การติดตั้งโปรแกรม

Macromedia  Dreamweaver 8

 

โปรแกรม  Macromedia  Dreamweaver  พัฒนามาหลายเวอร์ชั่น  เป็นโปรแกรมสำหรับพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งมีคุณสมบัติครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบและการสร้างเว็บเพจ การบริหารจัดการเว็บไซต์ ตลอดถึงการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่น  Dreamweaver  ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในโปรแกรมประเภทเดียวกัน  เนื่องจากมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการจัดวางข้อความ ภาพกราฟิก  ตารางข้อมูล  แบบฟอร์มรวมทั้งองค์ประกอบต่างๆ  ที่ใช้โต้ตอบกับผู้ชมลงในเว็บเพจได้อย่างง่ายดาย โปรแกรม Dreamweaver จึงเหมาะสำหรับนักพัฒนาเว็บไซต์ตั้งแต่นักเรียนจนถึงมืออาชีพ

 

การติดตั้งโปรแกรม Macromedia  Dreamweaver 8

1. เปิด My computer  หาโปรแกรม Macromedia  Dreamweaver 8

2. ดับเบิลคลิกที่ไอคอน


       3. โปรแกรมจะ Extracting Files


            4. คลิก Next ตามรูป

 

 

            5.  เลือก I accept the terms in the license agreement  แล้วคลิก Next

 


            6. ถ้าต้องการสร้าง  Shortcut   ให้เลือกเครื่องหมายถูก จากนั้น คลิก Next 

 

 

            7. เลือก Select All แล้วคลิก Next

 

 

           8.  คลิก  Install  เพื่อติดตั้ง

 

 

9.  กำลังติดตั้งโปรแกรมรอสักครู่

 

 

            10. คลิก  Finish  เสร็จสิ้นการติดตั้งโปรแกรม

 

อ้างอิงจาก www.kroochaiwat.com/work/bt3.doc 27 ตุลาคม  2555


                                        การเปิดใช้งานโปรแกรม
                                 Macromedia  Dreamweaver 8

        
   หลังจากติดตั้งโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว  สามารถเรียกใช้งานโปรแกรม ดังนี้  เรียกผ่านปุ่ม  Start  มีวิธีทำ คือ
            1. คลิกที่ปุ่ม  Start  บนทาสก์บาร์
            2. เลือกคำสั่งย่อย  All Programs >> Macromedia >> Macromedia Dreamweaver 8
            3. เรียกผ่านไอคอนบนเดสก์ทอป   
                                                       
            กรณีที่ได้สร้างไอคอน  Dreamweaver 8  ไว้บนเดสก์ทอป  สามารถดับเบิลคลิกที่ไอคอนได้
 เมื่อเปิดโปรอกรมแล้วจะเข้าสู่หน้าต่างที่เรียกว่า  หน้าเริ่มต้น (Start Page)  เพื่อให้ผู้ใช้เรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งประกอบด้วยส่วน
ต่าง ๆ  ดังรูป

หน้าเริ่มต้น
ส่วนแรกที่จะขอแนะนำให้รู้จักก็คือ  หน้าเริ่มต้นที่เรียกว่า  Start Page  ภายในหน้า  Start Page  แบ่งออกเป็น  3  ส่วน  ดังแสดงต่อไปนี้

                            
1.เปิดงานเก่าที่เคยสร้างไว้แล้ว (Open a Recent Item)
เป็นส่วนแรกที่ใช้สำหรับเปิดงานเก่าที่เราเคยสร้างเอาไว้แล้ว  โดยโปรแกรมจะแสดงรายชื่อไฟล์เหล่านั้นขึ้นมาให้  แต่ในตัวอย่างนี้เป็นการเปิดโปรแกรมขึ้นมาเป็นครั้งแรก  และยังไม่เคยสร้างงานใดๆ ไว้ก่อนหน้านี้เลย  จึงทำให้ไม่มีชื่อไฟล์ใดๆปรากฏขึ้นมาในส่วนหนี้ 
2.สร้างงานใหม่  (Create New)
ในส่วนนี้ใช้สำหรับสร้างงานใหม่  ซึ่งสามารถเลือกสร้างไฟล์งานได้หลายชนิด  ไม่ว่าจะเป็นหน้าปกติ  (HTML)  ไฟล์สคริปต์ภาษาต่างๆ อาทิ  PHP , ASP , JavaScript , หรือ  JSP
3.สร้างงานสำเร็จรูป (Create from Samples)
นอกจากคุณจะสร้างงานขึ้นมาเองแล้ว  อีกทางเลือกหนึ่งที่โปรแกรม  Dreamweaver 8 จัดเตรียมเอาไว้ก็คือ  รูปแบบเว็บสำเร็จรูป  หรือที่เรียกกันว่า  เท็มเพลต (Template)  ซึ่งมีให้เลือกมากมาย  หลายประเภท  ช่วยให้คุณสร้างเว็บไซท์ได้เร็วขึ้นและสวยงาม  โดยเลือกจากโปรแกรมเตรียมไว้

            ในกรณีนี้เราจะเริ่มจากการสร้างหน้าเว็บธรรมดา  จึงให้คลิกเลือกที่  HTML  ในส่วน  Create  New  หลังจากเลือกสร้างแล้ว  หน้าตาโปรแกรมเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง


                                   

 ข้อมูลจาก http://uto.moph.go.th/ict/Dreamweaver8.doc  27 ตุลาคม  2555


                                                                           แถบแสดงชื่อ  Title Bar

      เป็นแถบที่อยู่บนสุดของโปรแกรม  แสดงชื่อโปรแกรม  Macromedia Dreamweaver 8 และชื่อไฟล์หน้าเว็บที่กำลังทำงานอยู่  ถ้ายังไม่ได้บันทึกจะมีเครื่องหมาย  *  ปรากฏอยู่หลังชื่อ  ในตัวอย่างยังไม่ได้บันทึกจึงเป็นชื่อ  Untitled Document  อยู่


แถบเมนู  Menu Bar

      เป็นที่รวบรวมคำสั่งทั้งหมดของโปรแกรม  Dreamweaver 8  เอาไว้ไม่ว่าคุณจะต้องการจำทำงานใดๆ  สามารถเรียกคำสั่งได้จาก  Menu Bar  เนื่องจากเมนูคำสั่งในการทำงานมีอยู่มากมาย  ดังนั้น  จึงมีการแบ่งคำสั่งทั้งหมดออกเป็นหมวดหมู่ตามลักษณะของการใช้งาน  เพื่อให้สะดวกต่อการทำงาน


ภายในแต่ละหมวดหมู่ของคำสั่ง  อย่างเช่น  คำสั่ง  File  จะประกอบไปด้วยคำสั่งย่อยที่ใช้งานเกี่ยวกับไฟล์ทั้งสิ้น  เช่น  สร้างไฟล์ใหม่  บันทึกไฟล์  เป็นต้น  ถ้าสังเกตให้ดีบางคำสั่งจะมีคีย์ลัดในลักษณะ  เช่น  Ctrl+S  ต่อท้าย


     ซึ่งหมายความว่า  คุณสามารถเรียกใช้คำสั่งนั้นได้โดยการกดปุ่ม  <Ctrl>  ค้างเอาไว้พร้อมกับกดปุ่ม  <S>  เพื่อให้ใช้งานคำสั่งนั้นได้เร็วขึ้น  สังเกตได้ว่าทุกคำสั่งที่ใช้งานกันบ่อยๆจะมีคีย์ลัดมาให้ด้วยเสมอ  สำหรับคีย์ลัดเหล่านี้ความหัดใช้ให้คล่องเพราะสะดวกในการทำงานมากกว่าการเรียกคำสั่งจาก  Menu Bar

แถบเครื่องมือ  Insert Bar

     เป็นแหล่งรวมเครื่องมือซึ่งใช้ในการแทรกองค์ประกอบต่างๆ  หรือที่เรียกว่า  ออบเจ็กต์  ซึ่งคุณสามารถใส่ลงในหน้าเว็บเพจ  ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ,  รูปภาพ ลิงค์ , Rollover Image ,  Flash , รูปเคลื่อนไหว  โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ใช้งานได้สะดวก  สรุปรายละเอียดของแต่ละหมวดหมู่ได้ดังนี้

Common  ใช้แทรกออบเจ็กต์พื้นฐานที่ใช้กันทั่วไปหรือใช้งานบ่อย  อย่างเช่น  รูปภาพ ตาราง , Rollover Image

 
            Layout
  เครื่องมือที่ใช้เลือกมุมมองในการสร้างเว็บเพจ  อย่างเช่น  มุมมองปกติ  หรือ  มุมมองขายเพื่อให้เห็นออบเจ็กต์ต่างๆ  ที่คุณสางลงไป  และองค์ประกอบในการสร้างเฟรมได้ชัดเจนขึ้น


            Forms  ใช้แทรกออบเจ็กต์ที่ใช้ในการสร้างฟอร์มรับข้อมูล  อย่างเช่น  ช่องรับข้อความ  ปุ่มตัวเลือกแบบต่างๆ


            Text  เครื่องมือในการปรับแต่งรูปแบบตัวอักษรและข้อความ  อย่างเช่น  ทำให้เป็นตัวหนา  ตัวเอียง  จัดย่อหน้า  จัดหัวข้อ (Head)  หรือแทรกอักขระพิเศษ  อย่างเช่น  $ , “  “ ,เครื่องหมาย  Copyright ©


            HTML  ใช้แทรกภาษา  HTML  ที่สำคัญๆ  เข้าไปในหน้าเว็บ


           Application  กลุ่มเครื่องมือที่ใช้งานด้านการเขียนสคริปต์  อย่างเช่น  ASP , PHP , JSP  มักใช้ร่วมกับฐานข้อมูล


          Flash Elements  เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการแทรกไฟล์  Flash  ลงในหน้าเว็บ


สำหรับบางคนที่เคยใช้งาน  Dreamweaver  MX  เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้มาแล้ว  อาจจะคุ้นเคย  Insert  ในรูปแบบเมนูเช่นนี้  เนื่องจากในเวอร์ชันก่อนเป็นลักษณะของแท็บซึ่งเลือกใช้งานองค์ประกอบต่างๆได้สะดวกและเห็นภาพได้ชัดเจนกว่า  คุณสามารถเปลี่ยนการจัดวาง  Insert Bar  เป็นแบบแท็บได้  ดังนี้

     1.คลิกเครื่องหมาย        หลังหมวดหมู่ใดๆก็ได้

     2.คลิกเมนู  Show as Tabs  เพื่อเปลี่ยนมุมมอง  Insert Bar  ให้เป็นแบบแท็บ



     อันที่จริงแล้วแถบเครื่องมือ  Insert Bar  ก็คือ  การยกเมนูคำสั่ง  Insert  แยกออกมา  เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกมาขึ้นนั่นเอง


ข้อมูลจาก 
http://202.143.168.19/3640900093896/Dreamweaver8.doc  27 ตุลาคม  2555