บทความดี-ดี


:: Nick Vujicic ไม่มีแขน-ขา แต่หัวใจยังสู้ต่อไป‏

โพสต์20 มิ.ย. 2554 02:01โดยPheerawat Subpramuan   [ อัปเดต 13 ม.ค. 2558 20:07 ]


Nick Vujicic เป็นชาว ออสเตรเลีย เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2525 จากพ่อแม่ชาวเซอร์เบียซึ่งอุทิศตนให้คริสต์ศาสนา — เขาเกิดมาไม่มีแขนทั้งสองข้าง มีขาสั้นๆ ข้างเดียวที่มีนิ้วโป้งสองนิ้วเท่านั้น แทนที่จะมัวหมกมุ่นสงสารตัวเอง หรือโกรธเกรี้ยวผู้คนรอบข้างด้วยเหตุผลต่างๆ นานาของ “ความไม่ยุติธรรม” (Why me?) เขากลับบอกพ่อแม่ว่าเขาอยากใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องการให้ใครมาดูแล หรือปฏิบัติต่อเขาอย่างพิเศษ — แล้วเขาก็ใช้ชีวิตปกติ ไปโรงเรียนสามัญเรียนร่วมกับเพื่อนที่มีร่างกายสมบูรณ์ ผู้คนต่างมองเขาอย่างประหลาดใจ โดยที่ไม่ได้ตระหนักเลยว่าสิ่งที่พวกเขาคิดกับความเป็นจริงนั้น เป็นคนละเรื่องเลย เขาเรียนจบทางบัญชี และปัจจุบันเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจที่เดินรอบโลก เพื่อพูดกับเด็ก-วัยรุ่นที่มีความคับข้องใจ ไม่พอใจ เป็นตัวอย่างที่มีชีวิต แสดงให้เห็นว่าที่แต่ละคนมีนั้น ยิ่งใหญ่ขนาดไหนเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขามี

เรื่องเล่าอันน่าอัศจรรย์ใจเกี่ยวกับความเชื่อในภาวะ อันยากลำบาก ถ้าเรื่องของนิคไม่ทำให้เราเชื่อเรื่องความรักของพระเจ้าและพลังของพระองค์ รวมถึงสิ่งที่ความเชื่อนั้นทำให้เกิดขึ้นได้ ก็คงไม่มีเรื่องไหนที่จะทำให้เราเชื่อได้อีกแล้ว

ผมชื่อ นิค วูจิซิค และผมขอมอบสิ่งดีต่าง ๆ ให้เป็นของพระเจ้าสำหรับโอกาสการเป็นพยานของผมที่จับต้องหัวใจของคนนับแสนทั่วโลก!

ผมเกิดมาโดยที่ไม่มี แขนขาและหมอก็หาคำอธิบายทางการแพทย์ไม่ได้สำหรับ "ข้อบกพร่อง" จากการกำเนิดนี้ อย่างที่คุณน่าจะจินตนาการได้ว่าผมต้องเจอกับความท้าทายและอุปสรรคมากมาย

"คิดซะว่ามันเป็นความรู้สึกเป็นสุขอันบริสุทธิ์เถิดพี่น้อง เมื่อไหร่ก็ตามที่เราต้องเจอกับการทดลองในหลายรูปแบบ"

...ให้ถือ ว่าความเจ็บปวด ความทุกข์ยาก และการต่อสู้ดิ้นรนของเราเป็นความรู้สึกอันเป็นสุขงั้นเหรอ? ด้วยความที่พ่อแม่ของผมเป็นคริสเตียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อของผมที่เป็นนักเทศน์ในโบสถ์ พวกเค้ารู้ซื้งในคำพูดนั้นเป็นอย่างดี

อย่าง ไรก็ตาม เช้าวันหนึ่งของวันที่ 4 ธันวาคม ปี 1982 ที่เมืองเมลเบิร์น (ประเทศออกเตรเลีย) สองคำสุดท้ายที่อยู่ในใจของพ่อแม่ผมก็คือ "สรรเสริญพระเจ้า!"

ลูก ชายคนแรกของพวกเขาเกิดมาไม่มีแขนขา! ไม่มีคำเตือนใด ๆ หรือแม้แต่เวลาให้เตรียมใจสำหรับเรื่องนี้ หมอก็ตกใจและไม่มีคำตอบใด ๆ เลย! ยังคงไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ใด ๆ ที่จะอธิบายได้ว่าทำไมสิ่งนี้จึงเกิดขึ้น และตอนนี้นิคมีทั้งน้องชายและน้องสาวที่เกิดมาเหมือนกับเดกปกติคนอื่น ๆ

คน ทั้งโบสถ์เศร้าโศกกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับการเกิดมาของผม และพ่อแม่ผมก็รู้สึกไปกับเรื่องเหล่านั้น ทุกคนถามว่า "ถ้าพระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งความรัก ถ้างั้นทำไมพระองค์ถึงยอมให้สิ่งเลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่กับใครคนอื่น แต่กับคริสเตียนที่ทุ่มเทแบบนี้" พ่อผมไม่คิดว่าผมจะมีชิวิตอยู่ได้นานนัก แต่ผลการทดสอบกลับบอกว่าผมเป็นเด็กผู้ชายแข็งแรง เพียงแค่แขนขาหายไปเท่านั้นเอง

พ่อแม่ผมมีความกังวลอย่างมากและแสดงให้ เห็นถึงความกลัวว่าชีวิตแบบไหนกันนะที่ผมจะเติบโตขึ้นมา ซึ่งมันก็เข้าใจได้อยู่หรอก แต่ว่าพระเจ้าก็ให้ความเข้มแข็ง สติปัญญา และความกล้าแก่พวกท่านในการที่จะผ่านสิ่งเหล่านี้ไปได้ในช่วงปีแรก ๆ และไม่นานหลังจากนั้นผมก็โตพอที่จะไปโรงเรียนได้

กฎหมาย ในประเทศไม่อนุญาตให้ผมได้เข้าโรงเรียนที่ดีที่สุดเนื่องจากสภาพความบกพร่อง ทางร่างกายของผม แต่พระเจ้าก็ทำเรื่องมหัศจรรย์และให้พลังแก่แม่ผมในการที่จะต่อสู้กับกฎหมาย เพื่อให้มันเปลี่ยนไป ผมเป็นคนหนึ่งในนักเรียนที่พิการรุ่นแรกที่ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนในระดับ หน้า

ผม ชอบไปโรงเรียนและพยายามที่จะมีชีวิตเหมือนกับคนอื่น ๆ แต่ผมก็ได้รับรู้ในปีแรก ๆ ของการไปโรงเรียนถึงเวลาที่รู้สึกไม่สบายใจอันเกิดจากการถูกปฎิเสธ รู้สึกแปลกแยกและถูกล้อเลียนจากความแตกต่างทางร่างกายของผม เป็นเรื่องยากสำหรับผมที่จะชินกับความรู้สึกนั้น แต่ด้วยการสนับสนุนของพ่อแม่ ผมเริ่มที่จะพัฒนาทัศนคติที่ดีและคุณค่าที่ช่วยให้ผมก้าวผ่านเวลาแห่งความ ท้าทายนั้น

ผมรู้ ว่าภายนอกผมต่างจากคนอื่นแต่ข้างในนั้นผมก็เหมือนกับทุกคนแหละ มีหลายครั้งที่ผมรู้สึกแย่มาก ๆ จนไม่อยากไปโรงเรียนเพื่อที่จะไม่ต้องไปเจอเรื่องแย่ ๆ พวกนั้น แต่ผมก็ได้รับการชูใจจากพ่อแม่ในการที่จะไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น และให้เริ่มหาเพื่อนโดยการไปพูดคุยกับเด็กบางคน ไม่นานนักเด็กนักเรียนเหล่านั้นก็รู้ว่าผมก็เหมือนพวกเขานั้นแหละ และจากตรงนั้น พระเจ้าก็อวยพรผมในการพบเพื่อนใหม่

มีบางเวลาที่ผมรู้สึก หดหู่และโกรธเกรี้ยวเพราะผมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ผม หรือไม่สามารถโทษใครได้สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมไปโรงเรียนสอนศาสนาวันอาทิตย์และได้เรียนรู้ว่าพระเจ้ารักเราทุกคนและ พระองค์ทรงห่วงใยเรา ผมก็เข้าใจความรักในแบบเด็ก ๆ แต่ผมไม่เข้าใจว่า ถ้าพระเจ้ารักผม ทำไมพระองค์ถึงทำให้ผมเป็นแบบนี้? เป็นเพราะว่าผมทำอะไรผิดหรือเปล่า? ผมคิดว่าผมต้องทำอะไรผิดแน่เลยเพราะจากเด็กทุกคนในโรงเรียน มีผมคนเดียวที่ประหลาด ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมเป็นภาระของคนรอบ ๆ ตัวผม และถ้าผมยิ่งตายเร็วเท่าไหร่ ทุกคนก็คงสบายขึ้นเท่านั้น ผมต้องการที่จะจบความเจ็บปวดและจบชีวิตนี้ด้วยอายุเพียงน้อยนิด แต่ผมก็ต้องขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง สำหรับพ่อแม่และครอบครัวที่อยู่ตรงนั้นเพื่อผมตลอดเวลาเพื่อที่จะทำให้ผม รู้สึกดีและเข้มแข็ง

เนื่องจากการต้องดิ้นรนใน ด้านอารมณ์ของผม ผมต้องเจอกับการกลั่นแกล้ง การเคารพตัวเอง และความโดดเดี่ยว พระเจ้าได้ปลูกฝังความหลงไหลในการแบ่งปันเรื่องราวและประสบกาณ์ของผมเพื่อ ช่วยเหลือคนอื่นในการรับมือกับความท้าทายใด ๆ ก็ตามที่พวกเขาต้องเจอในชีวิตและยอมให้พระเจ้าเปลี่ยนเรื่องเหล่านั้นเป็น พระพร เพื่อหนุนใจและดลใจให้ผู้อื่นใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ และไม่ยอมให้สิ่งใดเข้ามาขวางความหวังและฝันของพวกเข้าได้



Nick Vujicic ถึงแม้เขาจะเป็นคนที่ขาดหลายๆอย่าง แต่เขาก็ยังสามารถที่จะช่วยเหลือ และให้กำลังใจแก่คนทั้งหลายได้ด้วยแนวคิดต่อการใช้ชีวิตให้มีคุณค่าของเขา เอง แล้ววันนี้คุณมีพร้อมทุกๆอย่างคุณมีร่างกายที่ครบสมบูรณ์ คุณมีเครื่องมือที่สามารถช่วยผู้คนที่รัก และคนรอบๆข้างคุณให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น ได้ เพียงแต่คุณมีความเชื่อและเห็นคุณค่าของเครื่องมือนี้แล้วหรือยัง เพียงคุณเชื่อไม่เพียงแต่ตัวคุณเอง แต่คนทุกๆคนที่คุณรักก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้นได้

Nick Vujicic เป็นนักสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนทั่วโลก
แต่คุณเองก็เป็นผู้เปิดโอกาศความสำเร็จให้แก่คนทั่วโลกได้เช่นกัน
ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า AIM STAR

:: สิ่งสำคัญอยู่ที่หัวใจ

โพสต์20 มิ.ย. 2554 01:55โดยPheerawat Subpramuan   [ อัปเดต 13 ม.ค. 2558 20:07 ]



เมื่อความตั้งใจ  ล้มเหลวและผิดหวัง ขออย่าให้หัวใจท้อแท้ ถดถอย เพราะ สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่หัวใจ ขออย่าให้หัวใจล้มเหลวตามไปกับความตั้งใจ ….

ความตั้งใจเต็มร้อย มิได้หมายความว่าจะสำเร็จทุกอย่าง เผื่อหัวใจไว้บนความผิดพลาดสักเพียง 1% อย่างน้อยเราก็ยังเหลือ 1% สำหรับความผิดพลาด ไม่ได้สูญเสียไปเสียหมด ขอบคุณที่ยังเหลือไว้ให้เริ่มต้นใหม่ได้...

เมื่อล้มแล้ว ขออย่าล้มนาน คนที่มีความหวังเท่านั้นที่จะอยู่ได้ แต่คนที่ไม่ลุกขึ้นต่อสู้คือคนที่ตายไปแล้ว อย่าให้หัวใจของเราต้องตายไปพร้อมๆ กับล้มเหลว สิ้นหวัง ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกล ล้มวันนี้ ตกหลุมบาดเจ็บวันนี้ก็เพื่อวันข้างหน้า ต่อไปจะได้ก้าวไม่พลาดอีก

ความล้มเหลวคือบันไดที่กะก้าวไปสู่ความสำเร็จ ถ้าหัวใจไม่ยอมแพ้ซะอย่างใครก็ฉุดไม่อยู่ สิ่งสำคัญอยู่ที่หัวใจ  ไม่ ใช่ความล้มเหลวในอดีต... ให้อดีตเป็นบทเรียนที่ดีคอยสอนตัวเอง ให้ความผิดพลาดเป็นพลังผลักดันชีวิต ให้ความเจ็บปวดเป็นแรงบันดาลใจในการลุกขึ้นต่อสู้ ให้ลมหายใจที่เหลืออยู่คอยเตือนสติว่า “ฉันยังมีหวัง” ขอให้หัวใจเราเต็มเปี่ยมด้วยพลังที่จะก้าวจากจุดเล็กๆ เป็นขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่...

ให้ความผิดพลาดเป็นบทเรียนอันล้ำค่าที่หาจากไหนไม่ได้นอกจากประสบการณ์ของ เราเอง และเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า อย่าปล่อยให้ความถดถอยเป็นสิ่งที่คอยทำให้ชีวิตตกต่ำ อย่าปล่อยให้ความช้ำใจเป็นสิ่งที่คอยรั้งหัวใจให้เจ็บปวดและสิ้นหวัง

ให้ขอบคุณที่เรายังเหลือลมหายใจ ขอบคุณที่ยังมีชีวิต ขอบคุณที่ยังเหลือคุณค่าในตัวเอง ลืมอดีตแล้วก้าวไปข้างหน้า อดีตที่ผ่านมาไม่สำคัญเท่ากับชีวิตที่เหลืออยู่...


เพราะว่าหัวใจสำคัญที่สุด “จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด”

1-2 of 2