ตัวอย่างการเขียนเรียงความ

ตัวอย่างการเขียนเรียงความจากข้อเท็จจริง

เรื่อง  น้ำท่วมจังหวัดแพร่

วันศุกร์ที่  ๑ กันยายน  พ.ศ. ๒๕๓๘   เป็นวันประวัติศาสตร์ของชาวเมืองแพร่  เป็นวันที่คนเมืองแพร่จะต้องจดจำไปอีกนานทีเดียว  เพราะวันนั้นน้ำป่าได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนในเมืองแพร่เกิดความเสียหายยับเยินทั้งบ้าน  โรงเรียน  สถานที่ราชการ  ร้านค้าต่าง ๆ มากมาย  เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันว่าจะเกิดขึ้นในตัวเมืองแพร่  ทุกคนคิดว่าน้ำคงจะไม่ท่วมถึงในเวียงแน่นอน วันนั้นข้าพเจ้าตื่นขึ้นมาแต่เช้าประมาณ  ๖ โมง    ข้าพเจ้าเปิดวิทยุสถานีสวท.แพร่   เป็นกิจวัตรประจำ  เพื่อฟังข่าวท้องถิ่นก็พอดีได้ยินประกาศว่า ร.ร. พิริฯ  ร.ร. นารีรัตน์ฯ  และร.ร. เมธังฯหยุดเรียน ๑ วัน  เนื่องจากน้ำจะท่วมในอำเภอเมืองแพร่  เดิมข้าพเจ้าตั้งใจจะเตรียมตัวไปทำงานที่ร.ร.พิริฯ  แต่พอได้ยินประกาศข้าพเจ้าจึงเปลี่ยนความตั้งใจคิดว่าจะอยู่บ้านดีกว่า  เพราะต้องดูแลลูกสาวและลูกชายซึ่งหยุดเรียนเช่นกันและสามีของข้าพเจ้าก็ไปราชการที่กรุงเทพฯ  คงปล่อยให้ลูก ๆ อยู่ตามลำพังไม่ได้แน่นอน  เมื่อถึงเวลาประมาณ  ๙ โมงเช้า   ได้ยินวิทยุประกาศอีกว่าบริเวณรอบนอกน้ำท่วมแล้ว  ให้ชาวบ้านเก็บของและระวังชีวิตและทรัพย์สินให้ดี  ข้าพเจ้าก็ยังไม่เอะใจเตรียมข้าวปลาอาหารให้ลูกกินตามปกติ  ถึงเวลาเกือบ  ๑๐ โมง น้องชายสามีซึ่งอยู่บ้านที่ประตูชัยได้โทรศัพท์มาบอกว่า  ตอนนี้น้ำท่วมในเวียงแล้ว  การจราจรถูกตัดขาดให้รีบนำลูก ๆ เข้าบ้านและเตรียมเก็บของโดยด่วน  ข้าพเจ้าก็เรียกลูกชายและลูกสาวซึ่งออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ นอกบ้านและกำลังจะพากันไปดูน้ำท่วมที่ร.ร. พิริฯ  ให้รีบเข้าบ้านด่วน  เวลา ๑๐ โมง ข้าพเจ้าเริ่มเห็นน้ำไหลเข้ามาทางบ้านที่อยู่ตรงกันข้ามกับบ้านของข้าพเจ้า  น้ำไหลมาอย่างเร็วและแรงมาก  ข้าพเจ้าตกใจและคิดว่าคงท่วมแน่นอน  แต่คงจะไม่เท่าไหร่หรอก  เพราะทุกครั้งที่ผ่านมา  หมู่บ้านที่ข้าพเจ้าอยู่ไม่เคยมีน้ำท่วมเข้ามาถึงเลย  จะท่วมอยู่บริเวณรอบ ๆ หมู่บ้าน  สูงประมาณข้อเท้า  แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ประมาทรีบปิดประตูบ้าน  แล้วเข้ามาเก็บข้าวของในบ้านเท่าที่จะยกขึ้นไว้ชั้นบนได้   โดยให้ลูกชาย(ตอนนั้นอายุ  ๑๑ ขวบ) และลูกสาว(ตอนนั้นอายุ  ๗ ขวบ)  ยืนคอยรับของอยู่ตรงบันไดแล้วนำขึ้นไปไว้ที่ชั้นบน  ตอนนั้นน้ำเข้าบ้านแล้ว  โดยเริ่มเข้ามาทางหลังบ้านซึ่งเป็นสวน  เสียงน้ำซู่ ๆ ดังมากเชี่ยวมากและเร็วมากเหมือนกับน้ำตก  ข้าพเจ้าพยายามเก็บของหนีน้ำอย่างรวดเร็ว  น้ำก็เริ่มสูงขึ้น ๆเรื่อย ๆ  ข้าพเจ้าเก็บของจนกระทั่งน้ำท่วมถึงคอข้าพเจ้า  ก็ยังเก็บไม่หมด ขาของข้าพเจ้าเริ่มลอยจากพื้นแล้ว  กลัวจะจมน้ำเหมือนกัน(เพราะว่ายน้ำไม่เป็น)  สิ่งของที่หนัก ๆ ข้าพเจ้าต้องตัดใจปล่อยให้น้ำท่วมไปอย่างนั้น  เช่น  จักรเย็บผ้า  โต๊ะทำงาน  ตู้เอกสารเหล็ก  เตาแก๊ส  วิทยุเทป  พัดลม(เก็บไม่ทันจริง ๆ ) ตู้เย็นกำลังจะคว่ำลงในน้ำแล้ว  ข้าพเจ้าลองเสี่ยงเรียกเพื่อนข้างบ้านให้มาช่วยยกขึ้นไว้ชั้นบนพร้อมทั้งเครื่องซักผ้า  ปรากฏว่าหลังน้ำลดแล้วต้องนำไปซ่อมก่อนจึงจะใช้ได้  ส่วนรถปิคอัพและรถมอเตอร์ไซค์นั้นไม่ต้องพูดถึงเลย  โดนน้ำท่วมมิดหลังคาแช่น้ำอยู่    คืน และถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด  น้ำได้ทรงตัวเมื่อเวลาประมาณบ่ายโมง ข้าพเจ้าได้ทำเครื่องหมายไว้และลองวัดดู   ปรากฏว่าสูงถึงจมูกของข้าพเจ้าพอดี  (ข้าพเจ้าสูง ๑๖๙  ซ.ม.)  ข้าพเจ้าและลูก ๆ ต้องขึ้นไปอยู่ชั้นบน  ลูกเริ่มหิวข้าวแล้ว  แต่ทว่าข้าวและกับข้าวไม่มีเลย  ทำอย่างไรดีล่ะ  พอดีมีบะหมี่สำเร็จรูปอยู่ ๒ ห่อ ข้าพเจ้าจำเป็นต้องให้ลูกกินบะหมี่นั้นทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ทำให้สุกเสียก่อน  โดยให้ดื่มน้ำมาก ๆ จะได้ไม่ท้องอืด  เวลานั้นข้าพเจ้ารู้สึกสงสารลูกเหลือเกิน  ข้าพเจ้ามองออกไปยังบ้านอื่นเขาก็อยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกับเราเท่าใดนัก  ก็พอจะทำใจได้บ้าง   พอดีลักษณะบ้านของข้าพเจ้าเป็นทาวน์เฮาส์คือปลูกติด ๆ กัน  จึงไม่เงียบเหงา  ว้าเหว่  เพราะแต่ละบ้านก็จะโผล่หน้าออกมาพูดคุยกันและถามทุกข์สุขกันได้  เป็นบรรยากาศที่พอจะคลายความตึงเครียดลงได้บ้าง  พอถึงมื้อเย็นซึ่งเป็นมื้อหนัก  ข้าพเจ้าเริ่มคิดกังวลแล้วว่าจะหาอาหารอะไรให้ลูกกินดี  เพื่อนบ้านซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ตะโกนถามข้าพเจ้าว่า  มีข้าวกินไหม? ข้าพเจ้าก็ตอบว่า ครัวเก็บไม่ทันเย็นนี้คงไม่มีอะไรกิน  เขาก็บอกว่าบ้านผมหุงข้าวไว้หม้อใหญ่  จะส่งไปให้กินแก้หิวไปก่อน  อาจจะต้องกินกับน้ำปลาก็ต้องยอม  ข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อนบ้านมาก ๆ พอถึง  ๖ โมงเย็น  ก็มีการส่งข้าวโดยวิธีเอาข้าวใส่หม้อแล้ววางในกาละมังผูกเชือกลอยข้ามน้ำมายังฝั่งบ้านข้าพเจ้า  พอได้ข้าวมาก็นำมาตักแบ่งกันกินบ้านละจานสองจาน  ข้าพเจ้าและลูกกินข้าวกับไข่เค็มซึ่งมีเหลืออยู่ในตู้เย็นทุกคนต้องกินเท่าที่มีมิฉะนั้นก็อด  ค่ำมืดแล้วไฟก็ไม่มีน้ำประปาก็ไม่ไหล  สภาพในจังหวัดแพร่ขณะนั้นเป็นอัมพาตไปทั้งเมือง  ขาดการติดต่อใด ๆ ทั้งสิ้น  ในยามนี้มีแต่ข้าพเจ้าและลูก ๆ ทั้งสองคน   มันช่างเงียบและวังเวงอะไรเช่นนี้  ข้าพเจ้านึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านไปในวันนี้ 

มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก  นี่ถ้าเราไม่ตั้งสติให้ดีคงจะเกิดความเสียหายมากกว่านี้  แล้วคนอื่น  ๆ ที่ร่วมชะตากรรมกับเราล่ะ  เขาเสียหายกันมากน้อยเพียงใด  มันเป็นความเสียหายที่ประมาณค่าไม่ได้เลยเพราะเสียหายทั้งทรัพย์สินอาจจะชีวิตคน  สัตว์และพืช   และที่สำคัญที่สุดคือสภาพจิตใจของคนที่เสียไป  ตลอดคืนนั้นข้าพเจ้านอนไม่หลับเลย    รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว  อากาศก็ร้อนอีกทั้งไม่ได้อาบน้ำเหม็นสาบตัวเองจังเลย  แต่ก็ต้องทนและคอยหวาดผวาว่าน้ำจะสูงขึ้นอีกหรือเปล่า  ข้าพเจ้าต้องคอยลุกขึ้นมาดูว่าน้ำลดหรือเพิ่มขึ้น  จนกระทั่งประมาณตี ๑  น้ำเริ่มลดลงทีละน้อย ๆ  ข้าพเจ้าก็ค่อยสบายใจและงีบหลับไปได้สักพักหนึ่ง  พอรุ่งเช้าข้าพเจ้าลุกไม่ขึ้นต้องให้ลูกช่วยดึงแขนยกขึ้น  เพราะปวดไปหมดทั้งตัวทำท่าว่าจะไม่สบายเอาทีเดียว  ข้าพเจ้ารีบกินยาแก้ไข้ดักไว้ก่อนเพราะว่าป่วยไม่ได้สภาพน้ำลดลงเรื่อย ๆ ทำให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อย  สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ  อาหารมื้อเช้าของวันนี้คือข้าวกับลูกชิ้นทอดซึ่งเพื่อนบ้านติดกันเขาเมตตาเอามาให้  ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง  นี่แหละในยามที่ทุกข์ยากเราจึงจะได้เห็นน้ำใสใจจริงของคนว่าเป็นเช่นไร  ข้าพเจ้าได้แต่คิดว่าจะต้องมีโอกาสตอบแทนให้ได้  ประมาณบ่ายโมง   น้ำลดลงจนเกือบแห้งแล้ว   พวกชาวบ้านเริ่มกวาดล้างและทำความสะอาดบ้านเป็นการใหญ่  เพราะถ้าคอยให้น้ำแห้งขี้โคลนจะติดแน่นล้างออกยาก  ข้าพเจ้าลงมา

ชั้นล่างและล้างขี้โคลนที่พื้นก่อน  เพื่อที่จะได้เดินได้สะดวก ไม่ลื่นหกล้ม  วันนี้เหนื่อยเก็บของด้วยใจที่ยังหวาดหวั่นว่าน้ำจะมาอีกระลอกหรือเปล่า   สภาพจิตใจของข้าพเจ้าขณะนี้แย่มากเลย  สภาพหลังน้ำท่วมจะได้เห็นความเสียหายยับเยินของผู้คนชาวเมืองแพร่อย่างไม่นึกไม่ฝันมาก่อน  ข้าพเจ้าอยากจะถ่ายรูปไว้แต่ปรากฏว่าไม่มีฟิล์ม  พอดีเพื่อนบ้านได้ถ่ายไว้ให้จึงได้มีรูปไว้ดูเป็นที่ระลึกบ้างสัก๒-๓

รูป ก็ยังดี ผ่านพ้นไปแล้ว   มันมาเร็วและไปเร็ว  จนเราเกือบจะตั้งตัวไม่ทัน  ภัยน้ำท่วมหรืออุทกภัยเป็นภัยธรรมชาติประเภทหนึ่งที่เราควบคุมมันไม่ได้  แต่เราก็ทำให้เสียหายน้อยที่สุดได้  ด้วยความมีสติสัมปชัญญะ  ไม่ตื่นเต้นตระหนกตกใจจนเกินเหตุ  เตรียมรับสถานการณ์นั้น ๆ ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งแล้วเวลาก็จะช่วยคลี่คลายให้อะไร ๆ  ดีขึ้นเอง  และที่สำคัญก็คืออย่าประมาท  น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดแพร่ครั้งนี้คงจะเป็นบทเรียนที่มีค่าราคาแพงสำหรับผู้ที่ได้ประสบกับตนเอง  มันเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่

อาจจะลืมได้ง่ายเลย 

 

                                                                                                                  ครูสุจิตรา    พังสุวรรณ

 

 

                                        

 

 

Comments