869days since
วันเกิด

ผู้ดูแลเว็บ

Recent site activity

link

Best Practice

 ครูผู้สอนดีเด่นเรื่อง การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กพิการ

 

แบบบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ  (Best  Practice :BP)

 

1.      ชื่อ BP  ครูผู้สอนที่มีกระบวนการเรียนการสอนนักเรียนพิการเรียนร่วมดีเด่น

2.      ข้อมูลทั่วไปของผู้พัฒนา  BP

2.1  ชื่อผู้พัฒนา  BP  นางสาวลออ   เอี่ยมอ่อน

2.2  โรงเรียนบ้านวังโพรง  อำเภอเนินมะปราง  จังหวัดพิษณุโลก

          สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลกเขต  2

 

3.      เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของการพัฒนา  BP

3.1   เด็กหญิงสุธินี  ศรีบุญเรือง  มีพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็กได้ 

     คล่องแคล่วขึ้น มีการทรงตัวที่ดี

3.2   นักเรียนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายในโรงเรียนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่าง

               เต็มศักยภาพ

3.3   นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษามากขึ้นและได้รับการศึกษาด้วยเทคนิคที่หลากหลาย

3.4   นักเรียนมีสังคมใหม่  เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ช่วยเหลือตนเองได้ตามศักยภาพและ

               สามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติได้อย่างมีความสุข  (ต่อเนื่องทุกปีการศึกษา)

 

4.      ระยะเวลาในการพัฒนา  BP  (ระบุช่วงเริ่มต้นการพัฒนาและระยะเวลาที่ใช้ในการพัฒนา

 BP)  ระยะเวลาในการพัฒนาจะพัฒนาตลอดปีการศึกษา (ดำเนินการต่อเนื่องทุกปีการศึกษา  โดยมีการปรับและพัฒนาตลอดเวลา)

 

5.       ความเชื่อมโยง/สัมพันธุ์ระหว่าง  BP  กับเป้าหมาย/จุดเน้นของสพป/สพม/ สพฐ./สถานศึกษา  จากจุดเน้นของสพป.พิษณุโลกเขต  2  .ในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนปกติ

และเด็กที่มีความต้องการพิเศษ  และการจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่อยู่ในวัยเรียนซึ่งเป็นการสนองต่อนโยบายตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542  มาตรา  10  และมาตราที่  28

ดังนั้นโรงเรียนบ้านวังโพรงจึงได้จัดทำโครงการการจัดการเรียนร่วมและทำวิจัยในชั้น

เรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพเด็กพิการในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม  โดยมีผู้ดำเนินงานโดยนางสาวลออ  เอี่ยมอ่อน  เป็นผู้รับผิดชอบโดยตลอด

 

  1. แนวคิด  หลักการ  ทฤษฏีที่นำมาใช้ในการพัฒนา  BP

การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการเคลื่อนไหวนับว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการส่งเสริมพัฒนาการเพื่อเตรียมความพร้อมร่วมกับการฝึกกิจกรรมบำบัดนอกจากเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการเคลื่อนไหวมักมีปัญหาทางด้านพัฒนาการที่ล่าช้าแล้วยังส่งผลในเรื่องการใช้กล้ามเนื้อต่าง ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาด้านการเรียน  เนื่องจากเด็กเหล่านี้จะมีปัญหาการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมือที่ไม่สัมพันธ์กับสายตาพร้อม ๆ กับการรับคำสั่งของสมอง

          นอกจากนี้คอปแมน  ชาลมาและคอปแมน  พบว่าการฝึกฝนด้วยการใช้มือจะนำไปสู่ความสามารถในการเขียนได้ดียิ่งขึ้น  โดยเด็กจะพัฒนาความสามารถนี้ได้จากกิจกรรมสร้างสรรค์  เช่น  การวาดภาพ  ระบายสี  การฉีก  การตัด  การร้อยลูกปัด  ปั้น  เย็บ  ตัด  สาน  ปะกระดาษ  กิจกรรมเหล่านี้สามารถส่งเสริมทักษะการเขียนได้อย่างดี (Kanffman.Zalma /Kanffmzn.1978:885 – 888)

          ดังนั้นกิจกรรมการฝึกเพื่อพัฒนาการประสานสัมพันธ์ระหว่างตากับมือ  จึงมีความสำคัญในการเตรียมความพร้อมในด้านการเขียนเป็นอย่างมาก  การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการเคลื่อนไหว  เพื่อพัฒนาในเรื่องของการเตรียมความพร้อมทุกด้านจะต้องส่งเสริมให้เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างเหมาะสมตามวัยของเด็กเพราะเป็นสิ่งสำคัญในการเตรียมความพร้อมในด้านการเขียนและการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว  กิจกรรมที่จะช่วยพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กที่สำคัญได้แก่การฝึกสัมผัสการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ  และการฝึกการทำงานประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับสายตา

          กิจกรรมศิลปะมีความสัมพันธ์กับความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างยิ่งเพราะระหว่างที่เด็กทำกิจกรรม เด็กได้พัฒนาทางร่างกาย  โดยการปฏิบัติด้วยมือให้สัมพันธ์กับการมองเห็น  ซึ่งในการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กที่สำคัญคือ การพัฒนานิ้วมือ  ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับความสามารถของเด็ก  ยิ่งเด็กได้มีโอกาสใช้มือได้คล่องแคล่วเพียงใด  ย่อมช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา  นอกจากนี้คอปแมนซามาและคอปแมน  พบว่าการเพิ่มความสามารถในการฝึกการใช้กล้ามเนื้อมือด้วยการฝึกกิจกรรมศิลปะ  เช่น  การวาดภาพ  ระบายสี  การฉีก การปะ  การปั้น  จะนำไปสู่ความสามารถในการเขียนได้ดียิ่งขึ้นทั้งนี้เพราะการเขียนที่ดีจะต้องมีการประสานสัมพันธ์กันอย่างดีระหว่างมือกับสายตา  และสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กให้สามารถเคลื่อนไหวอย่างว่องไวจะมีความสัมพันธ์อย่างมากกับการพูดจาชัดถ้อยชัดคำและความคิดอันฉับไวของเด็กอีกด้วย  (สุจิตรา  สุขเกษม.2538:บทนำ,3)งที่เด็กทำกิจกรรม เด็กได้พัฒนาทางร่างกาย  โดยการปฏิบัติด้วยมือให้สัมพันธ์กบการมองเห

            สรุปได้ว่า  กิจกรรมสร้างสรรค์  ซึ่งได้แก่  การวาดภาพ  การปั้น  การฉีกปะ  การตัดกระดาษ  การร้อยลูกปัด  การสาน  และการประดิษฐ์เศษวัสดุ  ฯลฯ  มุ่งกระตุ้นให้เด็กคิดจินตนาการ  ตลอดจนการฝึกให้เด็กรู้จักสังเกต  หาเหตุผล  ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กทั้งทางด้านร่างกาย  สังคม  อารมณ์  จิตใจ และสติปัญญา  เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนต่อไป  ดังนั้นครูผู้สอนจึงสนใจที่จะใช้กิจกรรมสร้างสรรค์  เพื่อพัฒนาการทำงานประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับสายตาเพื่อให้เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการเคลื่อนไหวมีความสามารถและรู้จักทำกิจกรรมอันนำไปสู่การเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ต่อไป

          เด็กตั้งแต่แรกเกิดจะมีการเคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติโดยไม่ต้องได้รับการฝึกฝนเมื่อโตขึ้นเด็กจะมีระดับความสามารถในการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น และมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น การเคลื่อนไหวพื้นฐานเป็นการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่  ซึ่งจะมีการเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่  การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ และการเคลื่อนไหวของส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งเด็กปกติก็จะสามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ  แต่ถ้าเด็กไม่สามารถเคลื่อนไหวพื้นฐานได้เช่นเดียวกับเด็กปกติก็ควรได้รับการฝึกฝนเพื่อช่วยส่งเสริมให้สามารถใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้เท่าเทียมกับเด็กปกติ

            วิธีการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่มีหลายวิธี  ซึ่งแต่ละวิธีจะช่วยส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อ มัดใหญ่ให้มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความอดทนของกล้ามเนื้อด้วย   การฝึกฝนดีแล้วก็สามารถที่จะปฏิบัติงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและทนทาน ความสามารถของร่างกายที่แสดงออกเป็นผลจากการทำงานของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการเคลื่อนไหวต่าง ๆ (สมคิด  บุญเรือง.   2520  :  134)

 

            การฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อนั้น เริ่มต้นจากท่าพื้นฐานของการบริหาร ซึ่งในการบริหารในท่าพื้นฐานจะเริ่มจากบริหารส่วนต่าง ๆ ดังนี้

          1.   ท่าพื้นฐานของการบริหารส่วนคอ เช่น ก้มหัวขึ้นลง   เอียงคอไปทางซ้ายและขวา หันคอไปทางซ้ายขวา  เงยหน้าเอียงไปทางซ้ายและขวา เป็นต้น

          2.   ท่าพื้นฐานของการบริหารส่วนแขนและไหล่ เช่น มือแต่ละข้างจับข้อศอกของแขนอีกข้างหนึ่งไว้  ลักษณะจะเป็นแขนไขว้กัน ค่อย ๆ ดึงไปจนสุดซ้ายสุดขวาทีละข้างโดยไม่ต้องออกแรงให้มากนัก ใช้มือจับข้อศอกไว้ข้างหลังศรีษะ  ปล่อยมือข้างหนึ่งลง มืออีกข้างดึงศอกแล้วทำสลับกันกดไหล่ลงกับพื้นตรง ๆ โดยการดันมือไปข้างหน้า ให้สะโพกอยู่สูงกว่าเอาไว้แล้วดึงกลับเป็นการทำเริ่มต้น โดยใช้แรงจากไหล่ มือ เพียงช่วยยันพื้นเท่านั้น เป็นต้น

          3.   ท่าพื้นฐานในการบริหารส่วนอกและท้อง เช่น จากท่านอนคว่ำ มือทั้งสองข้างยันพื้นไว้ใต้ไหล่ ผ่อนลมหายใจออกขณะที่กดฝ่ามือกับพื้นค่อย ๆ ยกตัวขึ้น พยายามยืดส่วนท้องให้มากที่สุด กดคางลงมองที่หน้าอกตั้งตัวขึ้นเอนไปข้างหลังเล็กน้อย โดยใช้เอวเป็นจุดหมุนค่อย ๆ เอนตัวไปข้างหน้าจนใช้ฝ่ามือจับส้นเท้าได้เป็นต้น

          4.  ท่าพื้นฐานของการบริหารส่วนลำตัว  เช่น นั่งคล้ายพับเพียบใช้มือยันพื้นไว้แล้วบิดตัวให้แข็งแรงอยู่ในแนวเดียวกัน ยืดตรงใช้ขาข่างตรงข้ามทิศทางที่ทำเป็นหนัก แล้วเอนไปข้าง ๆ ยืดทุกส่วนของฝั่งนั้นทำสลับกันไป  ใช้มือยันกำแพงเป็นหลักเอี้ยวตัวไปข้าง ๆ ให้ไหล่ข้างนั้นเป็นจุดหมุน ดันเอวให้เข้าใกล้กำแพงที่สุดเป็นต้น

          5.  ท่าพื้นฐานของการบริหารส่วนข้อมือและข้อเท้า เช่น นั่งคุกเข่าลง หงายข้อมือกลับไปข้างหลัง แล้วออกแรงไหล่กดลง นั่งกับพื้นเหยียดให้ชิดกัน แล้วขยับข้อเท้าขึ้นลงอย่างช้า ๆ แล้วเกร็งข้อเท้าให้เท้าติดพื้น  ทำสลับกัน 2 อย่างนี้เป็นการบริหารข้อเท้าที่ดี เป็นต้น

          สรุป  วิธีการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรงขึ้นนั้นมีหลายวิธี ได้แก่ การฝึกกล้ามเนื้อจากท่าพื้นฐานของกายบริหารทั้ง 5 ท่า ตั้งแต่ศรีษะจนถึงเท้าและการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก  ฝึกการทรงตัว ฝึกการลุกนั่ง                                   

          จากผลการวิจัยพบว่าความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่เมื่อได้รับการฝึกโดยใช้กิจกรรมต่าง ๆ จะมีการพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่สูงขึ้น โดยในการพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่นั้น กิจกรรมที่นำมาใช้จะต้องเป็นกิจกรรมที่เด็กสนใจ เมื่อเด็กได้รับการฝึกทักษะ โดยใช้กิจกรรมการบำบัดที่เหมาะสมแล้วจะช่วยให้เด็กได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้มีความแข็งแรง  และมีพัฒนาการ

ที่ดีขึ้น

7.  กระบวนการพัฒนา  BP

          7.1  กลุ่มเป้าหมายในการนำ BP ไปใช้ (ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทและจำนวนกลุ่มเป้าหมาย)

          7.1.1  นักเรียนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายในโรงเรียนบ้านวังโพรงจำนวน 1 คน

 

          7.2  ขั้นตอนการพัฒนา  BP (อาจระบุเป็นแผนภาพ/แผนผังประกอบขั้นตอนการพัฒนา)

          7.2.1  สำรวจนักเรียนที่มีความพิการ

          7.2.2  คัดกรองนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการศึกษา

          7.2.3  จัดทำข้อมูลสารสนเทศนักเรียนที่มีความพิการ

          7.2.4  สร้างความตระหนักระหว่างนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนกับนักเรียนปกติ

          7.2.5  ประชุมจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล(IEP)  และแผนการสอนรายบุคคล(IIP)

          7.2.6  จัดหาสื่อ  สิ่งอำนวยความสะดวกและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการจำเป็นพิเศษของนักเรียนโดยนำมาใช้พัฒนาการเรียนการสอนของเด็กพิการในโรงเรียน

          7.2.7  เด็กพิการที่รับผิดชอบได้รับการจัดการเรียนการสอนร่วมกับเด็กปกติทั่วไปเต็มเวลาและร่วมกิจกรรมเสริมทักษะที่โรงเรียนจัดขึ้นทุกกิจกรรม  เช่นเดียวกับนักเรียนปกติทั่วไป

7.3  การตรวจสอบคุณภาพ  BP (ระบุวิธีการและผลการตรวจสอบคุณภาพที่ได้)

          7.3.1  ประเมินจากการทำกิจกรรมที่กำหนด

          7.3.2  ประเมินคุณภาพจากการเผยแพร่สื่อนวัตกรรม

          7.3.3  จากความพึงพอใจของผู้ปกครอง

 

7.4  แนวทางการนำ BP ไปใช้ประโยชน์

          7.3.1  จัดทำข้อมูลสารสนเทศนักเรียนที่มีความพิการ

          7.3.2  การคัดกรองนักเรียนที่มีความพิการ

          7.3.3  สร้างความตระหนักระหว่างนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนกับนักเรียนปกติ  บุคลากรในโรงเรียน และผู้ปกครอง

          7.3.4  ประชุมจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล(IEP)  และแผนการสอนรายบุคคล(IIP)

พิการในโรงเรียน

          7.3.6  จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ช่วยให้เด็กทำกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็ก

          7.3.7  จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นกลุ่ม  ,เดี่ยว  ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน  ทำให้เกิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

          7.3.8  ปรับสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน  นอกห้องเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ความต้องการจำเป็นพิเศษ

          7.3.9  จัดนิทรรศการ  ป้ายนิเทศ  แผ่นพับ  นวัตกรรม เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้

          7.3.10  เด็กพิการที่รับผิดชอบได้รับการจัดการเรียนการสอนร่วมกับเด็กปกติทั่วไปเต็มเวลาและร่วมกิจกรรมเสริมทักษะที่โรงเรียนจัดขึ้นทุกกิจกรรม  เช่นเดียวกับนักเรียนปกติทั่วไป

          7.3.11  มีการวัดผลประเมินผลตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

          7.3.12  ทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียน

          7.3.13  แต่งตั้งคณะกรรมการในการจัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล(IEP)

          7.3.14  พัฒนาตนเองในด้านวิชาชีพ พัฒนาทางวิชาการ สังคมอยู่เสมอ

 

8.      ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนา  BP  (เปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์ของ BP)

8.1     ผลสำเร็จเชิงปริมาณ

8.1.1 นักเรียนที่มีความพิการทางด้านร่างกายจำนวน  1  คนและนักเรียนที่มีปัญหา

ทางการเรียนรู้จำนวน  12  คน  นักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา  จำนวน  2  คนมีความก้าวหน้าทางพัฒนาการทางด้านร่างกายและมีผลทางการเรียนที่ดีขึ้น 

 

8.2     ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ

     8.2.1 นักเรียนที่ความพิการและนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้และ

บกพร่องทางสติปัญญาในโรงเรียนบ้านวังโพรง  มีพัฒนาการที่ดีขึ้นและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น

 

8.3     ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อ  BP (ระบุค่าร้อยละของความพึงพอใจจากผู้เกี่ยวข้อง  แลวิธีการได้มาเกี่ยวกับข้อมูลความพึงพอใจ)

จากการดำเนินการโครงการจัดการเรียนร่วมและการท Best  Practice  ผลการ

ดำเนินการเป็นที่พึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องในระดับดี ดังนี้

8.3.1  โรงเรียนเป็นที่ยอมรับและศรัทธาจากชุมชน  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

8.3.2  นักเรียนที่มีความพิการ มีพัฒนาการทางการเรียนที่ดีขึ้นและเรียนร่วมในโรงเรียนอย่างมีความสุข

8.3.3         ผู้ปกครองมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง  ต่อบุตรหลานที่พิการ  สังคมรอบข้างมี

ความรู้สึกที่มั่นคงทางจิตใจมากขึ้น

8.3.4         ครูร้อยละ  100  มีความภาคภูมิใจต่อผลการปฏิบัติงาน

8.3.5         ผู้บริหารสถานศึกษามีความมั่นใจในการปฏิบัติงานของครู  ความสำเร็จของนักเรียนและให้ความเชื่อมั่นต่อชุมชนและผู้ปกครองในการบริหารงาน

 

8.4     ปัจจัยความสำเร็จของการพัฒนา  BP /ประสบการณ์เรียนรู้จากการนำ BP ไปใช้

8.4.1         ผู้บริหารให้การสนับสนุนทั้งทางด้านขวัญกำลังใจ งบประมาณในการดำเนินการเพื่อ

นำไปสู่ความสำเร็จ

8.4.2         ครูผู้สอนมีความมุ่งมั่นและเสียสละเวลาในการจัดกาเรียนการสอนเสริมตลอดจนการสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้นักเรียนตลอดเวลา

8.4.3         นักเรียน  ผู้ปกครองและชุมชนให้โอกาสนักเรียนพิการ

8.4.4         องค์การบริหารส่วนตำบลให้การสนับสนุนสถานที่  งบประมาณในการอบรมผู้ปกครองให้เป็นครูในการช่วยเหลือบุตรของตนเอง

8.4.5         เด็กหญิงสุธินี  ศรีบุญเรือง  เป็นเด็กที่มีอารมณ์ดี  มีความอดทน  ทำให้การปฏิบัติกิจกรรมไม่มีปัญหา  ส่งผลให้มีพัฒนาการทางด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็กดีขึ้นตามลำดับ

 

9.      กระบวนการตรวจสอบซ้ำเพื่อพัฒนาปรับปรุง  BP ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง

9.1      วิธีการตรวจสอบซ้ำ  BP

9.1.1           รายงานผลการปฏิบัติงานให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบ

9.1.2           เข้าแข่งขันการประกวดผลงาน BP  ระหว่างเขตพื้นที่  นำผลการแนะนำจากคณะกรรมการมาปรับปรุงแก้ไขในจุดที่บกพร่อง

9.2      ผลการตรวจสอบซ้ำเพื่อการพัฒนาและปรับปรุง BP

มีการพัฒนาการทำกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็กเพิ่มเติมและจะ

มีการรายงานผลต่อไป

 

10.  การประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของ  BP และการเผยแพร่ ขยายผลในวงกว้าง (ระบุวันเวลา และรูปแบบ/วิธีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่และขยายผล)

10.1  ขยายผลการจัดกิจกรรม  โดยนำกิจกรรมการพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัด

เล็กของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหวต่อโรงเรียนต่าง ๆ  ที่จัดการศึกษาในระดับปฐมวัยในกลุ่มเครือข่ายและนอกกลุ่มเครือข่าย

10.2 ในระดับเขตพื้นที่และต่างเขตพื้นที่โดยการแข่งขันประกวดผลงานดีเด่น (Best  Practice)  ระดับจังหวัด ณ  โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก   ในวันที่  9  กรกฏาคม  พ.ศ.  2554

          10.3  จัดนิทรรศการในงานการอบรมครูปฐมวัยก้าวสู่ความสำเร็จ  ณ โรงแรมไพริน  ในวันที่  15 – 16  สิงหาคม  พ.ศ,  2554

 

 


 

 

 

 

 

คำนำ

  

          แบบบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best  Practice:BP)  นี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการนำเสนอผลงาน  ในด้านครูผู้สอนที่มีกระบวนการเรียนการสอนนักเรียนพิการเรียนร่วมดีเด่น

          ผู้นำเสนอได้สรุปแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรูปแบบเรียนร่วมซึ่งเป็นการให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กมากขึ้นและได้รับการจัดกิจกรรมด้วยวิธีการที่หลากหลาย  เป็นการให้ได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันทางการศึกษาเพื่อสนองนโยบายตามพระราชบัญญัติทางการศึกษา

          ผู้นำเสนอหวังเป็นอย่างยิ่งว่า  ผลการนำเสนอในครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเพื่อนครู ผู้ที่สนใจและผู้นำเสนอหวังว่าจะส่งผลไปถึงเด็กที่มีความพิการซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทางการการต่อไป

 

 

 

                                                                             นางสาวลออ   เอี่ยมอ่อน

                                                                                 9  กันยายน  2554

 

 


 

  

สารบัญ

 

 

เรื่อง                                                                                                    หน้า

 

บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice:BP)                                       1

ชื่อผลงาน                                                                                               1

ข้อมูลทั่วไปของผู้พัฒนา                                                                                1

เป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของการพัฒนา BP                                                            1

ระยะเวลาในการพัฒนา BP                                                                            1

ความเชื่อมโยง/สัมพันธ์ระหว่างBPกับเป้าหมาย/จุดเน้นของสพป/สพฐ/สถานศึกษา                 1

แนวคิด หลักการ ทฤษฏีที่นำมาใช้ในการพัฒนา BP                                                  1

กระบวนการพัฒนา BP                                                                                3

กระบวนการตรวจสอบซ้ำเพื่อพัฒนาปรับปรุง BP ให้เกิดผลดีอย่างต่อเนื่อง                          4

การประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของBPและกระบวนการเผยแพร่ ขยายผล ในวงกว้าง                  5

 

ภาคผนวก

ผลจากการปฏิบัติงาน(เกียรติบัตร) ครู  นักเรียน

 

 


ใบรับรองแพทย์

 

ของ

นักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียน

 

 

โรงเรียนบ้านวังโพรง

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลกเขต  2

 

 
Č
ċ
ď
กฤษณะ ศุภชญานันท์,
Oct 1, 2011, 4:09 AM
Comments