สวลี ผกาพันธ์ นักร้องในดวงใจของ เด็กหญิง กาญจนาวดี (สนิทวงศ์)ไชยสงค์ ค่ะ

นางเชอร์รี่ เศวตนนัทน์ หรือ สวลี ผกาพันธ์ ชื่อเล่น รี่
ศิลปินแห่งชาติสาขาการขับร้องเพลงไทยสากล
รางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทอง 4 ครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9)
"สวลี ผกาพันธุ์"
ดิฉันทราบว่า คุณสวลี ผกาพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ จะจัดคอนเสิร์ตสวลี ผกาพันธุ์ คู่ขวัญ รักฉันนานนาน ในวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2552 ที่โรงละครแห่งชาติ โดยจะขับร้องเพลงคู่กับคุณสุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติเช่นกัน

เรื่องราวของคุณสวลี ผกาพันธุ์ ผมก็พอจะทราบ แต่ไม่ละเอียด เท่าที่รู้คือคุณสวลีอายุมากกว่าคุณสุเทพ 3 ปี ส่วนประวัติคุณสวลีโดยละเอียด ดิฉันขออนุญาตลอกจากสูจิบัตรคอนเสิร์ต 55 ปี สวลี ผกาพันธุ์ ราชินีโลกมายา ซึ่งเปิดการแสดงเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2546 ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ดังนี้...


เด็กหญิงเชอร์รี่ ฮอฟแมนน์ เกิดที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2474 บิดาเป็นชาวเดนนิช มารดาเป็นคนไทย มีน้องสาว 2 คน ปี พ.ศ.2492 สมรสกับ อดีศักดิ์ เศวตนันทน์ มีบุตรชาย 1 คน หญิง 2 คน

ครูมยุรี จันทร์เรือง ซึ่งเป็นครูสอนวิชาขับร้องที่โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม ได้แนะนำให้รู้จักกับ ครูลัดดา สารตายน (ศิลปบรรเลง) โดยครูลัดดาชวนให้มาร้องเพลงสลับฉากละครคณะผกาวลี เพลงที่ร้องเป็นเพลงของ ครูประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง ชื่อ "หวานรื่น" โดยร้องคู่กับวลิต สนธิรัตน์ ในรอบแรกวันแรกที่ขึ้นเวทีนั้นเอง ครูลัดดาได้ตั้งชื่อให้ว่า "สวลี" หมายถึงน้ำผึ้ง

ต่อมาละครคณะผกาวลีแสดงเรื่องแมคเมธ ครูลัดดา สารตายน เป็นนางเอก แสดงที่ศาลาเฉลิมไทย สวลีได้ร้องเพลงและยังได้มีโอกาสแสดงร่วมกับครูลัดดาด้วย

โปรแกรมต่อมาของคณะผกาวลีคือ เรื่องความพยาบาท ซึ่งครูลัดดาให้สวลีแสดงเป็นนางเอก และครูได้เชิญ ส.อาสนจินดา มาเป็นพระเอก ครูลัดดาใช้เวลาฝึกสอนอย่างเข้มงวดเพื่อ "นางเอกใหม่" ให้ได้รับการ "ยอมรับ" และนามสกุล "ผกาพันธุ์" ก็เกิดขึ้น โดย สด กูรมโรหิต เป็นผู้ตั้งให้...ผกาพันธุ์ หมายถึงเผ่าพันธุ์ของดอกไม้...(ผกา) จากชื่อจริงเชอร์รี่

ละครเรื่อง "ความพยาบาท" นี้เอง ที่ทำให้นาม "สวลี ผกาพันธุ์" ได้เกิดขึ้นในโลกบันเทิง



การแสดงดำเนินต่อไปอีกมากมายหลายเรื่อง เช่น เงาะป่า เงือกน้อย ฯลฯ จนกระทั่งคณะผกาวลีหยุดกิจการ สวลีไปอยู่คณะอัศวินการละคร เริ่มด้วยแสดงเป็นนางเอกเรื่อง "มโนราห์" และอีกหลายๆ เรื่องติดตามมา เรื่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่างท่วมท้นคือ "บ้านทรายทอง" สวลีเป็นพจมานคนแรก ผู้หญิงแทบทั้งเมืองถักเปียให้เหมือนสวลี เหมือน "พจมาน"

สวลีร่วมแสดงละครกับอีกหลายคณะ แสดงกับคณะเทพศิลป์ คณะศิวารมย์ ฯ

สวลีได้ร่วมกับสามีตั้งคณะชื่นชุมนุมศิลปิน จัดแสดงละครหลายเรื่อง ได้รับผลสำเร็จมากทั้งคุณภาพและรายได้ ขณะนั้นกิจการภาพยนตร์เริ่มเป็นที่นิยมของประชาชนมากขึ้น ทำให้ละครเวทีเริ่มซบเซา เฉลิมไทยปิดเวทีละคร เฉลิมนครปิดเวทีละคร เปลี่ยนเป็นฉายภาพยนตร์ทั้ง 2 แห่ง

ส.อาสนจินดาเริ่มสร้างภาพยนตร์ รวบรวมพรรคพวกให้ไปร่วมแสดงด้วย

สวลีเป็นนักแสดงคนหนึ่ง ที่แสดงเป็นนางเอกภาพยนตร์อยู่ระยะหนึ่ง

และในบางครั้งก็ได้มีโอกาสพากย์ภาพยนตร์ร่วมกับพันคำ บางครั้งก็พากย์กับ ม.ล.รุจิรา-มารศรี เมื่อว่างจากการแสดงได้เริ่มบันทึกแผ่นเสียง เช่น เพลง "ลมหวน"
, "โรครัก", "หน้าชื่นอกตรม" ฯลฯ


ปี พ.ศ.2498 ถึงยุคโทรทัศน์ช่อง 4 (ขาว-ดำ) บางขุนพรหม สวลีได้มีโอกาสเข้ามาจัดรายการตั้งแต่ระยะเริ่มแรกเป็นคณะแรก จัดเป็นรายการเพลง ได้รวบรวมเพื่อนๆ นักร้อง เช่น ชรินทร์
, สุเทพ, นริศ, พูลศรี, อดิเรก และชูศรีมาร่วมด้วย

บางครั้งสวลียังจัดเป็นละครสั้นๆ ผูกเรื่องด้วยเพลงต่างๆ ต่อเนื่องกันไป โดยให้นักร้องแสดงเองด้วย

ต่อมาสวลี (คณะชื่นชุมนุมศิลปิน) โดยสวลีเป็นคณะแรกได้จัดละคร ละครเหมือนละครเวที เช่น "ความพยาบาท" "บ้านทรายทอง" โดยรวบรวมผู้ใหญ่และเพื่อนๆ ในวงการละครเวทีมาแสดงทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก ประชาชนไม่ได้ดูละครมานานแล้ว เมื่อละครทางโทรทัศน์ส่งตรงมาให้ชมถึงบ้านจึงเป็นที่นิยมกันมาก

นับเป็นความสำเร็จและภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เสียดายที่ขณะนั้นยังไม่มีการบันทึกเป็นวิดีโอเทป จึงไม่มีภาพที่ระลึกเป็นหลักฐานในการแสดงเลย

สวลีเป็นผู้พากย์ภาพยนตร์โทรทัศน์ (ช่อง 4 บางขุนพรหม) คนแรกเรื่องแลสซี่ และพากย์อีกหลายๆ เรื่อง ซึ่งต่อมาทางสถานีมีนโยบายใช้พนักงานของสถานีพากย์เอง

สวลีจึงเป็นผู้พากย์ภาพยนตร์ทางโทรทัศน์คนแรกของเมืองไทย

วงดนตรีชื่นชุมนุมศิลปินยังได้รับงานแสดงที่เวทีของสถานีวิทยุ ท.ท.ท. (สี่แยกคอกวัว) เดือนละครั้ง เปิดให้ประชาชนเข้าชมและถ่ายทอดเสียงออกอากาศ เรียกได้ว่าเป็นที่ชุมนุมของคนหนุ่มสาว เหมือนรายการคอนเสิร์ตสมัยนี้ มีนักร้องที่บันทึกแผ่นเสียงไว้ สุเทพ
, ชรินทร์, พูลศรี, สุวศรี, นริศ, อดิเรก และสวลี

แล้วทนงศักดิ์
, มีศักดิ์, ศักรินทร์ ก็เข้าวงการบันเทิง ร่วมกับคณะชื่นชุมนุมศิลปินบนเวทีนี้...
ที่สถานีวิทยุ ท.ท.ท.นี้ อาจารย์จำนง รังสิกุล ให้สวลีเป็นผู้ประกาศของสถานีระยะหนี่ง...ต่อมาเมื่อมีสถานีเพิ่มอีก 1 แห่ง ทีวีช่อง 7 สนามเป้า สวลี (คณะชื่นชุมนุมศิลปิน) ก็ได้จัดแสดงเรื่อง "ผู้ชนะสิบทิศ" โดยรวบรวมนักแสดงมากเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง และที่เด่นมากอีกหลายๆ เรื่อง

การบันทึกแผ่นเสียงถ้าเป็นเพลงคู่ ชรินทร์ นันทนาคร
, สมยศ ทัศนพันธ์, นริศ อารีย์, ชาญ เย็นแข, ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์, ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา, ธานินทร์ อินทรเทพ และสุเทพ วงศ์กำแหง


สวลีบันทึกแผ่นเสียงไว้ทั้งหมดประมาณ 2
,000 เพลง จากนักแต่งเพลงเกือบทุกคน

เดือนกรกฎาคม 2504 สุรพล พรทวีวัฒน์ ได้ชวนให้ไปร้องเพลงที่ไนต์คลับ ชื่อพาราไดซ์ ที่ราชประสงค์ นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่สวลี ผกาพันธุ์ ดารานักแสดง นักร้อง ปรากฏตัวร้องเพลงที่ไนต์คลับ จึงได้รับการต้อนรับในวงกว้างขึ้น

เดือนธันวาคม 2504 สวลีกับสุรพลลาออกจากพาราไดซ์ คุณสุรพลได้รวบรวมหาหุ้นส่วน นอกจากสวลีและคนอื่นๆ รวม 5 คน ตั้งไนต์คลับชื่อ "โลลิต้า" อยู่ถนนราชดำเนิน พฤษภาคม 2505 เปิดกิจการ ประชาชนให้การต้อนรับ "โลลิต้า" อย่างเหลือที่จะคาดคิด และในปี พ.ศ.2512 หุ้นส่วนโลลิต้าก็แยกย้ายกันไปตามวิถีทาง...

สวลีได้รับพระราชทานแผ่นเสียงทองคำจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2 รางวัล 2 แผ่น ในปีแรก 30 พฤษภาคม 2507 และปีต่อๆ มารวม 3 ครั้ง

สวลีได้รับการชวนเชิญให้ไปร่วมรายการกุศลต่างๆ โดยครั้งแรกคือ งานกาชาด สวลีร้องเพลงพระราชนิพนธ์ "อาทิตย์อับแสง" ถวายหน้าพระที่นั่งเป็นครั้งแรก และต่อมาอีกหลายๆ ปี

ในปีกาชาดสากลโลก สวลีได้รับเกียรติจากสภากาชาดไทย ให้ร้องเพลงสั้นๆ เป็นคำขวัญ "กาชาดช่วยคน คนช่วยกาชาด"

ต่อมาเมื่อพระเจ้าชาห์และพระราชินีฟาราไดบา เสด็จฯ เป็นพระราชอาคันตุกะ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชเสาวนีย์ให้สวลีร้องเพลงพระราชนิพนธ์ถวายในเรือล่องเจ้าพระยา พระเจ้าอยู่หัวทรงดนตรี

และหลังจากนั้นได้ถวายธูป เทียนแพ ถวายตัวเป็นข้าพระบาทรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทตลอดมา เป็นเวลากว่า 40 ปี

นอกจากจะได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทเสมอมาแล้ว ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้ เมื่อเจ็บไข้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ก็ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานดอกไม้เยี่ยม เมื่อลูกจะมีครอบครัวก็ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสังข์และเงินก้นถุง เมื่อมารดาถึงแก่กรรม ความทราบใต้เบื้องพระยุคลบาท ก็โปรดเกล้าฯ พระราชทานพวงมาลาแก่ศพ และพระราชทานเพลิงศพให้ เมื่อสามีถึงแก่กรรม ความทราบถึงใต้เบื้องพระยุคลบาท ก็โปรดเกล้าฯ พระราชทานพวงมาลาเช่นกัน

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้

ในปี พ.ศ.2532 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประกาศเกียรติคุณให้นางเชอร์รี่ เศวตนันทน์ (สวลี ผกาพันธุ์) เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง เพลงไทยสากล-ขับร้อง เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2533 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ซึ่งนับเป็นความภูมิใจสูงสุด

นับเป็นนักร้องคนแรกที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็นศิลปินแห่งชาติ



 
Comments