59 ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (8)

 

บทสรุปสุดท้าย...

"ผมไม่เคยเสียใจเลยที่ได้เป็นคนเสื้อแดง"

by: สายลมรัก วันอาทิตย์31ตุลาคม2553

 

เย็นวันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2553

"พี่สายลม หนูบอกตรงๆ ว่าหนูเหงา? เลิกแล้วเราจะได้ทำกิจกรรมร่วมกันอีกเมื่อไหร่ ? หนููคิดถึงเพื่อนๆ ?"

คำถามของกลุ่มสาวๆเสื้อแดง หลังขดหลังแข็ง หรือกลุ่มอะไรก็(ใช้)กรู ที่เพิ่งจะได้ฉายา มาในวันสองวัน หลังจากที่ทุกคนเหมือนทำงานอยู่ในโรงงานนรก กับการเอาใจใส่กับ ถุงยังชีพ ที่ต้องผลิตออกมาอย่างมีคุณภาพ และมากเพียงพอ กับการร้องขอด้วยน้ำตา จากพี่น้อง 39 จังหวัด แทบจะตลอดเวลา

ผมยิ้มแห้งๆ ไม่ตอบ ผมรู้สึกอย่างไร ผมบอกไม่ถูก

จะว่าเหมือนยกภูเขาออกจากอกก็ใช่ประการหนึ่ง

จะว่าว้าเหว่ และเหมือนสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไปในชีวิตก็ใช่ประการหนึ่ง ผมไม่ตอบคำถาม และคิดว่ากลุ่มน้องๆ และพี่ๆ เพื่อนๆ คงเข้าใจคำว่า "งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกลา"

เกือบ 15 วันเต็มๆ ที่เราร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมากับภารกิจที่หนักอึ้ง จนแทบจะรับไม่ไหว ความรัก ความเอื้ออาทร อุปสรรคจากความทุกข์ยาก การไม่เข้าใจกันในบางอย่างจากอารมณ์

15 วันนี้ เป็นบททดสอบ ความเป็นพี่น้องอย่างแท้จริงของเราในสังคมไซเบอร์ได้ดีที่สุด

ผมไม่ตอบ แต่กับย้อนนึกไปถึงคำพูดของพี่กระเพรา ที่โทรมาบอกผมเมื่อตอนบ่ายๆว่า "สายลมผมรักคนกลุ่มนี้ ผมบอกไม่ถูกหรอกว่าทำไม ผมเป็นนักธุรกิจ ผมอยากให้สายลมรวมกลุ่มคนเหล่านี้ไว้ ไม่ต้องมีกิจกรรม ก็นัดกินข้าวกันได้"

วันนี้แล้วสินะ(24.00 น.) ที่พวกเราต้องปิดภารกิจการบรรเทาทุกข์ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างเป็นทางการ...ผมนับยอดที่เราจะไปจังหวัดอ่างทองเป็น ทริปสุดท้าย ทุกคนแยกกันไปทำหน้าที่อย่างเงียบๆ แต่บรรยากาศ มันออกไปในแนวทางเศร้าๆ อย่างบอกไม่ถูก

น้องฝ่ายบัญชีมารายงานสถานะการเงิน และบอกยอดการทำไป ทราบคร่าวๆว่า ทำได้ถึงมูลค่า 4 ล้านกว่าบาท สำหรับภารกิจในครั้งนี้

ซึ่งไม่ธรรมดาเลยสำหรับกลุ่มบุคคลปัจเจก ที่ตั้งหน่วยกันกลางกรุง โดยไม่เคยมีสื่อในภาครัฐรายงานเลยว่า พวกเขาทำสิ่งดีๆเหล่านี้กันอยู่กลางกรุงเทพฯ

ค่ำวันนี้ แขกของเราเยอะมากกว่า ปกติ วันนี้เป็นวันอำลา ภายในเวลา 02.00 น. ทุกอย่างต้องเข้าสู่สภาวะปกติ

วันนี้เราทำทุกอย่างเรียบร้อย 98 เปอร์เซ็นต์ในเวลา 5 ทุ่ม ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว ของพร้อม รถพร้อม การเตรียมแผนการเดินทางพร้อมในวันพรุ่งนี้เป็นทริปสุดท้ายในเวลา 06.00 น. พร้อม

เราสรุปความในใจกันถึง

ถึงคิว สายลมรัก ที่ต้องบอกความรู้สึก ผมบอกไม่ถูกนะ ผมไม่รู้จะถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดอย่างไร เพราะพวกเขามีพื้นฐานความเป็นคนดีอยู่เต็มตัว ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

มันคงบรรยายออกมาจากความรู้สึกไม่ได้

ผมพูดได้สั้นที่สุดในชีวิต ต่อการพูดในที่สาธารณะชน...

ผมรู้แต่ว่า ผมบอกความรู้สึกในใจกับเขาไปตรงๆว่า

บทพิสูจน์ จิตใจของพวกเราในวันที่เรามีแต่เราที่ผ่านมานี้ มันทำให้ผมตอบกับตัวเองได้อย่างเต็มภาคภูมิว่า

"ผมไม่เคยรู้สึกเสียใจเลยที่ได้เกิดมาเป็นคนเสื้อแดง"
 
 
 

31 ตุลาคม 05.30 น.

การทำภารกิจร่วมกันในวันสุดท้าย...ผมมาถึงอนุสาวรีย์ ในสภาวะสะลึมสะลือเหมือนเดิม วันนี้ของมีเพียง 4 คันรถ (เดินทางไปล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อคืน 3 คันรถ)

ถุงยังชีพ ประมาณ 1 พัน 3 ร้อยกว่าถุง พร้อมที่จะไปบรรเทาทุกข์ พี่น้องคนไทยในจังหวัดอ่างทองและอยุธยาแล้ว

พี่ใหญ่ของเรามาสายหน่อย (พี่หัตถา) แกบรีฟคร่าวๆ ถึงจุดหมายและตารางเวลาพร้อมทั้งแจ้งข่าวว่า วันนี้นายกฯจะไปลุยน้ำท่วมที่อ่างทอง พวกเราอาจเจอกับอุปสรรคที่คาดไม่ถึง จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ในการอารักขามาร์ค กันแบบชนิดมืดฟ้ามัวดิน

ช่างแม่มเหอะ ผมคิด เราถ่ายรูปหมู่กันก่อนออกเดินทางกันครั้งสุดท้าย ด้วยคณะบุคคลเกือบ 70 ชีวิต ท่ามกลางรถเก๋ง ปิคอัพ รถแวน นานาชนิดเพื่อไปยังจุดนัดพบกันตรง แยกอ่างทอง บริเวณถนนเอเชีย

ผมขับรถล่วงหน้าไปก่อนด้วยความมั่นใจกับสามสาว ด้วยความไม่เคยชินกับถนนสายเอเชีย "ผมหลง"ครับ ขับไปจนถึงหนองแคแล้ว เอ...ทำไม ไม่เจอทางเลี้ยวเข้านครสวรรค์ซักที

ระหว่างที่ผมกำลังหาทางกลับอ่างทอง น้องอหิงสา ก็โทรมาแจ้งว่า "พี่สายลม วันนี้ วันเกิดป้าแต๊ว ในกลุ่มแดงกลังขดหลังแข็ง ซึ่งแกหนีลูกๆที่จะจัดวันเกิดให้แกในวันนี้ เพื่อมาแจกของช่วยน้ำท่วมกับคนเสื้อแดง พี่ว่างัย"

ผมเลยปรึกษากันว่า ซื้อเค๊กวันเกิดให้แกดีกว่า แต่จะทำเซอร์ไพรซ์ ให้แกด้วยการ เล่นละคร ผมจะแกล้งทะเลาะกับอาจารย์แดง ถึงขึ้นแตกหักแล้วใ้ห้ป้ามาช่วยเคลีย ในระหว่างหน้าสิ่วหน้าขวาน จะให้น้องถือเค๊กวันเกิดเข้ามาพร้อมกับร้องเพลง Happy Birthday

อีกอย่างหนึ่งผมจะได้มีข้ออ้างจากการหลงว่า ร้านเอสแอนพี เปิด 09.00 น. เว้ย...ที่มาช้าเพราะรอร้านเปิด

ทุกอย่างกำหนดไปตามบท ขบวนแดงอ่างทอง มารับแดงกรุงเทพฯ ด้วยขบวนรถกฐินและรถบรรทุก ของบรรเทาทุกข์ ยาวมากกกกกกกก

เราเคลื่อนขบวนรถช้าๆ ยาวเหยียด ผ่านตัวเมืองอ่างทอง ไปยังวัดที่เรานัดหมายว่า จะทำบุญกฐินร่วมกัน

เมื่อถึงเวลา ผมกับอาจารย์ ก็เล่นละครตีบทแตกทะเลาะกันเสียงดังลั่น ในลานจอดรถ ถึงขึ้นต้องขอให้สมาชิกต้องเลือกว่าผมกับอาจารย์แดง สมาชิกจะเลือกใคร

เล่นเอาสมาชิก ที่ไม่รู้มาก่อน ต่อมน้ำตาแตก ช็อค บางคนเดินหนี บางคนกัดปาก เดินออกไปจากกลุ่มดื้อๆ ป้าแต๊ว เป็นคนแรกที่ลุกออกไปจากกลุ่ม เพื่อหนีความผิดหวัง เล่นเอาผมใจเสียเหมือนกัน แต่ด้วยความไวเหมือนลิง ผมจึงแกล้งขอให้ป้าแต๊ว ซึ่งเป็นผู้อาวุโสลำดับสูง ช่วยมาเคลียปัญหา(กำมะลอ) ระหว่างผมกับอาจารย์แดง และแกก็ตัดสินใจเข้ามาสอนให้เราสองคนคิดถึง การได้ร่วมทุกข์ร่วมสุข ด้วยใบหน้าอันแดงกล่ำ ไม่รู้ว่าแกโกรธ หรือผิดหวัง !@#$%^&*()_)++

แต่พอแกหันมาเห็นเค็กวันเกิดที่จุดเทียนมาข้างหลัง ที่พร้อมๆกับเพลง แฮบปี้เบิร์ธเดย์ จากพวกเรา แกก็ตาสว่าง ทีนี้น้ำตาแห่งความปีติของป้าแต๊ว ก็พร่างพรูออกมาเอง

ช่วงนี้พวกเราทุกคนมีความสุขที่สุด ท่ามกลางการต่อว่าต่อขานจากสาวน้อย สาวเยอะ หรือชายหนุ่ม หลายคนที่ยังไม่หายช็อคว่า "ทีหลังอย่าทำแบบนี้"...

เราทุกคนขึ้นไปทำกิจกรรมงานบุญกฐิน และกินข้าววัด กันเสร็จ ก็ถึงเวลา ลุยน้ำท่วมกันได้แล้ว...

 
 
 

หนักกว่าที่คิด แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป

13.30 น. คาราวานคลายทุกข์เบื้องต้นถูกแยกเป็น 2 กลุ่ม

ไปมหาราช (อ่างทอง) กลุ่มหนึ่ง

ไปโผงเผง (อ่างทอง) อีกกลุ่มหนึ่ง

แล้วทั้งสองกลุ่มจะไปแจกที่สุดท้าย ณ วัดร้อยไร่ ที่อยุธยา

เราแบ่งสรรกันไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ตามที่ผู้ใหญ่บ้านได้เคยร้องขอ(จำนวน)ไว้

ผมไปกับกลุ่มอาจารย์แดง ที่โผงเผง เห็นชีวิตของคนไทยที่ต้องอพยพมาอยู่ข้างถนน เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว บอกกันตรงๆว่า หลายช็อท เล่นเอาน้ำตาซึม

คาราวานเสื้อแดงกลุ่มผม เดินทางผ่านเข้าไปในหมู่บ้านเหล่านั้น ด้วยความรู้สึกเหมือนกับว่า เราเป็นเทวดาลงมาโปรดพวกเขา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำตะโกนออกมาจากข้างทางที่ว่า เสื้อแดงมาช่วยแล้ว มันก้องอยู่ในหู ทุกคนเดินทางเอาของไปช่วยชาวบ้านแบบไม่เลือกสีอย่างไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย

ที่นี่เท่าไหร่ (กี่ครอบครัว) ดูจะเป็นคำถามที่ไม่ต้องแปล ว่าคืออะไร

เราเอาของลงหลายจุด

จนถึงที่สุดท้ายหมู่ที่ 7 กับหมู่ที่ 9 ซึ่งถนนขาดแล้ว ทุกอย่างลงจนเกือบหมด ท่ามกลางรอยยิ้มด้วยความดีใจของผู้ใหญ่และลูกบ้าน ที่นาทีนั้นเพียงแค่ไข่เค็มเพียงฟองเดียว ก็ดูจะมีค่ากับพวกเขามากในยามยาก

ผมมองดูผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 กับ 9 ถ้อยที่ถ้อยอาศัยแบ่งปันน้ำดื่ม ไข่เค็ม เทียนไข ด้วยความรู้สึกว่า

ไม่เคยทำกุศลครั้งใดที่ผมสุขได้ถึงเพียงนี้

ที่นี่ไม่ได้ข้าวเลย

ผมเลี้ยวรถกลับจาก หมู่ 7 และ 9 เพื่อเดินทางไปยังวัดร้อยไร่ เนื่องจากเกือบ 5 โมงเย็นแล้ว (กลัวมืดก่อน)

ระหว่างทางที่เราต้องเคลื่อนที่ออกมาช้าๆ พี่น้องที่อยู่บนถนนกลุ่มหนึ่งบอกกับเราว่า พี่ๆ พวกผมยังไม่ได้ข้าวเลย

ผม งง แต่พอจะนึกออกว่าทำไมหละ พวกคุณอยู่ต้นๆเลยนะ

ผู้ใหญ่บ้าน (ผมรู้ทีหลัง) บอกว่า หมู่ 4 เหมือนโดนสาป ไม่ค่อยจะได้สิ่งของบรรเทาทุกข์ เพราะเอกชน ขอย้ำ เขาบอกว่าเอกชน จะเข้าไปลึกๆก่อน หมู่บ้านต้นๆจะอดอยากกว่า พี่พอจะปันข้าวสารซัก 90 ถุงได้มั้ย...

ผมไม่กล้ามองหน้าผู้ใหญ่ เราเหลืออีก 2 ร้อยกว่าชุด ซึ่งนัดหมายกับผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านไว้แล้วที่วัดร้อยไร่ หากให้ไป ชาวบ้านที่นั่นก็จะผิดหวัง

ผมไม่กล้ามองหน้า คนในรถเงียบกริบ ผมได้แต่เอื้อมมือไปบอกกับแกว่า พี่ ผมจะพยายาม หาทางเอาของมาลงที่หมู่ 4 อีกครั้ง วันนี้มันหมดจริงๆ

ไม่รู้ว่า รัฐบาล มหาดไทย ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ปลัด ฯลฯ หายหัวไปไหนกันหมด แม่มจะรู้หรือเปล่าว่า ประชาชนทุกข์ขนาดไหน

ผมขับออกมาจากหมู่ 4 ด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก ทุกคนในรถเงียบหมด เครียด โกรธ ทั้งรัฐบาล และตัวเอง ที่เห็นเพื่อนร่วมชาติทุกข์ แต่เราไม่สามารถจะเยียวยาอะไรได้

พี่ Mosy ขุดกระดูกบรรพบุรุษหนุ่มมาร์ค ออกมาชะยันโตไปตลอดทาง

ผมได้แต่ปลอบใจพี่ น้องๆ ว่า "ทำใจเถอะ เราทำได้แค่นี้จริงๆ"

ความดีใจ ปลื้มใจเมื่อ 20 นาทีที่แล้ว มันหายไปหมด เหลือแต่ความสงสาร และเจ็บใจ ที่ไม่สามารถจะแบ่งเบาความทุกข์ให้พวกเขาได้หมด

17.30 น. เราก็เดินทาวมาถึงวัดร้อยไร่ ซึ่งต้องขอชมผู้ใหญ่บ้านและ อบต. ที่ทำคูปองแจกชาวบ้านรอไว้ล่วงหน้า

รู้ทีหลังว่าพวกเขารอคณะเราตั้งแต่เที่ยงด้วยความวิตก ทราบมาคร่าวๆว่า น้ำท่วมขังมาสองเดือน ช่องสาม เพิ่งมาช่วยไปครั้งเดียว

หน่วยงานราชการ หายศีรษะตามเดิม

การแจกของเป็นไปอย่างรวดเร็ว ภายในเวลา 18.30 น. ทุกอย่างก็แล้วเสร็จได้เวลากลับบ้าน


เราเดินทางด้วยความเพลียทั่วหน้า มากินก๋วยเตี๋ยวอร่อยที่สุดในโลกคนละ 2 ชามที่ปั้ม ปตท. และต่างสัญญิงสัญญากันด้วยหัวใจว่า

ยามที่มีภารกิจแบบนี้ เราจะร่วมแรงร่วมใจกันอย่างสุดหัวใจอีกครั้ง

แต่ละคนสวมกอดกัน หลั่งน้ำตาหลายคน(โดยเฉพาะสาวๆ)

บทสรุปวันนี้ ผมอยากขอบคุณทุกท่าน ที่ช่วยทำให้ภารกิจนี้ลุล่วงไปด้วยด้วยดี อย่างสวยงาม

ผมขอขอบคุณพี่น้องเสื้อแดงจากทุกที่ ที่นำสิ่งของ และเงินมาบริจาคอย่างไม่ขาดสาย

ผมขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้พวกเราเสมอมา

ขอบคุณอีกครั้งครับ

ขอบคุณด้วยหัวใจอย่างจริงจัง

ด้วยความเคารพอย่างสูง
 
 
 
 
 

by: แก้วโค้งโล้ง

มันถ่ายมาถ่ายกลับเลยครับ ตอนไปแรลลี่อยุธยา ผมก็ถ่ายมันทุกด่าน มีที่พยุหะฯ ดันมาถามผมว่าถ่ายไปทำไม ผมก็บอกไม่มีอะไรถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลทุกท่านที่อยู่ในกล้องผมจะได้เลื่อนขั้นกันเป็นพิเศษ 555

 
 
 
 
 
 
by: เกลอแก้ว
ยังมีภาพอีก 344 ภาพ ใครเป็นใครก็ตามไปชมกันได้ตามลิ้งค์นี้นะครับ คลิกดูภาพที่นี่... 

 

สรุปการรับบริจาค

ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2553 - 30 ตุลาคม 2553

by: อหิงสา


เงินบริจาค จากกล่องทั้งหมด 426,524.59 บาท

ซื้อของ 306,524.59 บาท

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 120,000.00 บาท

รวม 426,524.59 บาท

ทางทีมงานได้ประกาศไปล่วงหน้าแล้วว่า เงินทั้งหมดที่ได้มาจะนำไปช่วยพี่น้องที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมทั้งหมด...

จำนวนของที่ได้รับบริจาค และ จากเงินบริจาคในกล่องที่นำไปซื้อ ทำให้เราสามารถแพ็ค ถุงยังชีพ "คนเสื้อแดงไม่ิทิ้งกัน" ได้ทั้งหมดประมาณ 9,000 ถุง ซึ่งตรงนี้ยังไม่รวมกับ ข้าวสารที่ยังไม่แยกถุง เป็นข้าวสารบรรจุ ถุงละ 5 ก.ก. ประมาณ 200 ถุง และ ยาสีฟัน อีก 1 กระสอบ มาม่าอีก หลายสิบกล่อง และ น้ำอีกประมาณ 200 โหล

ถ้าคิดราคาประมาณการของแต่ละถุง ก็จะอยู่ที่ 450 บาทต่อถุง

ดังนั้น คิดคร่าวๆ 9,000 ถุง x 450 บาท = 4,050,000 บาท

ขอขอบพระคุณ พี่น้องเสื้อแดงทุกท่านที่ได้ร่วมบริจาค ไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือสิ่งของ ให้พี่น้องคนไทย ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมครั้งนี้

ขอขอบพระคุณ พี่น้องเสื้อแดงทุกท่าน ที่ได้เข้ามาร่วมทั้งกำลังกายและกำลังใจ ที่เต๊นท์

ขอขอบพระคุณ เจ้าหน้าที่เขตราชเทวี ที่คอยอำนวยความสะดวกในการตั้งเต๊นท์ แม้ว่าการกระทำครั้งนี้ จะเป็นที่ขัดหูขัดตาของผู้บังคับบัญชา และผู้ว่า กทม.

ขอขอบพระคุณ พี่น้องเสื้อแดงที่ค้าขายอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่คอยหิ้วน้ำ หิ้วอาหารมาทั้งบริจาค และให้ทีมงานได้ทานกัน

ขอขอบพระคุณ พี่น้อง ขสมก. ที่ได้ช่วยยกของ ในยามที่มีรถมาบริจาค ทุกท่านพร้อมวิ่ง โดยที่ไม่รู้จัดเหน็ดเหนื่อย

ขอขอบพระคุณ คุณตำรวจ ที่คอยอำนวยความสะดวกให้ในการจอดรถหน้าเต๊นท์ ซึ่งบางครั้ง อาจจะทำให้ปุ้ยโดนใบสั่ง อิอิ

ขอขอบพระคุณ สำนักข่าว TP News ที่ได้คอยส่งข่าวเรื่องการรับบริจาคตลอดทุกวันที่เราตั้งเต๊นท์

ขอขอบพระคุณ ทีมทำงานทุกท่านที่ทำงานไม่ยอมแสดงความเหน็ดเหนื่อย...

ขอขอบพระคุณ ทุกกำลังใจที่มีให้กับ พวกเราทีมทำงาน ทุกท่าน

และขอขอบพระคุณ พี่น้องเสื้อแดงทุกท่าน ทั้งในประเทศไทย และ ทั่วโลก ที่ทำให้พวกเราได้เห็นว่า...

"คนเสื้อแดงไม่ทิ้งกัน"

เจอกันงานต่อไปค่ะ... งานกอล์ฟการกุศล "คนเสื้อแดงไม่ิทิ้งกัน" สนามกอล์ฟเมืองเอกรังสิต

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2553 ราคาก๊วนละ 10,000 บาท และ ทานอาหารตอนเย็น 300 บาทค่ะ

 
 

ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (1)
ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (2)

ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (3)

ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (4)
ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (5)

ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (6)
ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (7)
 
 
Comments