สื่อการเรียนการสอน

    เนื้อหาสาระกล้วยไม้

      ปฏิรูปการศึกษารอบสอง

      หอมใหญ่ หอมแดง

            
        
                                                        หอมใหญ่                                                                   

      วิดีโอ YouTube

      วิดีโอ YouTube

       
       
                                                         หอมแดง

      การปลูกหอมแดง

       

              "หอมใหญ่" มีชื่อพื้นบ้านว่า หอมหัวใหญ่ หอมฝรั่ง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า ออนเนียน (Onion) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ออลเลียม ซีปา (Allium cepa Linn.) จัดอยู่ในวงศ์ออลเลียซีอี้ (Alliaceae)
               "หอมใหญ่" เป็นพืชล้มลุกมีลำต้นหรือหัวอยู่ใต้ดิน ซึ่งเป็นหัวเดียวมีลักษณะกลม ค่อนข้างใหญ่ สีขาว แต่บางพันธุ์จะมีสีเหลือง หรือแดง ใบกลวงยาว ดอกจะออกเป็นช่อประกอบด้วยดอกเล็กๆ สีขาวรวมกัน หอมใหญ่มีอายุ 2 ปี และเป็นพืชตระกูลเดียวกับกระเทียมและกุยช่าย หอมใหญ่เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศในแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ สำหรับประเทศไทยพบมากทางภาคเหนือ
                หอมหัวใหญ่เป็นพืชที่สามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด และยังต้องการความชื้นของดินพอเหมาะ พันธุ์ที่ใช้ปลูกที่เหมาะและเป็นที่นิยมของตลาดเป็นพันธุ์เบา คือ มีความต้องการช่วงวันสั้นในการเจริญเติบโต มีรสเผ็ดน้อย เนื้อสีขาว เปลือกหุ้มเมล็ดสีเหลืองถึงสีน้ำตาล เช่น พันธุ์แยลโล่กราเนกซ์ไฮบริค และเออรี่ กราโน เป็นต้น
                การปลูก /การเพาะกล้าหอมหัวใหญ่  หว่านเมล็ดพันธุ์ให้กระจายทั่วแปลง แล้วไถกลบ ด้วยดินผสมปุ๋ยหมัก รดน้ำด้วยบัวฝอยละเอียด คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง แล้วคลุมแปลงด้วยผ้าขาว เมื่อต้นกล้างอกดีแล้วให้เปิดผ้าคลุมให้ต้นกล้าที่งอกใหม่ได้รับแสงแดดในช่วงเช้า การปลูกลงแปลง การย้ายควรย้ายตอนเย็นแดดอ่อนแล้ว หรือในวันที่มีอากาศมืดครึ้ม หย่อนรากลงไปในหลุมซึ่งทำไว้ บีบดินข้างๆ กดรอบโคนต้นให้แน่นแล้วคลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม 
               การดูแลรักษา
                      ๑. การใส่ปุ๋ย ปุ๋ยที่แนะนำให้ใช้ คือปุ๋ยสูตร
      15 - 15 -15 หรือ 12-24-12 หรือปุ๋ยสูตรที่ใกล้เคียงกันนี้โดยใส่ในอัตรา 100-150 กิโลกรัมต่อไร่ การใส่ให้แบ่งใส่ 2 ครั้ง  ครั้งแรก ให้ใส่ครึ่งหนึ่ง โดยใส่เป็นปุ๋ยรองพื้นตอนปลูกแล้วพรวนดินกลบลงดิน  ครั้งที่สอง อีกครึ่งที่เหลือใส่เมื่อต้นหอมหัวใหญ่อายุประมาณ 30 - 40 วันหลังย้ายปลูก โดยใส่แบบโรยข้าง ห่างจากโคนต้นเล็กน้อย แล้วพรวนกลบ
                      ๒. การให้น้ำ ควรให้น้ำอย่างพอเพียงและสม่ำเสมอ ทั้งเช้าและเย็น โดยรดแต่พอชุ่ม อย่าให้โชกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการเจริญเติบโต อย่าให้ขาดน้ำนะคะ
               คุณค่าทางอาหาร
              
      "หอมใหญ่" มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย มีสารจำพวกอัลลิลลิกไดซัลไฟด์ (allylicdisulfides) มีสารสำคัญเช่นเดียวกับหอมหัวเล็ก แต่มีปริมาณสารต่างๆน้อยกว่าหอมหัวเล็ก หอมใหญ่เป็นเครื่องเทศที่มีรสเผ็ดร้อน ใช้แต่งกลิ่นอาหารได้หลายชนิด เช่น ยำ สลัด ไข่ยัดไส้ อาหารประเภทผัด เช่น ผัดเนื้อ เครื่องดื่ม เหล้า ขนมผิง เยลลี่ ซอส น้ำซุป น้ำมัน เป็นต้น
              สรรพคุณทางยาและวิธีใช้
              หอมใหญ่มีสรรพคุณในทางยาเช่นเดียวกับกระเทียมหากรับประทานเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ช่วยลดระดับไขมันและคอเรสเตอรอลในเส้นเลือดได้เช่นกัน ส่วนสารที่สกัดจากหัวหอมใหญ่ ช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด น้ำคั้นจากหัวหอมมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไทฟอยด์ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราบางชนิด ช่วยลดการอักเสบ เพิ่มปริมาณโคเลสเตอรอลชนิดดี (
      HDL) มีสารต้านมะเร็ง นอกจากนี้ยังเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยขับลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับปัสสาวะ ขับพยาธิ ขับเสมหะ และทำให้ผู้ที่เป็นไข้หวัดหายจากไข้เร็วอีกด้วย  มีคำแนะนำให้รับประทานหอมหัวใหญ่สดๆวันละประมาณ 1/4 หัว 2-4 ครั้งต่อวัน เวลารับประทานควรทุบและสับให้ละเอียดก่อนทาน ในรับประทานทุกวันเป็นประจำ จะเห็นผลในการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ช่วยขจัดสารตะกั่วและโลหะหนักที่ปนเปือนมากับอาหารแล้วสะสมอยู่ในร่างกาย ในแม่ที่กำลังให้นมลูกควรงดรับประทานหอมหัวใหญ่ เพราะจะทำให้เด็กร้องไห้แบบโคลิกได้ หอมหัวใหญ่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งและเบาหวาน ควรรับประทานเป็นประจำจะช่วยลดและรักษาอาการได้ อาหารจำพวกยำเป็นอาหารที่คนไทยนิยม  เพราะรสชาติดี และผักที่เข้ากั๊นเข้ากันกับยำ คือ หอมใหญ่ และคึ่นฉ่าย ที่เมื่อรับประทานแล้วจะเป็นยาบำรุงหัวใจเพราะในหอมใหญ่มีฟลาโวนอยด์ ป้องกันไขมันอุดตันเส้นเลือด ขณะที่คึ่นฉ่าย ช่วยขยายหลอดเลือด 2 แรงแข็งขันนี้ จึงทำให้หัวใจแข็งแรง

       หอมแดง         

      หอมแดงเป็นพืชผักที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี  แต่โดยธรรมชาติแล้ว  หอมแดงชอบอากาศเย็น  และกลางวันสั้น  คือ  ต้องการแสงแดดเพียง  9-10  ชั่วโมงต่อวัน  ดังนั้นหากปลูกในฤดูหนาว  หอมแดงจะมีการเจริญเติบโตดี  แตกกอให้จำนวนหัวมาก  และมีขนาดหัวใหญ่  แต่หอมแดงที่ปลูกในฤดูหนาวนี้จะมีอายุการเก็บเกี่ยวนานกว่าหอมแดงที่ปลูกในฤดูอื่น  เช่น  ในฤดูหนาวทางภาคเหนือ  หอมแดงจะแก่จัดเก็บเกี่ยวได้ช่วงอายุ  90-110  วัน  หากปลูกในฤดูฝนจะเก็บเกี่ยวได้ในช่วงอายุ  45-60  วัน 

      พันธุ์ของหอมแดง       ที่นิยมปลูกในบ้านเรา  คือ               
                       
      1.  หอมแดงพันธุ์พื้นเมืองภาคเหนือ  ทางภาคเหนือเรียก  หอมบั่ว  เป็นหอมแดงที่มีเปลือกนอกสีเหลืองปนส้มขนาดหัวปานกลาง  ลักษณะกลมสี  ใน  1  หัวแยกได้  2-3  กลีบ  กลิ่นไม่ฉุนจัด  รสหวาน  ระหว่างการเจริญเติบโตไม่มีดอกและเมล็ด  เมื่อปลูก  1  หัว  จะแตกกอให้หัว  ประมาณ  5-8  หัว  อายุเมื่อหัวแก่เต็มที่ในฤดูหนาว  90  วัน  และฤดูฝน  45  วัน  ผลผลิตที่ได้แตกต่างกันตามฤดูปลูกและการดูแลรักษาได้ประมาณ  2000-3000  กิโลกรัม/ไร่  คุณภาพในการเก็บรักษาไม่ค่อยดี  เพราะมีเปอร์เซ็นต์  แห้งฝ่อ  และเน่าเสียหายมากถึง  60%
                        2. หอมแดงพันธุ์บางช้าง  หรือหอมแดงศรีสะเกษ  เป็นหอมแดง  ที่มีเปลือกนอกสีม่วงปนแดง  เปลือกหนาและเหนียว  ขนาดหัวใหญ่  สม่ำเสมอ  หัวมีลักษณะกลมใน  1  หัว  มี  1-2  กลีบ  กลิ่นฉุนจัด  มีรสหวาน  ระหว่างการเจริญเติบโต  จะสร้างดอกและเมล็ดมาก  ซึ่งจะต้องหมั่นตรวจดูและเด็ดทิ้งให้หมด  มิฉะนั้นจะทำให้ได้ขนาดหัวเล็ด  และจำนวนหัวน้อย  โดยทั่วไปเมื่อปลูก         1  หัวจะแตกกอให้หัวประมาณ  8-10  หัว  การแตกกอและลงหัวช้ากว่าหอมบั่วเล็กน้อย  มีอายุเมื่อหัวแก่เต็มที่ให้ฤดูหนาว  100  วันขึ้นไป  และฤดูฝน  45  วัน  ให้ผลผลิตแตกต่างกันไปตามฤดูปลูกและการดูแลรักษาได้ประมาณ  1000-5000  กิโลกรัม/ไร่  คุณภาพในการเก็บรักษาดีกว่าหอมบั่ว

           แหล่งเพาะปลูก               
              
      แหล่งเพาะปลูกหอมแดง  มากที่สุดคือ  ภาคอีสาน  ได้แก่  ศรีสะเกษ ,  บุรีรัมย์ ,  นครราชสีมา  รองลงมาคือ  ภาคเหนือ  ได้แก่  ลำพูน ,  เชียงใหม่ ,  เชียงรายและอุตรดิตถ์  นอกจากนี้ยังมีปลูกกันที่ราชบุรี ,  กาญจนบุรี  และนครปฐม  
      ฤดูปลูก

                ปลูกได้ตลอดปี  ช่วงที่เหมาะสมที่สุดคือ  เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

      การเตรียมดิน                
               
      หอมแดงมีระบบรากตื้น  ชอบดินร่วน  มีการระบายน้ำดี  แปลงปลูกควรไถพรวน  หรือขุดด้วยจอบพลิกดินตากแดดไว้ก่อน  2-3  วัน  แล้วย่อยดินให้เป็นก้อนเล็ก  อย่าให้ละเอียดมาก  เพราะจะทำให้ดินแน่น  หอมลงหัวยากควรใส่ปุ๋ยคอก ,  ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยมูลสัตว์ลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว  เก็บเศษวัชพืช  หรือรากหญ้าอื่น ๆ  ออกให้หมดแล้วรองพื้นก่อนปลูกด้วยปุ๋ยวิทยาศาสตร์  สูตร  15-15-15  ในปริมาณ  20-50  กิโลกรัม/ไร่

       

      การเตรียมพันธุ์หอม

                      หัวหอมพันธุ์ที่จะใช้ปลูก  ควรเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย  2  เดือน  เพราะหัวหอมที่จะใช้ปลูกควรมีระยะพักตัวอยู่สักระยะหนึ่ง  แต่ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน  6  เดือน  เพราะระยะนี้หอมจะเริ่มแดงยอดอ่อนสีเขียวพ้นหัวเก่ามาแล้ว  ให้นำหัวหอมพันธุ์มาตัดแต่งทำความสะอาด  ตัดเล็มรากเก่า  และใบแห้งทิ้งให้หมด  หากเห็นว่ายอดอ่อนยาว  อาจตัดทิ้งเสียสัก  1  ใน  10  เพื่อเร่งให้งอกไวเมื่อปลูกแล้ว  ในพื้นที่ปลูก  1  ไร่จะใช้หัวหอมพันธุ์ประมาณ  200  กิโลกรัม  ก่อนปลูกหากเห็นว่าหัวหอมพันธุ์เป็นโรคราดำ  หรือมีเน่าปะปนมา  ต้องฉีดพ่นหรือจุ่มน้ำสารละลายป้องกันกำจัดเชื้อราจำพวกมาเนบ  หรือซีเนบ  ตามอัตราที่กำหนดในฉลาก  และผึ่งลมให้แห้งก่อนนำไปปลูก 

      ระยะปลูก               
                
      นิยมปลูกเป็นแปลงขนาดกว้าง  1-1.5  เมตร  ความยาวของแปลง  เป็นไปตามความสะดวกในการปฎิบัติงานควรปลูกเป็นแถว  ระยะปลูก  15-20  ซม.  หรือ  20-20  ซม.

      การปลูก               
              
      ก่อนปลูกควรรดน้ำแปลงปลูกให้ดินชุ่มชื้นไว้ล่วงหน้า  นำหัวหอมพันธุ์มาปลูกลงในแปลง  โดยเอาส่วนโคนหรือที่เคยเป็นที่ออกรากเก่าจิ้มลงไปในดินประมาณครึ่งหัว  ระวังอย่ากดแรงนักจะทำให้ลำต้นหรือหัวชอกช้ำจะทำให้ไม่งอก  หรืองอกรากช้า  เมื่อปลูกทั่วทั้งแปลงให้คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้งหรือแกลบหนาพอสมควรเป็นการรักษาความชุ่มชื้นและคุมวัชพืช  จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม ๆ  ต้นหอมจะงอกออกมาภายใน  7-10  วัน  หากหัวใดไม่ลอกให้ทำการปลูกซ่อมทันที    
      การดูแลรักษา

         การให้น้ำ     หอมแดงต้องการน้ำมากและสม่ำเสมอในระยะเจริญเติบโตและแตกกอ  หากปลูกในที่ ๆ  มีอากาศแห้งและลมแรง  อาจต้องคอยให้น้ำบ่อย ๆ  เช่น  ภาคอีสาน  ช่วงอากาศแห้งมาก ๆ  ระยะแรกอาจให้น้ำวันละ  2  ครั้ง  เช้าเย็น  ในภาคเหนือ  เกษตรกรจะให้น้ำประมาณ  3-7  วันต่อครั้ง               
                
      การให้ปุ๋ย   
                 
      -   เมื่ออายุ  14  วัน  หลังจากปลูก  ควรใส่ปุ๋ยยูเรีย  หรือแอมโมเนียมซัลเฟต  อัตรา  20-25  กิโลกรัม/ไร่
                 
      -   เมื่ออายุ  35-40  วัน  ให้ใส่ปุ๋ย  15-15-15  ในอัตรา  20-50  กิโลกรัม/ไร่
                 
      การใส่ปุ๋ยใช้วิธีโรยห่าง ๆ  ต้นห่างจากต้นราว  7  ซม.  หรือใช้วิธีโรยให้ทั่วแปลงก็ได้  หลังจากให้ปุ๋ยให้เอาน้ำรดหรือเอาน้ำเข้าแปลงให้ชุ่ม 

      การกำจัดวัชพืช               
               
      ควรกำจัดวัชพืชบ่อย ๆ  เมื่อวัชพืชยังเล็ก  หากโตแล้วจะทำการกำจัดยากและจะกระทบกระเทือนรากหอมแดงได้มาก  ปัจจุบันนิยมใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชมากขึ้นเพราะประหยัดแรงงานกว่า  ตัวอย่างสารเคมีที่ใช้กำจัดวัชพืชในแปลงหอมแดง  ได้แก่  อลาคลอร์  อัตราการใช้ให้ใช้ตามที่ระบุในฉลากยา
      โรคแมลง                
                ๑.
      โรคที่สำคัญของหอมแดง      ได้แก่  โรคเน่าเละ โรคใบจุดสีม่วง โรคราน้ำค้าง และ โรคแอนแทรคโนส
                
               ๒.
      แมลงศัตรูหอมแดงที่สำคัญ  ได้แก่  หนอนกระทู้หอมและเพลี้ยไฟ
             ควรฉีดยาฆ่าแมลงและยากันรา  ที่ราคาไม่แพงนักทุก  7  วัน  เพื่อป้องกันไว้ล่วงหน้า  หอมแดงที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีจะงอกงามและให้ผลผลิตเป็นที่
      น่าพอใจ
      การเก็บเกี่ยว               
              
      โดยปกติหอมแดงที่ปลูกในฤดูหนาว  จะแก่จัดเมื่ออายุ  70-110  วัน  ถ้าปลูกในฤดูฝนจะสามารถเก็บได้  เมื่ออายุประมาณ  45  วัน  แต่ผลผลิตของหอมแดงทั้ง  2  ฤดูแตกต่างกัน  คือในฤดูหนาวจะให้ผลผลิตมากเป็น  2-3  เท่าของในฤดูฝน  จึงเป็นเหตุให้  หอมแดงในฤดูฝนมีราคาสูงกว่า
                      หอมแดงที่เริ่มแก่แล้วจะสามารถสังเกตได้จากสีของใบจะเขียวจางลง  ปลายใบเริ่มเหลืองและใบมักจะถ่างออก  เอนล้มลงมากขึ้น  ถ้าบีบส่วนคอ  คือบริเวณโคนใบต่อกับหัวหอม  จะอ่อนนิ่ม  ไม่แน่นแข็งแสดงว่าหอมแก่แล้ว   หลังจากเก็บเกี่ยว  มีการปฎิบัติคล้ายกระเทียม  คือหอมแดงที่ถอนแล้ว  ต้องนำมาผึ่งลมในที่ร่มให้ใบเหี่ยวแห้งจากนั้นก็มัดเป็นจุก  คัดขนาด  และทำความสะอาด  คัดพันธุ์แล้วนำไปแขวนไว้ในที่ร่ม  เช่นใต้ถุนบ้าน  ให้มีลมโกรก  เพื่อระบายความชื้นจากหัวและใบหอม  ไม่ให้ถูกแดด ฝนหรือน้ำค้าง  หอมแดง  หากเก็บไว้ในอากาศอบอ้าวจะเกิดโรคราสีดำ  และเน่าเสียหายเช่นเดียวกับกระเทียม
      การเก็บหอมแดงไว้ทำพันธุ์               
              
      หอมแดงที่แก่จัดหากเก็บรักษาไว้ดีจะฝ่อแห้งเสียหาย  เพียง  35-40%  ควรคัดเลือกหอมแดงที่จะใช้ทำพันธุ์  แยกออกมาต่างหากจากส่วนที่จะขาย  และฉีดพ่นยากันรา  เช่น  เบนเลท  ให้ทั่ว  และนำไปผึ่งลมจนแห้งสนิทจึงนำเก็บรักษาไว้ทำพันธุ์   (ไม่ควรนำมารับประทาน)  จะช่วยป้องกันไม่ให้หอมแดงเน่าเสียหายง่าย.
       

        โดย   รัชฎา   ศีตะโกเศศ  ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร     สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร
        
      มหาวิทยาลัยแม่โจ้    จ. เชียงใหม่   50290    โทร.  0-53873938-9.  

       

      Comments