องค์ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้

องค์ประกอบของแผนกำหนดไว้ ด้าน คือ  ด้านองค์ประกอบโดยรวม และด้านองค์ประกอบของแผน

                   1. องค์ประกอบโดยรวม

  แผนการจัดการเรียนรู้ทั่วไป ต้องกำหนดหน่วยการเรียนรู้  จำนวนแผนการจัดการเรียนรู้ในแต่ละหน่วย เวลาที่ใช้ในแต่ละแผน  ขั้นตอนของการจัดการเรียนรู้ว่าประกอบด้วยขั้นตอนอะไรบ้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับเทคนิควิธีที่นำมาใช้สอน ซึ่งต้องสอดแทรกในกิจกรรมการเรียนรู้ของแต่ละแผน  และบทบาทของผู้สอน และของผู้เรียนในแต่ละกิจกรรม ว่าต้องทำอะไรบ้าง โดยระบุให้ชัดเจนในแผนจัดการเรียนรู้แต่ละแผน

                 2.  องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้

  2.1  ส่วนหัวของแผน  ประกอบด้วย ชื่อแผนการจัดการเรียนรู้ ชื่อหน่วยการเรียนรู้  ชื่อเรื่องของแผนการจัดการเรียนรู้  ชั้นที่สอน และจำนวนคาบที่ใช้ในการสอน ดังตัวอย่าง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1

ชื่อแผนการจัดการเรียนรู้ : Family Members 

ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : My Happy Family 

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

                เวลา 2 ชั่วโมง

2.2  สาระสำคัญ  เป็นการบรรยายกรอบความคิดหลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของแผน การจัดการเรียนรู้แต่ละแผนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยผู้สอนได้ระบุความคิดรวบยอดของเนื้อหาที่เรียน  ทักษะหรือกระบวนการทางภาษาที่ฝึก และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นจาการปฏิบัติภาระงานตามตัวชี้วัด  ดังตัวอย่าง

การอ่านบทอ่านเกี่ยวกับครอบครัวแล้วเติมต้นไม้ครอบครัวและตอบคำถามได้ถูกต้องและการเขียนประโยคต่อเนื่องเพื่ออธิบายต้นไม้ครอบครัวของตนเองโดยใช้คำศัพท์และประโยคที่เรียนได้ถูกต้องเหมาะสม  นอกจากนักเรียนจะได้เรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว  โครงสร้างประโยค Present simple tense with ‘have’ และ Possessive’s แล้ว นักเรียนยังได้ฝึกทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจและทักษะการเขียนประโยคต่อเนื่อง ซึ่งเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อและการแสวงหาความรู้ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างคุณลักษณะการมีเหตุผล มีวิจารณญาณที่ดี และมีความมั่นใจในการใช้ภาษา อังกฤษในการสื่อสาร

2.3  ตัวชี้วัด   เนื่องจากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนพร้อมใช้หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการ  ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6  และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4  ดังนั้น การออกืกิจกรรม  จึงเป็นการออกแบบที่อิงมาตรฐานและตัวชี้วัดตามหลักสูตร โดยผู้สอนต้องกำหนดตัวชี้วัดที่ต้องการพัฒนาผู้เรียนไว้  เช่น

      2.3.1  ตัวชี้วัดที่   ต. 1.1 ม.1/3  เลือก/ระบุประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) ที่อ่าน  

2.3.2  ตัวชี้วัดที่  1.1 ม.1/ ระบุหัวข้อเรื่อง (topic) ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา นิทาน และเรื่องสั้น

 นอกจากนี้ ควรประกอบด้วยตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ผู้สอนมุ่งหวังให้เกิดกับผู้เรียนโดยไม่ต้องวัดอย่างเป็นทางการในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง  แต่เพื่อสร้างพื้นฐานทางภาษาให้กับผู้เรียนตามธรรมชาติของการเรียนรู้ภาษา เช่น ตัวชี้วัดที่ ต. 1.1 .1/2  อ่านออกเสียงข้อความ นิทาน และบทร้อยกรอง (Poem) สั้น ๆ ถูกต้อง ตามหลักการอ่าน  ซึ่งมักพบว่าต้องปรากฎทุกครั้งที่สอนคำศัพท์เพื่อการฟัง การอ่าน การเขียน หรือการพูด

2.4  สาระการเรียนรู้   เป็นสาระการเรียนรู้ที่ระบุไว้ในตัวชี้วัด และเป็นสาระการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ในแผนการจัดการเรียนรู้นั้น ๆ ตัวอย่างเช่น   

ตัวชี้วัด  ต. 1.1 ม.1/3  เลือก/ระบุประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) ที่อ่าน 

 

จากตัวชี้วัดดังกล่าว ระบุสาระการเรียนรู้คือ ประโยค  ข้อความ และสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง เช่น ภาพ แผนผังความคิด แผนที่ หรือแผนภูมิต่าง ๆ ซึ่งต้องเป็นข้อมูลที่สอดคล้องกับหัวข้อที่เรียน  และเพื่อให้ง่ายต่อการนำสาระการเรียนรู้ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้สอนได้กำหนดสาระการเรียนรู้ไว้ 3 ด้าน ซึ่งเป็นสาระการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องทำความเข้าใจ และสรุปเป็นองค์ความรู้ของตนเอง และทำการตรวจสอบตนเองหลังจากจบการเรียนการสอนของทุกหน่วยการเรียน ดังนี้

2.4.1  สาระการเรียนรู้ด้านคำศัพท์ (Vocabulary)

2.4.2  สาระการเรียนรู้ด้านโครงสร้างประโยค (Structure)

2.4.3  สาระการเรียนรู้ด้านหน้าที่ของภาษาที่เรียน (Function)

 
2.5  จุดประสงค์การเรียนรู้  ในแผนการจัดการเรียนรู้ที่อิงมาตรฐาน ต้องกำหนดให้มีจุดประสงค์การเรียนรู้ที่มาจากการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัดที่กำหนดตามตารางการวิเคราะห์หลักสูตร เช่น

สาระที่ 1   ภาษาเพื่อการสื่อสาร

มาตรฐาน  1.1  : เข้าใจกระบวนการฟัง และการอ่าน สามารถตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภท ต่าง ๆ และนำความรู้มาใช้อย่างมีวิจารณญาณ

ตัวชี้วัด  ต. 1.1 ม.1/3  เลือก/ระบุประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (non-text information) ที่อ่าน 

                                เมื่อวิเคราะห์สาระที่ ภาษาเพื่อการสื่อสาร  มาตรฐานที่ 1.1  พบว่าเป็นมาตรฐานด้านกระบวนการฟังและการอ่าน ดังนั้นจุดประสงค์การเรียนรู้จึงเป็นทักษะการฟังหรือทักษะการอ่าน และสาระการเรียนรู้คือ สื่อประเภทต่างๆ  ส่วนคุณลักษณะของผู้เรียนตามมาตรฐานที่ 1.1 คือ การมีวิจารณญาณในการนำความรู้ไปใช้   เมื่อวิเคราะห์ตัวชี้วัดที่ 1.1 1/3  ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นทักษะการอ่าน  สาระการเรียนรู้คือ ประโยคและข้อความที่สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง ดังนั้นคุณลักษณะของผู้เรียนตามตัวชี้วัดนี้คือ ผู้เรียนสามารถอ่านบทอ่านทั้งที่เป็นความเรียงและไม่ใช่ความเรียงได้เข้าใจ สามารถถ่ายโอนความรู้ความเข้าใจจากตัวอักษรเป็นภาพหรือจากภาพเป็นตัวอักษรได้ถูกต้องและสัมพันธ์กัน  จากตัวชี้วัดดังกล่าวนี้ ในแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง  My Family Tree ผู้สอนจึงควรกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ทั้ง 3 ด้านตัวอย่างเช่น

                        2.5.1  ด้านความรู้คือ ระบุคำศัพท์เกี่ยวกับสมาชิกและความสัมพันธ์ของครอบครัวตนเอง  และรูปแบบของการเขียนประโยคต่อเนื่องได้ถูกต้อง

2.5.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ  คือ  อ่านข้อความเกี่ยวกับครอบครัวของ David แล้วเติมต้นไม้ครอบครัวและตอบคำถามได้ถูกต้อง

2.5.3  ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ คือ นำความรู้จากการอ่านหรือฟังมาใช้อย่างมีเหตุผล มีวิจารณญาณ  

2.6  ภาระงาน  เมื่อกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้แล้ว  ผู้สอนต้องกำหนดภาระงาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานหรือร่องรอยการเรียนรู้ของผู้เรียนว่าอยู่ในระดับใด  ดังนั้นภาระงานจึงเป็นภาระงานหรือชิ้นงานที่เกิดจากการเรียนรู้ของผู้เรียนในแต่ละจุดประสงค์การเรียนรู้ 

2.7  การวัดและประเมินผล   การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องและเหมาะสมกับภาระงานที่กำหนด เช่นภาระงานด้านการอ่าน วัดและประเมินผลจากหลักฐานที่ผู้เรียนสร้างไว้จากการอ่านบทอ่านประเภทต่าง ๆ ได้แก่แบบเติมคำ  แบบทดสอบ การตอบคำถาม เป็นต้น ซึ่งต้องประเมินผลด้วยการตรวจผลงาน ใช้เกณฑ์กำหนดระดับคุณภาพของผู้เรียนตามคะแนนที่ได้ ส่วนภาระงานด้านการเขียน เป็นการประเมินผลจากการปฏิบัติงาน (Performance assessment) โดยใช้เกณฑ์การเขียนเป็นเครื่องมือในการวัดและแบ่งระดับคุณภาพของงานเขียน  สำหรับคุณลักษณะที่พึงประสงค์บางประการ จำเป็นต้องอาศัยการสังเกตจากพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมในชั้นเรียน ซึ่งแสดงออกให้เห็นถึงคุณลักษณะนั้น ๆ เช่น คุณลักษณะของการรักการอ่าน ผู้เรียนมักแสดงออกด้วยความมุ่งมั่นในการอ่านเพื่อที่จะเข้าใจบทอ่านและเรียนรู้ที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้จากการอ่านอย่างมีความสุข  ดังนั้นผู้สอนจำเป็นต้องประเมินผลด้วยวิธีสังเกต เป็นต้น

2.8  สื่อและอุปกรณ์   การจัดการเรียนรู้แบบมุ่งเน้นภาระงาน สื่อและอุปกรณ์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ          

2.9  กิจกรรมการเรียนรู้  กิจกรรมการเรียนรู้ในแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของเทคนิควิธีการสอนที่เลือก และควรเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ และตัวชี้วัดที่กำหนด

2.10  เกณฑ์การประเมินความก้าวหน้าในการเรียน  เป็นเกณฑ์ที่ผู้สอนควรสร้างขึ้นเพื่อวัดและประเมินผลการเรียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้  ดังนั้นจึงควรสร้างให้มีความเหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัดและสอดคล้องกับเรื่องที่สอน  ผลการวัดและประเมินผลทั้วไปแบ่งระดับคุณภาพ ออกเป็น 5 ระดับคือ ระดับ 4   3  2   1  และ 0  การแปลความหมายคือ  ดีมาก    ดี  ปานกลาง  พอใช้  และปรับปรุง(ไม่มีผลงาน) 

2.11  ข้อเสนอแนะ  เป็นหัวข้อที่กำหนดไว้สำหรับการเสนอทางเลือกหรือแนวทางอื่น ๆ ในการปฏิบัติภาระงาน เช่น ในการปฏิบัติภาระงานเขียนประโยคต่อเนื่องเกี่ยวกับบ้านในฝันของตนเอง ผู้เรียนอาจวาดรูปบ้านในฝันของตนเองในกระดาษ A4  หรือสมุดการบ้านก็ได้  หรือผู้เรียนอาจตัดภาพบ้านที่ชอบจากสื่อที่มีอยู่จริงมาเขียนอธิบายบ้านในฝันของตนเองก็ได้  

2.12  บันทึกหลังสอน  เป็นหัวข้อที่ใช้เป็นข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญในการปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจากผู้สอนต้องบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนว่าเป็นอย่างไร ผู้สอนได้ให้ตัวป้อนเข้า (Input) อะไร และผลออกมาเป็นอย่างไร ผู้เรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ มีอุปสรรค์หรือปัจจัยใดที่ส่งผลต่อการเรียนของผู้เรียน  เป็นต้น

Comments