คำถามที่พบบ่อย

การชำระเบี้ยประกันภัย
วิธีการชำระเบี้ยประกันภัย
การโอนผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคาร
คำถาม: การชำระเบี้ยประกันภัยผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารสามารถชำระได้ที่ธนาคารใด และ เอกสารที่สามารถใช้ในการชำระเบี้ยมีอะไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • ธนาคารกรุงไทย,
  • ธนาคารกรุงเทพ,
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา,
  • ธนาคารไทยพาณิชย์,
  • ธนาคารกสิกรไทย,
  • ธนาคารนครหลวงไทย,
  • ธนาคารทหารไทย,
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ทุกสาขาทั่วประเทศ)
  • โดยระบุชื่อบัญชี
    “บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด” โดยใช้แบบฟอร์มใบนำฝากแบบพิเศษ หรือ ใบชำระค่าสาธารณูปโภคและบริการของแต่ละธนาคาร

การชำระโดยหักบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน
คำถาม: การชำระเบี้ยภัยโดยหักบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือกระแส รายวัน สามารถหักได้จาก บัญชีธนาคารใด และเอกสารที่ต้องดำเนินการมีอะไรบ้าง

คำตอบ:

  • ธนาคารกรุงไทย
  • ธนาคารกรุงเทพ
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  • ธนาคารไทยพาณิชย์
  • ธนาคารกสิกรไทย

ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยเอกสารที่ต้องดำเนินการมีดังนี้

  • ใบคำขอใช้บริการ
  • หนังสือยินยอมหักบัญชีธนาคาร
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหน้าแรก
  • สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

หมายเหตุ ลูกค้าชำระเบี้ยประกันเป็นรายเดือน ทางบริษัทจะให้ชำระผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น


การชำระผ่านบัตรเครดิต
คำถาม: การชำระเบี้ยประกันผ่านบัตรเครดิต สามารถชำระผ่านช่องทางไหน และเอกสารที่ต้องดำเนินการมีอะไรบ้าง ?

คำตอบ: นำบัตรเครดิตมารูดชำระได้ที่ สำนักงานใหญ่ อาคารอิตัลไทยทาวเวอร์ หรือสำนักงานสาขาพญาไทหรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์เข้ามาที่ สำนักงานใหญ่ อาคารอิตัลไทยทาวเวอร์ เอกสารที่ต้องดำเนินการมีดังนี้

  • หนังสือยินยอมให้ชำระเบี้ยประกันภัยหักผ่านบัตรเครดิต
  • สำเนาหน้าบัตรเครดิต พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
คำถาม: บัตรเครดิตที่สามารถนำมาหักชำระเบี้ยประกันภัย ประเภทบัตรเครดิตอะไรบ้าง และได้กี่ธนาคาร ?

คำตอบ:ประเภทบัตรเครดิต

  • บัตร VISA
  • MASTER CARD ของทุกธนาคาร หรือ AMEX CARD แต่ถ้าเป็นบัตรประเภท LOCAL CARD รับเฉพาะของธนาคารกสิกรไทยเพียงแห่งเดียวเท่านั้
คำถาม: การชำระเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิต สามารถชำระแทนกันได้หรือไม่ ?

คำตอบ: การชำระด้วยบัตรเครดิตแทนกันได้เฉพาะพ่อ-แม่-บุตร, สามี-ภรรยา หรือบุคคลที่มีนามสกุลเดียวเท่านั้น


การชำระเบี้ยประกันภัยผ่านทางไปรษณีย์เป็นธนาณัติ
คำถาม: การชำระเบี้ยประกันภัยผ่านทางไปรษณีย์เป็นธนาณัติ ดำเนินการได้อย่างไรบ้าง ?

คำตอบ: ระบุชื่อผู้รับในนาม “บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด” และสั่งจ่าย ปณ.นานา กรุงเทพฯ


การชำระด้วยเช็ค
คำถาม: การชำระเบี้ยประกันด้วยเช็คต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ?

คำตอบ: เช็คจะต้องเป็นของผู้เอาประกันภัยเท่านั้น ชำระเช็คแทนกันได้เฉพาะพ่อ-แม่-บัตรหรือ สามี-ภรรยาเม่านั้น หรือบุคคลที่มีนามสกุลเดียวกันโดยให้แนบสำเนาทะเบียนบ้านด้วยทุกครั้ง

  • รับเช็คลงวันที่ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 2 เดือน นับตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่แผนกรับชำระเบี้ยได้รับเช็ค(เฉพาะปีต่ออายุ)
  • ให้นำฝากเช็ค 1 ฉบับ / 1 กรมธรรม์ เท่านั้น (ห้ามนำเช็ค 1 ฉบับ ชำระมากว่า 1 กรมธรรม์)
  • หากชำระด้วยดร๊าฟท์ของบริษัทฯ จะต้องมีจดหมายยินยอมลงนามโดยผู้ขอเอาประกันแนบมาทุกครั้ง (ชำระแทนได้เฉพาะพ่อ-แม่-บุตร และสามี-ภรรยาเท่านั้น)
  • ให้นำส่งเช็คทุกฉบับ เข้ามายังบริษัทฯ โดยตรง (บริษัทฯ จะดำเนินการนำเช็คฝากธนาคารเอง)
คำถาม: เช็ค หรือ แคชเชียร์เช็ค มีวันหมดอายุของเช็คหรือไม่ ?

คำตอบ: เช็คมีอายุ 6 เดือน, แคชเชียร์เช็คไม่มีวันหมดอายุ

คำถาม: การเรียกเก็บเช็ค มีระยะเวลาในการดำเนินการกี่วัน ?

คำตอบ: เช็คต้องผ่านการเรียกเก็บจึงจะ อนุมัติรับประกันได้ โดยเช็คภายในกรุงเทพฯและปริมณฑล ใช้เวลา 3 วันทำการและเช็คต่างจังหวัดใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการ


การชำระผ่าน Internet Banking
คำถาม: การชำระเบี้ยประกันภัยผ่าน Internet banking ชำระผ่านทางธนาคารใดบ้าง ?

คำตอบ:

  • ธนาคารกรุงเทพ
  • ธนาคารไทยพาณิชย์
  • ธนาคารกสิกรไทย
  • ธนาคารนครหลวงไทย
  • ธนาคารกรุงไทย

การโอนเงินผ่านตู้ ATM
คำถาม: การชำระเบี้ยประกันภัยโดยโอนเงินผ่านทางตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ดำเนินการได้อย่างไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • สอดบัตร ATM และเข้าเครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทย
  • เลือก “บริการอื่น ๆ” -> “บริษัทประกัน” -> “กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต” แล้วเลือก “ออมทรัพย์ /กระแสรายวัน” (บัญชีของลูกค้า)
  • ใส่หมายเลขกรมธรรม์ หรือเลขที่ใบเสร็จรับเงินชั่วคราวปีแรก
  • เก็บสลิปการชำระเงินค่าเบี้ยประกันไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง และนำส่งสลิปเข้ามาบริษัทฯ เพื่อบันทึกรับเบี้ยเข้าระบบ
คำถาม: กรณีที่ไม่สะดวกชำระเบี้ยประกันผ่านบัญชีธนาคาร ดำเนินการได้อย่างไรบ้าง ?

คำตอบ: ผู้เอาประกันสามารถแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรเข้ามาที่บริษัท โดยใช้สำเนาบัตร ประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง แจ้งความประสงค์เข้ามา หรือใช้แบบฟอร์มใบคำขอใช้บริการ



เลขที่บัญชีที่ใช้ในการโอนเงินของบริษัท
คำถาม: เลขที่บัญชีของบริษัทฯ ออมทรัพย์และกระแสรายวัน ที่โอนเงินชำระค่าเบี้ยประกันได้ มีเลขที่บัญชีใดบ้าง ?

คำตอบ:

  • ธนาคารกรุงไทย Comp. Code 6056 เลขที่บัญชีกระแสรายวัน 000-6-10403-7
  • ธนาคารกรุงเทพ Branch code 205 เลขที่บัญชีกระแสรายวัน 205-3-02455-6
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 001-0-15133-6 เลขที่บัญชีกระแสรายวัน 001-0-15132-8
  • ธนาคารกสิกรไทย 709-1-03217-6 เลขที่บัญชีกระแสรายวัน709-1-03215-8
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ Comp. Code 0622 (049, ถนนวิทยุ) เลขที่บัญชีกระแสรายวัน 049-11469-6
  • ธนาคารนครหลวงไทย Scib Comp.Code 0618
  • ธนาคารทหารไทย Comp.Code 668
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ Comp.code AXA1

งานสินไหม
งานสินไหมมรณกรรม
คำถาม: สินไหมมรณกรรม เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • บันทึกถ้อยแถลงของผู้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
  • สำเนามรณบัตร
  • ใบรายงานแพทย์ ซึ่งผู้เอาประกันภัยทำการรักษาก่อนเสียชีวิต
  • สำเนาบัตรประจำตัวผู้เอาประกันภัย และผู้รับผลประโยชน์
  • สำเนาทะเบียนบ้านผู้เอาประกันภัย และผู้รับผลประโยชน์











มรณกรรมผิดธรรมชาติ หรือ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
คำถาม: มรณกรรมผิดธรรมชาติ เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • บันทึกถ้อยแถลงของผู้เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
  • สำเนามรณบัตร
  • ใบรายงานแพทย์ ซึ่งผู้เอาประกันภัยทำการรักษาก่อนเสียชีวิต
  • สำเนาบัตรประจำตัวผู้เอาประกันภัย และผู้รับผลประโยชน์
  • สำเนาทะเบียนบ้านผู้เอาประกันภัย และผู้รับผลประโยชน์
  • สำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ(ทั้งข้อรับแจ้งและข้อกลับจากตรวจการเกิดเหตุ)
  • สำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพ
  • รูปถ่ายและแผนที่การเกิดเหตุ(ถ้ามี)
  • เอกสารอื่น เช่น ข่าวจากสื่อต่างๆ















สัญญาเพิ่มเติม
สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยอุบัติเหตุคุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ และค่ารักษาพยาบาล
คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมการประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองการเสียชีวิตสูญเสียอวัยวะ และ ค่ารักษาพยาบาล (ECARE) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
  • ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
  • สำเนาบันทึกประจำวันตำรวจ(กรณีถูกทำร้ายร่างกาย)
  • ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับและใบหน้างบสรุปรายการค่ารักษาพยาบาล
คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยอุบัติเหตุ คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ (AP) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
  • ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
  • สำเนาบันทึกประจำวันตำรวจ(กรณีถูกทำร้ายร่างกาย)

สัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาล MEA48
คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาล (MEA/MEA+) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
  • ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
  • ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ
  • ใบหน้างบสรุปรายการค่ารักษาพยาบาล










สัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยรายวัน MEB48
คำถาม: สสัญญาเพิ่มเติมค่าชดเชยรายวัน (MEB)เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
  • ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
  • ใบเสร็จรับเงินแสดงค่าห้องพัก









สัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์ชำระเบี้ยประกันภัย WPD48 หรือ WPDD48
คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย (WPD,WPDD) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้ปกครองตามกฎหมาย
  • ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษท)กรณีผู้ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นบุคคลทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร
  • สำเนามรณบัตร กรณีผู้ชำระเบี้ยประกันชีวิตเสียชีวิต
  • สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวผู้ชำระเบี้ยประกันภัย
  • กรมธรรม์ฉบับจริง

สัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์ยกเว้นเบี้ยประกันภัย
คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์ยกเว้นเบี้ยประกันภัย (WP) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
  • ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
  • กรมธรรม์ฉบับจริง









สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง แบบจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยของกรมธรรม์หลักล่วงหน้า SLI48
คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรงแบบจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยของกรมธรรม์หลักล่วงหน้า(SLI) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
  • ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
  • กรมธรรม์ฉบับจริง

สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง ELI48
คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง (ELI) เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • ใบเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ที่ลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
  • ใบรายงานแพทย์ผู้ตรวจรักษา(ตามแบบฟอร์มของบริษัท)
  • กรมธรรม์ฉบับจริง
คำถาม: เงื่อนไขความคุ้มครอง กรณีผู้ป่วยนอกอุบัติเหตุฉุกเฉินมีอะไรบ้าง ?

คำตอบ: ต้องเข้ารับการรักษาภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากเกิดอุบัติเหตุ และ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น



การเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่มีผลต่อเบี้ยประกันภัย
การเปลี่ยนแบบประกันภัย
คำถาม: การเพิ่มสัญญาเพิ่มเติม สามารถเพิ่มได้เมื่อไร และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

คำตอบ: สามารถเพิ่มได้เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์ และเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา เพิ่มเติมนั้น ๆ เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

  • กรมธรรม์ฉบับจริง
  • ใบคำขอใช้บริการ
  • เบี้ยประกันใหม่สำหรับงวดปัจจุบัน
คำถาม: การยกเลิกสัญญาเพิ่มเติม สามารถทำได้เมื่อไร และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

คำตอบ: สามารถยื่นความประสงค์ได้ ณ วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

  • กรมธรรม์ฉบับจริง
  • ใบคำขอใช้บริการ
  • เบี้ยประกันใหม่สำหรับงวดปัจจุบัน
คำถาม: สัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์มรณกรรมผู้ชำระเบี้ยประกันภัย (WPD) และสัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย (WPDD) สามารถซื้อเพิ่มเติมในปีกรมธรรม์ถัดไปได้หรือไม่ ?

คำตอบ: ไม่สามารถซื้อเพิ่มเติมในปีต่อได้ ต้องซื้อพร้อมกับการสมัครเอาประกันภัยครั้งแรกเท่านั้น

คำถาม: กรมธรรม์ใช้สิทธิขยายเวลาแล้ว สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมได้หรือไม่ ?

คำตอบ: ไม่สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมได้ จะมีความคุ้มครองเฉพาะประกันชีวิตหลักเท่านั้น

คำถาม: ขอเพิ่มทุนประกันได้หรือไม่ และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

คำตอบ: ผู้เอาประกันภัยสามารถขอเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์ของปีแรกเท่านั้น โดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนครบรอบปีกรมธรรม์ เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

  • กรมธรรม์ฉบับจริง
  • ใบคำขอใช้บริการ
  • เบี้ยประกันใหม่สำหรับงวดปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินเอาประกันภัย
คำถาม: การลดจำนวนเงินเอาประกันภัยทำได้เมื่อไร และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

คำตอบ: ผู้เอาประกันภัยสามารถขอเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์เท่านั้น โดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนครบรอบปีกรมธรรม์
เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

  • เล่มกรมธรรม์
  • ใบคำขอใช้บริการ (ท่านสามารถดูตัวอย่างการกรอกเอกสารได้) แนบตัวอย่างการกรอกใบคำขอใช้บริการ
  • เบี้ยประกันใหม่สำหรับงวดปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงผู้ชำระเบี้ยประกันภัย
คำถาม: การเปลี่ยนแปลงผู้ชำระเบี้ยประกันภัยกรณีมีผลประโยชน์ผู้ชำระเบี้ย ประกันภัย(WPDD,WPD) สามารถเปลี่ยนผู้ชำระเบี้ยได้หรือไม่ ?

คำตอบ: สามารถขอเปลี่ยนแปลงผู้ชำระเบี้ย ประกันภัยได้ในวันครบรอบปีกรมธรรม์ และต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ดังนี้ กรณีที่มีการหย่าร้างตามกฎหมายโดยความสมัครใจ และผู้ชำระเบี้ยประกันภัยคนเดิมยินยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ชำระเบี้ย ประกันภัยเป็นลายลักษณ์อักษร เอกสารที่ใช้มีดังนี้

  • ใบคำขอใช้บริการ (ท่านสามารถดูตัวอย่างการกรอกเอกสารได้) แนบตัวอย่างการกรอกใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อ และผู้ชำระเบี้ยประกันภัยคนใหม่ต้องแถลงรายละเอียดส่วนที่ 3 (แถลงสุขภาพให้ครบถ้วน)
  • สำเนาใบสำคัญการหย่าพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือยินยอมให้เปลี่ยนผู้ชำระเบี้ยประกันภัย จากผู้ชำระเบี้ยประกันภัยคนปัจจุบัน พร้อมสำเนาบัตรประชาชนรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หลักฐานการตรวจสุขภาพของผู้ชำระเบี้ยใหม่ กรณีอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องตรวจสุขภาพ ตามหลักเกณฑ์การพิจารณารับประกันภัยกรมธรรม์ใหม่
  • กรมธรรม์ฉบับจริง
  • เบี้ยประกันภัย
    กรณีการหย่าร้างแบบเป็นคดีความ ต้องมีหนังสือแต่งตั้งให้ผู้ชำระเบี้ยคนใหม่เป็นผู้ปกครองโดยชอบธรรม เอกสารที่ใช้มีดังนี้
  • ใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อ และผู้ชำระเบี้ยประกันภัยคนใหม่ต้องแถลงรายละเอียดส่วนที่ 3 (แถลงสุขภาพให้ครบถ้วน)
  • สำเนาใบสำคัญการหย่าพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  • อนุญาตให้ใช้หนังสือแต่งตั้งผู้ปกครองโดยชอบธรรม จากหน่วยงานราชการแทนหนังสือยินยอมให้เปลี่ยนผู้ชำระเบี้ยประกันภัย จากผู้ชำระเบี้ยประกันภัยคนปัจจุบัน
  • หลักฐานการตรวจสุขภาพของผู้ชำระเบี้ยใหม่ กรณีอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องตรวจสุขภาพ ตามหลักเกณฑ์การพิจารณารับประกันภัยกรมธรรม์ใหม่
  • กรมธรรม์ฉบับจริง
  • เบี้ยประกันภัย

การขอลดหรือยกเลิกเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษ
คำถาม: ขอลดหรือขอยกเลิกเบี้ยประกันภัยพิเศษเนื่องจากสุขภาพ ทำได้หรือไม่ ?

คำตอบ: สามารถดำเนินการได้เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์ โดยแสดงหลักฐานการรักษา หรือผลทางการรักษาที่หายเป็นปกติดีแล้ว หรือตรวจสุขภาพเพิ่มตามที่บริษัทฯกำหนด โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้เอาประกันภัย

คำถาม: ขอลดหรือขอยกเลิกเบี้ยประกันภัยพิเศษเนื่องจากอาชีพ ทำได้หรือไม่ ?

คำตอบ: สามารถดำเนินการได้เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์ โดยแจ้งให้บริษัทฯทราบถึงอายุงานใหม่ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี หรือแจ้งหลังจากมีอายุงานในอาชีพและลักษณะงานในปัจจุบันไม่น้อยกว่า 1 ปี พร้อมระบุตำแหน่งลักษณะงานที่ทำใหม่และรายได้ในเอกสารที่ขอเปลี่ยนแปลง


การเปลี่ยนแปลงงวดการชำระเบี้ยประกันภัย
คำถาม: ขอเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ยประกันเป็นรายเดือนมีเบี้ยประกันภัยขั้นต่ำเท่าไร ?

คำตอบ: สำหรับแบบประกันทั่วไป เบี้ยประกันภัยรายเดือนขั้นต่ำ 650 บาท เอกสารที่ใช้มีดังนี้

  • ใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อ
  • หนังสือยินยอมหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ
  • สำเนาหน้าบัญชีเงินฝาก ประเภทออมทรัพย์ หรือกระแสรายวัน
คำถาม: กรมธรรม์รายเดือน สามารถยกเลิกการตัดบัญชีได้ใช่หรือไม่ ?

คำตอบ: ไม่สามารถยกเลิกการตัดบัญชีได้ กรมธรรม์รายเดือนต้องชำระเบี้ยแบบหักบัญชี อัตโนมัติเท่านั้น



การเปลี่ยนแปลงข้อมูลกรมธรรม์ที่ไม่มีผลต่อเบี้ยประกันภัย
การเปลี่ยนชื่อ/นามสกุลของผู้เอาประกันภัยผู้ชำระเบี้ยประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์
คำถาม: เอกสารที่ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ/นามสกุลของผู้เอาประกันภัย,ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย หรือ ผู้รับประโยชน์ มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ: เมื่อผู้เอาประกันภัย หรือ ผู้รับประโยชน์ได้ยื่นขอเปลี่ยนแปลงชื่อหรือชื่อสกุลจากหน่วยงานราชการ เรียบร้อยแล้ว สามารถแจ้งบริษัทฯเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร เอกสารที่ใช้มีดังนี้

  • ใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อเก่าและลายมือชื่อใหม่
  • สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ/ชื่อสกุลของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ จากทางราชการ(ผู้เอาประกันภัยลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)
  • กรมธรรม์ฉบับจริง

การเปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์
คำถาม: เอกสารที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ: ในกรณีที่กรมธรรม์มีผลบังคับ ผู้เอาประกันภัยสามารถขอเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ได้ โดยแจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยผู้รับประโยชน์ใหม่จะต้องสามารถพิสูจน์ความ สัมพันธ์กับผู้เอาประกันภัยได้ หมายเหตุ การเปลี่นแปลงจะไม่สามารถทำได้ กรณีผู้เอาประกันภัยได้ส่งมอบกรมธรรม์ให้ผู้รับประโยชน์ไปแล้วและผู้รับ ประโยชน์คนปัจจุบันได้บอกกล่าวเป็นหนังสือมายังบริษัทแล้วว่าตนจำนงจะถือเอา ประโยชน์จากสัญญานั้น เอกสารที่ใช้มีดังนี้

  • ใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อเก่าและลายมือชื่อใหม่
  • สำเนาทะเบียนบ้านผู้รับประโยชน์คนใหม่ซึ่งสามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์กับผู้เอาประกันภัยได้
  • กรมธรรม์ฉบับจริง

การเปลี่ยนลายมือชื่อผู้เอาประกันภัย
คำถาม: เอกสารที่ใช้ในการเปลี่ยนลายมือชื่อของผู้เอาประกันภัย มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ: ผู้เอาประกันภัยสามารถเปลี่ยนแปลงลายมือชื่อ(ลายเซ็นต์) ได้ โดยแจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมแสดงลายมือชื่อเดิมและลายมือชื่อใหม่ในเอกสารขอเปลี่ยนแปลง เอกสารที่ใช้มีดังนี้

  • ใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อเก่าและลายมือชื่อใหม่
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัยพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

การเปลี่ยนแปลงวิธีรับเงินปันผลหรือเงินจ่ายคืนตามเงื่อนไข
คำถาม: เอกสารที่ใช้ในการเปลี่ยนวิธีรับเงินปันผล หรือเงินจ่ายคืนตามเงื่อนไข มีอะไรบ้าง ?

คำตอบ: ให้แจ้งบริษัทฯล่วงหน้าก่อนวันครบ รอบปีกรมธรรม์อย่างน้อย 30 วัน ในกรณีแจ้งช้ากว่านี้ บริษัทฯ จะดำเนินการจ่ายเงินปันผลตามวิธีที่ได้เลือกไว้ก่อน สำหรับวิธีรับเงินปันผล หรือเงินจ่ายคืนตามเงื่อนไขใหม่ที่ขอเปลี่ยนจะมีผลในรอบปีกรมธรรม์ถัดไป เอกสารที่ใช้มีดังนี้

  • ใบคำขอใช้บริการ พร้อมลงลายมือชื่อเหมือนกับที่ให้ไว้กับบริษัทฯ

การเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ
คำถาม: กรณีขอเปลี่ยนสถานที่ติดต่อ ทำอย่างไรได้บ้าง ?

คำตอบ: ผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อได้ โดย 2 วิธี

  • ติดต่อโดยตรงที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ เบอร์ติดต่อ 02-689-4800
  • แจ้งบริษัทฯทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกรอกใบคำขอใช้บริการ หรือจดหมายแจ้งการเปลี่ยนแปลงของผู้เอาประกันภัย พร้อมลงลายมือชื่อเหมือนกับที่ให้ไว้กับบริษัทฯ

การขอออกกรมธรรม์คู่ฉบับ
คำถาม: การขอออกรมธรรม์คู่ฉบับ ทำอย่างไร ?

คำตอบ: หากกรมธรรม์เกิดสูญหายหรือถูกทำลาย บริษัทฯ จะพิจารณาออกกรมธรรม์ให้ใหม่ และกรมธรรม์ต้นฉบับถือเป็นโมฆะ เอกสารที่ใช้มีดังนี้

  • ใบคำขอใช้บริการ ระบุกรมธรรม์หาย หรือชำรุด และขอออกกรมธรรม์ฉบับใหม่ พร้อมลงลายมือชื่อเหมือนกับที่ให้ไว้กับบริษัทฯ
  • ใบแจ้งความกรมธรรม์หาย หรือกรมธรรม์เล่มเดิมที่ชำรุด
  • ค่าธรรมเนียมการออกกรมธรรม์ฉบับละ 300 บาท

การบริการผู้ถือกรมธรรม์/การแจ้งวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัน
คำถาม: การแจ้งวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย บริษัทฯแจ้งอย่างไร ?

คำตอบ: บริษัทฯ จัดส่งใบแจ้งการชำระเงินให้ผู้เอาประกันภัย 28 วัน ก่อนวันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย กรณีที่มิได้ชำระเบี้ยประกันภัยตามวันครบกำหนด บริษัทฯ จะส่งใบแจ้งการชำระเงินครั้งที่ 2 หลังวันครบกำหนดชำระ



แบบประกัน UL
แบบประกัน UL
คำถาม: สำหรับแบบประกัน UL เบี้ยประกันภัยรายเดือนขั้นต่ำเท่าไร ?

คำตอบ: ประกัน UL เบี้ยประกันภัยรายเดือนขั้นต่ำ 1,250 บาท

คำถาม: แบบประกัน UL สามารถขอชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษ(Top Up) ได้เท่าไร และเมื่อไร ?

คำตอบ: เบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมพิเศษ(Top Up) ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อครั้ง และเพิ่มได้ภายในรอบปีกรมธรรม์ โดยไม่เกินเบี้ยประกันภัยรายปี

คำถาม: แบบประกันภัยแบบอิสระ(UL) สามารถเปลี่ยนแบบได้หรือไม่ ?

คำตอบ: ไม่สามารถเปลี่ยนแบบประกันเป็นแบบอื่นได้

คำถาม: สผู้เอาประกันสามารถถอนเงินจากบัญชีกรมธรรม์ประกันภัย UL ได้หรือไม่ ?

คำตอบ: ถอนเงินจากมูลค่าบัญชีกรมธรรม์ แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท หักด้วยค่าธรรมเนียมตามที่ระบุไว้ในตารางค่าธรรมเนียมการถอน และมูลค่าบัญชีกรมธรรม์ภายหลังจากการถอน จะต้องเหลือไม่น้อยกว่า 8,000 บาท



คำถามทั่วไป
คำถามด้านการเคลมทั่วไป
คำถาม: เงื่อนไขความคุ้มครอง กรณีผู้ป่วยนอกอุบัติเหตุฉุกเฉินมีอะไรบ้าง ?

คำตอบ: ต้องเข้ารับการรักษาภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากเกิดอุบัติเหตุ และ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น

คำถาม: การนวดแผนไทย กดจุด หรือ ทำกายภาพ โดย ไม่ใช่แพทย์แผนปัจจุบัน สามารถให้ความคุ้มครองได้หรือไม่ ?

คำตอบ: ไม่สามารถให้ความคุ้มครอง เนื่องจากตามสัญญาระบุว่า จะต้องเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้น

คำถาม: การรักษาเกี่ยวกันฟัน ให้ความคุ้มครองได้หรือไม่ ?

คำตอบ: ไม่สามารถให้ความคุ้มครองได้เว้นแต่ กรณีเกิดอุบัติเหตุ แล้วได้รับบาดเจ็บที่ ฟัน จะสามารถให้ความคุ้มครองได้ กรณี อุด ถอน และต้องรับการรักษาภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังเกิดอุบัติเหตุ

คำถาม: การตั้งครรภ์ การแท้งบุตร การคลอด ทำหมัน การรักษา เกี่ยวกับการคุมกำเนิด ช่วยผู้มีบุตรยากให้ความคุ้มครองหรือไม่ ?

คำตอบ: ไม่สามารถให้ความคุ้มครองได้ เนื่องจากเป็นข้อยกเว้นในความคุ้มครองสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ

คำถาม: การขอแบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมทดแทนสามารถขอรับได้จากที่ไหน ?

คำตอบ:

  • ติดต่อตัวแทนประกันชีวิตของท่าน
  • สำนักงานใหญ่ หรือ สาขาทั่วประเทศ
  • ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ เบอร์โทร 02-6894800
  • ดาวน์โหลดเอกสารใน Website ของบริษัท www.krungthai-axa.co.th
คำถาม: การส่งเอกสารการเรียกร้องค่าสินไหมสามารถจัดส่งที่ช่องทางไหนได้บ้าง ?

คำตอบ:

  • ส่งผ่านตัวแทนประกันชีวิตของท่าน
  • ส่งผ่านสาขาทั่วประเทศของบริษัทฯที่สะดวกในเวลาทำการ
  • ส่งผ่านสำนักงานใหญ่(แผนกสินไหม) ในเวลาทำการที่บริษัท
  • ส่งผ่านทางไปรษณีย์ ตามที่อยู่บริษัทสำนักงานใหญ่
    บริษัท กรุงไทยแอกซ่าประกันชีวิต จำกัด(แผนกสินไหมทดแทน)
    2034/116-119,136,138-143 อาคารอิตัลไทยทาวเวอร์ ชั้น 27,32-33 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่
    แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
คำถาม: เอกสารในการยื่นขอใช้สิทธิ์เรียกร้องค่ารักษาพยาบาลผ่านโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายมีอะไรบ้าง ?

คำตอบ:

  • บัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
  • บัตรประจำตัวผู้เอาประกัน
    หมายเหตุ : กรณีที่ผู้ประกันยังไม่บรรลุนิติภาวะให้ใช้เป็นบัตรประชาชนของผู้ชำระเบี้ยประกันแทน
คำถาม: การเจ็บป่วยเกี่ยวกับโรคใดบ้างที่ต้องมีระยะเวลารอคอย 120 วันนับจากวันที่ทำสัญญาเพิ่มเติม หรือ วันต่ออายุสัญญาเพิ่มเติม ?

คำตอบ:

  • เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
  • ริดสีดวงทวาร
  • ไส้เลื่อนทุกชนิด
  • ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
  • การตัดทอนซิล หรือ ดีนอยด์
  • นิ่วทุกชนิด
  • เส้นเลือดขอดที่ขา
  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติ
คำถาม: การเจ็บป่วยต่างๆ สามารถใช้สิทธิ์ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ทันทีหลังจากที่มีการเริ่มสัญญา ประกัน หรือ วันต่ออายุสัญญา หรือไม่ ?

คำตอบ: บริษัทให้การคุ้มครองในเรื่องของ การใช้สิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วย หากเหตุที่เกิดขึ้นเป็นหลังจากวันเริ่มสัญญาประกัน หรือ วันต่ออายุสัญญาแล้ว 30 วัน

คำถาม: ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดกี่เปอร์เซ็นต์ ที่สัญญาเพิ่มเติมประกันภัยอุบัติเหตุ ที่บริษัทไม่คุ้มครองการเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ และการทุพพลภาพ และการรักษาพยาบาล ?

คำตอบ: ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป


Comments