แหล่งเรียนรู้

แหล่งเรียนรู้ที่หน้าสนใจ

กระทู้ทั่วไป

    กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

      สมุนไพรรักษาไวรัสตับอักเสบบี

      ลูกใต้ใบ..สมุนไพรแก้ไวรัสตับอักเสบบี
       
      พิมพ์หน้านี้


      ได้รับคำแนะนำจากคุณสรกิจซึ่งเป็นบล็อกเกอร์ท่านหนึ่งว่า....ตัวเองเคยป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบบี  นอนโรงพยาบาลแล้วไม่หาย แต่พอทานต้นลูกใต้ใบต้มแล้วดื่มต่างน้ำประมาณ ๑ สัปดาห์ อาการดีขึ้น จากนั้นก็ดื่มไปเรื่อย ๆ ครบ ๓ เดือน ผมไปตรวจเลือดที่ รพ.จุฬาฯ หมอบอกว่าไม่มีเชื้อแล้วตอนนี้ ...และอยากให้เผยแพร่เพื่อช่วเหลือผู้ที่ป่วยเป็นโรคดังกล่าว...ซึ่งถือเป็นความรู้ที่ดีและมีประโยชน์อย่างมากต่อผู้อ่านและผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับตับ...

      ต้นลูกใต้ใบ  ชื่ออื่นๆ มะขามป้อมดิน (ภาคเหนือ) หญ้าใต้ใบ (นครสวรรค์ อ่างทอง ชุมพร) หญ้าใต้ใบขาว (สุราษฎร์ธานี) ไฟเดือนห้า (ชลบุรี) หมากไข่หลัง (เลย) จูเกี๋ยเช่า (จีน) : ยาแก้ไข้ บำรุงตับ ไต และแก้นิ่ว

      ลูกใต้ใบ…สมุนไพรบำรุงตับ ลดอาการตับอักเสบ
      สร้างความสมดุลของไขมันในตับ

      หมอยาคนจีนเชื่อว่าถ้ากินลูกใต้ใบติดต่อกันหนึ่งสัปดาห์จะช่วยกำจัดพิษออกจากตับ มีผลทำให้สายตาดี บำรุงตับ รักษาอาการดีซ่าน ซึ่งก็คล้ายๆ กับหมอยาพื้นบ้านไทยและหมออายุรเวทอินเดียที่มีความเชื่อว่า ลูกใต้ใบเกิดมาเพื่อตับ ใช้ต้มกินเป็นยาแก้ดีซ่าน แก้ตับอักเสบตัวเหลือง ตาเหลือง ซึ่งมีรายงานการศึกษาวิจัยพบว่า สารสกัดจากลูกใต้ใบมีฤทธิ์ป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากสารพิษ เช่น เหล้า รักษาอาการอักเสบของตับทั้งประเภทเฉียบพลันและเรื้อรัง ลูกใต้ใบยังช่วยปรับไขมันในตับให้เป็นปกติ

      ลูกใต้ใบยังเหมาะที่จะใช้ทำเป็นชาสมุนไพรให้กับคนไข้ที่เป็นมะเร็งตับ เพราะมีรายงานการศึกษาวิจัยพบว่า น้ำต้มของลูกใต้ใบทำให้หนูที่เป็นมะเร็งตับมีอายุยืนยาวขึ้น ด้วยกลไกที่ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตช้าลงแต่ไม่ได้ฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง



      การทดลองใช้ยาสมุนไพรรักษาไวรัสตับอักเสบ

      พืชสมุนไพรหลายชนิดมีฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์ดีเอ็นเอของไวรัสชนิดนี้ และสารสกัดของมะขามป้อมดิน(ลูกใต้ใบ) แพทย์ชาวอเมริกันและอินเดียได้ร่วมกันทำการทดลองพบว่า ยาสมุนไพรที่ใช้สืบต่อกันมามากกว่า 2,000 ปี สามารถรักษาโรคไวรัสตับอักเสบชนิด บี ได้ผลดี

      การทดลองนี้เป็นความร่วมมือระหว่างคณะแพทย์จากสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา และคณะแพทย์อินเดียแห่งเมืองมีคราสได้ศึกษาวิจัยพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่มีการใช้รักษาอาการดีซ่านมาตั้งแต่โบราณ โดยได้นำพืชสมุนไพรกว่า 1,000 ชนิดที่ใช้กันทั่วโลกมาทดสอบความสามารถในการยับยั้งปฏิกิริยาของเอนไซม์ที่ใช้ในการสังเคราะห์สารดีเอ็นเอ ซึ่งจำเป็นในการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ในร่างกายของผู้ป่วย

      จากการทดลองพบว่า พืชสมุนไพรหลายชนิดมีฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์ดีเอ็นเอของไวรัสชนิดนี้ และสารสกัดของมะขามป้อมดิน (บางแห่งเรียก ลูกใต้ใบ หญ้าใต้ใบขาว) มีฤทธิ์สูงสุด การทดลองทางคลินิกในมีคราสทำโดยให้แคปซูลยาสมุนไพร 200 มิลลิกรัมน้ำหนักแห้งแก่ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ บี 37 คน วันละครั้ง 30 วันติดต่อกันพร้อมกับให้ยาหลอกซึ่งภายในแคปซูลบรรจุน้ำตาลแล็กโทสแทน 23 คน หลังจากนั้นเจาะเลือดผู้ป่วยมาตรวจหาเชื้อไวรัส พบว่าผู้ป่วย 22 คน (ร้อยละ 59) ไม่มีเชื้อไวรัสในกระแสเลือด ในขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับยาหลอกเพียง 1 คนที่ไม่พบเชื้อไวรัสในกระแสเลือด และภายหลังการติดตามผลการรักษาต่อไปอีก 9 เดือน พบว่า ผู้ป่วยทั้ง 22 คน ยังคงตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในกระแสเลือดต่อไป

      แพทย์พบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแต่ไม่ได้ผลยังพบเชื้อไวรัสอยู่นั้น เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนั้นเพิ่งได้รับเชื้อไวรัสใหม่ๆ จึงยังคงมีเชื้อไวรัสจำนวนมากมายในระยะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว จึงควรจะให้ยาในขนาดที่สูงขึ้นอีก การใช้มะขามป้อมดินในการรักษาอาการดีซ่านนี้ ได้กล่าวไว้ครั้งแรกในตำราอายุรเวทอินเดียมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว และสารสกัดจากพืชนี้ได้มีการใช้รักษาอาการดีซ่านในประเทศจีน ฟิลิปปินส์ คิวบา ไนจีเรีย กวม แอฟริกาตะวันออกและตะวันตก อเมริกาใต้และอเมริกากลาง และพืชในตระกูลนี้กว่า 900 ชนิด พบขึ้นอยู่ทั่วไปในเขตร้อน

      (จาก Herbal drug succeed in hepatitis trials. Far East Health 2531;11:8)
      ร.ศ.จันทร์เพ็ญ วิวัฒน์ 

      ข้อมูลจาก หมอชาวบ้าน       
      http://thrai.sci.ku.ac.th/node/995

                                          ลูกใต้ใบ

                               

      ชื่ออื่นๆ :  

      มะขามป้อมดิน  หญ้าใต้ใบ  หญ้าใต้ใบขาว   หมากไข่หลัง  หมากใต้ใบ

      ชื่อสามัญ :   Tamalaki, Hazardana
      ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Phyllanthus amarus Schum & Thonn.
      วงศ์ :   Euphorbiaceae

      ลักษณะพฤษศาสตร์ :   ไม้ล้มลุก สูง 10.00 - 60.00 เซนติเมตร ทุกส่วนมีรสขม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวปลายคี่ มีใบย่อย 23 - 25 ใบ ใบย่อยรูปขอบขนานแกมไข่กลับ ปลายใบมนกว้างโคนใบมนแคบ ขนาดประมาณ 0.40 X 1.00 เซนติเมตร ก้านใบสั้นมากและมีหูใบสีขาวนวลรูปสามเหลี่ยมปลายแหลมเกาะติด 2 อัน ดอกแยกเพศ เพศเมียมักอยู่ส่วนโคน เพศผู้มักอยู่ส่วนปลายก้านใบ ดอกขนาดเล็กสีขาว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.08 เซนติเมตร ผลทรงกลมผิวเรียบสีเขียวอ่อนนวล ขนาดประมาณ 0.15 เซนติเมตร เกาะติดอยู่ที่ใต้โคนใบย่อย เมื่อแก่จะแตกเป็น 6 พู แต่ละพูจะมี 1 เมล็ด เมล็ดสีน้ำตาลรูปเสี้ยว 1/6 ของทรงกลม ขนาดประมาณ 0.10 เซนติเมตร

      ลูกใต้ใบ…สมุนไพรของผู้ป่วยเบาหวาน

      ลูกใต้ใบ เป็นสมุนไพรยอดนิยมของผู้ป่วยเบาหวาน หมอยาและชาวบ้านในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย เชื่อว่าลูกใต้ใบเป็นสมุนไพรช่วยคุมระดับน้ำตาลในคนเป็นโรคเบาหวานได้ ซึ่งมีการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาพบว่าสารสกัดของลูกใต้ใบมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

      ข้อแนะนำ...สำหรับการใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน หากจะใช้สมุนไพรต้องรับประทานยาแผนปัจจุบันตามคำสั่งแพทย์และมีการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีรายงานที่แสดงให้เห็นว่าลูกใต้ใบช่วยเสริมฤทธิ์ของยาเบาหวาน


      ลูกใต้ใบ…สมุนไพร ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว

      หมอยาทั่วทุกภาคจะใช้ลูกใต้ใบในการเป็นยาขับนิ่ว มีรายงานการศึกษาสมัยใหม่ว่าลูกใต้ใบมีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะ ซึ่งมีประโยชน์ในการขับนิ่ว และลดความดัน ฤทธิ์ในการขับนิ่วนั้น มิใช่หมอยาพื้นบ้านไทยเท่านั้นที่รู้จักใช้ ในสเปน เรียกลูกใต้ใบว่า Chanca piedra มีความหมายว่า นักทุบหิน หรือทำให้หินเป็นชิ้นเล็กๆ (Stone breaker or Shatter stone) ในบราซิลเรียกลูกใต้ใบว่า Quebra-pedra หรือ Arranca-pedras ซึ่งมีความหมายในทำนองเดียวกัน หมอยาพื้นบ้านในแถบลุ่มน้ำอเมซอนนิยมใช้ลูกใต้ใบ ต้มกินในการรักษานิ่วทั้งนิ่วในถุงน้ำดีและนิ่วในไต มีรายงานการศึกษาพบว่าลูกใต้ใบมีฤทธิ์ทั้งป้องกันและกำจัดนิ่ว

      ลูกใต้ใบ เป็นสมุนไพรที่จัดว่ามีการใช้กับระบบทางเดินปัสสาวะมากที่สุดชนิดหนึ่ง โดยมีการนำไปใช้รักษาอาการมีไข่ขาวในปัสสาวะ อาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ใช้ในการขับปัสสาวะ ลดอาการบวม และขับกรดยูริคออกทางปัสสาวะ ซึ่งช่วยในคนเป็นโรคเก๊าท์


      ข้อควรระวัง

      ห้ามใช้ในคนท้อง เพราะลูกใต้ใบเป็นยาขับประจำเดือน

      ลูกใต้ใบ เป็นสมุนไพรที่น่าเสียดายว่าหาง่าย ใช้ง่าย เพียงแค่ต้มกินก็ใช้ได้แล้ว ใช้กันมานาน...

      เพิ่มเติม...

      ๑.   แก้ไข้ท้ับระดู  นำหญ้าใต้ใบทั้ง ๕ ล้างน้ำสะอาด ตำละเอียดผสม สุรา คั้นเฉพาะน้ำยา กินครั้งละ ๑ ถ้วยชา

      ๒.   แก้ร้อนใน  ให้เอาหญ้าใต้ใบทั้ง ๕ ต้มกิน

      ๓.   ขับเหงื่อ  เอาหญ้่าใต้ใบต้มกินขับเหงื่อ ลดไข้ได้

      ๔.   ขับปัสสาวะ  นำหญ้่าใต้ใบต้มกิน กระตุ้นไตให้ทำงานและขับ ปัสสาวะ

      ๕.   แก้ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ  ใช้ หญ้าใต้ใบต้มกิน รักษาโรคติด เชื้อทางเดินปัสสาวะ เช่น ไตอักเสบจนตัวบวม ( ให้สังเกตดู กินแล้วต้อง มีปัสสาวะออก ถ้ากินแล้วปัสสาวะไม่ออกให้หยุดยา

      ๖.   แก้นิ่ว   หญ็าใต้ใบทั้ง ๕ จำนวน ๑ กำมือ ตำแหลกคั้นน้ำดื่มให้ได้ ครึ่งถ้วยชา เอาสารส้มขนาดปลายนิ้วก้อยละลายลงไป ดื่มให้หมดครั้งละ ครึ่งถ้วยชา วันละ ๓ เวลาก่อนอาหาร ดื่มติดต่อกันให้ได้ ๓ วัน จากนั้น ใช้ลูกใต้ใบ ทั้ง๕ จำนวน ๑ กำมือ ต้มกับน้ำตาลทรายแดงให้พอหวาน ดื่มต่างน้ำติดต่อกันอีก ๓ วัน ขึ้นวันที่ ๗ ดื่มน้ำ้อ้อยสด วันละ ๑ ขวดน้ำ ปลา อีก ๓ วัน เพื่อล้างนิ่วเป็นขั้นสุดท้าย รวม ๑ รอบ การรักษาเป็นเวลา ๙ วัน

      ๗.   แก้ประจำเดือนมากว่าปกติ   ใช้รากสดต้นลูกใต้ใบตำผสมกับ น้ำซาวข้าวกิน

      ๘.   ขับประจำเดือน  ใช้ต้นลูกใต้ใบต้มกินขับประจำเืดือน

      ๙.   แก้นมหลง  หญิง ที่คลอดบุตรแล้วน้ำนมที่เีคยไหลเกิดหยุดไหล และมีอาการปวดเต้านมด้วย เรียกอาการนี้ว่า นมหลง ถ้าปล่อยไว้จะ กลายเป็นฝีที่นมได้ วิธีใช้คือ เอาลูกใต้ใบทั้งห้า จำนวน ๑ กำมือ ตำผสม เหล้าขาวคั้นเาอน้ำกิน ๑ ถ้วยชา เอากากพอกทำเพียงครั้งเดียว ไม่กี่นาที นมจะไหลออกมา

      ๑๐.  แก้ปวดหลังปวดเมื่อย  ใช้หญ้าใต้ใบทั้ง ๕ ล้างน้ำสะอาด สับเป็น ชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง ใส่หม้อดินต้ม ดื่มน้ำยาต่างน้ำชา มีสรรพคุณ แก้ปวดหลังปวดเอว

      ๑๑.  แก้เถาดานในท้อง  เถาดาน มีลักษณะเป็นก้อนแข็งในท้อง บางที มีลักษณะเป็นแผ่นแข็ง อาจเป็นผลทำให้ปวดหลังตามาได้ เอาลูกใต้ใบ ทั้งห้า ตากให้แห้ง ๑ ลิตร แช่ในสุรา ๑ ลิตร หมกข้าวเปลือกไว้ ๗ วัน แล้วเอามานึ่ง คะเนว่าธูปหมด ๑ ดอก กิน เช้า-เย็น

      ๑๒.  ยาบำรุง  ใช้รากและใบของลูกใต้ใบ ทำเป็นยาชงน้ำกิน โดยถือว่า เป็นยาบำรุงกำลังอย่างดี

      ๑๓.  แก้เบาหวาน   ให้เอาลูกใต้ใบทั้งห้า ๑ กำมือ ต้มดื่มแก้เบาหวาน

      ๑๔.  แก้ดีซ่าน  เอา ลูกใต้ใบทั้งห้า ต้ม ๓ เอา ๑ กินครั้งละ ครึ่ง -๑ แก้ว วันละ ๓ -๔ ครั้ง ในจีนใช้ต้นหญ้่าใต้ใบต้มกินติดต่อกัน ๑ สัปดาห์ และ ยังถือว่าช่วยกำจัดพิษออกจากตับ ซึ่งจะมีผลทำให้สายตาดี ส่วนใน อินเดีย ใช้เฉพาะรกาต้มกิน เป็นยาแก้ดีซ่านดีมาก

      ๑๕  แก้กระเพาะอาหารพิการ  ใช้รากลูกใต้ใบต้มหรือชงน้ำกิน บำรุง กระเพาะอาหาร ในเขมรใช้ลูกใต้ใบเป็นยาเจริญอาหาร ในจีน ใช้ หญ้าใต้ใบรักษาำลำไส้อักเสบ

      ๑๖.  รักษาแผล  ในอินเดีย ใช้ใบลูกใต้ใบ ตำพอกหรือตำคั้นเอาน้ำทา รักษาแผลสด แผลฟกช้ำ และใช้ใบตำผสมน้ำซาวข้าวพอกรักษาแผล เรื้อรัง

      ๑๗.  แก้คัน  ใช้ใบผสมกับเกลือ ตำแก้คัน

      ๑๘.  แก้ิเริม  ใช้ลูกใต้ใบทั้งห้า ตำผสมเหล้าคั้นเอาน้ำยา แล้วเอาสำลี ชุบแปะตรงที่เป็นเริม จะรู้สึกเย็นและหายปวด

      ๑๙.  แก้ฟกช้ำ   ใช้ต้นสดๆ ตำผสมกับสุราพอกแก้ฟกบวม บางตำรา ใช้คลุกกับข้าวสุกเสียก่อน ค่อยพอก ในอินเดีย ใช้ใบและรากแห้งบดเป็น ผงผสมกับน้ำซาวข้าวพอกแก้ฟกบวม

      ๒๐.  แก้ฝี  ใช้ต้นหญ้าใต้ใบสดๆ ตำผสมกับสุรา เอาน้ำทาหรือพอกแก้ ปวดฝี

      ๒๑.  แก้หืด   ใช้ลูกใต้ใบ ทั้งห้า นำมาล้างให้สะอาด ตำให้ละเีอียดผสม กับน้ำอุ่น คั้นเอาน้ำเฉพาะน้ำดื่มครั้งละ ๒-๓ อึก เป็นเวลา ๓ วันๆละ ๓ ครั้ง ก่อนอาหาร

      ๒๒.  แก้บิด   ใช้ลูกใต้ใบทั้งห้าต้มกิน หรือใช้ลูกใต้ใบทั้งห้า แทรกปูน แดง ขนาดเม็ดถั่วดำ ต้มรวมกันกินแก้บิด

      สูตร กรมหลวงชุมพร ฯ

      ถอนทั้งต้นทั้งราก   ของต้นหญ้าลูกใต้ใบ

      มากน้อยตามต้องการ  ล้างน้ำให้สะอาด

      สับเป็นชิ้นๆ  ตากแดดให้แห้ง  

      ใส่หม้อดิน เติมน้ำพอสมควร ชงเป็นน้ำชาหรือต้มดื่มต่างน้ำ แก้โรคปวดเอว ปวดหลัง โรคไต 

      จาก http://www.geocities.com/thaimedicinecm/sansilpayathai24.htm

      http://www.managerroom.com/forums/forum_posts.asp?TID=5993&PN=1

      เพิ่มเติม..

      รสขมจัด แก้ไข้ทุกชนิด แก้ไข้จับสั่น ดับพิษร้อน แก้พิษ ตานซาง แก้โทษน้ำดีพิการ กระตุ้นไตให้ทำงาน แก้ขัดเบา แก้กามโรค แก้ดีซ่าน แก้ริดสีดวง แก้โรคท้องมาน แก้ปวดท้อง แก้ไข้ทับระดู ขับปัสสาวะ ลดความดันเลือด รักษาโรคตับอักเสบขนิดบี แก้นิ่ว แก้ร้อนใน แก้เบาหวาน แก้กระเพาะอาหารพิการ แก้ิเริม

      -ต้านไวรัสที่ก่อโรคตับอักเสบ
      -ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อเอชไอวี
      -ฤทธิ์ antioxidant และต้านอนุมูลอิสระ
      -ฤทธิ์ลดการเจ็บปวดและอาการบวม
      -ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลของกระเพาะอาหาร
      -ฤทธิ์ต้านอาการท้องเสีย
      -ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด
      -ฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์
      -ฤทธิ์ ต้านเนื้องอกและต้านมะเร็ง ทำให้ก้อนเนื้องอกมีขนาดเล็กลง สามารถต้านการเกิดมะเร็ง ในหนูที่ได้รับสารก่อมะเร็ง และยืดอายุของหนูที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์มะเร็งและทำให้ก้อนเนื้องอกมี ขนาดเล็กลง
      -ฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง มีพิษต่อเซลล์มะเร็งโดยไม่มีพิษต่อเซลล์ปกติต่างๆ โดยทำให้เซลล์มะเร็งเกิด apoptosis
      -ฤทธิ์ต้านไวรัส
      -ฤทธิ์ต้านอาการเจ็บปวด
      -ฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีผลลดยับยั้งการสร้างหรือการกำจัดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของคน

      ข้อมูลจาก…สถาบันวิจัยสมุนไพร