57 ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (6)

 

ที่สุดของชีวิต......

by: สายลมรัก วันอาทิตย์24ตุลาคม2553 ภาพถ่าย: moddum

 

เมื่อวานนี้......

เมื่อวานนี้ ผมพูดไม่ออก บอกไม่ถูกว่า มันเกิดอะไรขึ้น

หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อยากลองของกับพวกเราว่า่...พวกเราจะทำความดีกันได้แค่ไหน จะถอดใจหรือเปล่า...

คาราวาน ชุดใหญ่ที่สุดที่เคยทำมา พร้อมจะล้อหมุน เช้าวันที่ 23 ตุลาคม ท่ามกลางการรอคอยความหวังความช่วยเหลือเยียวยาจาก 3 อำเภอคือ พิมาย เฉลิมพระเกียรติ์ และสูงเนิน

เราแพ็คของกันทั้งคืน จนนาทีสุดท้าย ประมาณตี 4 ท่ามกลางบรรยากาศ เบลอทั่วเต๊นท์

ผมแอบไปงีบ 2 ชั่วโมงที่เหลือ ท่ามกลางสภาวะ สะดุ้งตื่นดูเวลาทุก 15 นาที ทั้งๆที่ ตั้งแต่วันจันทร์ ที่ผ่านมา พวกเราทกคน จะมีเวลานอนกันไม่เกินคนละ 5 ชั่วโมงต่อวัน...

เช้าวันที่ 23 ปัญหาแรก คนมากกว่ารถก็เกิดขึ้น เพราะรถขอของขึ้นไปเต็มหมดทุกคัน ไม่มีที่จะให้คนตามไปแจก นั่ง

เราต้องตัดสินใจ เช่ารถตู้ 2 คัน มาบรรเทากับจำนวนคนที่จะไป โดยตั้งใจจะวิ่งไปเป็นบวนตามเส้นทางดินแดง วิภาวดีรังสิต จอดเติมน้ำมันกันที่ปั้มเชลล์ คลองหลวง รังสิต

ท่ามกลางหมู่มิตรสหายที่เมาี้ขี้ตา กันทั่วหน้า คือไม่ได้นอนกันมาทั้งคืน

บททดสอบแรก..."ยางระเบิด"

เกือบ 8 โมงเช้า รถเราเริ่มเคลื่อนบวน เป็นแถวยาวตามกันจากปั้มเชลล์ มุ่งหน้าโคราช

ด้วยความเร็ว 60 กม./ชม.

ผมอยู่คันหน้าสุด โดยมีรถพี่ติ๋ว และน้องแทน 007 วิ่งแซงสลับไปมา ระหว่างแถว เพื่อจัดขบวน...ให้อยู่ในกรอบ

ขบวนถึงหนองแคประมาณ 8โมงกว่าๆ พี่หัตถา ซึ่งมองกระจกหลังอยู่ อุทานว่า "เฮ้ย สายลม ควันอะไร"

ผมหันไปมองท้ายขบวน ซึ่งตอนนั้น รถในขบวนที่อยู่ใกล้จุด จอดและทุกคนพร้อมใจกันวิ่งลงไปหา ที่อยู่ใกล้รถนำ ก็จอดชิดซ้าย

พี่หัตถาบอกว่า "สายลมไม่ต้องลง" แกหักขวาสุดกลับรถอย่างรวดเร็ว วิ่งย้อนลงมาที่จุดเกิดเหตุ พอรถนำมาถึงภาพที่เห็นคือ รถใหญ่ ที่บรรทุกของ ตะแคงอยู่เลนวา ตอนนั้นมูลนิธิ มาจากไหนไม่รู้ (เร็วมาก) กำลังพยาบาลเบื้องต้นคนเจ็บ ซึ่งรู้ที่หลังว่า ไหปลาร้าหัก 1 คน หูฉีก 1 คน ฟกช้ำดำเีขียวจากการกระแทก กันทั้งสามคน และพาส่งโรงพยาบาล

ผมทำอะไรไม่ถูก น้องๆก็ทำอะไรไม่ถูก ตกใจและตะลึง เกือบทุกคนต่างมองมาที่ผม และตั้งคำถามว่า จะทำยังงัยกันต่อไป ท่ามกลางคนเสื้อแดงที่ยืนเป็นแถว กันเป็นแนวยาวเพื่อนของลงจากรถมาไว้ตรงริมถนน

อหิงสา ประสานทุกเรื่อง พี่หัตถา เคลียกับตำรวจ

ผมตัดสินใจให้ กระบวนหน้าที่ไปกับรถตู้มุ่งหน้าไปก่อน พร้อมแจ้งคนรับทางโคราชว่า เรารถคว่ำ แต่ไม่ยกเลิกงาน จะไปช้าหน่อย

โดยผมตั้งใจเล็กๆว่า คงให้ลุงจุกกับอหิงสา และพี่น้องอื่นๆไปแทน ส่วนผมจะอยู่กับคนเจ็บที่โรงพยาบาลแทน

รถติดยาวไปถึงวังน้อย จากปากคำของตำรวจทางหลวงที่มาอำนวยความสะดวกให้

น้องปุ้ยอหิงสาโพสท์ในบอร์ดลอยๆว่า เรากำลังลำบากอยู่ตรงไหน

แต่ท่ามกลางความวิกฤติ พี่น้องที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน จากหนองแค สระบุรี และลพบุรีบางส่วน ทราบว่าบางท่านกินข้าวอยู่ครึ่งจาน ก็วางจานข้าวแล้วรีบขับรถออกมาช่วยทันที

ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมคนเจ็บ เข้าไปฝากฝังดูแลกันถึงโรงพยาบาล

ช่วยเรื่องคดีความ

ไปจนถึงจัดหารถมาถ่ายของอีกหลายคันรถ

ผมขออนุญาต กราบขอบคุณความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของเสื้อแดงทุกๆท่านมา ณ กระทู้นี้

เกือบ 3 ชั่วโมงผ่านไป เราได้รับทราบจากคนเจ็บว่า อย่ายกเลิกงาน เพราะตัวเขาจะรู้สึกผิด ให้รีบขึ้นไป คนที่นั่นรออยู่ด้วยความหวัง อย่าให้อุปสรรคแค่นี้มาหยุดพวกเราได้

ผมจึงสั่งเคลื่อนขบวนอีกครั้ง เราเดินทางถึงจุดแรก ซึ่งเป็นโปรแกรมประกอบ ไม่ใช่โปรแกรมหลักที่วัดแห่งหนึ่งย่าน ปากช่อง ขอบอกว่าให้เลยว่าพี่น้องของเรา ยังไม่มีใครกินข้าวซักคน แต่ชาวบ้านเขาไม่มีทรัพย์นัก ก็ยังอุตส่าห์ จัดข้าวต้มมัดมาไว้ให้พวกเราแก้หิว

เราเอาชุดบริจาค ลงไว้ให้ 3 ร้อยชุด แล้วรีบ เดินทางต่อเพื่อไปกินข้าวมือแรกในเวลาบ่ายสามโมง ที่จุดนัดหมายลำตะคอง

บอกตรงๆนะ ผมโคตรสงสาร คนเสื้อแดงที่ร่วมไปทั้งหมดเลย

ทุกคนหิวจนสะกดจนแทบจะหน้ามืด และยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นเมื่อน้องคนหนึ่งถามว่า พี่ที่ลำตะคองมีข้าวกินหรือเปล่า

พอมาถึงทุกคนกินข้าว มื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิต (ข้าวกระเพรา ใส่กล่องพลาสติก)

ผมขอให้ทำตามโปรแกรมเดิมเท่าี่ที่ทำได้บ้างคือ เราจะวิ่งชูธง เข้าไปที่ลานย่าโม เอาของลง และถ่ายรูปร่วมกัน โดยแบ่งเป็นสองกองคือ

1. นำไปช่วยที่พิมาย

2. นำไปช่วยที่เฉลิมพระเกียรติ์

3. ไปด้วยตนเองทั้งคณะ ที่สูงเนิน

17.00 น. ล้อหมุนจากลานย่าโม เข้าไปที่สูงเนิน เราตะลุยน้ำท่วมทางเข้าไปแจกชาวบ้านด้วยของที่เหลือ ประมาณพันกว่าชุด 13 หมู่บ้าน ในตำบลนั้น ได้รับของที่เราบริจาคทั้งหมด แต่คงต้องแบ่งกันไปเพราะมันไม่พอ

ออกจากหมู่บ้านได้สามทุ่มครึ่ง มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ปั๊ม เป็นมื้อที่สอง

ตอนนี้ฟรีสไตล์แล้ว กระบวนรถ 10 กว่าคันที่เกาะกุลุ่มกันสุดท้าย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่่า

ในชีวิตกู ทำบุญมามากแล้ว ไม่เคยลำบากอะไรเท่านี้ในชีวิต

วันเป็นวันที่เราต้องจดจำไปจนตาย

ทั้งทุก เศร้า สุข หัวเราะ+น้ำตา โกรธ งอน ดีใจ

ทุกอารมณ์ มันมาได้หมด ในวันนี้

ขากลับผมขับแทนพี่หัตถา ซึ่งจริงๆก็รู้แล้วว่าพี่แกหมดแรง เพราะไม่ได้นอนด้วยกันมาทั้งคืน...

ผมอยากสารภาพเลยว่า ระหว่างสระบุรี กรุงเทพฯ ผมสลึมสลือขับรถมาตลอด หวิดจะแหกโค้งหลายครั้ง พี่หัตถาเจ้าของรถไม่ต้องพูดถึง แกหลับรวดเดียวยันหน้าฟิวเจอร์รังสิต

ผมงัวเงียเดินขึ้นแท็กซี่ รู้ตัวอีกทีถึงบ้านแล้ว แต่แท็กซี่ต้องปลุก

ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณเพื่อนพ้องน้องพี่ จาระไนชื่อไม่หมด

ที่ยามวิกฤติ พวกเราก็ยังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเสมอ

ผมขอไปนอนอีกสองชั่วโมง เดี๋่ยวจะออกไปที่เต๊นท์รับบริจาค

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เต๊นท์ Red Cyber ตั้งไปจนถึงดึกวันเสาร์ 30 ต.ค.2553 นี้ครับ สามารถไปร่วมบริจาคของได้ตลอด 24 ช.ม. ณ บริเวณเกาะกลาง บริเวณฝั่งโรบินสันเก่า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

 

ทุกเว็ปในเครือข่าย และพี่น้องไซเบอร์ทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพ
 
ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (1)
ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (2)
ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (3)
ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (4)
ปักธงตรงนี้!!! เราน้ำหนึ่งใจเดียว..."คนเสื้อแดงไม่ทอดทิ้งกัน" (5)
 
 
Comments