อำนาจหน้าที่ กพท.





 ความเป็นมา

          สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 เป็นองค์กรส่งเสริมสนับสนุนและรับผิดชอบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6  มีเขตพื้นที่รับผิดชอบ 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่ รวมทั้งสิ้น 18 อำเภอ โดยแบ่งเป็นจังหวัดตรัง 10 อำเภอ จังหวัดกระบี่ 8 อำเภอ  รวมโรงเรียนในสังกัดทั้งสิ้น  44  โรงเรียน   มีคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13   ทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุน ให้ข้อเสนอแนะพิจารณาให้ความเห็นชอบ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านงบประมาณ ด้านวิชาการ และด้านบริหารงานทั่วไป

       อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546   ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553      ประกอบกับกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา   การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ    วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2546    

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13 ได้ดำเนินการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13   

ซึ่งปัจจุบัน มีคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 13  จำนวน 15 คน ประกอบด้วย

1. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ                                                        จำนวน   7   คน 

2. กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน                                                จำนวน   1   คน

3. กรรมการผู้แทนองค์กรเอกชน                                               จำนวน   1   คน

4. กรรมการผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น                               จำนวน   2   คน

5. กรรมการผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู                              จำนวน   1    คน

6. กรรมการผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา             จำนวน   1    คน

7. กรรมการผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและครู                                  จำนวน   1    คน

8. กรรมการและเลขานุการ                                                     จำนวน   1    คน


อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

          การบริหารการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาส่งเสริม สนับสนุนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปฏิบัติภารกิจด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และนโยบายของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีอำนาจหน้าที่ ตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด ดังนี้

1.    กำกับ ดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด                                                           2.    ประสานส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนในเขตพื้นที่การศึกษา

3.    ประสานและส่งเสริมองค์กรปกครองท้องถิ่นให้สามารถจัดการศึกษาสอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานการศึกษา

4.    ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายในเขตพื้นที่การศึกษา

5.    กำหนดระเบียบการแบ่งส่วนราชการภายในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

6.    กำหนดระเบียบว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

7.    กำหนดระเบียบการมอบอำนาจของผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าให้ข้าราชการในสถานศึกษาหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นให้ปฏิบัติราชการแทน                                                           8.    ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ข้างต้น                                                                                                                                                                                                           9.    ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมายกำหนดหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

 

             พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 กำหนดให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่    ดังนี้

1. ประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา และการจัดสรรโอกาสเข้าศึกษาต่อระหว่างสถานศึกษาที่อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ รวมทั้งแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็กทราบก่อนเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

2.    ดำเนินการให้เด็กในวัยการศึกษาภาคบังคับ อายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหกได้เข้าเรียนในสถานศึกษา

3.    พิจารณารายงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการให้เด็กได้เข้าเรียนในสถานศึกษา เพื่อให้เด็กได้เข้าเรียนในสถานศึกษา 

4.    จัดการศึกษาเป็นพิเศษสำหรับเด็กที่มี่ความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพ หรือเด็กซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ดูแล หรือด้อยโอกาส หรือเด็กที่มีความสามารถพิเศษให้ได้รับการศึกษาภาคบังคับด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งการได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อบริการและความช่วยเหลือใดตามความจำเป็น เพื่อประกันโอกาส และความเสมอภาคในการได้รับการศึกษาภาคบังคับ

   กฎกระทรวงกำหนัดหลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2546 ได้กำหนดให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่ให้ความเห็นชอบประกาศสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในการแบ่งส่วนภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นกลุ่มงานหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากลุ่มงาน

             กฎกระทรวงกำหนด จำนวน หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2548 ได้กำหนดให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา มีอำนาจหน้าที่พิจารณาให้กรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ

            กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ. 2547  ได้กำหนดให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่พิจารณาอนุญาตหรือเลิกการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว หากเห็นว่าครอบครัวไม่จัดการศึกษาตามแผนการจัดการศึกษา

            กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ. 2554 ได้กำหนดให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่พิจารณาอนุญาตการจัดตั้งศูนย์การเรียนที่มีนักเรียนเกินกว่า 50 คน แต่ไม่เกิน 100 คน

            ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดตั้ง รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2550 ได้กำหนดให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่      ดังนี้ดังนี้

1. พิจารณาอนุญาตการจัดตั้งสถานศึกษา ตามคำร้องขอของบุคคล นิติบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ที่ยื่นคำร้องขอให้จัดตั้งสถานศึกษาต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

2.   พิจารณารวมสถานศึกษาตั้งแต่สองแห่งขึ้นไป เพื่อให้สถานศึกษามีการบริหารและจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เกิดผลดีแก่ผู้เรียน ทั้งในด้านสิทธิ โอกาส และคุณภาพการศึกษา โดยจัดเป็นชั้นหรือช่วงชั้น

3.  พิจารณาเลิกสถานศึกษา เมื่อสถานศึกษานั้นไม่มีนักเรียนที่จะจัดการเรียนการสอนหรือจำนวนนักเรียนลดลง จนไม่สามารถพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาได้      

ะเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการขยายชั้นเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2553

ได้กำหนดให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่ ดังนี้                                                                                                                                                                                                                1.       พิจารณาให้ความเห็นชอบในการขยายชั้นเรียนระดับประถมศึกษา

2.    พิจารณาและให้ความเห็นในการขยายชั้นเรียนระดับมัธยมศึกษา เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานต่อไป

ระกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปยัง                         คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2550 ได้กำหนดให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1.       พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบงานด้านวิชาการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสนอ ในเรื่องดังต่อไปนี้

1.1 การพัฒนาหรือการดำเนินการเกี่ยวกับการให้ความเห็นการพัฒนาสาระหลักสูตรท้องถิ่น

1.2 การวางแผนงานด้านวิชาการ

1.3 การประสานความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการกับสถานศึกษาและองค์กรอื่น

                2.  พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ชอบงานด้านงบประมาณของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสนอ ในเรื่องดังต่อไปนี้

                     2.1 การจัดทำแผนงบประมาณและคำขอตั้งงบประมาณ เพื่อเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

                     2.2 การจัดทำแผนปฏิบัติการใช้จ่ายเงิน ตามที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยตรง

                     2.3 การขอโอนและการขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

                     2.4 การระดมทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา

                     2.5 การบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการศึกษา

                3. พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบงานด้านการบริหารบุคคลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสนอ ในเรื่องการวางแผนอัตรากำลัง

                4. พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบงานด้านการบริหารทั่วไปของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเสนอ ในเรื่องดังต่อไปนี้

                     4.1 การวางแผนการบริหารงานการศึกษา

                     4.2 การกำหนดแนวทางการรับนักเรียนและจัดสรรโอกาสทางการศึกษา

                     4.3 การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา

                5. รับทราบรายงานกรณีที่สถานศึกษาประเภทที่ 1 นำเอารายวิชาพิเศษมาเพิ่มหรือปรับใช้ในหลักสูตรสาถนศึกษาที่สอสดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

  

SelectionFile type iconFile nameDescriptionSizeRevisionTimeUser