ประเภทของข้อมูล

ข้อมูลที่นักเรียนได้รับรู้ และนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ

1. ข้อมูลที่เป็นตัวอักษร หมายถึง ข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือภาษาต่าง ๆ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เป็นต้น

2. ข้อมูลที่เป็นตัวเลข หมายถึง ข้อมูลที่เขียนแทนตัวเลข ทั้งเลขไทยและ เลขอารบิค

3. ข้อมูลที่เป็นภาพ หมายถึง ภาพจริง ภาพวาด วัตถุ และสิ่งของชนิดต่าง ๆ

4. ข้อมูลอื่น ๆ เป็นข้อมูลนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว เช่น เสียง แสง ความร้อน เป็นต้น

ข้อมูลทุกประเภทมีประโยชน์ต่อเราทั้งสิ้น ข้อสำคัญคือ เราจะต้องรู้จักสังเกต และเลือกใช้ข้อมูล
ให้ถูกต้องเหมาะสม


อ้างอิงจาก
http://www.ketsarin.com/p2/unit2_2/__7.html

ประเภทของข้อมูล


ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ข้อมูลคือข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เราแบ่งประเภทได้เป็นสองประเภท คือ ข้อมูลปฐมภูมิและข้อมูลทุติยภูมิ
1 ข้อมูลปฐมภูมิ หมายถึงข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมหรือบันทึกจากแหล่งข้อมูลโดยตรง ซึ่งอาจจะได้จากการสอบถาม การสัมภาษณ์ การสำรวจ การจดบันทึก ตลอดจนการจัดหามาด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติต่างๆ ที่ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลได้ เช่นเครื่องอ่านรหัสแท่ง เครื่องอ่านแถบแม่เหล็ก ข้อมูลปฐมภูมิจึงเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ได้มาจากจุดกำเนิดของข้อมูลนั้น

2 ข้อมูลทุติยภูมิ หมาย ถึงข้อมูลที่มีผู้อื่นรวบรวมไว้ให้แล้ว บางครั้งอาจจะมีการประมวลผลเพื่อเป็นสารสนเทศ ผู้ใช้ข้อมูลไม่จำเป็นต้องไปสำรวจเอง ตัวอย่างจากข้อมูลสถิติต่างๆ ที่หน่วยงานรัฐบาลทำไว้แล้ว เช่น สถิติจำนวนประชากรแต่ละจังหวัด สถิติการส่งสินค้าออก สถิติการนำสินค้าเข้า ข้อมูลเหล่านี้มีการตีพิมพ์เผยแพร่เพื่อให้ใช้งานได้ หรือนำเอาไปประมวลผลต่อ

อ้างอิงจาก

http://st.mengrai.ac.th/users/paisan/e-learning/information/content/info4.htm#


การประมวลผลข้อมูลและข้อสนเทศ


ข้อมูล (Data)
ข้อมูลคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับบุคคล วัตถุสิ่งของ สถานที่ สิ่งมีชีวิตต่างๆ หรือเหตุการณ์ใดๆ ที่เราให้ความ สนใจที่จะศึกษา ข้อมูลเหล่านี้อาจได้มาจากการสังเกต การนับหรือการวัด และข้อมูลอาจเป็นได้ทั้งตัวเลข ข้อความ หรือเป็น ตัวเลขปนกับตัวอักษรก็ได้ แต่ที่สำคัญที่สุด ข้อมูลจะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง โดยทั่วไปข้อมูลจะเกิดขึ้นอย่างไม่เป็นระเบียบ ยากต่อการใช้ประโยชน์ ดังนั้นเราจึงมีการจัดการระเบียบของข้อมูลต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้ได้มากที่สุด

ประเภทของข้อมูล
ประเภทของข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ สามารถจำแนกได้เป็น 2 ลักษณะคือ

1. แบ่งตามลักษณะการรวบรวมข้อมูล
1.1 ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary data) เป็นข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งข้อมูลโดยตรง ถือว่าเป็นข้อมูลที่มีความถูกต้อง และน่าเชื่อถือมากที่สุด



1.2 ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) เป็นข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งอื่นๆ ข้อมูลลักษณะนี้มักจะมีความคาดเคลื่อนกว่าแบบแรก

 



2. แบ่งตามลักษณะการประมวลผล
2.1 ข้อมูลแสดงปริมาณ (Quantitative data) หรือเรียกว่าเป็นข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ (Numeric character) ข้อมูลลักษณะนี้ จะเป็นข้อมูลทางด้านของการบ่งบอกจำนวนหรือปริมาณ ที่สามารถคำนวณได้ เช่น เงินเดือน อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง รายได้ เป็นต้น


2.2 ข้อมูลแสดงคุณภาพ (Qualitative data) หรือเป็นข้อมูลที่ไม่ได้ใช้ในการคำนวณ (Alphabetic character หรือ Alphanumeric character) เช่น อาชีพ วุฒิการศึกษา ชื่อวิชาเอก เป็นต้น

แหล่งที่มาของข้อมูล (Source of data)
1. แหล่งข้อมูลภายใน (Internal source) เป็นข้อมูลที่ได้มาจากหน่วยงานต่างๆ ภายในระบบนั้นเอง ข้อมูลจากแหล่งนี้โดยมาก จะเป็นข้อมูลทุติยภูมิ
2. แหล่งข้อมูลภายนอก (External source) เป็นข้อมูลที่ได้มากจากภายนอกระบบ (หรือภายนอกหน่วยงาน) เพื่อ นำมาประกอบการวิเคราะห์ และการเปรียบเทียบ ตัดสินใจของผู้บริหาร ข้อมูลจากแหล่งนี้อาจจะเป็นข้อมูลปฐมภูมิ หรือ ทุติยภูมิก็ได้
ข้อมูลไม่ว่าจะมีลักษณะใด หรือได้มาจากแหล่งใดก็ตาม เมื่อใช้เป็นข้อมูลเพื่อนำเข้ามาใช้ในการประมวลผล ข้อมูลนี้จะเป็นส่วนที่ชี้บอกว่าข้อมูลผลลัพธ์ที่จะออกมานั้น น่าเชื่อถือเพียงใด เพราะถ้าข้อมูลที่เข้าไปไม่ถูกต้อง ต่อให้การประมวลผลดีเพียงใด ข้อมูลที่ได้รับออกมาก็จะไม่มีคุณภาพ


ลักษณะของข้อมูลที่ดี
ข้อมูลที่ดีย่อมก่อให้เกิดสารสนเทศที่ดี มีประโยชน์ ข้อมูลที่ดีประกอบด้วยลักษณะเด่น 4 ประการคือ
1. ความถูกต้อง (Accuracy) ความถูกต้องนับเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งในกระบวนการประมวลผลข้อมูล เพราะนอกจากจะตรงตามจุดประสงค์แล้ว ยังทำให้เกิดความน่าเชื่อถือของข่าวสารด้วย กล่าวคือ หากข้อมูลที่ป้อนเข้ามีความถูกต้อง เป็นจริง ย่อมแสดงว่าข่าวสารที่ได้น่าเชื่อถือ และตรงตามจุดประสงค์ในการแก้ปัญหา
2. ความสมบูรณ์ (Completeness) ข้อมูลที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการประมวลผล ข้อมูลที่ดียังจะต้องมีความสมบูรณ์ทั้งรายการและจำนวน รวมทั้งต้องครอบคุมประชากรหรือตัวแปรในกลุ่มที่เกี่ยวข้องด้วย
3. ความสะดวกรวดเร็วต่อการใช้งาน (Timeliness) ความเร็วเป็นตัวชี้ความทันสมัยต่อเหตุการณ์ และความเป็นปัจจุบันของข้อมูล ทั้งนี้หมายถึงความเร็วในการนำเสนอข่าวสารผลลัพธ์ด้วย เพราะผลลัพธ์ที่ถูกต้องสมบูรณ์จะไม่มีคุณค่าใดๆ หากการนำเสนอผลลัพธ์ล่าช้า
4. ความเหมาะสมต่อการประมวลผล (Compatibles) ข้อมูลที่จะนำเข้าสู่กระบวนการประมวลผล จำเป็นต้องเข้ากันได้กับเครื่องมือที่ใช้ในการประมวลผลนั้นๆ

อ้างอิงจาก

http://www.nrru.ac.th/learning/science/sc_007/03/unit3/data1.html

Comments