เครือข่ายร่วมพัฒนา

838 วันนับตั้งแต่
วันส่งท้ายปีเก่า

home‎ > ‎

สิทธิมนุษย์ชนในสังคมโลก

สิทธิมนุษยชนในสังคมโลก

 

            สิทธิมนุษยชนเป็นประเด็นสำคัญที่นานาชาติให้ความสนใจ  องค์การต่าง ๆ ทั้งในระดับโลก  เช่น สหประชาชาติ และองค์การเอกชนต่างก็ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน  การรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชน และส่งเสริมให้พลเมืองเกิดความเคารพในสิทธิ  ความเป็นมนุษย์และสิทธิขั้นพื้นฐาน  อย่างไรก็ตาม การละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านต่าง ๆ  ของโลก ซึ่งถือเป็นปัญหาของสังคมโลกที่สำคัญ เพราะจะส่งผลให้สังคมโลกปราศจากความสงบสุข

 

ความหมายและความสำคัญของสิทธิมนุษยชน

            พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายของ
สิทธิมนุษยชนว่า  หมายถึง  ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  สิทธิ  เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รับการรับรองหรือคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชาอาณาจักรไทย หรือตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญาที่ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม

               ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของคนไทยด้วยการปรับปรุงกฎหมาย  กฎ หรือข้อบังคับที่ใช้อยู่ในประเทศไทยให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญซึ่งมีขอบข่ายกว้างขวางมาก เพราะสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยจะต้องส่งเสริมและคุ้มครองนั้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  สิทธิ  เสรีภาพ และความเสมอภาคที่บุคคลได้รับการรับรองและคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิทธิมนุษยชนที่สหประชาชาติรับรองไว้ในปฏิญาณสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ค.ศ.1948 ด้วย

            ด้วยเหตุนี้สิทธิมนุษยชนจึงมีความสำคัญต่อประเทศและโลกอย่างมาก ทั้งนี้เพราะหากรัฐบาลของทุกประเทศในโลกปฏิบัติต่อประชาชนของตนตามวิถีทางประชาธิปไตยและต่อชาวต่างชาติที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น หรือทำมาหากินในประเทศอย่างมีมนุษยธรรมตามสมควรแล้ว ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับประชาชนในประเทศก็จะไม่เกิดขึ้น และความขัดแย้งระหว่างชาติก็จะไม่เกิดขึ้นเช่นกัน

            ถ้าแต่ละประเทศปฏิบัติต่อชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยว หรือเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศของตนโดยไม่เลือกปฏิบัติมากเกินไป ความขัดแย้งระหว่างประเทศก็จะไม่เกิดขึ้น เช่น ประเทศไทยปฏิบัติต่อชาวต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำมาหากินในประเทศไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีการเลือกปฏิบัติ  จึงทำให้ประเทศไทยของเราไม่มีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และได้รับการยกย่องจากองค์การสหประชาชาติว่าไทยเป็นประเทศที่ยึดหลักมนุษยธรรมอย่างมากมาโดยตลอด 

               อย่างไรก็ตาม บางครั้งประเทศไทยก็ไม่สามารถจะทำตามคำร้องขอจากองค์กรหรือประเทศต่าง ๆ ได้ทุกเรื่อง เพราะการร้องขอบางเรื่องอาจจะนำมาซึ่งปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศได้

 

แนวคิดและหลักการของสิทธิมนุษยชน

               รัฐธรรมธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช  2550  ได้บัญญัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของชาวไทยและสิทธิมนุษยชนโดยทั่วไปไว้กว่า  50 มาตรา รวมทั้งบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ดูแล ตรวจสอบการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือไม่ได้เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสนธิสัญญา

            บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมีความก้าวหน้า และมีความเป็นสากลมากขึ้น  ส่วนหนึ่งมาจากการที่ประเทศไทยเป็นประเทศภาคีชั้นแนวหน้าขององค์การสหประชาชาติได้ประกาศไว้ใน ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1948  เพื่อให้ประเทศสมาชิกใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อพลเมืองของตนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศของตน

 

พัฒนาการของสิทธิมนุษยชนและหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

            ประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนได้รับความสนใจจากระดับนานาชาติมานานแล้ว โดยในการประชุมที่นครเจนีวา เมื่อ ค.ศ.1864  มีการกำหนดหลักการสากลเพื่อปกป้องเหยื่อจากภัยสงครามและความขัดแย้ง

 

            พัฒนาการของสิทธิมนุษยชน

            หลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นประเด็นสำคัญที่สหประชาชาติให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก โดยคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนที่สหประชาชาติตั้งขึ้น
ได้ร่างปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ที่เน้นการส่งเสริม  รักษา และปกป้องสิทธิสิทธิมนุษยชนของมนุษยชาติ โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ   ผิวพรรณ  ระบบการเมือง  ศาสนา วัฒนธรรม และในวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1984   องค์การสหประชาชาติมีมติรับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีหลักการสำคัญ  3  ด้าน  ได้แก่

            1.   สิทธิด้านการเมืองและสิทธิความเป็นพลเมือง

            2.  สิทธิด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

            3.  สิทธิพื้นฐานของบุคคล  เช่น สิทธิในการเลือกนับถือศาสนา สิทธิที่จะได้อยู่อย่างสงบ                      สันติ และสิทธิที่จะได้รับการพัฒนา

 

            ต่อมามีการขยายข้อความของหลักการในปฏิญญาสากลให้ชัดเจนมากขึ้น และร่างเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย คือ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ  สังคม และวัฒนธรรม  สหประชาชาติมีมติรับรองใน  ค.ศ. 1966  และถือเป็นกติกาที่ประเทศสมาชิกสหประชาชาติต้องปฏิบัติตาม และมีการออกอนุสัญญาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่เน้นสิทธิมนุษยชนของบุคคลเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ 
            -   อนุสัญญาเพื่อกำจัดการเหยียดเชื้อชาติและผิวพรรณ  (ค.ศ. 1965) 
            -   อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อสตรีทุกรูปแบบ  (ค.ศ.1978) 
            -   อนุสัญญาเพื่อต่อต้านการทรมานร่างกาย การกระทำที่โหดร้ายและปราศจากมนุษยธรรม                 หรือการลงโทษที่รุงแรง ( ค.ศ.1984)  

            -   อนุสัญญาเพื่อปกป้องสิทธิเด็ก (ค.ศ.1989)

            -   อนุสัญญาเพื่อปกป้องสิทธิของแรงงานและครอบครัวของแรงงาน (ค.ศ.1990)

           

            หลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

            ปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ มีวัตถุประสงค์และหลักการทั่วไปเกี่ยวกับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชน แต่ไม่มีพันธะผูกพันในแง่ของกฎหมายระหว่างประเทศ ประกอบด้วยการรับรองสิทธิมนุษยชนในด้านต่าง ๆ  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความพยายามขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดระดับโลกและมีสมาชิกมากที่สุด ที่จะผลักดันประเด็นสิทธิมนุษยชนให้นานาชาติเห็นความสำคัญ และยึดถือปฏิบัติตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และอนุสัญญาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ  องค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนทั่วโลกหลายองค์กรที่มีส่วนรณรงค์และสอดส่องปัญหาสิทธิมนุษยชน  แต่ทั้งนี้หลายประเทศที่เป็นสมาชิกองค์กรสหประชาชาติและให้สัตยาบันรับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ยังคงถูกกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรง

 

ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสังคมโลก

            การละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นปัญหาระดับโลก  มิใช้เพียงปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนมีทั้งที่กระทำโดยรัฐบาลและเอกชน    นอกจากนี้การละเมิดสิทธิมนุษยชนยังอาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน โดยความตั้งใจและไม่ตั้งใจ โดยที่เราอาจเป็นผู้กระทำและผู้ถูกกระทำก็ได้  เช่น เราอาจมีส่วนร่วมในการละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็กที่ถูกบังคับใช้แรงงานโดยไม่ตั้งใจ  หากเราสนับสนุนการใช้สินค้าที่ผลิตโดยบริษัทที่ใช้แรงงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานเด็ก หรือแรงงานผิดกฎหมาย

            ส่วนในกรณีที่ในชีวิตประจำวันเราอาจถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น  การที่คนพิการถูกปฏิเสธจากการรับเข้าทำงานหรือการสมัครเข้าทำงาน    ประชาชนที่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองต่าง ๆ  ที่ต้องใช้ชีวิตอย่างขาดสันติสุข   ขาดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน  ประชาชนถูกละเมิดในการเดินทาง เพราะมีกลุ่มการเมืองชุมนุมปิดถนนโดยอ้างสิทธิทางการเมืองของตน แต่ไม่คำนึงถึงสิทธิของผู้อื่น เป็นต้น

 

            ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็ก

            การไม่สามารถปกป้องตนเองได้ทำให้เด็กเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด โดยมีทั้งการทำร้ายเด็ก  การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก  การที่เด็กตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์  การบังคับใช้แรงงานเด็ก  การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม  เช่น ให้เด็กอยู่ท่ามกลางภาวะสงครามหรือความขัดแย้ง  อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต  ขาดการได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี  เช่น  ขาดโอกาสที่จะได้รับการศึกษา  ขาดโอกาสด้านการรักษาพยาบาล  ขาดอาหาร  เป็นต้น

            จากการสำรวจของสหประชาชาติพบว่า  แรงงานเด็กส่วนใหญ่ถูกนำไปทำงานในกิจการประเภทต่าง ๆ  เด็กหญิงมักทำงานบ้าน ทำงานในโรงงานสิ่งทอ  หรือถูกนำไปขายบริการ   เด็กชายมักถูกนำไปทำงานในภาคเกษตรกรรม  เหมือง  โรงงาน  แรงงานเด็กส่วนใหญ่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม  ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน   ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย และบางครั้งก็ไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงไว้

               สำหรับปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็กในประเทศไทยนั้นก็มีแนวโน้มจะขยายความรุนแรงขึ้นเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ  ในโลก  ซึ่งรัฐบาลและคนไทยต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้กันต่อไป

            แนวทางการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็ก สามารถทำได้ ดังนี้

            1.   ส่งเสริมเยาวชนให้มีส่วนร่วมแก้ปัญหาของโลก และกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงการละเมิดสิทธิเด็กและปัญหาแรงงานเด็กว่าเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก  

            2.  แก้ไขปัญหาความยากจนและส่งเสริมด้านการศึกษา เนื่องจากทั่วโลกมีความเห็นตรงกันว่าสาเหตุสำคัญของปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็กนั้น มาจากความยากจน

 

            ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิทางการเมืองและการแสดงความคิดเห็น

            ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่ทั่วโลกยอมรับว่า เป็นระบอบการปกครองที่ส่งเสริมและปกป้องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมือง ในประเทศที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างเข้มแข็ง  สิทธิเสรีภาพทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนของพลเมืองจะได้รับการปกป้อง  เคารพ และพลเมืองจะมีสำนึกของการเคารพสิทธิมนุษยชน และปกป้องสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของตนเอง  ในทางตรงกันข้าม การละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะสิทธิทางการเมืองและการแสดงความคิดเห็นจะเกิดขึ้นมากในประเทศที่ไม่ได้ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย  เช่น

            -   ประเทศจีน  ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนทางการเมืองและสิทธิในการแสดงความคิดเห็น ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้จีนถูกจับจ้องและตำหนิจากนานาชาติและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนหลายครั้ง  ซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิทางการเมืองและการแสดงความคิดเห็นในจีนมีตั้งแต่การควบคุมการแสดงความคิดเห็น  การปิดกั้นสื่อไม่ให้รายงานข่าว  การปิดกั้นไม่ให้ประชาชนรับรู้ข่าวสารและหลายครั้งความรุนแรงถึงขั้นการใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้เรียกร้องสิทธิทางการเมือง  ดังเช่นกรณีปราบปรามนักศึกษาและประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อ คศ.1989

          -   ประเทศเกาหลีเหนือ ที่ปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์  รัฐบาลได้กดขี่ควบคุม
การดำเนินชีวิตของประชาชนเกือยทุกด้าน โดยเฉพาะด้านสิทธิเสรีภาพในการเสนอข่าวสารการแสดงออกทางการเมือง  การชุมนุม  และมีการจับกุมคุมขังและสังหารนักเคลื่อนไหวทางการเมือง  ชาวเกาหลีเหนือจำนวนหนึ่งที่หลบหนีออกนอกประเทศแล้วถูกส่งกลับต้องถูกกักตัวอยู่ในค่ายกักกัน  ถูกสอบสวน และถูกบังคับใช้แรงงาน การละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะด้านสิทธิทางการเมืองและการแสดงความคิดเห็นที่มีอยู่ในภูมิภาคของโลก  การที่รัฐบาลใช้อำนาจที่เหนือกว่าในทางคุกคามและทำร้ายประชาชน โดยไม่สนใจเสียงเรียกร้องและต่อต้านจากนานาชาติ  รวมทั้งความขัดขวางความช่วยเหลือจากนานาชาติที่ให้ต่อพลเมืองของตน

 

            แนวทางการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิทางการเมืองและการแสดงความคิดเห็น 

            สามารถทำได้โดยการช่วยกันปลูกฝังและกระตุ้นให้พลเมืองของแต่ละประเทศตระหนักว่า
การมีสิทธิในทางการเมืองและในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับ
และเมื่อเรามีสิทธิเสรีภาพแล้ว เราก็ควรใช้อย่างถูกต้องและเคารพสิทธิของผู้อื่นด้วย  ทั้งนี้การแสดง
ความคิดเห็นและการแสดงออกทางการเมืองของเราก็จะต้องไม่ไปละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่น
และที่สำคัญคือ ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนให้บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐ
ทุกหน่วยงาน เพราะการละเมิดสิทธิมนุษยชนในโลกบางส่วนเกิดขึ้นจากการกระทำของรัฐ

           

            ปัญหาการละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์

            ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในหลายเหตุการณ์อาจเป็นการละเมิดสิทธิทางการเมือง
การแสดงออก การละเมิดสิทธิในการดำรงชีวิตอย่างสงบสุข  แต่ในบางพื้นที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรงที่ถือเป็นอันตรายต่อมนุษยชาติ  เช่น  ในทวีปแอฟริกา หลายประเทศมีรัฐบาลปกครองด้วยระบอบเผด็จการและปกครองอย่างโหดร้าย  เช่น  อดีตประธานาธิบดีชาร์ลล์ เทย์เลอร์ ของประเทศไลบีเรียที่ปกครองระหว่าง  ค.ศ.1989
1997  ถูกตั้งข้อหาเป็นอาชญากรสงครามและผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อมนุษยชาติ เพราะช่วงที่เขาปกครองประเทศมีประชาชนถูกสังหารและถูกทำร้ายนับแสนคน รัฐบาลสหรัฐอเมิรกาจึงถือว่าเขาเป็นอาชญากรของมนุษยชาติ

            การละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลไลบีเรียในสมัยนั้น มีทั้งการบังคับเด็กทั้งชายและหญิงอายุตั้งแต่  9 ปีขึ้นไป ให้เข้าเป็นทหารในกองทัพ  เด็กชายที่ต่อต้านถูกลงโทษและถูกส่งออกไปชายแดน เด็กหญิงและหญิงสาวถูกข่มขืนและถูกบังคับให้เป็นภรรยาของนายทหารและทหารเด็ก  เด็ก ๆ  ที่พยายามหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้านพร้อมกับครอบครัวถูกกักไว้ที่ชายแดนและถูกแยกตัวจากครอบครัวเพื่อนำไปค่ายทหาร  จากนั้นจะถูกส่งไปยังชายแดนเพื่อให้เข้าไปละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชากรของประเทศเพื่อบ้านต่อไป

            ต่อมาอดีตประธานาธิบดี เทย์เลอร์ จะถูกโค่นอำนาจลง ต้องหลบหนีออกไปนอกประเทศและถูกจับตัวกลับมาลงโทษได้ แต่การละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งต่อเด็กและประชากรของประเทศไลบีเรียและประเทศเพื่อนบ้าน ก็ทำให้ประชากรเหล่านี้ต้องได้รับการฟื้นฟูทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่หลายคนก็ได้เผชิญความโหดร้ายมากจนไม่สามารถเยี่ยวยาแก้ไขได้

            ทำให้เราตระหนักว่า ขณะที่เรากำลังใช้ชีวิตอย่างปกติสุขในสังคมหนึ่ง แต่ในพื้นที่อื่นๆ
ทั่วโลก ยังมีเพื่อนร่วมโลกอีกจำนวนมาก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง กำลังถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่าง ๆ ดังนั้น ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงถือเป็นปัญหาร่วมกันของโลก ซึ่งการรณรงค์ให้เห็นคุณค่า ความสำคัญ และเคารพสิทธิมนุษยชน และการแก้ปัญหากำลังดำเนินอยู่ทั่วโลกเช่นกัน

 

            ช่องทางในการร้องเรียนปัญหาสิทธิมนุษยชน

            ในฐานะที่เราเป็นพลเมืองในสังคม หน้าที่หนึ่งคือ การมีส่วนร่วมในการสร้างความสงบเรียบร้อยและความยุติธรรมให้เกิดขึ้น

            ดังนั้น เมื่อพบปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการเกิดความไม่ยุติธรรมในสังคมขึ้น ช่องทางหนึ่งที่เราจะช่วยเหลือได้ คือ  การแจ้งเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานด้สนสิทธิมนุษยชน ได้แก่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ   ซึ่งสามารถทำได้หลายช่องทาง ทั้งการ้องเรียนด้วยวาจา  การส่งจดหมายทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  (E-mail) โทรศัพท์  โทรสาร โดยระบุรายละเอียดที่สำคัญ  ได้แก่ ชื่อที่อยู่ของผู้ร้องเรียน   ข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน   ลายมือชื่อผู้ร้องหรือผู้ทำการแทน  โดยส่งเรื่องร้องเรียนไปได้ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือยื่นเรื่องโดยตรวต่อกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือส่งเรื่องผ่านองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน

            สำหรับสถิติประเภทสิทธิมนุษยชนที่มีการ้องเรียนมากที่สุดจากรายงานประจำปี พ.ศ. 2551 ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  คือ  การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเภทสิทธิในกระบวนการยุติธรรม  172  เรื่อง  รองลงมา คือ การละเมิดสิทธิในทรัพย์สินและการจัดการที่ดิน 114 เรื่อง  ส่วนการละเมิดสิทธิทางศาสนาได้รับการร้องเรียนต่ำที่สุดโดยมีพียง  1  เรื่อง

            นอกจากนี้ หากแยกย่อยลงไปอีกก็จะมีการร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่าง ๆ  เช่น

            -   สิทธิชุมชนฐานทรัพยากร

            -   สิทธิในทรัพย์สิน / การจัดการที่ดิน

            -   สิทธิแรงงาน

            -   สิทธิในกระบวนการยุติธรรม / สิทธิในชีวิตและร่างกาย

            -   เสรีภาพในการชุมนุมการแสดงความคิดเห็น

            -   สิทธิในเกียรติยศ ชื่อเสียง ความเป็นส่วนตัว

            -   สิทธิผู้บริโภค

            -   สิทธิในการศึกษา

            -   สิทธิชาติพันธุ์

            -   สิทธิในที่อยู่อาศัย

            -   สิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุข

 

บทบาทขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชนที่มีต่อสังคมโลก

            องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนทั้งของภาครัฐ  ภาคเอกชน และองค์กรภายใต้การกำกับของสหประชาชาติ มีบทบาทในการรณรงค์ส่งเสริมให้คนเห็นความสำคัญและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน และมีบทบาทในด้านการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก

 

            องค์กรสิทธิมนุษยชนที่มีความสำคัญระดับโลก

            1)   คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ 

                 มีบทบาทในการกำหนดหลักการสิทธิมนุษยชนที่เป็นสากล และส่งเสริมให้ประเทศต่าง ๆ คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสอดส่องดูแลเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของนานาประเทศ

                 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติไม่มีอำนาจลงโทษ หากประเทศสมาชิกสหประชาชาติมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน  แต่ก็มีมาตรการต่าง ๆ ในการปฏิบัติ  เช่น การให้ความช่วยเหลือผ่านหน่วยงานของสหประชาชาติในประเทศต่าง ๆ การใช้มาตรการคว่ำบาตร  เป็นต้น

            2)  กองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ (UNICEF) เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้การดูแลช่วยเหลือเด็กทั่วโลก  มีจุดประสงค์เมื่อแรกก่อตั้ง คือ ให้ความช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงคราม 

 

 

            

Ċ บทที่5สิทธิมนุษยชนในสังคมโลก.pdf
ดู ดาวน์โหลด
  211 กิโลไบต์ เวอร์ชัน 1 6 พ.ย. 2554 05:57 chanok st
Ċ สิทธิมนุษยชนในสังคมโลก.pdf
ดู ดาวน์โหลด
  194 กิโลไบต์ เวอร์ชัน 3 6 พ.ย. 2554 06:34 chanok st
Comments