
ขั้นตอนที่ 
5 ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหา หรือนวัตกรรมที่พัฒนาได้
ขั้นตอนที่ 
6
 นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหา หรือผลของนวัตกรรมที่พัฒนาได้

 เครือข่ายการดำเนินงานสะเต็มศึกษา  เป็นการร่วมกันดำเนินงานระหว่างศูนย์สะเต็มศึกษาภาค 13 แห่ง มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง 13 แห่ง และมหาวิทยาลัยเครือข่ายสะเต็มศึกษา 25 แห่ง ได้แก่

ลำดับ

 ภูมิภาค

จังหวัด

โรงเรียนที่เป็นศูนย์

มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง

 1

เหนือตอนบน

เชียงใหม่

ยุพราชวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 2

เหนือตอนล่าง

พิษณุโลก

พิษณุโลกพิทยาคม

มหาวิทยาลัยนเรศวร

 3

ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (1)

อุดรธานี

อุดรพิทยานุกูล

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

 4

ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (2)

ขอนแก่น

แก่นนครวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 5

ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (1)

นครราชสีมา

สุรนารีวิทยา

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

 6

ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (2)

อุบลราชธานี

เบ็ญจะมะมหาราช

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

 7

ตะวันออก

ชลบุรี

ชลราษฎรอำรุง

มหาวิทยาลัยบูรพา

 8

กลางตอนบน

นนทบุรี

ศรีบุณยานนท์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 9

กลางตอนล่าง

นครปฐม

พระปฐมวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยศิลปากร

 10

กรุงเทพฯ (1)

กรุงเทพฯ

สามเสนวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหิดล

 11

กรุงเทพฯ (2)

กรุงเทพฯ

บดินทร์เดชา
(สิงห์ สิงหเสนี)

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 12

ใต้ตอนบน

นครศรีธรรมราช

เบญจมราชูทิศ

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

 13

ใต้ตอนล่าง

สงขลา

หาดใหญ่วิทยาลัย

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


 เป้าหมายการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในโรงเรียน ขอให้มีการเชิญชวนโรงเรียนที่ดำเนินการสะเต็มศึกษาอยู่แล้ว รวมทั้งโรงเรียนที่อยู่ในโครงการสานพลังประชารัฐฯ และโรงเรียนอื่นๆ ที่มีความพร้อมมาเข้าร่วมด้วย โดยมอบให้คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาทบทวนแนวทางการคัดเลือกโรงเรียนให้มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งในเบื้องต้นตั้งเป้าจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา ปีการศึกษา 2559 ในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาละ 10 โรงเรียน รวม 2,250 โรงเรียน และกลุ่มครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในโรงเรียนเป้าหมาย 17,220 คน

นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, บัลลังก์ โรหิตเสถียร สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี 
ถ่ายภาพ
 บัลลังก์ โรหิตเสถียร : InfoGraphic
9/4/2559

คัดลอกจาก : http://www.moe.go.th/websm/2016/apr/158.html





เร่งรัดกรอกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปีการศึกษา ๒๕๕๘ ในเว็บไซต์โรงเรียนในฝัน

โพสต์8 เม.ย. 2559 01:37โดยอารีย์ ทิมเมือง   [ อัปเดต 8 เม.ย. 2559 01:37 ]

โครงการโรงเรียนในฝัน กำหนดให้โรงเรียนในโครงการกรอกข้อมูล ในเว็บไซต์โรงเรียนในฝัน เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาและการประเมินรับรองตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ บัดนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แจ้งระยะเวลาการเปิดปิด ระบบรายงานผลตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ รอบ ๖ เดือน โดยระหว่างวันที่ ๑ – ๒๐ เมษายน ๒๕๕๙ ให้ผู้รับผิดชอบตัวชี้วัดระดับเขตพื้นที่การศึกษา รายงานผลการดำเนินงาน 

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘ ขอให้โรงเรียนกรอกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปีการศึกษา ๒๕๕๘ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ในเว็บไซต์โรงเรียนในฝัน http://www.labschools.com/ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๙ 

อนึ่งโรงเรียนสามารถกรอกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเว็บไซต์ ศูนย์ประสานงานโรงเรียน ในฝัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘https://sites.google.com/site/labschoolsed8/ ได้อีกหนึ่งช่องทาง

ด่วนที่สุด! สำรวจข้อมูลโรงเรียนในฝัน

โพสต์3 เม.ย. 2559 19:45โดยอารีย์ ทิมเมือง   [ อัปเดต 3 เม.ย. 2559 20:07 ]





สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ศธ ๐๔๐๐๘ / ว ๒๓๑ ลงวันที่  ๓๐  มีนาคม  ๒๕๕๙ เรื่อง สำรวจข้อมูลโครงการโรงเรียนในฝัน
  
แจ้งให้โรงเรียนกรอกข้อมูลในระบบออนไลน์     ที่ https://docs.google.com/forms/d/1W0ZbNytzEEc5xR9nJrnvIbdkYYekN09WWj XuasLBK7g/viewform?c=0&w=1 
ภายในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๙

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๘ ได้รับหนังสือ วันศุกร์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๙ เวลา  ๑๖.๓๐ น.

ขอให้โรงเรียนในฝัน สพม.๘ ทุกโรงเรียนกรอกข้อมูลโดยเร็วที่สุด...

"ดาว์พงษ์" ฮึ่มพวกบิดเบือนคำสั่ง

โพสต์29 มี.ค. 2559 01:40โดยอารีย์ ทิมเมือง   [ อัปเดต 29 มี.ค. 2559 01:43 ]


เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แถลงข่าวการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค ตามคำสั่งมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดย พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ มีการเคลื่อนไหวและบิดเบือนข่าวจากคำสั่งดังกล่าวจนทำให้ครู ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เกิดความเครียดและกังวลใจ ทั้งการให้ครูไปสังกัดองค์กรปกครองท้องถิ่น ให้ครูเป็นพนักงานราชการ ครูไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เงินวิทยฐานะจะหายไป ยุบเขตพื้นที่การศึกษา และยุบคุรุสภา ตนขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริงเพราะทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ส่วนที่ห่วงว่าผู้ว่าฯไม่มีประสบการณ์และเป็นงานฝาก ทั้งจะทำให้การศึกษาถูกครอบงำนั้น ไม่ต้องห่วงเพราะผู้ว่าฯยุคนี้รู้ปัญหาการศึกษาดีและรู้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ และการพิจารณาก็อยู่ในรูปคณะบุคคล

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่าการปรับโครงสร้างใหม่ครั้งนี้มีผลต่อครูและนักเรียนแน่นอน เพราะทำให้การบริหารโรงเรียนในจังหวัดเกิดประสิทธิภาพ การคัดเลือกครูจะดีขึ้นและมีมาตรฐานเดียวกัน ครูจะได้รับการดูแล จะทำให้อิทธิพลในพื้นที่และวงจรการโยกย้ายต่างตอบแทนหายไป ซึ่งจะทำให้เด็กได้รับอานิสงส์แน่นอน

“อยากฝากถึงผู้ที่กำลังเคลื่อนไหวว่า ให้หยุดการกระทำ อย่านำคำสั่งมาบิดเบือน เพราะผมไม่อยากให้ครูตื่นตระหนกกับสิ่งที่เป็นเรื่องโกหก ซึ่งหลังชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ผ่านสื่อมวลชนแล้ว หากกลุ่มคนดังกล่าวยังไม่เข้าใจและยังสร้างความบิดเบือน ผมจะขอเชิญมาสร้างความเข้าใจที่กระทรวงศึกษาธิการ” พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว.

คัดลอกจาก : ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มี.ค. 2559  http://www.thairath.co.th/content/597605

โครงการโรงเรียนในฝันได้จัดสรรงบประมาณปี ๒๕๕๙

โพสต์10 ม.ค. 2559 23:54โดยอารีย์ ทิมเมือง   [ อัปเดต 10 ม.ค. 2559 23:54 ]

ด่วน ! สพฐ. โดยโครงการโรงเรียนในฝันได้จัดสรรงบประมาณปี ๒๕๕๙ งบดำเนินงาน กิจกรรมหลักโรงเรียนในฝันสู่มาตรฐานสากล ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนในฝัน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาความยั่งยืนของโรงเรียน ตามบัญชีจัดสรรและรายละเอียดประกอบการจัดสรร โดยให้โรงเรียนดำเนินการดังนี้
  • ให้โรงเรียนในฝันทุกโรง พัฒนาคุณภาพผู้เรียน วิชาการ และผลงาน พร้อมทั้งกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ www.labschools.com โดยจัดสรร งปม. ให้โรงเรียนละ ๒๐,๐๐๐ บาท
[ดูรายละเอียด ดาวน์โหลด หนังสือถึง ผอ.สพม.
หมายเหตุ: แก้ไขเบอร์โทรติดต่อ นางธนิตา สุขสมบูรณ์ เป็น 097-996 3649 [ดาวน์โหลดเอกสารที่แก้ไข "การจัดทำแผนปฏิบัติการและโครงการพัฒนาโรงเรียนในฝัน"] ส่ง สนก. ภายในวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ 




หนุ่มกาญจน์จบ ม.6 ประดิษฐ์เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า

โพสต์17 เม.ย. 2558 00:46โดยอารีย์ ทิมเมือง   [ อัปเดต 17 เม.ย. 2558 00:46 ]


หนุ่มกาญจน์จบ ม.6 ประดิษฐ์เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าจากแรงดันน้ำ 20 กิโลวัตต์ ใช้ได้เกือบยกหมู่บ้านในอำเภอท่าม่วง เจ้าตัวมั่นใจน่าจะเป็นเครื่องแรกของโลก วอนรัฐสนับสนุน พัฒนาต่อยอดเพื่อนำไปช่วยชาติ...

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 58 จากกรณีมีข่าวแพร่สะพัดว่า มีคนคิดค้นเครื่องผลิตไฟฟ้าจากน้ำได้และให้ชาวบ้านได้ใช้ไฟเกือบทั้งหมู่บ้าน ในอำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบพบ นายชัยพจน์ สิริศักดิ์ธเนศ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 2 ต.ท่าตะคร้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นผู้ที่คิดประดิษฐ์เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศและของโลก โดยเครื่องประดิษฐ์มีลักษณะหมุนขึ้นลงมีกระบะรับน้ำแนวตั้งสูง 4.50 เมตร กว้าง 2.50 เมตร

นายชัยพจน์ เปิดเผยว่า แรงจูงใจที่ทำให้ตนต้องการประดิษฐ์เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าขึ้นมาใช้เอง เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา ตนได้ติดตามข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าของประเทศ บางครั้งได้ข่าวว่าประเทศพม่าหยุดการส่งแก๊สธรรมชาติให้กับประเทศไทยมาหลายครั้ง ตนจึงคิดว่าจะทดลองคิดค้นหาต้นทุนพลังงานที่ใช้สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า พร้อมทั้งคิดหาทางแก้ไขว่าหากน้ำไม่ไหลจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร และหากกระแสไฟดับจะมีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไร ถึงแม้ตนจะเรียนจบแค่ชั้น ม.6 แต่ตนก็พอจะมีความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าพอสมควร จึงได้ทดลองประดิษฐ์เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยการลองผิดลองถูกมานานกว่า 6 ปี คิดค้นหาความรู้ทั้งเรื่องของถ่านหินหรือแม้กระทั่งนิวเคลียร์ แต่สุดท้ายก็มาคิดได้ว่าจะผลิตกระแสไฟฟ้าจากแรงดันของน้ำ เหตุผลเพราะไม่ต้องใช้ทุนมากมาย จึงคิดค้นและศึกษาเกี่ยวกับการไหลของน้ำ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับการหมุนของกังหันลม จากการลองผิดลองถูกจนสุดท้ายตนก็สามารถประดิษฐ์เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าได้สำเร็จ ซึ่งต้นทุนที่นำมาผลิตประมาณ 4 แสนบาท

"สำหรับเครื่องประดิษฐ์ผลิตกระแสไฟฟ้า ตนได้ไปยื่นเอกสารเพื่อจดลิขสิทธิ์เอาไว้แล้ว โดยใช้ชื่อว่า “ระหัดรับน้ำแนวตั้งเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า“ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 20 กิโลวัตต์ ซึ่งเหมาะที่จะนำไปใช้กับภาคอุตสาหกรรม เช่นโรงงาน หรือโรงแรม นอกจากนี้เครื่องดังกล่าวยังสามารถปรับกระแสไฟฟ้าได้ตามที่ต้องการอีกด้วย แต่ถ้าหากต้องการกระแสไฟฟ้ามากกว่านี้ ก็จำเป็นจะต้องผลิตเครื่องประดิษฐ์ชนิดนี้ให้ใหญ่ขึ้น แต่ทางที่ดีควรจะผลิตเครื่องเท่าเดิมแต่เพิ่มจำนวนมากขึ้นตามที่ต้องการจะเหมาะกว่า สำหรับเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่ตนคิดค้นขึ้นมา สามารถนำไปใช้กับหมู่บ้านได้ทั้งตำบล โดยไม่ต้องอาศัยไฟฟ้าแรงสูง และสามารถนำไปติดตั้งที่ปลายทางตามที่ต้องการได้ด้วย" นายชัยพจน์ กล่าว

นายชัยพจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานภาครัฐหรือรัฐบาล เข้ามาให้การสนับสนุน ตนเชื่อว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าช่วยคนไทยทั้งประเทศได้อย่างแน่นอน ส่วนตัวแล้วเชื่อและมั่นใจว่าเครื่องประดิษฐ์ที่ตนคิดค้นขึ้นมาเป็นเครื่องแรกของประเทศและอาจเป็นเครื่องแรกของโลก.

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 5 เม.ย. 2558

โครงการประกวดโรงเรียนและนักเรียนดีเดน ดานคุณธรรมและจริยธรรม ประจําป ๒๕๕๘

โพสต์17 เม.ย. 2558 00:41โดยอารีย์ ทิมเมือง   [ อัปเดต 17 เม.ย. 2558 00:41 ]

โครงการประกวดโรงเรียนและนักเรียนดีเดน ดานคุณธรรมและจริยธรรม ประจําป ๒๕๕๘ โดย ธนาคารออมสิน รวมกับ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
การสมัครเขารวมโครงการ ภายในวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ขอรับใบสมัครรายละเอียดโครงการไดที่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแหง หรือสอบถามเพิ่มเติมไดที่ สํานักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เว็บไซต : www.obec.go.th , http://inno.obec.go.th โทร. ๐ ๒๒๘๘ ๕๘๘๙-๙๐ หรือ ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th โทร. ๐ ๒๒๙๙ ๘๐๐๐ ตอ ๑๕๑๐๖๗ – ๑๕๑๐๗๐


รายละเอียดโครงการ >> http://www.vitheebuddha.com/files/news/d6d0299a5f8a35d47d0a3524cda90c1f0.pdf

สสวท.ร่วมมือกับ สพฐ.ยกระดับผลการประมิน PISA พัฒนา “ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA”

โพสต์15 ธ.ค. 2557 18:51โดยอารีย์ ทิมเมือง   [ อัปเดต 15 ธ.ค. 2557 22:58 ]

สสวท.ได้พัฒนา“ระบบออนไลน์ข้อสอบPISA”ซึ่งประกอบด้วยข้อสอบคณิตศาสตร์ข้อสอบวิทยาศาสตร์และข้อสอบการอ่านที่ผู้ใช้สามารถเลือกทำข้อสอบได้สองรูปแบบได้แก่ 1)การทำข้อสอบแบบจัดชุดระบบจะทำการสุ่มชุดข้อสอบที่ประกอบด้วยข้อสอบคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และการอ่าน
2)การทำข้อสอบแบบเลือกเองผู้ใช้สามารถเลือกทำข้อสอบวิชาต่างๆ ได้โดยเลือกทำทีละเรื่อง

ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทำข้อสอบรูปแบบใดหลังจากทำข้อสอบครบทุกข้อในชุดนั้นๆ หรือเรื่องนั้น ๆ แล้วระบบจะทำการตรวจคำตอบให้อัตโนมัติสำหรับข้อสอบแบบเลือกตอบหากคำตอบยังไม่ถูกต้องระบบจะยังไม่เฉลยคำตอบเพื่อให้ผู้ใช้สามารถทำข้อสอบเรื่องนั้นได้ใหม่ส่วนข้อสอบแบบพิมพ์คำตอบระบบจะไม่สามารถตรวจคำตอบได้จึงมีแนวคำตอบไว้ให้ซึ่งผู้ใช้สามารถตรวจคำตอบได้ด้วยตัวเอง

ระบบออนไลน์ข้อสอบPISAสามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์แทบเล็ต และสมาร์ทโฟนโดยรองรับการใช้งานกับเว็บเบราเซอร์ทุกประเภทอย่างไรก็ตาม Google Chrome เป็นเว็บเบราเซอร์ที่เหมาะสมต่อการใช้งานมากที่สุดผู้สนใจสามารถเข้าใช้งานระบบทดสอบได้ ที่ 

กรมประชาสัมพันธ์ จัดประกวดการเขียนเรียงความ "ค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ"

โพสต์19 ต.ค. 2557 20:45โดยอารีย์ ทิมเมือง   [ อัปเดต 19 ต.ค. 2557 20:46 ]

กรมประชาสัมพันธ์จัดประกวดการเขียนเรียงความ "ค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ"  หวังจุดประกายความคิด และถ่ายทอดความเข้าใจจากเยาวชนและประชาชน เป็นการเปิดโอกาสให้กับคนไทยได้แสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำอย่างไรให้ค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ ไปสู่การปฏิบัติ เพราะฉะนั้นเนื้อหาของเรียงความจะเป็นเรื่องไปสู่การปฏิบัติว่าจะทำอย่างไร และมีรางวัลตอบแทนเป็นทุนการศึกษาให้กับเยาวชน โดยผู้เข้าประกวดสามารถนำค่านิยม ๑ ใน ๑๒ ประการ มาถ่ายทอดได้อย่างอิสระ 
สำหรับการประกวด แบ่งเป็น ๓ ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ที่ สำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ 
ผู้ชนะในระดับต่าง ๆ จะได้รับ โล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล ดังนี้ ระดับประถมศึกษา รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินจำนวน  ๒๐,๐๐๐ บาท  ระดับมัธยมศึกษา ได้รับเงินรางวัล จำนวน  ๓๐,๐๐๐ บาท  และระดับอุดมศึกษา ได้รับเงินรางวัล จำนวน  ๕๐,๐๐๐ บาท   โดยจะพิจารณาผลงานในเดือนธันวาคม ๒๕๕๗ และประกาศผลภายในสิ้นเดือนมกราคม 

1-10 of 208