รายงานการพัฒนาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ

บทที่  1

 

บทนำ

 

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

 

                       ปัจจุบันประเทศทยได้มีกพัฒนาแลลี่ยนย่างวดเร็  มีามเจริญก้าน้าในด้านต่าง ๆ มากมาย  ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม  ซึ่งความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาอย่างมาก  ผู้ที่อยู่ในสังคมจึงต้องเผชิญปัญหาต่าง ๆ  เหล่านั้นอย่างลีกลี่ยงไม่ได้  ผู้ที่สามาถอยู่ในสังมได้  อย่างมีความสุขจะต้องป็นผู้ที่มีความสามารถใการแก้ปัญาต่าง ๆ รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล  คิดอย่างมีระบบแบบแผนมีลำดับขั้นตอน  นั่นหมายถึง บุคคลเหล่นั้  จะต้องได้รับารศึกษาให้ทันต่ารเปลี่ยนแลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมนั่นเอง   ดังนั้น  การศึกษานับป็นากฐานที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง  ในการสร้างความเจริญก้าวหน้า  ละแก้ปัหาต่ ๆ ใกได้  นื่องาการศึกษาเป็ระวนารที่ช่วห้คนพันเด้ต่าง ๆ ได้ตลอดช่วงชีวิต  ตั้งแต่การวางรากฐานพัฒนาการของชีวิตตั้งแต่แรกเกิด  การพัฒนาศักยภาพละขีดความสามารถด้านต่าง ๆ  ที่จะดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมีความสุขตลอดจนรู้เท่าทันการปลี่ยนปลง  วมป็นพลังร้างรรค์การพัฒนาประทศย่างยั่ยืนได้  ซึ่ระาชบัญัติารศึษาห่ชาติ  พุศักราช  2542  มาตรา  23  ด้ล่ว่า  ารจัดการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบ  การศึกษานอกระ  และารศึกาตามอัธยาศัย  ต้องเน้นความสำคัญ  ต้องเน้นทั้งความรู้  คุณธรรม  ระวนารเรียรู้  ละบูรณาการ  ตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา  โดยเฉพาะความรู้ความสามารถางณิศาตร์ที่มีาทสำคัต่อารพัฒนามนุษย์  ทำห้นุย์มีความคิดสร้างสรรค์  คิดอย่างมีหตุผล  เป็นระบบระบียบ  มีแบบแผน  สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ  สามารถคาดการณ์  วางแผน  และแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  คณิตศาสตร์ป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีตลอดจนศาสตร์อื่น ๆ  ที่เกี่ยวข้อง  คณิตศาสตร์จึงมีประโชน์ต่ารดำรงชีวิต  ละช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น         

                  หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2544   ได้กำหนดให้คณิตศาสตร์เป็นกลุ่มารเรียนรู้นึ่งใรงร้างลักสูตร  ยกำคุภาของผู้เรียนเมื่อจบการศึกษากลุ่มสาระารรียนรู้คณิตศาสตร์  12  ปี  แล้ว  ผู้รียนจะต้องมีความรู้ความข้าใจในเนื้อหาสาระคณิตศาสตร์  มีทัะกระวนารทางคณิตศาสตร์  มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ตระหนักในคุณค่าของคณิตศาสตร์  ละามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์  ไปเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ  และเป็นพื้นฐานในารศึกษาใระดัสูงขึ้น  ดันั้ารจัารเรียนารลุ่ณิศาร์  จัด้ว่ามีความสำคัญต่ารเรีนรู้  ต่ผลารระเมินคุาพองนักรีนทั้งระดับประมศึกาแมัมศึษาที่ผ่ามา  พบว่าได้ผลยังไม่น่าพอใจ  นั่นก็แสดงว่าการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เท่าที่ผ่านมายังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร  คือ  ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ยังอยู่ในระดับต่ำ  และมีนักเรียนที่ไม่ชอบเรียนคณิตศาสตร์เป็นจำนวนไม่น้อย  โดยมีความคิดว่า  คณิตศาสตร์เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีลักษณะเป็นนามธรรม  และใช้สัญลักษณ์มากมาย  เข้าใจยาก  น่าเบื่อหน่ายและเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ต้องทำแบบฝึกหัดมากเพื่อเป็นการฝึกทักษะ  ซึ่งการทำแบบฝึกหัดเพื่อเป็นการฝึกทักษะนั้นมีความสำคัญและจำเป็นมากสำหรับนักเรียน   ดังกฎแห่งการฝึกหัดของ  ธอร์นไดค์ (Thorndike  1814 –1949 อ้างถึงใน ทิศนา แขมมณี, 2550: 51)  ซึ่งกล่าวไว้ว่า  การฝึกหัดหรือกระทำบ่อย ๆ  ด้วยความเข้าใจจะทำให้การเรียนรู้นั้นคงทนถาวร  ถ้าไม่ได้กระทำซ้ำบ่อย ๆ การเรียนรู้นั้น  จะไม่คงทนถาวร  และในที่สุดอาจลืมได้  ดันั้  ทัณิาสตร์จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย  ถ้าหากไม่มีแบบฝึกหัดให้ผู้เรียนได้ททวน  ได้ฝึกฝนในสิ่งที่เรียนรู้มา  และฝึกฝนการแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความเคยชินต่อการแก้ปัญหาตามจุดประสงค์ที่หลักสูตรตั้งไว้  แบบฝึกหัด  ยังเป็นกระจกส่องให้ครูได้ทราบว่า  การสอนของตนบรรลุตามที่ปรารถนาเพียงใด  แบบฝึกหัดจึงเปรียบเสมือนเครื่องมือวัดผลประเมินผลการเรียนการสอน  ทั้งในระหว่างสอนและหลังการสอน  ซึ่งสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมากมาย   ถ้าครูสามารถจัดการเรื่องแบบฝึกหัดได้อย่างเป็นระบบ  

                       การที่ผู้รีมีสัธิ์ารรียนต่ำ  อาจจะมีสาหตุจากผู้เรียน  ขาดทักษะพื้นฐาการคำนว  กระบวนกาคิแก้ปัญหา  มีเจตคติไม่ดีต่อลุ่มการรีรู้ณิตศสตร์รืสาเหตุะมาจากรูผู้สอนไม่นำเทคโนโลยี   หรือใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ มาจัดกระบ

การเรียนการอนให้อดคล้องกับเนื้อหาและความต้องการของผู้เรียน  รือช้วิธีการสอที่ไม่ยั่วยุหรือไม่ดึงดูดความสนใจ  ให้ผู้เรียนเกิดความอยากรู้อยากเรียน    ใช้การสอนโดยเน้นเนื้อหาเป็นศูนย์กลาง  ไม่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง  ครูเร่งสอนให้จบเนื้อหาโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างระว่างบุค  จากการปเมิคุณภาการศึนัรียนมัธมศึกษาปีที่ 2  ปีศึ  2549  นจังหวัดภูเก็ต  พบว่าโรงเรียนกะทู้วิทยา ได้คะแนนเฉลี่ยในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ร้อยละ  29.95  โดยได้เป็นอันดับที่ 15   จากโรงเรียนทั้งหมดที่เข้าสอบจำนวน  24  โรงเรียน  และได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ  29.95  ในสาระจำนวนและการดำเนินการ  ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำและต้องปรับปรุง  

                       จากการประเมินผลการเรียนการสกลุ่มสาระคณิตศาสตร์  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา      ปีที่ 2  โรงรียนกะทู้วิทยา  ปีการศึกษา 2548-2549   ว่สัทธิ์างารรียนองลุ่มสาะคณิตศาสตร์  ยู่ใระดับต่ำว่าเป้มายามที่ครูได้ทำพักิว้กังเรี  รากฏดัง ตาราง  1

 

ตาราง 1   ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

               โรงเรียนกะทู้วิทยา  ปีการศึกษา 2548-2549

 

ปีการศึกษา

เฉลี่ยร้อยละ( %)

เป้าหมาย

2548

76.35

95.00

2549

75.90

95.00

                        

                       ที่มา :  รายงานสรุปผลการปฏิบัติงานด้านวิชาการ  โรงเรียนกะทู้วิทยา 

                                ปีการศึกษา  2548 – 2549

                 าการาง  1  สดงว่า  ผลสัมฤทธิ์ทางารเรียนกลุ่มสาะคณิตาสตร์ชั้มัธยมศึปีที่ 2  รงเรียนทู้วิท   ปีการศึ  2548 – 2549   ปีการศึ 2548-2549   พบว่สัทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มสาระคณิตศาสตร์  อยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมายตามที่ครูได้ทำพันธกิจไว้กับโรงเรียน   ดังนี้  คือ  ในปีการศึกษา  2548  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ  76.35   ในขณะที่ป้ามายในพันธกิจที่ได้ทำไว้คือ ร้อยละ 95.00  ะ ปีการศึกษา  2549  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ 75.90  ในขณะที่ เป้ายในพัธกิจที่ได้ทำไว้  คือ  ร้อยละ  95.00  และเมื่อผู้พัฒนาได้วิเคราะห์หน่วยการเรียน  พบว่า  หน่วยที่มีปัญหาการเรียนการสอนมากก็คือ  หน่วยที่ 1  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ   มีคะแนนผลการสอบอยู่ในเกณฑ์ต่ำ  ดังปรากฏในตาราง 2

 

ตาราง 2  คะแนนผลการสอบ เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

                    โรงเรียนกะทู้วิทยา  ปีการศึกษา  2548 – 2549

 

ปีการศึกษา

คะแนนเต็ม

คะแนนเฉลี่ย

2548

10

6.14

2549

10

5.28

                  ากาง 2  ดงว่า  ะแลการสอบจากคะแนนเต็ม 10  คะแนน  ในปีการศึกษา 2548  เฉลี่ยได้ 6.14    ปีการศึกษา  2549   คะแนนเฉลี่ยได้  5.28  จะเห็นว่าในปีการศึกษา 2549  ค่าเฉลี่ยลดลงเมื่อนำคะแนนเฉลี่ยมาเทียบหาค่าร้อยละ  พบว่า  ในปีการศึกษา  2549  เฉลี่ยร้อยละ  52.80  ซึ่งเป็นคะแนนที่ยังไม่น่าพอใจและเป็นที่น่าสังเกตว่า  ในการเรียนการสอน  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  นักเรียนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจและพบข้อบกพร่องหลายเรื่อง   เช่น  การเขียนอัตราส่วนแทนปริมาณ  การหาอัตราส่วนที่เท่ากัน  การหาอัตราส่วนของจำนวนหลาย ๆ จำนวน   สัดส่วน  และโจทย์ปัญหาร้อยละ  เป็นต้น  โดยเฉพาะในเรื่องของสัดส่วน  ผู้พัฒนามีความเห็นว่าเป็นเนื้อหาที่สำคัญที่นักเรียนสามารถนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการแก้โจทย์ปัญหาในหน่วยการเรียนรู้อื่น ๆ อีกต่อไป  และที่สำคัญคือ  เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ  เป็นหน่วยแรกของการเรียนการสอนดัชั้มัศึปีที่ 2  นกลุ่รียนรู้คณิศาสตร์  ที่ผู้เรียนควรจะเริ่มเรียนด้วยความกระตือรือร้น  และมีเจตคติที่ดีต่อกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  

                       จากการศึกษาปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านสมรรถภาพต่าง ๆ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ณิศาตร์  ทั้ตัวครูและนักเรียน  ผู้พัจึนใจที่จะพัารเรียนการสอนคณิตศาตร์แะได้ศึการางานเกี่ยวกัารร้าชุดแฝึทัะของ  สุดารัช  สนาะสำนียง  (2542)  สายชล  ลิ้มชื่น  (2547)   และทัยรัตน์  ทาเพชร  (2546)  ซึ่งได้สร้างชุดแบบฝึกทักษะเพื่อใช้ในการเรียนการสอน  พบว่า  แบบฝึกที่สร้างขึ้น  มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน  80/80  จะเห็นได้ว่าแบบฝึกนั้นเป็วัรมที่มีต่กาเรียนารที่ดีอีย่างนึ่  ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ในทุกระดับชั้น  สามารถนำมาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ได้ดีอีกแวทางหนึ่งหรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง  แบบฝึก  คือสื่อการเรียนการสอนอย่างหนึ่งที่ใช้ฝึกทัะให้กับผู้เรียนหลังจบเนื้อหา  แบบฝึกจะช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะ  สามารถเข้าใจบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น

                     ดันั้  ผู้พั  จึมีามนใจและสร้างชุดฝึทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ   ให้นักเรียนใช้แทนแบบฝึกหัดปกติเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะเพิ่มขึ้น  ลอจนมีเจตคติที่ดีต่อารเรียนคณิตศาสตร์เป็ารพัานักเรียนหาย ๆ ด้าน  ทั้งด้านความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลที่นำไปสู่การนำไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป 

 

วัตถุประสงค์ของการศึกษา

 

                       1.  พื่ร้งแพัาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80

                       2.  พื่อเรีบเทีสัธิ์รเรียใช้ชุฝึทัษะณิศาร์  ชั้มัมศึกษาปีที่  2  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะ

   3.  เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ที่เรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะ

คณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2   เรื่อง   อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ 

ความสำคัญของการศึกษา

 

                       1.  ป็นแวทางในกรปรับปรุงการรีนการสอนในกลุ่มสระการรียนรู้ณิศาสตร์  สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

                       2.  ป็ารส่งเริมให้นักเรีชั้มัธยมศึกปีที่ 2  มีผลเรียทางการเรียนกลุ่าระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ให้สูงขึ้น

                       3.  ป็ส่งเสรินำชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ไใช้ประโยชน์ใชั้นเรียนเพื่อศึกษาผลที่เกิดขึ้น

                       4.  ด้ชุดฝึกทัณิตศาตร์  รื่อง  อัส่และร้อยละที่เน้นการบูาการ  สำรันักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

                       5.  ป็ารร้างติที่ดีต่อการรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

                             

ขอบเขตของการศึกษา

 

                       1.  นื้อหที่ใช้ในศึกพัฒนเป็นเนื้อหาลุ่มการเรียนรู้ณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ

                       2.  ประชากร  ด้ก่  นักเรียนชั้นมัยมศึษาปีที่ 2   ปีรศึษา 2550  งเรีทู้วิทยา

 อำเภอะทู้  จัวัภูเก็  จำ  7  ห้งเรี   260   

                       3.  กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2/6   ปีการศึกษา  2550  โรงเรียนกะทู้วิทยา   อำเภอกะทู้  จังหวัดภูเก็ต   จำนวน  41  คน   ซึ่งผู้พัฒนาได้มาโดยวิธีการการสุ่มแบบกลุ่ม (Clustro Sampling)  จำวน  1  ห้เรีห้รียนที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการสอนซึ่จัห้เรียแบบคะความสามารถ   ในปีการศึกษา  2550

                       4.  ระยะเวลาในการศึกษาพัฒนา  คือ  ศึกษาพัฒนาในภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2550   เป็นเวลา  19 ชั่วโมง

                       5.  ตัวแปรที่ใช้ในการพัฒนา

                            5.1  ตัวแปรต้น  ชุดฝึกทักษะ  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้น

                          5.2  ตัวแปรตาม  ได้แก่

                                 5.2.1  สัฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระารเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง  อัราส่วนและร้อยละ

                                 5.2.2  ความคิดเห็นที่มีต่อกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์                  

 

นิยามศัพท์เฉพาะ

 

                    1.  ชุฝึทั  รื่องอัส่ร้ยละที่เน้นการบูรณาการ  หมายถึง  ชุดองแบฝึก  พื่อร้างริทัางารรีณิศาสร์  ในรื่  อัาส่วนละร้อย  ประกอบด้วยคำอธิบายริวามรู้ด้านเนื้อหา  ตัวอย่าง  คำชี้แจงแบบฝึก  และคำเฉลย ที่มีการเชื่อมโยงระหว่างสาระคณิตศาตร์  สาระวิชาอื่น  รวมทั้งบูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการรณรงค์ร่วมลดภาวะโลกร้อน

                       2.  ประสิธิภาพองชุดฝึกทักษะ  หมายถึง  คุณภาพของชุดฝึกที่ได้ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์มาตรฐาน  80/80  แล้ว

                            80  ตัวแ  หมายถึ  ค่าเฉลี่ยร้อยละ 80  ของประสิทธิาพในด้านระบวนการ  ได้จากคะแนนเฉลี่ยที่นักเรียนทำแบบฝึกทักษะแต่ละแบบฝึก  จำนวน  25  แบบฝึก    

                            80  ตัลัง  ถึ  ค่าเลี่ยร้อยละ 80  ของผลลัพธ์  ที่ได้จากคะแนนแบบทดสอบ

 วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  จำนวน  40 ข้อ    

                       3.  ารบูการ  หมาถึง  รูปบบหนึ่งของการจัดการศึกษาที่น้นผู้รียนป็นสำคัญ  ป็นการฝึกให้ผู้รียนารถชื่อมโยงความรู้ในเนื้อหาวิชาต่าง ๆ  ข้าด้วยกันแล้วสร้างองค์ความรู้ของตนเองขึ้นมาและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 

                       4.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  หมายถึง   คะแนความสามารถในการรับรู้วิชาการต่าง ๆ  ของนักเรียน  รื่  อัตราส่นและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2   ซึ่งวัดได้จาก  แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ก่อนใช้ชุดฝึกและหลังใช้ชุดฝึก

                       5.  ควาคิดห็ของนัรียน  หมายถึ  ความรู้สึกนึกคิดองนักรียนที่มีต่อการรียนโยใช้ชุฝึทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง   อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ ได้แก่  ความพอใจ  วามนใ  ที่มีต่ารจักิมการเรียนรู้  และประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะซึ่งวัดได้โดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็น

                       6.  นักเรียน  หมายถึง  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 /6   ปีการศึกษา 2550  โรงเรียนกะทู้วิทยา  อำเภอกะทู้  จังหวัดภูเก็ต

 

 

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษา

 

                       1.  ได้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  เรื่อง  อัราส่นและร้ะที่น้การบูรณาการ  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป

                       2.  นัรีที่เรีช้ชุฝึทัษะณิร์  ชั้มัศึปีที่ 2  รื่  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น 

                       3.  นักรียนที่รียนโดยชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  เรื่อง  อัราส่นและร้อยละที่เน้นการบูรณาการมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์มากขึ้น

                       4.  เป็วทางสำหรัรูผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตาสตร์ และผู้สอนในลุ่มาระารเรียนรู้อื่น ๆ ในารสร้างชุดฝึกทักษะ ที่มีลทำให้ารเรียนารสอนมีสิทธิาพยิ่งขึ้น

 

   

บทที่  3

 

วิธีดำเนินการ

 

                       ในการพัฒนาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการฉบับนี้  ผู้พัฒนาได้ดำเนินการตามลำดับ ดังนี้

   1.  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

   2.  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

              3.  การสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือ

                       4.  แบบแผนที่ใช้ในการทดลอง

              5.  วิธีการดำเนินการศึกษา

                       6.  การวิเคราะห์ข้อมูล

                       7.  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

 

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

 

                       ระชากรที่ใช้ในการศึกษา  เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  จำนวน  7  ห้องเรียน  รวม 260    ประจำภาคเรียนที่  1   ปีกาศึกษ 2550  โรงเรียนกะทู้วิทยา  อำเภอกะทู้  จังหวัดภูเก็ต    

                       กลุ่มตัวอย่างที่ช้นการทดองชุดฝึ  เป็นนักเรียนชั้นมัศึปีที่  2 /6   จำ  41    ประจำภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา  2550  โรงเรียนกะทู้วิทยา  อำเภอกะทู้  จังหวัดภูเก็ต  ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเาะจง (Purposive Sampling)  โดยแต่ละห้องจัดห้องเรียนแบบคละความสามารถ  จึงเลือกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2/6  เป็นกลุ่มตัวอย่าง  ซึ่งเป็นห้องเรียนที่ผู้พัฒนาได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการสอนในภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2550

                        

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

 

                       เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา  ได้แก่

                       1.  ชุฝึทัณิศาตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  รื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่น้นการบูรณาการ  จำนวน  5  ชุด  ประกอบด้วยแบบฝึกทั้งหมด  25  แบบฝึก

 

                       2.  บบอบวัสัมฤทธิ์างารเรียน  ก่อนใช้ชุฝึกและลังารใช้ชุฝึ 

รื่อง  อัตราส่วนและร้อยะที่เน้นการบูรณาการ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2   นิดเลือกต  4   ตัวเลือ   จำนวน  40  ข้อ

                       3.  แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2    จำนวน  19  แผน   

   4.  อบมคคิดเห็นองนักเรีที่มีต่รเรีดยช้ชุดฝึกทัณิตศาตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2   เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  จำนวน  10 ข้อ   มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)  3  อันดับ

 

การสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือ

 

                       ผู้พัฒนาได้กำหนดขั้นตอนในการดำเนินการสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาพัฒนาตามลำดับขั้นตอน  ดังนี้ 

       1.  ารร้งชุฝึทักะคณิตาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2   เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  ผู้พัฒนาได้ดำเนินการสร้างและพัฒนาตามลำดับขั้นตอน  ดังนี้

                            1.1  ศึกษารายละเอียดหลักสูตรคณิตศาสตร์  ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช  2544  กระทรวงศึกษธิการและสาระการเรียนรู้  หน่วยการเรียน  ความคิดรวบยอด  ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  และกิจกรรมการเรียนรู้  เรื่องอัตราส่วนและร้อยละ  จากคู่มือครูสาระการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานคณิตศาสตร์เล่ม 1  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กระทรวงศึกษาธิการ (2547, หน้า 1-18)

           1.2  วิเคราะห์เนื้อหาและผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  

                             1.3  กำดจุะสค์แกำดเนื้อหาและโครงเรื่องที่จะใช้ฝึก  ซึ่งได้แบ่งหน่วยการเรียนออกเป็นเนื้อหาย่อย  ดังนี้

                    1.3.1  ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ชุดที่ 1   เรื่อง  อัตราส่วน

                    1.3.2  ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ชุดที่ 2   เรื่อง  อัตราส่วนที่เท่ากัน

                    1.3.3  ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ชุดที่ 3   เรื่อง  อัตราส่วนของจำนวนหลาย ๆ จำนวน

                    1.3.4  ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ชุดที่ 4   เรื่อง  สัดส่วน

                    1.3.5  ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ชุดที่ 5   เรื่อง  ร้อยละ

           1.4  ศึ หนังสือ  ตำรา  อกสารละารวิจัยหรือารศึกษาค้ว้าองบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างชุดฝึกทักษะ  เพื่อนำมาเป็นแนวทางและตัวอย่างในการจัดกิจกรรม

                            1.5  ศึกษาค้นคว้าเรื่องการบูรณาการ  การสร้างความเร้าใจ  ความสนใจ  ในการหาคำตอบหรือผลลัพธ์ให้เกิดกับนักรียนและฝึกให้นักเรียนมีความรับผิดชอบ  ซื่อสัย์ในการตรวจคำตอบจากชุดฝึก  โดยจัดทำเป็หรืรางและเนื้อหาให้บูรณการกับสาระการเรียนรู้อื่น ๆ  เช่น  ษาไทย  ศิลปศึ  สังคศึกษ ศาสนาและวัฒนธรรม  รวทั้งสอดแทรกคุณธรรมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการร่วมรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน  ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนเกิดแรงจูงใจในารตรวจคำตอบมากขึ้นกว่าเดิม

                            1.6  กำหนดรูปแบของชุดฝึกทัษะคณิตศาสตร์ฯ  ซึ่งประกอบด้วย   นื้อหาโดยย่อ  ตัวอย่าง  คำชี้แจง  กิจกรรม และ กำหนดการตรวจคำตอบ 

                            1.7  สร้างชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ามรูปแบบที่กำหนด  ได้ชุดฝึกจำนวน  5 ชุด 

ซึ่งประกอบด้วยแบบฝึกทั้งหมด  25  แบบฝึก

                            1.8  สร้างคู่มือการใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ

                            1.9  สร้างแบบบันทึกความก้าวหน้าพื่ช้บันทึการทบหรืลการรียนของนักเรียน  ตามชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ

           1.10  นำชุดฝึทัะคณิตศาตร์ฯ  ะคู่มือการใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  เสนอผู้เชี่ยวาญเพื่อตรวจอบวามถูกต้อง  ความเหมาะสม  ละวามเที่ยงรงามเนื้  เพื่อนำผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องก่อนนำไปทดลงใช้    ระอบด้วยผู้เชี่ยวชา  จำนวน  5    คือ 

                       1.10.1)  นางประเพ็ญ  ตันจำรูญ  ครูเชี่ยวชาญ  โรงเรียนบ้านนาบอน 

                       1.10.2)  นายชูเกียรติ   ถิรสุนทร  ศึกษานิเทศก์  ชำนาญการพิเศษ   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต   

                                  1.10.3)   นางลักษณา  ศุทธากรณ์   ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนสตรีภูเก็ต

                       1.10.4)  นางสุนี  เลื่อมใส  รองผู้อำนวยการชำนาญการ ฝ่ายวิชาการ โรงเรียนกะทู้วิทยา

                       1.10.5)  นางธนูศร  สุวรรณหงษ์  ครูชำนาญการพิเศษ  โรงเรียนกะทู้วิทยา

             1.11  ผลการตรวจสอบความถูกต้อง  ความเหมาะสมและความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของผู้เชี่ยวชาญ  ได้ข้อเสนอแนะ  ดังนี้

                       1.11.1)  คู่มือการใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ไม่ต้องทำเป็นเล่มต่างหาก  ให้นำไปรวมกับชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  โดยเขียนแยกเป็นส่วนที่ 1  คู่มือการใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ส่วนที่  2  ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  และปรับการใช้ภาษาให้กะทัดรัดขึ้น    

                       1.11.2)  ในแบบฝึกในส่วนของเนื้อหาโดยสรุป  ให้ปรับให้มีความกระชับขึ้น ไม่มากเกินไป  ให้แก้ไขภาษาที่ใช้และปรับตัวอย่างให้ศึกษาแล้วเข้าใจง่าย  ด้านภาพประกอบมีมากเกินไปให้ตัดออกบ้างและบางภาพปรับให้เล็กลงหรือใหญ่ขึ้นตามความเหมาะสมและสวยงาม  เทคนิคการตรวจสอบคำตอบน่าสนใจแต่ให้ปรับเป็น  2 ส่วน  เป็นตอนที่  1  กิจกรรมในแบบฝึก  และตอนที่  2  การตรวจสอบคำตอบ  และให้แยกการเฉลยคำตอบออกมาเป็นภาพพร้อมข้อความออกมาต่างหาก  จากตารางที่ให้นักเรียนนำข้อความมาเรียงกัน 

                           1.12  นำชุดฝึกทัคณิตศาตร์ที่ด้รัรัปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองกับนักเรียนลุ่มย่อย  บหนึ่งต่อหนึ่  ชั้นมัธยมศึาปีที่  2/4  งเรียกะทู้วิทา จังหวัดภูเก็ต  จำนวน  3  คน

โดยเลือกแบบเจาะจง  แยกเป็นนักเรียนเก่ง  ปานกลาง  และอ่อน  อย่างละ 1  คน  เพื่อตรวจสอบวามเหมาะสมขารใช้าษา  เว  และเนื้  ผลารองว่  นักเรีชุฝึทักษะมากที่มีาพประส่วนองารเลยคำต   ต่นักเรีานางแอ่ทำม่ค่อยทันเวลา  และแบบฝึกบางชุดต้องปรับปรุงในส่วนของโจทย์ในแบบฝึกและการเฉลยคำตอบที่พิมพ์ผิด  

                            1.13  นำชุดฝึกทัที่ทดองใช้แล้ว  มารัรุก้ไข  ล้วสนอต่อผู้ชี่ยวาญเพื่อตรวจสอบและขอคำแนะนำปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม

                            1.14  นำชุฝึกทัะไปองใช้กันักเรียนกลุ่มใหญ่  9    โดยเลือกแบบเจาะจงได้นักเรียนกลุ่มที่เรียนเก่ง  กลุ่มที่เรียนปานกลางและกลุ่มที่เรียนอ่อน  กลุ่มละ  3  คน  ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง   ดำนินารทดตามลำดับขั้นเหมือนการทดลองแบบหนึ่งต่อหนึ่ง  ผลการทดลองพบว่า  นักเรียนมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนมาขึ้น  นักเรีสามารถทำทันเลา  และมีความสนุกสนานนการร่วมกิจกรรมแต่การสอนบางแผนต้องยืดเวลาออบ้าง  ผู้พัฒาจึงนำข้อบกร่องดังกล่าวรับปรุงก้ไขให้มีวามเหาะมยิ่งขึ้  ก่อนนำไปทดลองจริงกับกลุ่มตัวอย่าง

                             1.15  รัรุงแก้ไขข้อบกพร่องและจัดพิมพ์ต้นฉบับเพื่อนำไปทดลองใช้กับนักเรียน

กลุ่มตัวอย่า  คือ  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/6   ประจำภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2550  จำนวน  41  คน  โรงเรียนกะทู้วิทยา  อำเภอกะทู้  จังหวัดภูเก็ต

 

                          ในการสร้างชุดฝึกทักษะผู้พัฒนาได้ดำเนินการเป็นขั้นตอน  ดังภาพประกอบ  2 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ศึกษา ค้นคว้า

 


                                                                                                                 โดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน

สร้างชุดฝึกทักษะ

                                                                                                                                     นางประเพ็ญ  ตันจำรูญ

ตรวจสอบความสอดคล้อง

                                                                                                                                     นายชูเกียรติ  ถิรสุนทร

                                                                                                                                     นางลักษณา  ศุทธากรณ์

 ปรับปรุง

                                                                                                                                     นางสุนี     เลื่อมใส

 ประเมิน

ทดลองใช้รายบุคคล

                                                                                                                                     นางธนูศร  สุวรรณหงษ์

ปรับปรุง

 ประเมิน

ทดลองใช้กลุ่มเล็ก

 ปรับปรุง

 ประเมิน

ทดลองใช้ภาคสนาม

 เผยแพร่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ภาพประกอบ 2   ขั้นตอนการดำเนินการสร้างและพัฒนาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์

                            ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2   เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  

                      

 

 

                      

                       2.  กาสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางกรเรียนก่อนใช้ชุดฝึกและหลังการใช้ชุดฝึก เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยะที่เน้นการบูรณาการ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2

                            แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เป็นแบบทดสอบอิงเกณฑ์ชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก  ซึ่งผู้พัฒนาได้ดำเนินการสร้างและพัฒนาตามลำดับขั้นตอนต่อไปนี้

                            2.1  ศึกษาหลักสูต  คู่มือครู  บบเรียนคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  และคู่มือครูสาระการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานคณิตศาสตร์เล่ม 1  กลุ่มสระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กระทรวงศึกษาธิการ

                                          2.2  ศึษาวิธีการสร้างข้อบบบเลือกตอบ  จากอกสารตำราการวัดผลการศึกษาของสมนึก  ภัททิยธนี  (2541: 55-57)  ะ ศึกษาการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์แบบอิงเกณฑ์  ของบุญชม  ศรีสะอาด  ( 2543: 56-98)  เพื่อใช้เป็นแวทางในการสร้างแบบทดสอบ  ที่ใช้ในการวัดความก้าวหน้าทางการเรียน

                            2.3  วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหา  สาระสำคัญ  และจุดประสงค์การเรียนรู้ในเรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2 

                            2.4  กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ที่ต้องการวัด  เพื่อนำมาสร้างให้ครอบคลุมสาระการเรียนรู้และสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้  เรื่อง  อัราส่วนและร้อยละ

                            2.5  สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2   เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือ   จำนวน  60  ข้อ

                             2.6  นำบบทสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ  เพื่อทำการตรวจอบวามที่ยงตรงเชิงนื้อหาองสาระการรียนรู้กับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  ประกอบด้วยผู้ชี่ยวชาญ  จำนวน  5  คน  คือ 

                       2.6.1)  นางประเพ็ญ  ตันจำรูญ  ครูเชี่ยวชาญ  โรงเรียนบ้านนาบอน 

                       2.6.2)  นายชูเกียรติ   ถิรสุนทร  ศึกษานิเทศก์  ชำนาญการพิเศษ   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต   

                                  2.6.3)   นางลักษณา  ศุทธากรณ์   ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนสตรีภูเก็ต

                       2.6.4)  นางสุนี  เลื่อมใส  รองผู้อำนวยการชำนาญการ ฝ่ายวิชาการ  โรงเรียนกะทู้วิทยา

                       2.6.5)  นางธนูศร  สุวรรณหงษ์  ครูชำนาญการพิเศษ  โรงเรียนกะทู้วิทยา

             2.7  นำผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ  มาหาค่าเฉลี่ยเพื่อดูดัชนีความสอดคล้องโดยช้สูตร IOC  องสมนึก  ภัททิยธนี  (2541: 221)  แล้วลือกข้อสอบที่มีค่าตั้งแต่  0.50-1.00  ซึ่งเป็นข้อสอบที่อยู่ในเกณฑ์ความเที่ยงรงเชิงเนื้อหาที่ใช้ได้และปรากฏว่  ข้อสอบมีค่าดัชนีความสอดล้องตั้งแต่  0.50-1.00  มีจำนวน  58  ข้อ  และต้องปรับปรุงแก้ไขจำนวน  2  ข้อ

                            2.8  นำบบอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ปรับปรุงก้ไขแล้วไปดลองใช้ (Try Out)  กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  โรงเรียนกะทู้วิทยา  อำเภอกะทู้  จังหวัดภูเก็ต  จำนวน  100  คน  นำผลการทดสอบมาวิเคราะห์วามยากง่ายและค่าอำาจจำแนกป็นรายข้   ช้เคนิค  27%  ากโรแกรมวิเคราะห์ข้อบ  EVANA 4.0   โดย  ภคนันท์  องคำ  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่   ปราฏว่า  ข้อบที่มีความากง่ายว่าง  .20-.80  และมีค่าอำนาจจำนกตั้งแต่  .20  ขึ้นไป  มีจำนวน  50 ข้  และพบว่ามีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ  .84   จึงได้คัดเลือกข้อสอบมาจำนวน  40 ข้อ  เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการทดลองจริงกับกลุ่มตัวอย่าง

                            2.9  พิพ์บทดที่ผ่านการตรวจบคุณพแล้วเป็นฉบับสมบูรณ์เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการทดลองจริงกับกลุ่มตัวอย่างต่อไป

                  แบบทดสอบจำนวน  40  ข้อ  จำแนกตามหัวข้อเรื่อง  ดังนี้

                  (1)  เรื่อง  อัตราส่วน 

                    มีจำนวน  5  ข้อ  คะแนนเต็ม  5  คะแนน  ใช้ข้อสอบข้อ 1 - ข้อ 5

                                  (2)  เรื่อง อัตราส่วนที่เท่ากัน 

           มีจำนวน 5  ข้อ  คะแนนเต็ม  5  คะแนน  ใช้ข้อสอบข้อ 6 - ข้อ 10

                                  (3)  เรื่อง  อัตราส่วนของจำนวนหลาย ๆ จำนวน 

           มีจำนวน 6  ข้อ  คะแนนเต็ม  6  คะแนน  ใช้ข้อสอบข้อ 11 - ข้อ 16

                                             (4)  เรื่อง  สัดส่วน 

              มีจำนวน  12  ข้อ  คะแนนเต็ม  12  คะแนน  ใช้ข้อสอบข้อ 17 - ข้อ 28

                         (5)  เรื่อง  ร้อยละ 

                                        มีจำนวน  12  ข้อ  คะแนนเต็ม  12  คะแนน  ใช้ข้อสอบข้อ  29 – ข้อ 40

                       3.  ารร้งแผจักิจกการเรียนรู้  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  จำนวน  19  แผน   

                            ผู้พัฒนาได้ดำเนินการสร้างและพัฒนาตามลำดับขั้นตอน  ดังนี้

          3.1  ศึกษาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2544  และคู่มือครูสาระการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานคณิตศาสตร์เล่ม 1  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิศาสร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  องสถาบันส่งเสริมการสอนวิยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กระทรวงศึกษาธิการ  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  เพื่อวิเคราะห์เนื้อหาและจุดประสงค์การเรียนรู้

                                               3.2  ศึกษาฤษฎี  หลักการ  แนวคิดในการอน  และวิธีการที่จะนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการเขียนแผนการสอน  ซึ่งมีลำดับขั้นตอนของหัวข้อต่าง ๆ   ประกอบในแผนการสอน

                            3.3  ขีแผการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกำหนดการสอนและตารางวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  จุดประสงค์การเรียนรู้  กิจกรรม  เวลาเรียน  และมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น   ได้ทั้งหมดจำนวน  19  แผน

                            3.4  นำแผจักิเรีรู้เสต่ผู้เชี่  จำ  5  คน  เพื่อพิจาราความสอดคล้องเชิงเนื้อหา  ระหว่างผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  กิจกรรมการเรียนรู้และการวัดผลประเมินผล  พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้  การจัดกระบวนการเรียนรู้  สื่อการเรียนรู้  การวัดและประเมินผล  และตรวจทานแก้ไข  โดยผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วย

                          3.4.1)  นางประเพ็ญ  ตันจำรูญ  ครูเชี่ยวชาญ  โรงเรียนบ้านนาบอน 

                      3.4.2)  นายชูเกียรติ   ถิรสุนทร  ศึกษานิเทศก์  ชำนาญการพิเศษ   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต   

                                 3.4.3)   นางลักษณา  ศุทธากรณ์   ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนสตรีภูเก็ต

                      3.4.4)  นางสุนี  เลื่อมใส  รองผู้อำนวยการชำนาญการ ฝ่ายวิชาการ   โรงเรียนกะทู้วิทยา

                      3.4.5)  นางธนูศร  สุวรรณหงษ์  ครูชำนาญการพิเศษ  โรงเรียนกะทู้วิทยา

            3.5   นำผลารระมินากผู้ชี่ยวาญไปคำนวณหาค่าดัชนีความสอดคล้อง  โดยใช้สูตร IOC  ของมนึก  ภัททิยธนี  (2541: 221)  แล้วปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องตามคำแนะนำองผู้เชี่ยวชาญ  ดังนี้คือ  เพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้ให้หลากหลาย  เน้นให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมทำกิจกรรมให้มากที่สุด  ปรับประโยคที่ใช้บางส่วนให้อ่านเข้าใจง่าย  และปรับความเหมาะสมของกิจกรรมกับเวลาที่ใช้สอน

            3.6   นำแผนการจัดกิจกรรมการรียนรู้ที่ปรับปรุงแล้วไปใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างทดลองวิจัย  พื่อหาข้อบกพร่ององผนการจักิจกรรมการรียนรู้  พื่อปรับปรุงในรื่องการใช้ภาษาและความสอดคล้องของเวลากับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 

            3.7   ลังากราบข้ร่องล้วก็นำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไปปรับปรุงแก้ไขและนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอีกครั้ง  ก่อนนำไปทดลองใช้จริง    

           3.8   นำแผนารจักิรรมารเรียนรู้ที่ปรับรุงแล้วไปดำเนินการสอนนัเรียนกลุ่มตัวอย่างโดยใช้  ประกอบชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ

                       4.  รสร้างแบบสอบถามความคิดเห็นของนักรียนที่มีต่อการรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2   เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ 

                            ผู้พัฒนาได้ดำเนินการสร้างและพัฒนาตามลำดับขั้นตอน  ดังนี้

                            4.1  ศึเอที่เกี่ข้กัเจติ  พื่นำมาเป็งใร้งแบบสอบถาม

        4.2  ศึกษาวิธีการสร้างแบบสอบถาม  กำหนดรูปแบบคำถามให้สอดคล้องกับชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ

           4.3  ร้แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะณิศาร์   ซึ่มีลัป็ราส่วนประมาณค่า  3  อันดับ  คือ  มาก = 3 , ปานกลาง = 2  และ  น้อย = 1    ได้แบบสอบถามจำนวน  10  ข้อ

           4.4  นำแบบอบถามควาคิเห็นฯ  ที่ร้างแล้  ไปให้ผู้ชี่ยวาญรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหา (Content validity) เพื่อปรับปรุงก้ไข  โดยพิจารณาความถูกต้องละแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสม  สอดคล้อง  และพิจารณาตัดสินว่าข้อความในแบบสอบถามเป็นไปในทางบวกหรือลบ  โดยผู้เชี่ยวชาญ  ประกอบด้วย

                              4.4.1)  นางประเพ็ญ  ตันจำรูญ  ครูเชี่ยวชาญ  โรงเรียนบ้านนาบอน 

                      4.4.2)  นายชูเกียรติ   ถิรสุนทร  ศึกษานิเทศก์  ชำนาญการพิเศษ   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต   

                                 4.4.3)   นางลักษณา  ศุทธากรณ์   ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนสตรีภูเก็ต

                      4.4.4)  นางสุนี  เลื่อมใส  รองผู้อำนวยการชำนาญการ ฝ่ายวิชาการ   โรงเรียนกะทู้วิทยา

                      4.4.5)  นางธนูศร  สุวรรณหงษ์  ครูชำนาญการพิเศษ  โรงเรียนกะทู้วิทยา

                                  4.5  นำแบบสอบถามความคิดเห็นที่ได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญไปคำนวณหาค่าดัชนีความสอดคล้อง  IOC  ของมนึก  ภัททิยธนี  (2541: 221)  แล้วคัดเลือกข้อความที่มีค่า  IOC  ตั้งแต่  0.50-1.00  ขึ้นไปมาใช้ โดยนำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คนเพื่อหาค่าความเชื่อมั่นโดยใช้โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา ( -Coefficient ) ของ ครอนบัค (Cronbach) และหาข้อบกพร่องเกี่ยวกับภาษา โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา ( ) เท่ากับ .65

              4.6   นำแบบทดสอบ ความคิดเห็น  ที่ได้ปรับปรุแล้วไปใช้กับนักเรียนลุ่มตัวอย่  ลัากเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ครบแล้วทั้ง 5 ชุด จำนวน  25  แบบฝึก

 

แบบแผนที่ใช้ในการทดลอง

 

                       การศึกษาพัฒนาครั้งนี้ใช้รูปแบบการศึกษาค้นคว้ากึ่งทดลอง  ผู้พัฒนาได้ใช้รูปแบบการทดลองแบบ  One  Group  Pre-test  Post-test  Design  ดังนี้  (ล้วน  สายยศ  และอังคณา  สายยศ, 2538: 249)

 

 

กลุ่มทดลอง

T1

X

T2

       

                    เมื่อ  T1  หมายถึง  การทดสอบก่อนได้รับการฝึกจากชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ

                              X   หมายถึง  การฝึกจากชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ

                               T2  หมายถึง  การทดสอบหลังจากได้รับการฝึกจากชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ

วิธีการดำเนินการศึกษา

 

                       ผู้พัฒนาได้ดำเนินการตามขั้นตอน  ดังนี้

                       1.  ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test)  ดยช้บบอบสัธิ์ทางารรี  รื่  อัส่และร้อยละ  ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้น  จำ  40  ข้  ตรวจให้คะแนนและบันทึกไว้ 

                       2.  ดำเนินัเรียนกลุ่มตัวอย่างโยใช้ชุดฝึทักษะคณิศาสตร์ฯ   จำ  5  ชุด  (25  แบบฝึก)  ที่ปรับปรุงพัฒนาแล้ว  ประกอบกับแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  จำนวน  19  แผน  แผนละ  1  ชั่วโมง  สัปดาห์ละ  3  ชั่วโมง  รวมเวลาประมาณ  6  สัปดาห์  

                       3.  ทดสอบหลังเรียน (Post-test)  ดยช้บบอบสัธิ์ทางารรี  รื่  อัส่และร้อยละ  ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้น  จำ  40  ข้  ซึ่งเป็นชุดเดียวกับแบบทดสอบก่อนเรียน ในแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่  19  แล้วตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้  และบัทึกคะแนเก็บไว้เพื่อเปรียบเทียบกับคะแนนทดสอบก่อนเรียน

                       4.  ให้นักรียนกลุ่มตัวย่าง  ประเมินแบบสอบถามความคิดเห็นกี่ยวกับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ตรวจให้คะแนนและบันทึกไว้เพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูล

                      

การวิเคราะห์ข้อมูล

                  ในการศึกษาพัฒนาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ   ผู้พัฒนาได้แบ่งการวิเคราะห์ข้อมูลออกเป็น  3  ส่วน ดังนี้

                       1.  สิธิภาของชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่น้นการบูรณาการ โดยปรียบทียบหาความสัมพันธ์ของประสิทธิภาพของกระบวนการ  (E1)  กับประสิทธิภาพของผลลัพธ์  (E2)  ตามเกณฑ์มาตรฐาน  80/80

                       2.  ารวิเคราะห์วามแต่างระว่างผลสัมฤทธ์ทางการเรียน  ระหว่างก่อนเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิาสร์และหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง  อัตราส่ร้ยละที่เน้นการบูรณาการ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2   โดยการทดสอบค่าที (t-test)

                       3.  รวิเคราะห์ามคิดเห็นัเรีที่มีต่ารเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ รื่อง  อัตราส่วนละร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  โดยใช้ค่าร้อยละ (%)

 

 

 

 

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

 

                       ในการศึกษาพัฒนาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ   ผู้พัฒนาได้ใช้สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล   ดังนี้

 

                       1.  ค่มเที่ยงรง  ยใช้สูรความสอดคล้อง IOC (สมนึก  ภัททิยธนี, 2541: 221)

 

                                                 IOC     =    

                            

                      

                             เมื่อ      IOC       แทน   ดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับเนื้อหาหรือ                                                               ระหว่างเนื้อจุดประสงค์กับข้อสอบ

                                                 R     แทน   ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด

                                                 N        แทน  จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด

 

       2.  หาค่าความยากง่าย  ค่าอำนาจจำแนก  และค่าความเชื่อมั่นโดยใช้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อสอบ  EVANA 4.0  โดย ภคนันท์  ทองคำ,  http://www.watpon.com/download.html, 2548. 

 

                       3.  วิะห์วามตกต่างระหว่างก่อนรียนโยใช้ชุฝึกละหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึก  

ด้วยสูตรค่าที (t-test)  (บุญชม  ศรีสะอาด, 2546: 148)

 

                                                        t     =                                                                                                                                                                  

                 

                                                             

                                        df        =     N – 1

                             เมื่อ             t    แทน            อัตราส่วนวิกฤติ

                                           D แทน               ผลรวมของผลต่างของคะแนน

                                           D2        แทน       ผลรวมกำลังสองของผลต่าง

                                                 N    แทน               จำนวนนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง

 

                      

 

 

 

                        4.  หาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ ตามเกณฑ์ E1/E2   ด้วยสูตร

                             (ชัยยงค์ พรหมวงศ์  2543: 101-102)

                             การหาประสิทธิภาพโดยใช้สูตร E1/E2   =  80/80

 

                                                 E1  =     

 

 

                             เมื่อ             E1  คือ   ประสิทธิภาพของกระบวนการ

                                             คือ                คะแนนของชุดฝึกทักษะทุกแบบฝึกรวมกัน

                                                 A   คือ  คะแนนเต็มของแบบฝึกทุกแบบฝึกรวมกัน

                                                 N    คือ   จำนวนนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง

 

                                                             

                                                 E2  =     

 

 

                             เมื่อ             E2  คือ  ประสิทธิภาพของผลลัพธ์

                                                    คือ         คะแนนรวมของแบบทดสอบหลังเรียน

                                                 B    คือ คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียน

                                                 N    คือ  จำนวนนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง

                        

              5.  ค่ร้อยะของแบบสอบถามความคิดเห็นและค่าความเชื่อมั่น ของแบบสอบถามโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา ( - Coefficient) ของ  ครอนบัค (Cronbach)  พวงรัตน์  ทวีรัตน์ (2543 : 125)

 


                               

                               

                                เมื่อ

                  แทน        สัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น

            n       แทน        จำนวนข้อของแบบวัดเจตคติ

                                           แทน คะแนนความแปรปรวนของแต่ละข้อ

                                          แทน คะแนนความแปรปรวนทั้งฉบับ

 

 

                        6.  หาค่ส่วนบี่ยงบนมาตราน (S.D.)  องคะนนก่อนเรียนและหลังรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ด้วยสูตร (ล้วน  สายยศ  และอังคณา  สายยศ, 2536: 64)

 

                             สูตร       S.D.    =  

                                         

                             เมื่อ            S.D.   แทน     ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

                                              x       แทน      ผลรวมของคะแนน

                                             x2       แทน      ผลรวมของคะแนนแต่ละคนยกกำลังสอง

                                                 N            แทน      จำนวนนักเรียน    

                   
 

บทที่  4

 

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

 

                       นการพัฒาชุดฝึกทักษะคณิตศาตร์  ชั้นมัธมศึษาปีที่ 2  เรื่อง  อัตราส่ะร้อยละที่เน้นการบูรณาการฉบับนี้   ผู้พัฒนาได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับ  ดังนี้

                       ตอนที่  1   การหาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  

                       ตอนที่  2   วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

                       ตอนที่  3   วิเคราะห์ผลการประเมินความคิดเห็นของนักเรียน

 

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

  

                       ตอนที่  1  การหาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ

                     ารระสิทธิาพามกณฑ์  80/80  องชุฝึทัณิศาร์  ราลตามตาราง 3 – ตาราง 5   ดังต่อไปนี้    

 

ตาราง 3  คะแนนเต็ม  คะแนนเฉลี่ย  และค่าร้อยละ(%) ของคะแนนรวมจากชุดฝึกทักษะ  

               คณิตศาสตร์ฯ  จำนวน  5  ชุด    (n = 41)

 

ชุดฝึกทักษะชุดที่

คะแนนเต็ม

คะแนนเฉลี่ย

ค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ

1

26

25.02

12.96

2

45

41.02

21.25

3

31

28.41

17.42

4

48

44.20

22.90

5

43

41.22

21.36

รวม

193

179.87

93.19

 

                             สรุปค่าประสิทธิภาพตามเกณฑ์ตัวแรก (E1)  =  93.19

 

                       จากตาราง 3  แสดงว่า  คะแนนประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ ตัวแรกที่ได้จากนักเรียน  41  คน  ที่ทำแบบฝึกระหว่างเรียนได้คะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ  93.19  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80

 

ตาราง 4  คะนนฉลี่ยากการทำบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์างการรียนหลังรียนโดยใช้

                ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  (n = 41)

 

จำนวนนักเรียน

คะแนนเต็ม 

คะแนนที่ได้

คะแนนเฉลี่ยจากคะแนนเต็ม(40)

ค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ

41

1640

1325

32.32

80.79

 

                             สรุปค่าประสิทธิภาพตามเกณฑ์ตัวหลัง (E2)  =  80.79

 

                       จากตาราง 4  ดงว่า  คะระสิทธิาพชุดฝึทักษณิตร์ฯ ตัวหลังที่ได้นักรียน  41  คน  ที่ทำบบดสอบวัดลสัมฤทธิ์างารรียน  รื่  อัส่วนละร้อยะ ของนักเรียนหลังเรียนโดยใช้ ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ได้คะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ  80.79  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้  80

                                  

ตาราง 5  คะนน   คะแนนเต็ม  คะนนเฉลี่ยจากคะแนนเต็ม  ละค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ(%)

               ของคะแนนที่ได้จากแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ (จำนวน  5  ชุด) และคะแนนจาก

               แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ (n = 41)

 

คะแนน

คะแนนเต็ม

คะแนนเฉลี่ยจากคะแนนเต็ม

ค่าเฉลี่ย

คิดเป็นร้อยละ

คะแนนแบบฝึกทักษะระหว่างเรียน

193

179.87

93.19

คะแนนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ

40

32.32

80.79

 

                       ากาง 5  แสดงว่า  คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบฝึกทัคณิตศาสตร์ฯ และคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ของนักรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2   หลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ  93.20/80.79  ซึ่สูว่าเฑ์มาาน  80/80  ที่ตั้ว้  ดงให้เห็นว่า  ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง  อัตราส่วนแร้อยที่เน้นารบูาร  ที่ผู้พัร้างขึ้มีประสิธิภาสูว่าเฑ์ที่กำนดไว้  สามารถนำไปใช้ประอบารรียนารสอนรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  กลุ่มสาระการรียนรู้คณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ได้

 

                       ตอนที่  2   วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

                       ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2ที่เรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  ปรากฏในตาราง 6 ตาราง 7  ดังนี้ 

 

ตาราง 6  คะแนนเฉลี่ย ( )และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.)ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้  

               ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (n = 41)

 

ระยะเวลา

คะแนนเต็ม

ค่าสถิติ

ค่าเฉลี่ย ( )

ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.)

 ก่อนเรียน

40

15.83

4.93

หลังเรียน

40

32.32

 3.18

               

                       ตา 6  แสดงว่า  คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนของนักเรียนที่รียนด้ยชุฝึทัะคณิตศาสตร์เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ    ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ  15.83  และได้ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  เท่ากับ  4.93  ส่วนคะนนเฉลี่ยหลังรียนของนักรียนที่รียนด้วยชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์รื่อง อัตราส่วนและร้อยละที่น้นการบูรณาการ  ได้ค่าฉลี่ยเท่ากับ  32.32   ละได้ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  เท่ากับ  3.18

 

ตาราง 7  ค่าเฉลี่ย ( )   ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)  ผลรวมของคะแนน  ผลรวมของ

                 คะแนนยกกำลังสอง  และผลการเปรียบเทียบการเรียน (t-test) ของนักเรียนก่อนเรียน

                 และหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  

 

    ผลสัมฤทธิ์

n

 

S.D

D

D2

t

แบบทดสอบก่อนเรียน

41

 15.83

4.93

676

11,872

24.78**

แบบทดสอบหลังเรียน

41

 32.32

3.18

     **   มีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01 ค่า t ที่ (df= 40)  =  2.704

                       จากาง 7  สดงว่า  คะนนบบดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการรียนองนัรีนจำนวน  41  คน  ที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ ได้คะแนนเฉลี่ยทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01   แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

 

                       ตอนที่  3  ผลการประเมินความคิดเห็นของนักเรียน  ผลปรากฏในตาราง  8

 

ตาราง 8  จำนวนแะค่าร้อยละ(%)  ของคะแวามคิดเห็  นักรีที่มีต่อชุดฝึกทักษ

                คณิตศาสตร์ฯ    จำนวน 10 ข้อ (n = 41)

 

 

ข้อที่

รายการ

มาก

ร้อยละ

(%)

ปานกลาง

ร้อยละ

(%)

น้อย

ร้อยละ

(%)

1

ก่อนใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ชอบวิชาคณิตศาสตร์

41.46

56.10

2.44

2

หลังใช้ทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ชอบวิชาคณิตศาสตร์

60.98

39.02

-

3

มีความสนใจ ตั้งใจเรียนมากขึ้น

56.10

43.90

-

4

แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์นี้ นักเรียนเรียนด้วยความสนุกสนาน

90.24

9.76

-

5

เนื้อหา  ตัวอย่าง และโจทย์  ในแบบฝึกทักษะนี้  ชัดเจนอ่านแล้ว เข้าใจง่าย เหมาะกับนักเรียน

73.17

26.83

-

6

นัเรียนสามารถทำแบบฝึกทักษะได้ด้วยตนเอง

60.98

39.02

-

7

มีความกระตือรือร้นในการตรวจคำตอบด้วยตนเอง

90.24

9.76

-

8

ตัวอักษรและภาพประกอบน่าสนใจ เหมาะสม

68.29

31.71

-

9

การจัดทำรูปเล่มมีความ เหมาะสม

82.93

17.07

-

10

นักเรียนได้รับประโยชน์จากแบบฝึกทักษะทำให้การเรียนดีขึ้น

87.80

12.20

-

ค่าร้อยละเฉลี่ย

71.22

28.54

0.24

                       

                       จากตาราง 8  สดงว่า  นักเรียนมีความคิดเห็นต่อชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  กือบทุกประเด็นคำถาม  ในระดับมาก (ค่าร้อยละเฉลี่ย = 71.22)  เรียงตามลำดับ  9  ข้อ  คือ

                       ข้อ 4   ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ นี้ นักเรียนเรียนด้วยความสนุกสนาน  มีค่าร้อยละ  90.24    

                       ข้อ 7   มีความกระตือรือร้นในการตรวจคำตอบด้วยตนเอง  มีค่าร้อยละ  90.24    

                       ข้อ 10  นักเรียนได้รับประโยชน์จากชุดฝึกทักษะฯ ทำให้การเรียนดีขึ้น  มีค่าร้อยละ  87.80

                       ข้อ  9  การจัดทำรูปเล่มมีความ เหมาะสม  มีค่าร้อยละ 82.93

                ข้อ  5  เนื้อหา  ตัวอย่าง และโจทย์  ในแบบฝึกทักษะนี้  ชัดเจนอ่านแล้ว เข้าใจง่าย เหมาะกับนักเรียน มีค่าร้อยละ 73.17   

                       ข้อ  8  ตัวอักษรและภาพประกอบน่าสนใจ เหมาะสม  มีค่าร้อยละ 68.29

                       ข้อ  6  หลังใช้ทักษะคณิตศาสตร์เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ชอบวิชาคณิตศาสตร์  มีค่าร้อยละ  60.98

                       ข้อ  2  นักเรียนสามารถทำแบบฝึกทักษะได้ด้วยตนเอง  มีค่าร้อยละ  60.98 

                       ข้อ  3  มีความสนใจ ตั้งใจเรียนมากขึ้น  มีค่าร้อยละ  56.10  

                       ส่วนข้อ 1  ก่อนใช้ชุดฝึกทักษะณิาสตร์ฯ ชอบวิชาคณิตศาสตร์  นักรียนมีคามคิดเห็นในระดับปานกลาง  มีค่าร้อยละ  56.10

   

บทที่  5

 

สรุป  อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

 

                  ในการศึกษาเพื่อพัฒนาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2    เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  บทนี้นำเสนอข้อมูล  ดังนี้

                       1.  วัตถุประสงค์ของการศึกษา

                       2.  กลุ่มตัวอย่าง

                       3.  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

                       4.  วิธีการดำเนินการศึกษา

                       5.  สรุปผลการดำเนินการศึกษา

                       6.  อภิปรายผล

                       7.  ข้อเสนอแนะ

 

วัตถุประสงค์ของการศึกษา

 

                       1.  พื่ร้งแพัาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80

                       2.  พื่อเรีบเทีสัธิ์รเรียใช้ชุฝึทัษะณิศาร์  ชั้มัมศึกษาปีที่  2  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะ

   3.  เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ที่เรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะ

คณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2   เรื่อง   อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ 

 

กลุ่มตัวอย่าง

 

                        ลุ่ตัย่  ได้แก่  นักเรีชั้มัศึปีที่  2/6  ปีการศึกษา  2550  โรงเรียนกะทู้วิทยา   อำภอะทู้  จังหวัดภูเก็ต   จำนวน  41  คน   ซึ่งผู้พัฒนาได้มาโดยวิธีการการสุ่มบบกลุ่ม (Clustro Sampling)  จำวน  1  ห้เรี  ห้รียนที่ได้รัอบมายให้ฏิบัติารอน  ซึ่จัดห้องเรียนแบบคะความสามารถ   ในปีการศึกษา  2550

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

 

                       เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา  ได้แก่

                       1.  ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่น้นการบูรณาการ  

                       2.  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ก่อนใช้ชุดฝึกและหลังการใช้ชุดฝึก  รื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  เป็นข้อสอบชนิดเลือกตอบ  4   ตัวเลือ   จำนวน  40  ข้อ  มีค่าความยากง่าย (p) ระหว่าง .20-.80  มีค่าอำนาจจำแนก (r)  ตั้งแต่ .20  ขึ้นไป  มีค่าความเชื่อมั่น (Reliability) เท่ากับ .84

                       3.  แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2     

   4.  บสบถามความคิดห็นของนัเรียนที่มีต่รเรียยใช้ชุฝึทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2   เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  จำนวน 10 ข้อ  โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา ( ) เท่ากับ .65

 

วิธีการดำเนินการศึกษา

 

                       ผู้พัฒนาได้ดำเนินการตามขั้นตอน  ดังนี้

                       1.  ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test)  โดยใช้แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ก่อนใช้ชุฝึละหลังารใช้ชุฝึ รื่  อัตราส่วนละร้อยละ  ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้น  จำ  40  ข้  ตรวจให้คะแนนและบันทึกไว้ 

                       2.  ดำเนิารอนนักเรียนลุ่มตัวอย่างโยใช้ชุดฝึทัษะคณิศาสตร์ฯ   จำ  5  ชุ (25  แบบฝึก)  ที่ปรับปรุงพัฒนาแล้ว  ประกอบกับแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  จำนวน  19  แผน  แผนละ  1  ชั่วโมง  สัปดาห์ละ   3  ชั่วโมง  รวมเวลาประมาณ  6  สัปดาห์  

                       3.  ทดสอบหลังเรียน (Post-test)  ดยช้บบอบสัธิ์ทางารรี  ก่อนใช้ชุดฝึกละหลังการใช้ชุดฝึก  รื่  อัส่ละร้อยละ  ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้  จำ  40  ข้  ซึ่ป็นชุดียวกับบอบก่อนรียน ในแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่  19  ล้วรวจให้คะแนนตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้  และบัทึกคะแนเก็บไว้เพื่อเปรียบเทียบกับคะแนนทดสอบก่อนเรียน

                       4.  ให้นักรียนกลุ่มตัวอย่าง  ประมินแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ฯ  ตรวจให้คะแนนและบันทึกไว้เพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูล

 

สรุปผลการศึกษา

 

                  1.  ชุฝึทัณิตาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่น้นการบูรณาการ  มีประสิทธิภาพเท่ากับ  93.20/80.79  สูงกว่าเกณฑ์  80/80  ที่ตั้งไว้

       2.  สัธิ์งกรเรียน  รื่อง  อัส่ร้  นัเรียนชั้นมัธศึาปีที่  2  ที่เรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

       3.  นักรีชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  มีคามคิดเห็นต่อชุดฝึกทักะคณิตศสตร์ ชั้มัศึ  ปีที่  2  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  โดยรวมมีความคิดเห็นในระดับมาก

                      

อภิปรายผล

 

                  จากาศึกาพัชุฝึทัณิตาสตร์  ชั้มัศึปีที่  2  รื่อง  อัตราส่วนละร้อยละที่น้นการบูรณาการ  สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้

                       1.   ชุดฝึทัะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  รื่อง  อัตราส่วนละร้อยละที่น้นการบูรณาการ  ที่ผู้พัฒนาศึกษามีประสิทธิภาพเท่ากับ  93.20/80.79  หมายความว่า  นักเรียนทั้งหมดได้คะแนนเฉลี่ยาการทำชุดฝึกทั้ง 5  ชุด (จำนวน  25  แบบฝึก)  ร้อยละ  93.20  และคะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  หลังเรียนโดยใช้ชุดฝึก  คิดเป็นร้อยละ  80.79  แสดงว่า  ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์  80/80  ที่ตั้งไว้   ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ  สายชล  ลิ้มชื่น  (2547) ที่ศึกษาพว่า  ร้ฝึณิตศาสตร์  เรื่อง  ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรขาคณิตวิเคราะห์สำหรับนักเรียนช่วงชั้ที่  4  (มัธยมศึกษาปีที่ 4-6)  มีระสิธิภา  86.67/93.33  และงานวิจัยของ  ระรม  กุ่ยสาคร  (2547)  พบว่า  แบบฝึกที่สร้างขึ้น  รื่อง  ารคูารารโบูารภูมิปัาท้ถิ่นสำรันัเรีชั้ระปีที่ 5  มีระสิทธิภาพ 80.63/80.94  ทั้งนี้อาจิดจากสาเหตุ  ดังต่อไปนี้

                             1.1   ด้านารร้างชุฝึทักษะ   ผู้พัาได้ดำนิารร้ามขั้ อย่างมีระบบและวิธีการที่หมาะสม  โดยศึกษาวิธีดำนินการสร้างชุดฝึก  วิเคราะห์เนื้อหา  เรื่อง  อัตราส่วนละร้ละ  วิราะห์ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังแล้วจึงดำเนินการสร้างชุดฝึก ก่อนที่จะนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา  ความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้    ความเหมะสมของรูบบองชุดฝึก   การใช้ภาษาละความหมาะสมองระยะวลา  ล้วจึงนำไปปรับปรุงก้ไข   ก่อนที่จะนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง

                             1.2  ด้านรูบบองชุฝึ  ในต่ละชุดฝึกะมีจุดประสงค์การเรียนรู้ในการฝึกอย่างชัดเจน  มีการฝึกจากง่ายไปหายาก  และดำเนินการไปตามขั้นตอนทำให้นักเรียนเข้าใจได้ง่าย  โดยให้นักเรียนศึกษาากตัวอย่างล้วจึงทำการฝึ  ซึ่งตัวอย่างและแบบฝึกในชุดฝึกเป็นโจทย์ที่เข้าใจง่าย  และเมื่อทำเสร็จแล้วจะมีเฉลยเพื่อให้นักเรียนได้ตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที  ทำให้นักเรียนทราบผลของการทำแบบฝึกว่าถูกหรือไม่  ถ้าผิดก็สามารถย้อนกลับไปศึกษาตัวอย่างใหม่ซึ่งทำห้าบข้ผิดพงตัเอ   ะเนิารจคำตบด้วยตนเองของแบบฝึกในแต่ละชุดฝึก  ได้บูรณาการกับกลุ่มสาระศิลปศึกษา  หรือร้างคำากการรวจคำตอบซึ่งได้บูรณาารกับกลุ่มาระการเรียนรู้ต่าง ๆ  ช่น  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยได้สอดแทรกเกี่ยวกับสุภาษิตคำพังเพยกี่ยวกักาฏิบัติด้านคุรรมริยธรรม  ลุ่มาระกรเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรร  สอดแทรกเกี่ยวกับการปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับคำพุทธศาสนสุภาษิต  และสอดทรกเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  การรณรงค์ร่วมลดภาวะโลกร้อน  ทำให้นักเรียนกิความสนใจอยากที่จะศึกษาและติดตาม  ซึ่งสอดคล้องกับพัชรินทร์  หงส์พันธุ์ (2544,  69) ได้กล่าวไว้ในงานวิจัยถึงความสำคัญของแบบฝึกว่า เป็นเครื่องอำนวยประโยชน์ในการเรียนรู้ชองนักเรียนนการฝึกทักะให้เกิดความชำนาญและปลูกฝังคุณค่าและลักษณนิสัยที่ถูกต้องดีงามหลายประการ  ทำห้นักเรียนมีความกระตืรืร้นที่จะทำแบบฝึกและตรวจคำตอบ  เพื่อจะได้ทราบว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ใคำคือสิ่งใด  เป็นารร้าามสนใจนักรียนเป็นย่างดีและทำให้นัรียนได้วามรู้พิ่มขึ้นและไม่บื่อหน่าการเรียน  อดล้องกั  ทิศน  ขมณี (2550,  52-54)  ซึ่ได้กล่วถึง  ทฤษฎีการางเงื่อนไขแบบอัติโนมัติ  ของพาฟลอฟ (Pavlov) โดยในกฎการเรียนรู้ได้กล่าวว่า  พฤติกรรมการตอบสนองของมนุษย์  สามารถเกิดขึ้นได้จากสิ่งเร้าที่เชื่อมโยงกับสิ่งเร้าตามธรรมชาติ  ดังนั้นการจะสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในเรื่องใด   อาจใช้วิธีเสนอสิ่งที่จะสอไปพร้อม ๆ กับสิ่งเร้าที่ผู้เรียนชอบตามธรรมชาติและหากต้องการให้ผู้เรียนเกิดพฤติกรรมใดควรมีการใช้สิ่งเร้าหลายแบบ  แต่ต้องมีสิ่งเร้าที่มีการตอบสนองโดยไม่มีเงื่อนไขควบคู่ไปด้วย 

                      2.  สัธิ์ารเรียน  รื่  อัตราส่วนแร้อย  องนักเรีชั้มัศึปีที่  2  ที่เรียนโยใช้ชุฝึทัณิศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  รื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางถิติที่ระดับ .01  ซึ่งผลการศึกษาพัฒนาครั้งนี้เป็นไปตามทฤษฎีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์ (Thorndike’s Classical Connectionism)  กฎห่ารฝึกหัด (Law of Exercise)  ที่ว่าารฝึกหัดหรือกระทำบ่อย ๆ ด้วยความเข้าใจจะทำให้การเรียนรู้นั้นคงทนถาวร   ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากชุดฝึกทักษะที่สร้างขึ้นเป็นชุดฝึกที่ให้นักเรียนได้รับการฝึกเป็นรายบุคคลแล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด  สอดคล้องกับ  ถวัลย์  มาศจรัส (2550: 18)  ที่ได้ให้คำจำกัดความของแบบฝึกว่า  สามารถนำผู้เรียนสู่การสรุปความคิดรวบยอดและหลักการสำคัญของสาระการเรียนรู้  รวมทั้งทำให้ผู้รียนสามารถตรวจสอบความเข้าใจในบทรียน  ด้วยตนเองได้และอดล้องกับรายงานของ  ารี  บุษบงค์  (2542)  ที่ได้พัฒนาบบฝึทักษะที่มีประสิทธิภาพ  วิชาคณิตศาสตร์  เรื่องการคู  ของนักเรียนชั้ระศึปีที่  2  ผลจากการวิจัยพบว่า  แบบฝึกเสริมทักษะมีระสิทธิาพามเฑ์ที่กำไว้  ลของะแก่อนารฝึกแลังารฝึกแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01  และอดคล้องกับรายงานของวิไลวรรณ  พุกท  (2542)  ที่ได้พัฒนาแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์  เรื่อง  โจทย์ปั  การคูณ  การหาร  จำนวนที่ตัตั้งมีองหลัก  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  พบว่า  ผลสัมฤทธิ์ทางการรียน  หลังรียนด้วยบบฝึกเสริมทักษะสูงกว่าก่อนเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01

                       ารศึกพัาใรั้งนี้แห้ห็นว่า ชุฝึกทักษะณิตศาตร์  ชั้นมัศึกษปีที่  2  เรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  เป็นชุดฝึกทักษะที่มีประสิทธิภาพ  เมื่อนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแล้วสามารถพัฒนาให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

                       3.  นักเรียนชั้มัศึษาปีที่ 2  มีความคิดเห็นต่อชุดฝึทักษะคณิตศาสตร์ ชั้มัธยศึษา  ปีที่  2  เรื่อง  อัตราส่วนละร้อยละที่เน้นการบูรณาการ  โดยรวมมีความคิดเห็นในระดับมาก  เรื่องที่นัรียนสนใจป็นอันดัรก  กี่ยวกักิจกรรมการรวจคำตอบด้วยอง  ทำให้รียนด้วยความระตืรือร้นละมีความนุกสนาน  ละรองงมาคือ  นักเรียนเห็นว่า  ชุดฝึกเล่มนี้มีประโยชน์ทำให้การเรียนดีขึ้นและการจัดรูปเล่มมีความเหมาะสม  มีความชัดเจนเข้าใจง่ายเหมาะกับนักเรียน  และจากการสังเกตพฤติกรรม พบว่า  นักเรียนมีพฤติกรรมดีขึ้น  ขยัน  สนใจ  ชอบ  และตั้งใจเรียนมากขึ้น  คนที่ไม่ชอบคิดหรือไม่ชอบทำแบบฝึกหัดด้วยตนเอง  ก็มีความตั้งใจและสนใจไต่ถามเมื่อไม่เข้าใจเพื่อจะได้ทำและตรวจคำตอบด้วยตนเอง  ขณะทำกิจกรรมในชุดฝึกนักเรียนจะแสดงสีหน้าและมีอารมณ์ดี  ยิ้มแย้มแจ่มใส  และมุ่งมั่นแข่งขันกันเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง  ทำให้บรรยกาศารเรียนมีความสนุกสนานและช่วยให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น   ซึ่งอดคล้องกับงานวิจัยของ  สุวารี   เมืองครุฑ (2546, 32)  ที่ได้ล่าวถึงประโยชน์ของแบบฝึกว่า  บบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้นอย่างมีระบบระเบียบนั้น  จะป็นเรื่มืกาเรีนรู้ซึ่ผู้เรียนด้ารณ์รงจาการลงมือระทำแบบฝึก  ได้ฝึฝนทักษะย่างเต็มวามสามารถของแต่ละบุคคล  ผู้เรียนได้ทราบความก้าวหน้าของตน  มีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์  และมีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ด้วย  

                  สรุปได้ว่า  การพัฒนาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  รื่อง  อัตราส่วนแร้อยะที่เน้ารบูาร  ซึ่งผู้พันาได้จัรูแบบให้สอดคล้องกัามต้องารของผู้เรี  ริ่มตั้งแต่  การเรีลำดับากง่ายไปหายาก  มีรปฏิบัติเป็นบุคคล  มีการตรวคำตอบด้วยตนเอง  ป็การฝึกให้นักเรียนมีคามรับผิดชอ  ซื่อสัตย์ต่อตนเะผู้อื่น  และได้บูรณาการกับกลุ่มาระารรียนรู้อื่น ๆ  ช่วยให้กิดพัารด้านต่าง ๆ ดังนี้  คือ  ด้านภาษา  ได้แก่  การฟัง  ารพู  ารอ่าน  ละการขียน  ด้านสังคม  ได้ก่  อารมณ์  สติปัญญา  และจิตใจ   ด้านวามคิริเริ่มร้างรรค์  ด้านคุรรมแริยธรรม  ชุดฝึกนี้มีประโยชน์กับผู้เรียนโดยตรง  โดยให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง  อัตราส่วนและร้อยละ  ช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสร้างเจตคติที่ดีต่อการรียนณิศาตร์ให้ก่นัรียน  ดันั้  ชุดฝึกทักษะณิตาสตร์  ชั้นมัธศึกษาปีที่  2  รื่อง  อัส่ร้อยละที่น้นการบูรณาการ  จึงเป็วัตกรรมทางารศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน  น้จัรเรียรู้แบเน้นผู้เรียนเป็สำคั  ให้ผู้เรียนารศึกษาได้ด้วยตนเ  สามารเรียนรู้  วัเมิเอด้ตามภาพจริ  ทำห้นักเรีด้ลสำเร็จใด้านารเรียนหลายด้าน   เป็นที่ชื่นชมของผู้ปกครอง  ครู  และผู้บริหารโรงเรียน

                      

ข้อเสนอแนะ

 

                       1.  ข้อเสนอแนะในการนำชุดฝึกทักษะไปใช้

                             1.1  ครูผู้สอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  ควรศึกษาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  รื่อง  อัตราส่วนละร้อย  ละคู่มือการใช้ชุฝึทัณิตาสตร์  ชั้นมัธศึกษาปีที่  2  รื่อง  อัส่ร้อยละที่น้นการบูรณาการ  จะทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสมบูรณ์ขึ้น

                             1.2  ทำกิกรรมเรีารสอน  ครูผู้สอนควรให้คำแนะนำแก่เด็กที่เรียนอ่อน  ให้นวคิดก่นักรียนที่รียนปานกลาง  ละยั่วยุนักรียนที่รียนก่ง  ในการสรุปความคิดวบยอดและสาระสำคัญด้วยตนเอง

                             1.3   มื่อจบในแต่ละหัวข้อรื่อง  ครูผู้สอนควรน้นสาระสำคัญ  พื่อย้ำความข้าใจให้ากยิ่งขึ้น

                             1.4  ในการทำชุดฝึก  ครูไม่จำเป็นต้องให้นักรียนทำทุกข้อ  กล่าวคือ  อาจลือกให้นักรียนทำามวามามารถองนักรียนต่ละคน  ละให้นวคิดในการทำตามที่ตนองเข้าใจ  โดยอาจใช้วิธีการทำที่แตกต่างกัน

 

                       2.  ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป

                             2.1  ควรมีการวิจัยเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  โดยใช้ชุดฝึของผู้พัฒนาหรือตามแนวทางที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้น  โดยเปรียบเทียบกับวิธีการเรียนอื่น

                             2.2  มีศึษาค้ว้า การสร้างแพัาแฝึ  สำรัน่วยารเรียนอื่น ๆในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  และในระดับชั้นต่าง ๆ              

                       2.3  วรมีารศึกษาค้ว้าสร้งแะพัฒนาแบบฝึก  โดยเน้นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ด้านต่าง ๆ  เช่น  ด้านกระบวนการคิด  ด้านการแก้ปัญหา  หรือด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  เป็นต้น 

 
 
                  
Comments