สทศ.ห่วงปฏิทินแอดมิชชั่นใหม่ปี 57

โพสต์8 ก.ค. 2555 22:17โดยชาย ใหญ่
สทศ.ห่วงปฏิทินแอดมิชชั่นใหม่ปี 57 กำหนดสอบแกต-แพต 2 ครั้งห่างแค่ 2 เดือน

จากกรณีที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เตรียมพิจารณาปรับปรุงปฏิทินการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบแอดมิชชั่นกลาง เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดปิดภาคเรียนในกลุ่มประเทศยุโรปและอาเซียน ในปีการศึกษา 2557 นั้น

 

รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า สทศ.ไม่มีปัญหาเรื่องการเลื่อนปฏิทินแอดมิชชั่น เพราะมีหน้าที่ให้บริการจัดสอบอยู่แล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่ ทปอ.ในฐานะผู้ใช้บริการจะกำหนดปฏิทินล่วงหน้าให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเตรียมการจัดสอบได้ทัน โดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วยที่ ทปอ.เลื่อนปฏิทินการรับตรงของมหาวิทยาลัยไปเป็นเดือนม.ค.ปีหน้า เพื่อให้เด็กได้เรียนครบหลักสูตรการเรียนการสอน อย่างไรก็ตาม คงต้องนำประเด็นนี้ไปหารืออย่างรอบคอบอีกครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่ปฏิทินใหม่กำหนดให้มีการสอบความถนัดทั่วไปหรือแกต และการสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการหรือแพต ครั้งที่ 1 ในเดือนมี.ค. 2557 และสอบครั้งที่2 ในเดือนพ.ค. 2557 นั้น เห็นว่าอาจจะกระชั้นชิดเกินไป จึงไม่แน่ใจว่าผู้ปกครองและนักเรียนจะกังวลหรือไม่ และที่สำคัญเด็กอาจจะตัดสินใจเลือกสอบทั้งสองรอบเพื่อกันพลาดกรณีผลสอบครั้งที่ 1 ไม่ดี จะได้สอบใหม่ทันที

 

ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) กล่าวว่า หากสถาบันอุดมศึกษาเลื่อนเปิดเทอมไปเป็นช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. จะทำให้สถาบันอุดมศึกษามีเวลาสำหรับการประสานกับสทศ. เพื่อเตรียมความพร้อมจัดสอบ 7 วิชาสามัญ และการสอบแกต-แพต ให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนของระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมากขึ้น ขณะเดียวกันการเลื่อนจัดสอบแกต-แพตครั้งที่ 1 ไปเป็นเดือนมี.ค.เท่ากับว่านักเรียนจะได้มีความรู้ครบหลักสูตร เพราะฉะนั้นการปรับปฏิทินแอดมิชชั่นให้สอดคล้องกับการเลื่อนเปิดเทอม จึงมีความสมเหตุสมผลพอสมควร

 

“แต่ประเด็นที่ต้องให้ความระมัดระวังระยะเวลาของการสอบแกต-แพต ครั้งที่ 1 และ 2 ที่ห่างกันเพียง 2 เดือนเท่านั้น ไม่แน่ใจว่า เด็กจะจัดระเบียบความรู้ของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน และอาจจะส่งผลให้ผู้ปกครอง นักเรียนแห่ไปเรียนกวดวิชาเพิ่มให้มาสอบแกต-แพตทั้ง 2 ครั้งนั้น ไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องการลดการกวดวิชาและช่วยผู้ปกครองลดภาระค่าใช้จ่ายในการสอบลง” ศ.ดร.ประสาท กล่าว


ที่มา : เดลินิวส์

Comments