ประวัติส่วนตัว

กายแต่งกายคนไทยโบราณ

ดุ๊กดิ๊กยอดนิยม^^

478 วันนับตั้งแต่
วันปีใหม่

นางมัทนา







นางมัทนา จากวรรณคดีไทย เรื่องมัทนะพาธา วรรณคดีเรื่องมัทนะพาธา หรือ ตำนานดอกกุหลาบของไทยเป็นบทพระราชนิพนธ์ละครพูดคำฉันท์ ๕ องค์ ในสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล ที่๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ตามจินตนาการที่มีพระราชดำริขึ้นในพระราชหฤทัย มัทนะพาธา เป็นเรื่องราวของเทพธิดามัทนา นางฟ้าผู้ที่มีรูปโฉมงดงามมาก จนความงามนั้นส่งผลร้ายแก่ตนเอง ต้องถูกสาปให้จุติลงมาเกิดเป็นต้นกุหลาบต้นแรกบนโลกมนุษย์ เทพธิดา มัทนาเป็นตัวละครเอกของเรื่องที่มีความสำคัญในการดำเนินเรื่อง โดยสามารถแยกเป็นประเด็นต่างๆให้เห็นได้เด่นชัด ดังนี้ ๑. บทบาทของเทพธิดามัทนาในมัทนะพาธา ๑.๑ บทบาทในการดำเนินเรื่อง มัทนาเป็นตัวละครที่มีความสำคัญที่สุดในบทละครเรื่องมัทนะพาธานี้ เนื่องจากนางมีบทบาทมากในการเชื่อมโยงตัวละครอื่นๆให้เข้ามามีบทบาทในเหตุการณ์ความขัดแย้งที่มีสาเหตุมาจากความรัก ซึ่ง
เป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวละครในเรื่องนี้ล้วนแต่ได้รับความเจ็บปวดและเดือดร้อนเพราะความรัก 



๑. บทบาทของเทพธิดามัทนาในมัทนะพาธา
๑.๑ บทบาทในการดำเนินเรื่อง
มัทนาเป็นตัวละครที่มีความสำคัญที่สุดในบทละครเรื่องมัทนะพาธานี้ เนื่องจากนางมีบทบาทมากในการเชื่อมโยงตัวละครอื่นๆให้เข้ามามีบทบาทในเหตุการณ์ความขัดแย้งที่มีสาเหตุมาจากความรัก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวละครในเรื่องนี้ล้วนแต่ได้รับความเจ็บปวดและเดือดร้อนเพราะความรัก โดยเฉพาะ นางมัทนาที่มีชื่อมาจากคำว่า มทน ที่มีความหมายว่าความลุ่มหลง หรือความรัก เป็นตัวละครที่ได้รับความเจ็บปวดและเดือดร้อนจากความรักมากที่สุด เพราะนางมัทนาเป็นทั้ง “ผู้รัก” และ “ผู้ถูกรัก” แต่ก็ไม่สมหวังใน “ความรัก” สาเหตุของการที่มัทนาต้องเกี่ยวพันกับความรักมากมายเช่นนี้ เพราะมัทนาเป็นนางฟ้าที่มีรูปโฉมงดงาม จนเทพบุตรสุเทษณ์ติดตาตรึงใจ และใคร่จะได้นางเป็นชายา แต่มัทนาไม่เคยสนใจสุเทษณ์ เพราะได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะครองคู่กับชายที่ตนรักเท่านั้น ดังที่ปรากฏในความตอนหนึ่งของเรื่องความว่า


หม่อมฉันนี้เปนผู้ถือ สัจจาหนึ่งคือ
ว่าแม้มิรักจริงใจ ถึงแม้จะเปนชายใด
ขอสมพาศไซร้ ก็จะมิยอมพร้อมจิต


ความตั้งใจของมัทนาดังกล่าวทำให้สุเทษณ์โกรธมากเพราะเขาเฝ้าวิงวอนขอความรักจากนางเป็นเวลานานทั้งๆที่สุเทษณ์ในฐานะของหัวหน้าหรือผู้นำเหล่าเทวดาและนางฟ้าทั้งหลายอาจจะใช้อำนาจบังคับมัทนาก็ย่อมได้ แต่การที่สุเทษณ์อ้อนวอนขอให้มัทนารับรักก็เพื่อเป็นการแสดงให้-เห็นว่าเขารักมัทนาอย่างจริงใจ แต่เมื่อมัทนาปฏิเสธรักเขาโดยไม่มีเยื่อใย จึงทำให้เขาต้องใช้อำนาจสาปนางให้จุติลงมาเป็นต้นกุหลาบบนโลกมนุษย์
เมื่อมัทนามาเกิดเป็นต้นกุหลาบยังโลกมนุษย์และสามารถกลายร่างเป็นหญิงสาวได้เมื่อถึงคืนวันเพ็ญเป็นเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืน ทำให้นางได้มีโอกาสพบรักกับท้าวชัยเสน และกลายร่างเป็นมนุษย์โดยไม่ต้องกลับไปเป็นต้นกุหลาบอีก
ชีวิตคู่ของมัทนากับท้าวชัยเสนดำเนินไปด้วยดี จนกระทั่งท้าวชัยเสนพามัทนากลับมายัง นครหัสตินาปุระ เมื่อความทราบถึงพระนางจัณฑีผู้เป็นมเหสีของท้าวชัยเสน พระนางจัณฑีจึงเกิดความโกรธและหึงหวงจึงวางอุบายกำจัดมัทนา
เมื่อท้าวชัยเสนหลงเชื่อกลอุบายที่พระนางจัณฑีใช้เพื่อกำจัดมัทนาแล้วจึงสั่งประหารมัทนาและศุภางค์ทหารคนสนิทของตนเพราะคิดว่าทั้งสองลักลอบเป็นชู้กัน เหตุการณ์ทุกอย่างจึงเป็นไปตามแผนการของพระนางจัณฑี แต่ทหารที่ได้รับคำสั่งให้ประหารมัทนากับศุภางค์นั้นกลับปล่อยตัวทั้งสองคนไป เพราะทราบว่าทั้งสองไม่ได้มีความผิดและถูกให้ร้าย
มัทนากลับสู่ป่าหิมะวัน และบำเพ็ญเพียรเพื่ออ้อนวอนให้สุเทษณ์ช่วยเหลือ เมื่อสุเทษณ์มาถึงก็มาขอความรักจากมัทนาอีก แต่นางปฏิเสธโดยให้เหตุผลอย่างอ่อนหวานน่าเห็นใจว่า

อันจะทรงพระกรุณา ณข้าฉะนั้น,
เป็นพระคุณดนุจะพรร- ณะนาบได้;
หากจะมีวิถิถนัด บขัดหทัย,
ทั้งจะใช้ณธุระใด บมีระอา,
แต่จะโปรดดนุและให้ คระไลนภา
เป็นพระบาทะบริจา- ริกาฉะนี้,
เกรงจะผิดพระนิติธรร- มะอันนะรี
เสพย์กะสองบุรุษะมี ฤใครจะชม?

เมื่อสุเทษณ์ได้ฟังเหตุผลรวมทั้งคำอ้อนวอนให้สุเทษณ์ช่วยให้นางได้ครองรักกับท้าวชัยเสนอีก เพราะท้าวชัยเสนเป็นชายเดียวที่นางรักและไม่คิดจะเปลี่ยนใจ คำขอของนางทำให้สุเทษณ์บันดาลโทษะ จึงได้สาปให้นางเป็นต้นกุหลาบตลอดชั่วนิรันดร
บทบาทของมัทนาที่กล่าวไว้ข้างต้นตั้งแต่เป็น “ผู้ถูกรัก” มัทนาก็เริ่มได้รู้จักความทุกข์จากความรักเพราะมัทนาไม่อาจรับรักสุเทษณ์ได้ จึงถูกสาปให้เป็นต้นกุหลาบ เมื่อมัทนาเป็น “ผู้รัก” ท้าวชัยเสน เริ่มแรกก็มีความสุขจนกระทั่งพระนางจัณฑีทราบเรื่องจึงใส่ร้ายนางด้วยความหึงหวง เพราะความรักที่พระนางจัณฑีมีต่อท้าวชัยเสน มัทนาจึงต้องเดือดร้อนเพราะความรักอีกครั้ง และเมื่อได้พบกับสุเทษณ์ที่มาขอความรักจากมัทนาอีกครั้ง แต่เมื่อมัทนาปฏิเสธอีก มัทนาจึงต้องได้รับความเจ็บปวดจากความรักครั้งที่รุนแรงที่สุด เพราะนางต้องถูกสาปให้เป็นต้นกุหลาบตลอดไป นางจึง “ไม่สมหวังในความรัก”
เมื่อพิจารณาถึงบทบาทในการดำเนินเรื่องของมัทนาในเรื่องดังที่กล่าวมาแล้วจะเห็นว่า บทบาทที่ปรากฏของมัทนามีความสัมพันธ์กับความหมายของชื่อที่ว่า ความลุ่มหลงและความรัก เพราะมัทนาทำให้ สุเทษณ์ลุ่มหลง ทำให้ท้าวชัยเสนหลงรัก และนางก็เจ็บปวดเพราะรักท้าวชัยเสน อีกทั้งยังทำให้ พระนางจัณฑีเกิดความหึงหวงเพราะความรักที่พระนางจัณฑีมีต่อท้าวชัยเสน มัทนาจึงต้องเดือดร้อนเพราะความลุ่มหลงและความรัก ซึ่งสอดคล้องกับความหมายของชื่อ มัทนา ที่แปลว่า ความลุ่มหลง หรือความรัก นั่นเอง ๑.๒ ชะตาชีวิต
ชะตาชีวิตของมัทนาในมัทนะพาธานั้นนับว่าน่าสงสารมาก เพราะชะตาชีวิตที่ต้องถูกทำร้ายทั้งที่นางไม่มีความผิดใดเลย เริ่มจาก
๑. การที่เทพบุตร์สุเทษณ์มีความรักใคร่ในตัวเทพธิดามัทนามาก แต่นางมัทนาไม่ใยดีต่อความรักของสุเทษณ์ สุเทษณ์จึงเกิดความทุกข์ระทมใจและเกิดความกริ้วจึงสาปให้มัทนามาเกิดเป็นกุหลาบยังโลกมนุษย์
๒. ข้ออนุญาตของคำสาปที่ให้มัทนากลายเป็นมนุษย์ได้ในคืนวันเพ็ญกลางเดือนเป็นเหตุให้ได้พบกับท้าวชัยเสนจนเกิดความรักต่อกัน ท้าวชัยเสนได้ขอและทำพิธีอภิเษกกับนางมัทนาทั้งที่ท้าวชัยเสนมีมเหสีอยู่แล้ว
๓. เมื่อท้าวชัยเสนนำนางมัทนาเข้ามายังนครแล้ว ทำให้นางจัณฑีมเหสีองค์เก่าไม่พอใจ จึงคิดหาทางกลั่นแกล้งจนทำให้ท้าวชัยเสนเข้าใจนางมัทนาผิด และเป็นเหตุให้นางมัทนาต้องออกจากเมืองไปอยู่ป่ากับพระมุนีตามเดิม ทั้งที่มัทนาไม่มีความผิดใด
๔. มัทนาได้รับความทุกข์อย่างหนักจากการวางอุบายของพระนางจัณฑี เมื่อนางกลับไปอยู่ป่านางพยายามอ้อนวอนเทพบุตร์สุเทษณ์ เพื่อขอร้องให้ช่วยดลใจท้าวชัยเสนให้มารับตัวนางกลับเข้าเมือง แต่เมื่อสุเทษณ์ลงมาจากสวรรค์กลับมาขอความรักจากนาง เมื่อนางปฏิเสธสุเทษณ์เกิดความกริ้วจึงสาปให้นางกลายเป็นต้นกุหลาบชั่วนิรันดร ท้าวชัยเสนมาถึงก็สายไปเสียแล้ว
จุดที่สำคัญของเรื่องเกี่ยวกับชะตาชีวิตของมัทนาอยู่ที่คำสาปของสุเทษณ์ ด้วยคำสาปนั้นได้มีข้ออนุญาตให้ต้นกุหลาบกลับกลายร่างเป็นมนุษย์ ได้เป็นเวลาวันหนึ่งกับคืนหนึ่งในคืนวันเพ็ญ และถ้าแม้นว่านางมัทนามีความรักใคร่ในชายใด ก็อนุญาตให้คงรูปเป็นมนุษย์อยู่ได้ตลอดไป ข้ออนุญาตนี้เป็นการให้โอกาสให้มัทนากลับกลายร่างเป็นนางงามมีชีวิตจิตใจและมีความรักได้ ฉะนั้นเมื่อได้กลายร่างเป็นมนุษย์ในคืนวันเพ็ญและได้พบกับท้าวชัยเสนความรักก็บังเกิดขึ้น ด้วยข้ออนุญาตในคำสาปของสุเทษณ์นี้เอง ทำให้ชะตาชีวิตของมัทนาดำเนินต่อไปจนถึงตอนจบของเรื่องซึ่งเป็นแบบโศกนาฏกรรม
ชะตาชีวิตของมัทนานี้ดำเนินไปตามชะตากรรมที่มีสาเหตุมาจากความลุ่มหลงและความรัก
ชะตากรรมที่มีสาเหตุมาจากความลุ่มหลงก็คือ ตอนที่สุเทษณ์เกิดความลุ่มหลงในความงามของมัทนา แต่มัทนาไม่รักตอบ มัทนาจึงถูกสาปให้มาเกิดเป็นกุหลาบยังโลกมนุษย์ ทั้งที่มัทนาไม่มีความผิด
ชะตากรรมที่มีสาเหตุมาจากความรัก ก็คือ ด้วยความรักของพระนางจัณฑีที่มีต่อท้าวชัยเสน จึงเกิดความหึงหวง และเกิดความอิจฉาริษยาจนต้องวางอุบายใส่ร้ายมัทนา จนเป็นเหตุให้มัทนาต้องถูกสั่งประหารชีวิตทั้งที่นางไม่มีความผิด และด้วยความรักที่มั่นคงของมัทนาที่มีต่อท้าวชัยเสน ก็เป็นเหตุให้มัทนาต้องถูกสาปเป็นต้นกุหลาบชั่วนิรันดร
จะเห็นได้ว่าทั้งที่มัทนาไม่ได้มีความผิดใดเลยแต่ชะตาชีวิตก็ดำเนินไปตามชะตากรรมที่ผู้อื่นเป็นผู้ลิขิตและทำร้าย โดยที่ทุกอย่างมีสาเหตุมาจาก ความลุ่มหลงและความรักนั่นเอง






๒. รูปโฉมหรือความงดงามของเทพธิดามัทนาในมัทนะพาธา
เมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอก เทพธิดามัทนาเป็นนางที่งามเลิศเหนือกว่านางใดใน สามโลก โดยพิจารณาจากเนื้อเรื่องตอนที่สุเทษณ์ให้คนสนิทของตนไปวาดรูปหญิงงามทั้งเมืองสวรรค์ เมืองมนุษย์ และเมืองบาดาล มาให้สุเทษณ์ดูแต่เมื่อสุเทษณ์ดูแล้วก็กล่าวว่าไม่มีนางใดใน ทั้งสามโลกที่มีความงดงามเทียบเท่ากับมัทนาได้ โดยกวีได้พรรณนาบุคลิกลักษณะของมัทนาไว้ ตอนหนึ่งว่า

งามผิวประไพผ่อง กลทาบศุภาสุพรรณ,
งามแก้มแฉล้มฉัน พระอรุณแอร่มละลาน,
งามเกศะดำขำ กลน้ำณท้องละหาน,
งามเนตร์พินิศปาน สุมณีมะโนหะรา;
งามทรวงสล้างสอง วรถันสุมนสุมา-
ลีเลิศประเสริฐกว่า วรุบลสะโรชะมาศ;
งามเอวอนงค์ราว สุระศิลปิชาญฉลาด
เกลากลึงประหนึ่งวาด วรรูปพิไลยพะวง;
งามกรประหนึ่งงวง สุระคชสุเรนทะทรง,
นวยนาฏวิลาศวง ดุจะรำระบำระเบง;

แสดงให้เห็นว่ามัทนาเป็นเทพธิดาที่มีรูปโฉมงดงามมาก เป็นผู้ที่มีความงามเลิศในทุกสัดส่วน มีผิวพรรณผุดผ่องมีเลือดฝาดที่บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของวัยสาว มีผมที่ดำเงา มีดวงตางดงาม มีเนินอกเอิบอิ่มราวกับดอกบัว มีส่วนโค้งส่วนเว้ากลมกลึง มีท่อนแขนที่งดงามราวกับงวงของช้างทรง มีท่วงท่าอ่อนช้อยงดงามยามเยื้องกรายประดุจกำลังรำไป
นอกจากนี้นางยังมีความงดงามมากถึงขนาดที่เมื่อใครได้พบก็รู้สึกราวกับว่าอยู่ในความฝัน ดังตอนหนึ่งที่ท้าวชัยเสนได้พบมัทนาแล้วเกิดหลงรักและรำพึงรำพันถึงความงามของมัทนา ขึ้นว่า

โอ้โอ๋กระไรเลย บมิเคยณก่อนกาล!
พอเห็นก็ทราบส้าน ฤดิรักบหักหาย.
ยิ่งยลวนิดา ละก็ยิ่งจะร้อนคล้าย
เพลิงรุมประชุมพลาย ณอุราบลาลด.
พิศไหนบมีทราม, วธุงามสง่าหมด,
จนสุดจะหาพจน์ สรเสริญเสมอใจ.
... ฯลฯ ...
งามเกินมนุษจริง กละหญิงนิมิตร์ฝัน,
จนแรกประสพนั้น ดนุจวนจะปลุกตัว,
นึกว่าสินิธนิทร์ นยนาก็แน่วนัว,
แต่นึกก็ออกกลัว จะผวาและไม่เห็น.

ซึ่งจากคำประพันธ์แสดงให้เห็นว่า มัทนามีความงดงามสง่าหาที่จะตำหนิมิได้ งดงามมาก จนไม่อาจจะสรรหาคำใดที่ควรค่าจะนำมากล่าวยกย่องได้ งามเกินกว่ามนุษณ์โลก จนเมื่อแรกพบก็เหมือนกับตกอยู่ในความฝัน
และครั้นเมื่อนางต้องคำสาปกลายเป็นกุหลาบ กวีก็พรรณนารูปลักษณ์ของดอกกุหลาบไว้ว่า

อันบุษปะประหลาด บมิเห็นณแห่งใด
งามสรรพะวิไล- ยะวิเศษะมาลี;
สีแดงก็มิจ้า ดุจะดอกชบาสี,
งามดังดรุณี ยลเพลินเจริญตา
กลิ่นหอมก็ระรวย รสะลมรำเพยพา
ถึงไหนฤก็น่า จะระรื่นพิรมหวล.
แม้แต่งศิระเกล้า วนิดาละอองนวล
เห็นแน่จะประมวญ วรลักษณานาง;


จะเห็นว่ากุหลาบมีลักษณะ “งามสรรพ” คืองามทุกองค์ประกอบของดอก ทั้ง รูปดอก กลีบดอก ซึ่ง มีส่วนโค้งเว้ากลมมน โดยเฉพาะกุหลาบแรกแย้ม ปลายกลีบดอกจะงามชดช้อยยวนตายวนใจ งามเหนือดอกไม้ใดๆ จึงได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่ง ดอกไม้” มีสีสันที่ไม่เจิดจ้าแต่นุ่มนวลเนียนละมุน ทั้งยังมีกลิ่นหอมรวยรื่น ซึ่งกุหลาบนี้ถือได้ว่าเป็นดอกไม้ที่จำลองลักษณะความงามของนางมัทนาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน จึงกล่าวได้ว่าจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ปรากฏแก่ตา ทั้งเทพธิดามัทนาและ ดอกกุหลาบ ก็มีลักษณะเด่นร่วมกันคือ “ความสง่างามและอ่อนหวานนุ่มนวล” ทำให้ผู้พบเห็น คลั่งไคล้หลงใหล ชวนให้เชยชมดมดอม เทพธิดามัทนาจึงพรั่งพร้อมในความงดงามสูงส่งยิ่งกว่านางใดในสามโลก

๓. ลักษณะนิสัยใจคอของเทพธิดามัทนาในมัทนะพาธา
ในด้านบุคลิกภาพภายในคืออุปนิสัยนั้น แม้มัทนาจะเป็นหญิงสาวที่มีความอ่อนหวานนุ่มนวลทุกท่วงท่า ไม่ว่าจะเป็นอากัปกิริยาหรือการเจรจาพาที แต่นางก็มิได้มีความอ่อนแอไปด้วย ตรงกันข้ามกลับมีจิตใจที่เข้มแข็งมั่นคงอย่างที่สุด นางมีจุดยืนในอุดมการณ์ของตนโดยเฉพาะในเรื่องของความรักหรือการมีคู่ครอง นางได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะครองคู่กับชายที่ตนรักเท่านั้น ดังที่ปรากฏในความตอนหนึ่งของเรื่อง ความว่า
หม่อมฉันนี้เปนผู้ถือ สัจจาหนึ่งคือ
ว่าแม้มิรักจริงใจ ถึงแม้จะเปนชายใด
ขอสมพาศไซร้ ก็จะมิยอมพร้อมจิต จากปณิธานที่ตั้งไว้ มัทนาจึงไม่ยอมให้ผู้ใดใช้อำนาจมาบีบบังคับหรือหักหาญน้ำใจซึ่ง จะเห็นได้จากพฤติกรรมของนางในทุกชาติภพ ไม่ว่าจะเป็นนางมนุษย์หรือนางเทพธิดา ใช่ว่ามัทนาจะไม่รัก สุเทษณ์ในชาตินี้เท่านั้นแม้ในชาติก่อนหน้านี้นางก็ไม่รัก เมื่อไม่รักแล้วนางก็ไม่ยอมครองคู่อยู่ด้วยเป็นอันขาด และเมื่อมีโอกาสเลือกนางก็เลือกที่จะตายในชาติที่แล้วและเลือกที่จะเป็นกุหลาบในชาตินี้ดีกว่าที่จะอยู่อย่างฝืนใจกับชายที่ตนไม่รัก นอกจากนี้นางยังมีความรักในศักดิ์ศรีของความเป็นกุลสตรี ดังจะเห็นได้จากบทสนทนาตอนหนึ่งว่า
อันหญิงย่อมไม่อยาก จะกระทำประดุจขาย
ความรักให้แก่ชาย เพราะว่ะเกรงจะดูแคลน
อันชื่อของหม่อมฉัน ฤก็สุดจะหวงแหน
เกลียดหญิงที่แปร๋แปร๋น กละชวนบุรุษชม

บทนิพนธ์ข้างต้นแสดงให้เห็นว่ามัทนาเป็นผู้ที่รักศักดิ์ศรีของผู้หญิง ซึ่งผู้หญิงที่ดีนั้นไม่ควรที่จะแสดงความในใจของตนต่อผู้ชายก่อนเพราะจะทำให้คนอื่นดูถูกดูแคลนได้ และเมื่อนางได้เป็นมเหสีของท้าวชัยเสนแล้วนางก็ไม่คิดที่จะมีใครอื่นอีก นางมีใจเด็ดเดี่ยวมั่นคงต่อความรัก มีความซื่อสัตย์ต่อสามี ดังจะเห็นได้จากบทสนทนาตอนหนึ่งในเรื่องที่ช่วยให้เห็นนิสัยและจิตใจอันซื่อตรงมั่นคงของนางมัทนาที่มีต่อท้าวชัยเสน ดังความว่า


ใดจะพึงกะมละกว่า พระสามิที่
เป็นวราภะระณะศรี ณเกศถกล
ข้าก็ขออะมระฤทธิ์ ประสิทธิผล,
ช่ายประสาทะลุขะดล หทัยถนัด
แห่งพระวีระชยะเสน นเรนทะรัตน์,
ให้พระจากนะคะรหัส- ตินาและมา
รับดนูจระณขัณฑ์, ฉะนั้นแหละข้า
โศกและส่างและมะทะนา จะเปรมหทัทย

แม้สุเทษณ์จะเสนอให้นางเป็นชายาของตนมีอำนาจมีความสุขสบายเหนือผู้อื่นแต่นางก็ยังปฏิเสธ โดยเป็นการกล่าวปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่า


อันจะทรงพระกรุณา ณข้าฉะนั้น,
เป็นพระคุณดนุจะพรร- ณะนาบได้;
หากจะมีวิถิถนัด บขัดหทัย,
ทั้งจะใช้ณธุระใด บมีระอา,
แต่จะโปรดดนุและให้ คระไลนภา
เป็นพระบาทะบริจา- ริกาฉะนี้,
เกรงจะผิดพระนิติธรร- มะอันนะรี
เสพย์กะสองบุรุษะมี ฤใครจะชม?

นอกจากนี้แล้วมัทนายังเป็นผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างยิ่งอีกด้วย ซึ่งในเรื่องมัทนาในชาติที่แล้วได้ยอมตกลงแต่งงานกับชายที่ตนไม่รักเพื่อช่วยให้บิดาของตนลอดพ้นจากความตาย และนางก็ฆ่าตัวตายเพื่อให้ลอดพ้นจากชายที่ตนไม่รัก และในชาตินี้เทพธิดามัทนาที่มาจุติเป็นกุหลาบ เมื่อพระกาละทรรศินมุนี เชิญมาปลูกอยู่ข้างอาศรมให้ความรักความเมตตาดังธิดาของตน ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญ นางมัทนามีโอกาสได้กลายร่างเป็นมนุษย์ก็ให้การดูแลถวายการรับใช้พระฤษีเป็นอย่างดี เพื่อตอบแทนคุณ ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า บุคลิกภาพภายในคือคุณลักษณะและอุปนิสัยของนางมัทนา ในทุกชาติภพที่เป็นสตรีนั้นเหมือนเดิมเสมอต้นเสมอปลาย ด้วยจิตใจที่เด็ดเดี่ยวมั่นคง กตัญญูและ มีคุณธรรม ทำให้นางรอดพ้นจากบุรุษที่ไม่พึงปรารถนาได้ ครั้นนางกลายร่างมาอยู่ในรูปของกุหลาบ กุหลาบก็ยังคงจำลองคุณสมบัติดังกล่าวของนางมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน เพราะหากใครคิดที่จะเด็ดกุหลาบด้วยมือก็ต้องถูกหนามทิ่มตำ ส่วนในด้านของความรัก กุหลาบมีคุณสมบัติเป็นดอกไม้งามหอมยวนใจบันดาลความสุขและระงับความทุกข์ให้แก่มวลมนุษยชาติ คุณสมบัติดังกล่าวของกุหลาบจึงทำให้ดอกกุหลาบ กลายเป็นสัญลักษณ์แห่ง “รักนิรันดร์”

๔. สติปัญญาความสามารถของเทพธิดามัทนาในมัทนะพาธา
ในด้านของความสามารถของนางมัทนานั้น มัทนามีความฉลาดในการเจรจามากจนสามารถเอาตัวรอดจากชายที่ตนไม่พึงปรารถนาได้ แม้ว่าชายผู้นั้นจะมีอำนาจมากเพียงใดก็ตาม นางก็ยังสามารถใช้วาจาเจรจาพาทีเอาตัวรอดมาได้ ดังตัวอย่างในตอนที่พูดโต้ตอบกันระหว่างสุเทษณ์กับนางมัทนา ดังความว่า

สุเทษณ์ – อ้าโฉมวิไลยะสุปริยา มะทะนาสุรางค์ศรี
พี่รักและกอบอภิระตี บมิเว้นสิเน่ห์หนัก
บอกหน่อยเถอะว่าดะรุณิเจ้า ก็จะยอมสมัครรัก
มัทนา – ตูข้าสมัครฤมิสมัคร ก็มิขัดจะคล้อยตาม
สุเทษณ์ – จริงฤนะเจ้าสุมะทะนา วจะเจ้าแถลงความ
มัทนา – ข้าขอแถลงวะจะนะตาม สุระเทวะโปรดปราน
สุเทษณ์ – รักจริงมิจริงฤก็ไฉน อรไทยบแจ้งการ
มัทนา – รักจริงมิจริงก็สุระชาญ ชยะโปรดสถานใด
...ฯลฯ...
สุเทษณ์ – โอ้รูปวิไลยะศุภะเลิศ บมิควรจะใจแข็ง
มัทนา – โอ้รูปวิไลยะมละแรง ละก็จำจะแข็งใจ

จากความสามารถในการเจรจาของนางนั้น ทำให้นางรอดพ้นจากบุคคลที่ตนไม่พึงใจได้ ทั้งๆที่นางไม่มีเวทมนต์อำนาจใดเลย แต่ด้วยความสามารถในการพลิกแพลงภาษาในการเจรจาจึงทำให้นางควรค่าแก่การยกย่องให้เป็นสตรีผู้มีความฉลาดและมีความสามารถในการเจรจาได้อย่างล้ำเลิศ นอกจากความสามารถในการเจรจาแล้ว นางยังมีสติปัญญาที่เฉียบแหลมมีปฏิภาณไวพริบที่ดี ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อนางจำต้องถูกสุเทษณ์ลงโทษทัณฑ์แล้ว ครั้นให้นางเลือกมาจุติบนโลกมนุษย์นางก็ยังเลือกที่จะมาจุติเป็นดอกกุหลาบซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีคุณสมบัติเหนือดอกไม้อื่นทั้งปวง มีความงดงามนุ่มนวลยวนตาและยังมีหนามแหลมคมคอยคุ้มครองป้องกันภัยให้แก่ตนเองด้วย
ในปัจจุบันวัยรุ่นหนุ่มสาวไทยมีค่านิยมในการแสดงความรักด้วยการให้ดอกกุหลาบกัน โดยถือเอาวันวาเลนไทน์เป็นวาระสำคัญในการแสดงความรักด้วยวิธีดังกล่าวอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ แต่ค่านิยมนี้เป็นความคิดและพฤติกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมตะวันตก จะมี สักกี่คนที่ระลึกถึงวรรณคดีอมตะซึ่งเป็นสุดยอดแห่งภูมิปัญญาไทยเรื่อง มัทนะพาธา ตำนานแห่งดอกกุหลาบของไทย อันเป็นที่มาของสัญลักษณ์แห่งความรักมั่นที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระมหาธีรราชเจ้า” ได้ทรงจินตนาการพระราชนิพนธ์ขึ้นเพื่อเป็นสมบัติของชาติ
Comments