หนังสือประถมมาลา

หนังสือประถมมาลา

ประวัติผู้แต่งหนังสือประถมมาลา
 ผู้แต่งหนังสือปฐมมาลาเป็นพระภิกษุ มีนามเดิมว่า ผึ้ง หรือ พึ่ง ดำรงสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะที่พระเทพโมฬีสถิต ณ วัดราชบูรณะ ประมาณสมัยรัชกาลที่ ๓ พระเทพโมฬี เป็นกวีที่มีภูมิชั้นสูงและมีความสามารถด้านการแต่งบทกลอนได้อย่างไพเราะ สละสลวย
 กรมศิลปากร ประถม ก กา หัดอ่าน ปฐมมาลา อักษรนิติ แบบเรียนหนังสือไทย หน้า ๑๐๓.

ประวัติหนังสือประถมมาลา
 หนังสือปฐมมาลาก็เป็นหนังสือแบบเรียนไทยสมัยโบราณอีกเล่มหนึ่ง เนื้อหาภายในเกี่ยวกับคำสุภาษิตสั่งสอนการเล่าเรียนในสมัยในสมัยก่อน แต่งโดยพระเทพโมฬี วัดราชบูรณะ หนังสือปฐมมาลาแม้เป็นหนังสือแบบเรียนซึ่งนับว่าเป็นหนังสือชนิดตำรา ผู้แต่งต้องหาโวหารและถ้อยคำอันจะพึงนำมาใช้อย่างจำกัด เช่น คำกลอนตอนแม่ ก กา ก็ต้องใช้คำแต่ในพวก ก ข ก กา หรือในแม่กน ก็ต้องหาคำมาใช้ได้แต่ในแม่กน ก กา ก ข เป็นต้น แม้กระนั้นก็ยังสามารถแต่งกลอนได้ไพเราะและชัดเจน
 กรมศิลปากร ประถม ก กา หัดอ่าน ปฐมมาลา อักษรนิติ แบบเรียนหนังสือไทย หน้า ๑๐๓.

คำนำหนังประถมมาลา
หนังสือประถมมาลาเป็นหนังสือแบบเรียนสมัยโบราณ โดยจะใช้สำหรับผู้ที่อ่านออกแล้ว ผู้ที่จะเรียนหนังสือเล่มนี้จักต้องเรียน ประถม ก กา เสียก่อน เนื้อหาภายใน เกี่ยวกับ โครง ฉันท์ กาพย์ กลอน สำหรับหัดอ่าน สำหรับหนังสือประถมมาลาเล่มนี้ สำเนาจากหนังสือสมุดไทยดำจากหอสมุดแห่งชาติ ฉบับ คุณหญิงปริยัติให้ พ.ศ. ๒๔๗๐

หน้าหนึ่ง กาพย์ยาณีเกี่ยวกับแม่ ก กา
๏ ญาณี ๏   ข้าฃอยอชูลี    พระมุณีมีมหา         คุณะกะรุณา   แลปฤชาล้ำโลไกย
๏ ปรานีมานำหมู่    ประชาสู่ศรีวาไลย   ไหว้ธรรมที่อำไภย    นำเวในละโลกีย์  
๏ ข้าไซ้รฃอไหว้พระ   อริยเจ้ากูชี   ราฆาหมูราคี   บบาบีกะทำกรรม์
๏  ไครหนอภอด่าว่า    บนำภ์อภาภอใจจำ    กระลีแลกระลำ   ภะระนำนิราศลา 


หน้าหก กาพย์ยาณีเกี่ยวกับแม่ ก กา และ แม่กน
ถ้าอยู่ทีเย้ามี    พ่อแม่พีให้ไหว้ลา   ๏   ริรำทำแต่ย่อ     แม่กขแลกกา   ถ้าดีมีปฤ
ชา     ไตรตราดูรู้ต่อไป   ๏   พิธิพรรระณา    แต่กกามาแก้ไข    ดูแลให้แน่ไจ
จำให้ไดในวาจา   ๏  สูรางคนาง   ๏  สิ้นข้อกกา    จะสรรค์พรรระณา    ว่าอืนขึ้นไป จะ
สอนกลอนกน   ยุบลขานไข   กกาปนไส่   เข้าในแม่กน   ๏   กูมารอ่านเขียน       ให้

หน้าสิบสอง ใช้กาพย์ฉบังอธิบายแม่กง
ได้กลิ่นเกษร   สันจอรบอนาน    เรนูชูชืน   กลำกลืนกลินหวาน    มีกระมลบาน
เข้าเคล้าเสาว่คน  ๏  ชะบงง  ๏  อ่านกนจนสิ้นประสง    จะเพียนเฃียนกง   จำนงจงตั้งใจ
ฟ ัง   ๏  เรงครวนเรงใครใจหวัง   เบื้องต้นหนหลัง   อยาพลั้งอยาเพีย้นเฃยีนพลาง
๏   ตั้งไจอยาได้ละวาง    ถอ่งเทยิ่งที่ทาง    เยยี้งอย่างยังมีตอไป  ๏  ตั้งใจอยาได้ไหวติง


หน้ายี่สิบ ใช้กาพย์ฉบังอธิบายแม่กง และใช้กาพย์ยาณีอธิบายแม่กก
๏ พรรระนากกากนกง   ตั้งใจจำนงค์   สิ้นลงภอถ้วนอักษร  ๏  ญาณี  ๏  แจกกกยกยัก
แยก    เปนแผ่นกแตกต่อกลอน   แยกยักไช้อักษร    ผูกผรรผอรเปนกลอนไปย์
๏   แจกออกบอกทารก   จะแจกกกยกไคำไฃ   เอากอมาแซรกใส่   นึกตรึกไว้อยาใหล
หลง    หากเหน่เปนแผ่นก    หากให้แปลกจากกนกง   จักอ่านจักจานลง    จัก

หน้ายี่สิบสาม
ไซ้ร    เอกโทใส่บ่อบงงควร   แม่กกจะผรรผวร   บอแปรปรวนแปลกสำเนียง
๏   ใช้ได้แต่ไม้ตรี   ตีนกามีทีสงเสยีง   แม่กกยกยังเรยีง   ก็ภอเพยีงพรรระณา
๏   ชะบงง  ๏ สิ้นกกยกกดบดมา   ติดตอสารา   อดษาเรงจำกำนฎ  ๏  ข้ดคำจำ
แนกแจกกด   สำผัดฟัดบด   เรงจดเรงจำใสใจ  ๏  ประดิษฐลิขิดคำใฃ   คิต

หน้าสามสิบสอง
สอบบรรสาร   เฃยีนอ่านวิจารณ์จำอรรถ   แพสยตรัสพัศดุสวัดี   โอสรสจรัส   สาหัส
ณมัสการ   สลโสลกบรรหาร   สกฎพจมาร   จักอ่านจะจานประจง  ๏ สูรางคนาง ๏
กกากนกง กกดหมดลง   จงจำเจนใจย์   เลากดครบจบ   อานกบต่อไป   ยลแยบ
แบบไหม่   ฉบับบให้ควรจำ   บทแบบระเบียบ   ระบอบทำเนียบ   เรยีงเรยีบ

หน้าสามสิบหก
อักษร   แตงรัตตัดรอน   บอนกบจบจลง  ๏  ญาณี  ๏  แจกกบจบครพอรรถ
จนเจนจัตใจจำนํง   จักแจกแม่กมจง   ให้ดำรงดำริตรอง  ๏  คิดจัตคัดจำแนก
จำนํงแจกให้ฟัดจอง   ทำนุกตามทำนอง   แบบลบองบทยาณี  ๏  ตำเนอรตำนานอรรถ
ตำแนงพั้ตจ๊ดวาจี   วีจารณให้จงดี   จำวาจีให้แน้นอน  ๏  แม่ต้นปนประสม   สาทบ

หน้าสี่สิบสี่
ทีข้อคำรำนิพนธ์  ๏  ชี้แจงสำแดงย่อ   แต่กขกกากน   กงกกกดกบจน   แมกมปนระคนสอน   ๏
๏  สุรางคนาง  ๏   จักเพิยนเขิยนเกย   บทไหม่ไม่เคย   อย่าเลยลืมกลอน   แม่เกยนี้มาก   เฃียน
ยากกว่ากอ่น   สะลับซรับซร้อน   อักษรหลายพรรณ์   กนกงกกกด   กบกมทั้ง
มต    กำหนตคล้ายก้น     ตามแต่สกฎ    โดยบทแบงปรร    โดยแบบท่ารสรรค์

หน้าห้าสิบเอ็ด
ต๙มบทหม๙ย ๏ ร้๒ส้๗๓สรจส๕บ ด๕งครอ๓๗งปร๔๔ด๕บ สํ๙หร๕บผ้๒ช๙ย ค๗ด๓๓ตง๓๓ต่ย่อ
๓๓ตข้อ๓๓ยบค๙ย ๓๓ตต้นจนปล๙ย บรรร่ย๙ยจบลง ๏ ฉบงง ๏ อ๙น๖ท๖ดปรสง จ๕ก
๓พ๗ยนฃอมจง หน๗๔ส๙ฟงง๖ครครวน ๏ อ๕กษรส่๗๕นค๔๙จ๔๙นวร จ๔๙นกปร๔๔มวน ปร๔๔ส่๗ส่๗
๓อจม่๗ โดยมีในพระบาฬี มคธคำภีร์ พระไตรป ิ์ฎกอุดม จักจัตบรรญัตินิยม 

หน้าห้าสิบแปด
สองคือฅอคาน   สำผัตอุป ัติด้วยพลัน   แต่โออาจาริย์ท่ารสรรค์   ว่าเกิดแต่กรรณ์
กัปโอษฐประกอบประดิจ  ๏  พรรคคันทั้งปญจะพิตร  นฤคหิตท้งงหกให้จำวาจา ๏ เกอดแต่
นาษา   ชื่อนาศิกชะสมญา   สำเนยีงสนั่นในฆาณ  ๏  แถ่ลงลักศะณะสมุทฐาร
เรยีบเทยีบพชมาน   สังเฃบนีพนธรำพรรณ์  ๏  กลบุทผู้ใดหมาย   วิมลมิงอํกษรสวรรค์ 


หน้าหกสิบเก้า
รักษา  ๏  อ้าองค์บรมบรเมศ   วรมหิทธิเดชา   ทรงบุษบกหงษวิหคพา   หณะ
ผาดผยองผรร   เชอญช้วยพิทักษ์ทำนูนกฎ   ไอยการย์รบอบบรรพ์  เปนอาทิคือคำ
ภิร์ธรรม์   สาดรสิงเปนแก่นสาร   หลักใชยแลคำภีร์   พระพรหมศักดิ์   กำ
หนฎบทมณทรีบาล   อยาให้จะราจลวิการ   คือจปลอมจเปลยีนแปลง   องค์เหศรสล์ 

หน้าเจ็ดสิบห้า
แม้นไม้สามสิบ  วากย์วาจี  ศรีเสรจ์สารแฮ  เพื่อขาดความควรให้  ใส่ส้รอยเสิรมลง   ๏
บทแรกจะใส่ส้รอย  สมขบวรแบ่บแฮ  บทสี่สุน  โทห์ถัดเจ็ดคำควร  เรี่ยบร้อย  บทสาม
ช่อบเชิงชวน  เชอญใส่สร้อยแฮ  บทสี่สุนธรถ้อย  นับเก้าคำคง  ๏  บทแรกที่เจ็ต
นั้น  มาจอง  กับที่หาบทสอง  อย่าช้า  บทสามทีหารองเรยีงรับกันแฮ   ๏ 


บรรณานุกรมประถมมาลา
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.
กรมศิลปากร. (๒๕๑๔)ปฐมมาลา .กรุงเทพฯ : รุ่งวัฒนา.
สมุดไทยดำ หมู่อักษรศาสตร์. ประถมมาลา. เลขที่ ๗/จ คุณหญิงปริยัติฯ (วาศ) ให้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๗๐.

คำศัพท์หนังสือประถมมาลา
โลไกย
: แผ่นดิน , ให้โลกนิยม
อำไภย(อำไพ)
: งาม , สว่าง , สดใส
เวใน(เวไนย)
: ผู้ควรแนะนำสั่งสอน , ผู้พึงดัดได้สอนได้
กระลี
: สิ่งร้าย , โทษ
พาธา
: ความเบียดเบียน , ความทุกข์
นฤไภย
: ใช้นำหน้าคำศัพท์อื่นแปลว่าไม่
กระลำ
: โทษใหญ่ , ความฉิบหาย
นฤ
: ใช้นำหน้าคำศัพท์อื่นแปลว่าไม่
บาบี
: คนมีบาป , คนมีชั่ว
บีทา
: เบียดเบียน , บีบคั้น , รบกวน
แล
: ดู
เมธี
: นักปราชญ์
วร
: พร , ของขวัญ , ยอดเยี่ยม
บาฬี
: บาลี ภาษาที่ใช้เป็นหลักในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท
ยุพเยาธ์
: หญิงกำลังสาวสวย , งดงาม
มุษา
: โกหก , เท็จ ,ปด
สูรางคนาง
: เป็นชื่อของชนิดของกาพย์ได้แก่กาพย์สุรางคนาง
ภูญผล
: พูนผล เพิ่มมากขึ้น
บูราน
: โบราณ เก่า
การ
: กระทำ , ผู้ทำ
กาฬ
: รอยดำหรือแดงที่ผุดตามส่วนของร่างกายเมื่อตายแล้ว
กาล
: เวลา คราว หรือคำประพันธ์
กาน
: ตัดเพื่อให้แตกใหม่
กาญ
: สูวรรณ์ ทอง
รจะนา
: ตกแต่ง , ประพันธ์
อนุสนธ์
: การต่อเนื่อง ,การสืบเนื่อง
เฃยีน
: เขียน
หล้วน
: ล้วน
สารา
: สาระ เนื้อหา
เลน
: เล่น
เตร
: เตร่ เตร็ดเตร่
มาลา
: ดอกไม้
เรนู
: ละออง , ละอองเกสร
ใจย
: ใจ
ขะจอร
: ขจร แผ่
อาไศรย
: อาศรัย
เรยีน
: เรียน
บัณฑูร
: คำสั่ง , คำสั้งกรมพระราชวัว
ภูมมะรา
: ภุมรา แมลงผึ้ง แมลงภู่
กระมลบาน
: จิตใจร่าเริง แจ่งใส
เสาวคน
: ไม้เถามีกลิ่นหอม
เทยี่ง
: เที่ยง
เยยี้ง
: เยื้อง
แถ่ลง
: แถลง กล่าว
ฟงง
: ฟัง
เสยีง
: เสียง
สำเนยีง
: สำเนียง
ฟูเฟอืง
: ฟูเฟื่อง เจริญ
ซรำ
: ซ้ำ
ไตรยาง
: สามส่วน
ท้งง
: ทั้ง
กุญชอร
: ช้าง
ค้างน่าเรียง
: เรียงข้างหน้า
หล้วน
: ล้วน
แผ่นก
: แผนก
แซรก
: แทรก
เหน
: เห็น
คัดนานต์
: ฟ้า
ชลมารต์
: ทางน้ำ
ชะบงง
: กาพย์ชนิดหนึ่งในภาษาไทยเรียกว่าชบัง
กำนฎ
: กำหนด
สำผัด
: สำผัส
ลิขิด
: จดหมาย
อรรถ
: เนื้อความ
สุนธร
: งาม , ไพเราะ
บูราณ
: โบราณ
ปจุไสม
: ปัจจุสมัย เวลาเช้ามืด
เส่ดจ
: เสด็จ ดำเนิน
เสรจ์
: เสร็จ สำเร็จ
สกฎ
: สะกด
ประเสรอฐ
: ประเสริฐ ล้ำเลิศ
รำพรรณ์
: รำพัน คร่ำครวญ
สังเกศ
: สังเกตุ
โฆสะ
: ก้อง
อทิษฐาร
: อธิฐาน
สอบสวร
: สอบสวน
ยุดย่อน
: หยุด
จัต
: จัด
ภีปราย
: อภิปราย
พ่ญายาม
: พยายาม
บุษบก
: มณฑปขนาดเล็กแต่ด้านข้างโปร่ง เป็นที่ประทับของกษัตริย์ในพระราชพิธี
ตัวประทาน
: ประธาน
โอษฐ์
: ปาก
บทมณทรีบาล
: บทหรือกฎมณเฑียรบาล
สฤษดิ์
: ผ่านไป พ้นไป
ประสาตรพร
: ยินดีให้ โปรดให้
ไผท
: แผ่นดิน


ดัชนีคำศัพท์หนังสือประถมมาลา

   - กระมลบาน
   - กระลี
   - กระลำ
   - กาน
   - กาญ
   - การ
   - กาล
   - กาฬ
   - กำนฎ
   - กุญชอร

   - ขะจอร

   - เฃยีน

   - คัดนานต์
   - ค้างหน้าเรียง


   - โฆสะ


   - จัต
   - ใจย


   - ชลมารต์
   - ชะบงง

   - ซรำ
   - แซรก










   - ตัวประทาน
   - เตร
   - ไตรยาง

   - แถ่ลง

   - ท้งง
   - เทยี่ง


   - นฤไภย

   - บทมณทรีบาล
   - บาฬี
   - บีทา
   - บุษบก
   - บูราน
   - บันทูล

   - ปจุไสม
   - ประสาตรพร
   - ประเสรอฐ

   - แผ่นก
   - ไผท


   - พญ่ายาม
   - พาธา

   - ฟงง
   - ฟูเฟอืง

   - ภีปราย
   - ภูญผล
   - ภูมมะรา

   - มาลา
   - เมธี
   - มุษา

   - เยยื้อง
   - ยุดย่อน
   - ยุพเยาธ์

   - รจะนา
   - รำพรรณ์
   - เรนู
   - เรยีน

   - เลน
   - แล
   - โลไกย
   - ลิขิด

   - เวใน


   - สกฏ
   - สฤษดิ์
   - สอบสวร
   - สารา
   - สังเกศ
   - สำผัด
   - สำเนยีก
   - เสยีง
   - เส่ดจ
   - เสรจ์
   - สุนธร
   - สูรางคนาง


   - หล้วน
   - เหน


   - อรรถ
   - อนุสนธ์
   - อธิษฐาร
   - อาไศรย
   - อำไภย
   - โอษฐ์

Comments