นักเล่นกล้ามมือใหม่

นักเล่นกล้ามมือใหม่มาทางนี้เลยครับ!!!!

     คิดว่าคุณคงเคยไปลองเปิดนิตยสาร Men’s Health หรือพวกนิตยสารเพาะกาย หรือแม้แต่ลองค้นหาตารางฝึกทางอินเตอร์เน็ตดูมาก่อน คิดว่าคุณเองก็คงสังเกตว่าตารางฝึกหรือตารางโภชนาการพวกนั้น ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะเสริมความรู้พื้นฐานให้กับมือใหม่ แต่มุ่งเน้นที่จะทำให้บทความน่าสนใจโดยเสนอวิธีเล่นกล้าม ‘ขั้นสูง’ ตารางโภชนาการลดไขมัน ‘อย่างว่องไว’ หรือตารางฝึกของนักเพาะกาย ‘ระดับโปร’ มาให้เราอ่าน

        

        ถึงข้อมูลเหล่านั้นมีความจริงอยู่และช่วยให้เราพัฒนาการฝึกไปได้ระดับหนึ่ง แต่ในระยะยาวแล้วคงไม่เหมาะสักเท่าไหร่ อย่างเช่นว่าหากคุณลองทำตามตารางฝึกของนักเพาะกายแนวหน้า ยกน้ำหนักอาทิตย์ละหกวัน ย่อมทำให้ร่างกายมีความเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อร่างกายคุณหยุดพัฒนาแล้ว ก็ต้องมองหาการฝึกแบบใหม่ซึ่งก็ไม่อาจจะเพิ่มวันฝึกหรือเวลาฝึกจากเดิมได้มากนักโดยไม่เสี่ยงต่อการโอเวอร์เทรน

         

         นักเล่นกล้ามมือใหม่มีร่างกายที่ยังไม่คุ้นเคยต่อการยกน้ำหนัก กล้ามเนื้อหลักยังไม่แข็งแรงพอจะรองรับตารางฝึกขั้นสูงได้ ดังนั้นต่อให้ใช้ตารางฝึกที่ระดับสูงขนาดไหน มุ่งเน้นกล้ามเนื้อทุกมัดทุกมุมมากแค่ไหน หากพื้นฐานของคุณยังไม่แข็งแรงพอ ผลลัพท์ที่ออกมาก็ไม่ต่างจากการฝึกแบบปกติที่เน้นการฝึกพื้นฐานที่เน้นกล้ามเนื้อหลัก และใช้เวลาฝึกเพียง 3 วัน ต่อสัปดาห์ และใช้เวลาเพียง 45 นาที ต่อครั้ง

          

          เหตุผลที่มือใหม่หัดเล่นกล้ามมักเข้าใจผิดว่าควรใช้ตารางฝึกแบบนักเพาะกายมืออาชีพ หลักๆก็คงเป็น “ถ้าอยากแข็งแรง/ตัวใหญ่/เก่งแบบ—ชื่อคน—นี้ก็ต้องฝึกแบบเขา ทำแบบเขา” แต่สิ่งที่นักเพาะกายเหล่านั้นกำลังทำในขณะนี้ไม่ได้บ่งบอกถึงสิ่งที่พวกเขาทำหรือฝึกในตอนช่วงแรกที่เริ่มยกน้ำหนัก ตารางฝึกขณะนี้ก็บ่งบอกได้แต่สิ่งที่พวกเขาเป็นในขณะนี้

          

          คนทั่วไปมักไม่ค่อยทราบว่าก่อนนักเพาะกายอาชีพจะก้าวขึ้นสู่แนวหน้าในสายกีฬาของพวกเขานั้น ต้องมีการฝึกพื้นฐานกันหลายปีและใช้เวลาไต่เต้ากันเป็นสิบปีกว่าจะได้ตำแหน่งแชมป์

          

          และถึงจะได้เป็นแชมป์แล้ว คนเหล่านี้ก็ยังไม่ลืมเรื่องพื้นฐาน ในทางกลับกัน พวกเขาให้ความสำคัญกับพื้นฐานมากขึ้นด้วยซ้ำ ต้องมีการวอร์มร่างกาย การยืดเส้น การกระตุ้นกล้ามเนื้อก่อนจะไปยกน้ำหนักจริงๆ เมื่อฝึกเสร็จแล้วพวกเขาก็ไม่ลืมที่จะยืดกล้ามเนื้อและใช้เวลากับการออกกำลังเบาๆเพื่อให้ร่างกายปรับตัว

          

          ดังนั้นเพื่อให้คุณเรียนรู้พื้นฐานอย่างต่อเนื่อง การกำหนดเป้าหมายจะมีส่วนช่วยอย่างมากโดยมักแบ่งเป็นสามเป้าหมายหลักๆคือ; ปรับปรุงรูปร่าง, สมรรถนะ, สุขภาพ

           

          ผมเชื่อว่าคนที่เล่นกล้ามราว 95% ต้องการปรับปรุงรูปร่าง อยากให้ตัวเองดูดีตอนถอดเสื้ออะไรแบบนี้ ก็จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องโภชนาการเป็นหลัก และการยกน้ำหนักที่เน้นกล้ามเนื้อมัดหลักเพื่อสร้างรูปร่างที่สมดุลแล้วค่อยเจาะจงเน้นกล้ามเฉพาะส่วนกันไป สิ่งที่มือใหม่ควรทำและเรียนรู้นั้นถ้าให้กล่าวเป็นข้อก็คือ;


1)      ออกกำลังด้วยท่า compound เพื่อให้กล้ามเนื้อทุกมัดได้รับการพัฒนาแบบเท่าเทียมและสร้างความแข็งแรงเพื่อจะได้ยกน้ำหนักเน้นสัดส่วนภายหลัง

2)      ฝึกฝนท่ายกน้ำหนักให้ถูกต้อง

3)      พิจารณาว่ากล้ามเนื้อจุดไหนที่ยังล้าหลังและการใช้ท่ายกแบบไหนจึงเหมาะสม

4)      กำหนดตารางฝึกให้สอดคล้องกับความสามารถในการฟื้นตัวของเรา

5)      ศึกษาว่าร่างกายของเราเป็นเช่นใด: อาการบ่งบอกสภาวะโอเวอร์เทรน, ความอดทนต่อกรดแลคติค ฯลฯ

6)      โภชนาการ


     สิ่งที่ผมอยากจะบอกคนที่กลัวจะตัวหนาใหญ่ไว้สักหน่อยคือ กล้ามเนื้อไม่ได้โตในวันเดียวหรือสัปดาห์เดียว มันเป็นเรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไป และการกินจะเป็นตัวกำหนดว่าเราตัวใหญ่ขนาดไหน ไม่ใช่แค่ว่ายิ่งยกหนักยิ่งตัวใหญ่ครับ




Comments