โหรทายหนู

อันวิชาโหราศาสตร์ที่เป็นสายดวงแบบกาลชะตา คงหาน้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินวิชา “โหรทายหนู” ซึ่งเป็นวิชาโหราสตร์แบบกาลชะตาอีกแบบหนึ่ง ซึ่งท่านอาจารย์ประทีป อัครา ได้รวบรวมไว้เป็นตำราชื่อโหรทายหนู

ปฐมบท

ในพระราชพงศาวดารสมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยแผ่นดินพระเจ้าประสาททอง มีบันทึกเรื่องราวของโหรไว้ตอนหนึ่งมีความว่า

วันหนึ่งขณะที่พระเจ้าประสาททองกำลังประทับอยู่ มีหนูตัวหนึ่งพลักตกจากเพดานลงมานอนจุกแน่นิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ พระองค์จึงเอาขันทองครอบไว้ แล้วให้หาตัวพระยาโหรามาเฝ้า เมื่อพระยาโหรามาถึงจึงตรัสถามว่า “ท่านโหร ลองทายซิว่าในขันครอบนี้มีอะไร?” พระยาโหราคำนวนสอบดูแล้วก็กราบทูลว่า “มีสัตว์จตุบาท พะย่ะค่ะ” พระองค์ทรงรับสั่งต่อไปว่า “แล้วดูซิว่ามีกี่ตัว” พระยาโหรากราบทูลว่า “มีอยู่ 4 ตัว พะย่ะค่ะ” พระองค์ทรงท้วงว่า “ไม่ถูกกระมังท่านโหร ลองสอบดูให้ดีซิ” พระยาโหราก็สอบดูอีกครั้งแล้วกราบทูลว่า “ขอเดชะฯ ข้าพระพุทธเจ้าขอยืนยันคำทายว่า มีหนูอยู่ 4 ตัว พะย่ะค่ะ” พระองค์ก็ทรงตรัสว่า “ที่ทายว่าเป็นสัตว์สี่เท้าน่ะถูกแล้ว แต่ทายว่ามี 4 ตัวนี่น่ะผิดนะท่านโหร” ตรัสเสร็จก็ทรงเปิดขันที่ครอบออกเพื่อให้พระยาโหราดู หนูตัวที่ตกลงมาจากเพดานถูกครอบอยู่นานคงจะหายจุกดีแล้วจึงวิ่งหนีไป แต่ทว่าตรงที่ขันครอบนั้น มีลูกหนูตัวแดงๆ ที่เพิ่งคลอดใหม่ นอนดิ้นกระแด่วๆ อยู่อีก 3 ตัว เมื่อนับรวมตัวแม่ก็เป็น 4 ตัวพอดี ทำให้ผู้ที่ได้เห็นเหตุการณ์ต่างพากันตลึงด้วยความมหัศจรรรย์ในความแม่นยำของพระยาโหราเป็นอย่างยิ่ง พระเจ้าประสาททองได้ทรงชมเชยท่านพระยาโหราว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถพยากรณ์ได้ “แม่นกว่าตาเห็น” ความสามารถในการพยากรณ์ครั้งนั้น ทำให้ท่านพระยาโหราผู้นี้ได้รับสมญานามว่า “โหรทายหนู”

ที่นี้มาดูวิธีการตั้งดวงแบบโหรทายหนู

ก่อนอื่นก็ทบทวนเรื่องยามอัฐกาลก่อน หวังว่ายังคงจำกันได้

ตารางยามกลางวัน

ยามกลางวัน  

และตารางนี้ก็เป็นยามกลางคืน

ยามกลางคืน

การตั้งดวง ต้องใช้ยามอัฐกาลประจำวัน และช่วงชั่วยามเป็นหลัก และลงพระเคราะห์(ดาว) ไล่ตามยามไปเรื่อยๆจนครบ สำหรับพระเคราะห์ในแบบดวงโหรทายหนูจะมีแค่ 8 ตัว คือ อาทิตย์ – ราหู และสุดท้ายก็คือลัคนา เอาล่ะมาดูกันว่าตั้งดวงอย่างไร

สมมุติว่า เราจะตั้งดวงยามในวันพฤหัส เวลา 14.12 น. 
ขั้นแรกก็ไล่ยามก่อน วันพฤหัสเริ่มจากยาม ๕ ๓ ๑ ๖ ๔ ๒ ๗ ๕  เวลา 14.12 น. ตกยามจันทร์ (๒)
ต่อไปก็เริ่มลงดาวอาทิตย์เป็นอันดับแรก ซึ่งมีกฏที่ต้องจำว่า ให้นับจากราศีพฤษภเป็นราศีที่ 1 เสมอ เราก็นับราศีพฤษภเป็น 1 มิถุนเป็น 2 จากนั้นก็ลงดาวอาทิตย์ เสร็จแล้วก็ดูยามต่อไป เป็นยามเสาร์(๗) ก็ให้นับจากราศีที่ดาวอาทิตย์อยู่เป็น 1 นับไป 7 ราศี จากนั้นก็ลงดาวจันทร์ ต่อไปเป็นยามพฤหัส(๕) ให้นับจากราศีที่ดาวจันทร์อยู่ไป 5 ราศี ลงดาวอังคาร เมื่อสุดยามก็ย้อนกลับขึ้นมา ซึ่งมีกฏที่ต้องจำว่า เมื่อสุดยามให้ย้ำยามสุดท้าย 1 ครั้งก่อนแล้วค่อยไล่ย้อนยามขึ้นมา ก็นับจากดาวอังคารไป 5 ราศี(ย้ำยามสุดท้าย 1 ครั้ง) จากนั้นก็ลงดาวพุธ นับจากดาวพุธไป 7 ราศี ลงดาวพฤหัส นับจากดาวพฤหัสไป 2 ราศี ลงดาวศุกร์ นับจากดาวศุกร์ไป 4 ราศี ลงดาวเสาร์ นับจากดาวเสาร์ไป 6 ราศี ลงดาวราหู และนับจากดาวราหูไป 1 ราศีลงลัคนา (ดูรูปประกอบ) 

ดวงยามโหรทายหนู

การพยากรณ์แบบใช้จุดเวลา ให้นับจากเจ้าเรือนลัคนาเป็นจุดเริ่มต้น ตามตัวอย่าง ลัคนาราศีพิจิก มีดาว ๓ เป็นเจ้าเรือนไปอยู่ราศีเมษ ให้เริ่มต้นนับเวลาจากราศีเมษ ราศีละ 7 นาที 30 วินาที (1 ยามมี 90 นาที หารด้วย 12 ราศี) จุดเวลา 14.12 น.จะอยู่ที่ราศีกันย์ ก็ให้ดูราศีกันย์เป็นภพอะไรกับลัคน์ ในตัวอย่างนี้เป็นภพลาภะ ตามดาวพุธเจ้าเรือนลาภะไปอยู่กัมมะ ตามดาวอาทิตย์เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพมรณะ ก็จะได้คำพยากรณ์หลัก 3 คำ คือ ลาภะ-กัมมะ-มรณะ ส่วนคำแปลก็คงขึ้นอยู่กับผู้พยากรณ์ว่าจะแต่งสรรเรื่องราวให้เข้ากับเหตุการณ์ที่ต้องการโดยอาศัยคำพยากรณ์หลักได้อย่างไร

ในกรณีที่เป็นการพยากรณ์แบบเรื่องราว คือ มีการระบุถามเฉพาะเรื่อง ก็ใช้ภพในเรื่องนั้นๆเป็นจุดเริ่มต้นในการหาคำพยากรณ์ เช่น ถามถึงคู่ครอง คนรัก ก็ใช้ภพปัตนิเป็นจุดเริ่มต้น ในตัวอย่างนี้ ดาวศุกร์เจ้าเรือนปัตนิไปอยู่ภพปุตตะ ดาวพฤหัสเจ้าเรือนปุตตะไปอยู่ภพพันธุ จะได้คำพยากรณ์ 3 คำหลัก คือ ปัตนิ-ปุตตะ-พันธุ (ดูรูปประกอบ)

mouse2

หลักการตั้งดวงยามโหรทายหนูคงมีเท่านี้ แต่ความสามารถในการผลิกผันคำพยากรณ์ให้สละสลวย เข้ากับสถานการณ์ และมีความแม่นยำ(กว่าตาเห็น) คงต้องขึ้นอยู่กับผู้พยากรณ์เป็นหลัก

อันวิชาความรู้เปรียบดังศาตราวุธ หากผู้ใช้ ใช้เป็น ใช้คล่อง และมีความเชื่อมั่น อาวุธนั้นก็ทรงอนุภาพ แต่หากผู้ใช้ ใช้ไม่เป็น ขาดความเชื่อมั่น อาวุธนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็ก

Comments