หลวงปู่ไข่

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน ถ้าจะกล่าวถึง หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน แล้วหลายๆ ท่านก็จะนึกถึงพระปิดตาของท่าน ซึ่งหาพระแท้ๆ ได้ยากจริงๆ และเป็นที่นิยมและเสาะหาของผู้ที่ชื่นชอบพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก นอกจากนี้ พระที่หายากที่สุดก็คือเหรียญหลวงปู่ไข่ ซึ่งนักสะสมเหรียญจะไม่ค่อยมีใครมีเหรียญของหลวงปู่ไข่เลย เนื่องจากว่ากันว่าสร้างจำนวนน้อยมาก เพราะสร้างเท่าจำนวนอายุของท่านคือเจ็ดสิบกว่าเหรียญเท่านั้น จึงเป็นเหรียญที่หายากที่สุดของเหรียญพระเกจิอาจารย์ของไทย และมีราคาสูงที่สุดด้วย เคยมีผู้ที่เช่าด้วยราคาสูงถึงสิบกว่าล้านครับ ในวันนี้เรามาคุยกันถึงชีวประวัติของท่านและพระอีกอย่างหนึ่งของท่านที่ราคา ไม่สูงมากนักกันดีกว่านะครับ

ประวัติหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน (วัดบพิตรพิมุข)
หลวงปู่ไข่ ท่านเป็นชาวแปดริ้ว เกิดที่ตำบลท่าไข่ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2400 โยมบิดาชื่อกล่อม โยมมารดาชื่อบัว เมื่อท่านอายุได้ 6 ขวบโยมบิดาได้นำท่านไปฝากกับหลวงพ่อปาน วัดโสธรฯ เพื่อให้เรียนหนังสือ ต่อมาจึงได้บวชเป็นสามเณร และได้ฝึกหัดเทศน์จนมีชื่อเสียงในทางเทศน์มหาชาติ

เมื่อหลวงพ่อปานมรณภาพลงหลวงปู่ไข่จึงได้เดินทางไปอยู่กับพระอาจารย์จวง วัดน้อย อำเภอพนัสนิคม ชลบุรี จนท่านอายุได้ 15 ปี พระอาจารย์จวงก็มรณภาพลง ท่านจึงเดินทางมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหงษ์รัตนาราม บางกอกใหญ่ เรียนพระปริยัติธรรมอยู่ 3 ปี แล้วจึงย้ายไปอยู่กับพระอาจารย์เอี่ยม วัดลัดด่าน สมุทรสงคราม ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรมจนอายุครบบวช หลวงปู่ไข่ จึงได้อุปสมบทที่วัดลัดด่าน 
โดยมีพระอาจารย์เอี่ยม เป็นพระอุปัชฌาย์ 
พระอาจารย์เนตร วัดบ้านแหลม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ 
พระอาจารย์ภู่ วัดบางกะพ้อม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลังจากนั้น หลวงปู่ไข่ท่านก็ได้ไปเรียนวิปัสสนากรรมฐานกับพระอาจารย์รูปหนึ่งที่ จังหวัดกาญจนบุรี แล้วจึงกลับมาอยู่ที่วัดลัดด่านอีกครั้งหนึ่ง หลวงปู่ไข่ท่านออกธุดงค์เป็นประจำทุกปี ท่านออกธุดงค์อยู่ได้ 15 ปี เวลาท่านธุดงค์ผ่านไปทางใด ถ้ามีผู้คนทุกข์ยากหรือเจ็บไข้ได้ป่วยท่านก็ช่วยรักษาให้หายโดยตลอด เกียรติคุณของท่านก็เป็นที่รู้จักจนมาถึงกรุงเทพฯ จึงมีผู้มานิมนต์ท่านให้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดบ่างยี่เรือ 1 พรรษา แล้วท่านก็ออกธุดงค์ไปในป่าอีก

ต่อมาท่านจึงได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ และเห็นว่าวัดบพิตรพิมุข (วัดเชิงเลน) เป็นวัดที่เงียบสงบดี จึงได้เข้ามาจำพรรษาอยู่ที่วัดพบิตรพิมุขตลอดมา ในระหว่างที่หลวงปู่ไข่จำพรรษาอยู่ ณ วัดบพิตรมุข หลวงปู่ไข่ได้ปฏิบัติทางธรรมและสร้างการกุศลหลายประการ ได้แก่ สอนพระกรรมฐานแก่บรรพชิตและฆราวาส ช่วยอนุเคราะห์แก่ผู้เจ็บไข้ได้ทุกข์ บริจาคทรัพย์ส่วนตัวและชักชวนบรรดาศิษย์และผู้ที่คุ้นเคยให้มาร่วมการทำบุญ เช่น สร้างพระพุทธปฏิมา ซ่อมพระพุทธรูปของเก่าที่ชำรุดหักพังให้ดีขึ้น สร้างพระไตรปิฎก โดยหลวงปู่ไข่ลงมือจารใบลานด้วยตนเองบ้าง ให้ช่างจารขึ้นบ้าง ซ่อมแซมกุฏิที่ชำรุดทรุดโทรมให้ดีขึ้น สร้างกุฏิเป็นห้องแถวไม้ขึ้นอีกหลายกุฏิ ทั้งได้สร้างถนน สระน้ำ ถังรับน้ำฝน ขึ้นภายในบริเวณวัด สร้างแท่นสำหรับนั่งพักภายในคณะกุฏิให้เป็นที่สะดวกแก่พระภิกษุสามเณรที่อาศัยอยู่ในคณะนั้น เป็นต้น นอกจากนี้ยังปรากฏว่า เมื่อครั้งหลวงปู่ไข่จำพรรษาอยู่ตามหัวเมือง ก็ได้สร้างและปฏิสังขรณ์วัดต่าง ๆ มาแล้วหลายแห่ง

 ระหว่างที่ท่านอยู่ที่วัดนี้ท่านก็ได้สอนพระกรรมฐานแก่พระภิกษุสามเณรและ ฆราวาสเสมอมา นอกจากนี้ ก็ได้ช่วยรักษาผู้ที่ป่วยไข้ได้ทุกข์มากมาย ทั้งยังได้บอกบุญแก่ญาติโยมให้ช่วยสร้างพระพุทธปฏิมากร ซ่อมแซมพระพุทธรูปของเก่าที่ชำรุด สร้างพระไตรปิฎก และปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมกุฏิภายในวัด จนเจริญรุ่งเรืองมาจนทุกวันนี้

ประวัติหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน (วัดบพิตรพิมุข)ท่านเป็นพระภิกษุที่มีความเมตตาธรรมสูง มีจริยาวัตรเรียบร้อยเคร่งครัด เป็นที่เคารพรักแก่บรรดาศิษยานุศิษย์ มีผู้รู้จักมากมายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ต่อมาท่านได้เริ่มอาพาธด้วยโรคชรา และมรณภาพลงในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2475 สิริอายุได้ 74 ปี พรรษาที่ 54 

ċ
คเณศ สมชื่อ,
31 ก.ค. 2554 07:00
Comments