ประวัติมาริโอ้ เมาเร่อ








ชื่อ – นามสกุล มาริโอ้ เมาเร่อ
ชื่อเล่น โอ้
ฉายาที่เพื่อนๆ เรียก ไอ้แว่น
อายุ 18 ปี
วันเกิด 4 ธันวาคม 2531
บิดามารดา โรแลนด์-วรัญญา
พี่น้อง มีพี่ชาย 1 คน มาร์โค
การศึกษา อนุบาล อนุบาลลีนา, ประถมศึกษา-มัธยมศึกษา ร.ร.เซนต์ดอมินิก,ปริญญาตรี ปี 1 คณะมนุษยศาสตร์ เอกสื่อสารมวลชน ม.รามคำแหง
อธิบายความเป็นตัวเอง ชอบเล่นสเก็ต
งานอดิเรก เล่นสเก็ต
ความสามารถพิเศษ ร้องแร็พ
กิจกรรมที่ทำเวลามาสยาม เดินเล่นกับเพื่อน
มุมมองความรัก ความรักคือการเสียสละ การเข้าใจผู้อื่นมากๆ
เพลงรักที่ชอบ Dear Mama (2 pac)
ผลงาน โฆษณา “Exit Rollon” , “Pizza Company“ , “มันฝรั่ง Jax“ , “กูลิโกะ โคลอน“ , “ทรอสโฟม“ , “ซูกัส“ , “นมโฟโมสต์“
MV “กุญแจที่หายไป” (ปาล์มมี่), “ปากดีขี้เหงาเอาแต่ใจ” (มิล่า) ฯลฯ

 



"โอ้"คว้าโอกาส เลือกเดินเส้นทางมายา

คอลัมน์ คุยกับดาว

จีรณัฐ ประสพมงคล - เรื่อง


โดดเด่นสะดุดตาอยู่ในจอหนังเรื่อง "รักแห่งสยาม" จนหลายคนถามไถ่ว่าหนุ่มหน้าฝรั่งวัยละอ่อนในเรื่องนี้เป็นใคร ถามไถ่กันเข้ามามากๆ เลยสนองตอบแฟนๆ ด้วยการคว้าหนุ่มหน้าใสกิ๊ก "โอ้"มาริโอ้ เมาเร่อ มาพูดคุย

ชื่อน่ารักจัง ใครตั้งให้?

" ขอบคุณครับ พ่อเป็นคนตั้งชื่อให้ ชื่อนี้ไม่มีความหมาย โอ้เคยถามเหมือนกัน แต่พ่อบอกว่าเขาเปิดหนังสือตั้งชื่อแล้ว ชอบชื่อนี้ มันออกแนวอิตาเลี่ยนดี โอ้เองก็ชอบชื่อนี้มาก ทุกวันนี้จะโดนเพื่อนล้อ เพราะชื่อเรามันไปพ้องกับชื่อเกมมาริโอ้"

มีชื่อไทยมั้ย?

" มีครับ ชื่อ "ณัฐวุฒิ"(หัวเราะ) เพราะมั้ยครับ มีชื่อไทยแต่ไม่เคยได้ใช้ คุณแม่ตั้งให้เนื่องจากว่าตอนโอ้เด็กๆ จะเข้าร.ร.เซนต์ดอมินิก สมัยก่อนถ้าเป็นชื่อฝรั่งทางร.ร.จะไม่ค่อยรับ แล้วพี่ชายโอ้ชื่อ "มาร์โค" ก็เปลี่ยนเป็น "ณัฐพล" ร.ร.ก็รับ โอ้เลยเป็น "ณัฐวุฒิ" ที่ขำคือพอเข้าไปเรียนก็ไม่เห็นว่าใครจะแอนตี้ฝรั่ง สรุปคือเพื่อนก็เรียก "มาริโอ้" นอกจากเพื่อนสนิทจริงๆ ถึงรู้ว่ามีชื่อ "ณัฐวุฒิ" แล้วพวกมันก็จะล้อกัน"

พื้นเพโอ้เกิดที่ไหน?

" โอ้เกิดและโตที่เมืองไทยครับ โอ้เป็นลูกครึ่งไทย-จีน-เยอรมัน คุณพ่อเป็นเยอรมัน คุณแม่เป็นไทย-จีน คุณพ่อเปิดโรงงานทำสารส้มส่งออกอยู่ที่จ.นครนายก คุณแม่เป็นนักธุรกิจหญิงที่ช่วยคุณพ่อ ครอบครัวโอ้ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องเงิน ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ แต่ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนถือว่าดีขึ้น เลยเป็นจุดนึงที่ทำให้โอ้ต้องทำงานและเรียนไปด้วยตั้งแต่อายุ 16 ถือว่าโชคดีนะที่ตอนนั้นเดินอยู่สยาม มีโมเดลลิ่งมาติดต่อก็เลยได้งานถ่ายโฆษณา ซึ่งจริงๆ แล้วโอ้เป็นคนขี้อาย แต่พอเห็นตรงนี้เป็นโอกาสก็อยากคว้าไว้ เป็นโอกาสที่ดีและหาเงินไปช่วยที่บ้านด้วย โอ้เริ่มจากงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา ถ่ายมิวสิคฯ แล้วก็มาเล่นหนัง ทุกอย่างมันท้าทายตัวเอง ตอนได้รับเงินก้อนแรกดีใจมาก โชคดีที่โฆษณาชิ้นแรกได้เล่นเป็นตัวหลักก็ได้เงินมา 7 หมื่น ดีใจมาก เอาเงินให้แม่หมดเลย"

ชีวิตวัยเด็กเป็นอย่างไร?

" โอ้ถูกเลี้ยงดูมาแบบฝรั่งและไทย ตั้งแต่เกิดมาโอ้ไม่เคยได้ไปไหนเลย อยู่แต่เมืองไทย เชื่อมั้ยว่าลูกครึ่งอย่างโอ้เคยขึ้นเครื่องบินแค่ครั้งเดียวตอนไปเที่ยว กระบี่(หัวเราะ) พ่อแม่จะตามใจเป็นบางเรื่อง อะไรที่นอกกรอบไปคุณแม่ก็ดุ ด้วยความที่เป็นลูกชายคนเล็กจะโดนหวงมากหน่อย โอ้ไม่ใช่คนซนมากแต่จะดื้อเงียบ โอ้จะคุยกับพ่อเป็นภาษาอังกฤษ นานๆ จะเจอพ่อที เพราะพ่ออยู่นครนายก พอเจอกันก็คุยเยอะแยะไปหมด ด้วยความที่เราชอบธรรมชาติเหมือนกันก็คุยกันได้ลื่นไหล ส่วนแม่นี่โอ้จะถามเรื่องการทำงานของเค้า"


มาเป็นส่วนหนึ่งของ "รักแห่งสยาม" ได้ยังไง?

" พี่ที่โมเดลลิ่งพาไปแคสติ้ง จากนั้นพี่มะเดี่ยว (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล) ผกก.ก็เรียกตัวไป โอ้ก็เล่นให้เขาดู ตอนนั้นไม่คิดว่าตัวเองจะได้ ลึกๆ โอ้เป็นคนขี้เกียจ มีโลกส่วนตัวสูง ชอบอยู่กับเพื่อนสนิท แต่พอได้มาเล่นหนังก็คิดมากเลย ความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงตามมาทันที เดินไปไหนเหมือนมีอะไรมาแบกไว้ แต่โชคดีที่หนังเรื่องนี้ทีมงานมืออาชีพมาก ช่วยโอ้ได้เยอะ ตอนแรกกลัวมากว่าจะไปทำงานเขาเสีย"

พอได้มาแสดงหนังแล้วชอบการแสดงหรือเปล่า?

" ชอบครับ ที่บ้านให้การสนับสนุนด้วย เขาอยากเห็นโอ้ถ่ายหนัง ที่บ้านเห่อกันทุกคน ตัวโอ้เองยังเห่อเลย มีรูปตัวเองลงหนังสือเล่มไหนซื้อเก็บหมดเลย (หัวเราะ) เมื่อก่อนเราเห็นแต่คนอื่นลงปก แต่เดี๋ยวนี้นั่งแท็กซี่แล้วเห็นหน้าตัวเองติดตามรถไฟฟ้าก็มีเขินๆ นะ เพื่อนในกลุ่มก็จะโทร.มาแซวว่าไปไหนเจอแต่หน้าแกว่ะ"

คิดว่าตัวเองหล่อมั้ย?

" เอาจริงๆ นะ คิดว่าตัวเองหน้าตาเฉยๆ แถมตอนเด็กหน้าตาตลกออกไปทางขี้เหร่ ตัวผอม หัวลีบเป็นถั่วเพราะตัดผมสกินเฮดแถมใส่แว่นอีกต่างหาก ตอนอยู่ที่ร.ร.ก็มีคนรู้จักเยอะนะ แต่ไม่ใช่ว่ารู้จักเพราะหน้าตาดี แต่จะรู้จักเพราะชื่อแปลก"

เสน่ห์ของมาริโอ้อยู่ตรงไหน?

" พี่มะเดี่ยวบอกว่าที่โอ้ได้มาเล่นหนัง "รักแห่งสยาม" เพราะเขาเหมือนเห็นอะไรในแววตาโอ้ ตาเด็กคนนี้เล่าเรื่องอะไรได้สื่ออารมณ์ทางแววตาได้ดี ซึ่งตรงกับโอ้เลยเพราะโอ้ชอบตาตัวเองมาก บางทีก็นั่งดูตาตัวเองในกระจกว่าตาตัวเองแปลกดีเหมือนใส่คอนแท็กต์เลนส์เลย แต่ไม่ได้ใส่"

ถ้าจะแนะนำคนที่ชื่อ "มาริโอ้" ให้คนอื่นได้รู้จัก?

" โอ้เป็นคนพูดน้อยแต่ต่อยหนักนะครับ(หัวเราะ) บางทีพูดอะไรออกมาคนฟังก็อึ้งไปเหมือนกัน นิสัยโอ้เป็นคนที่ถ้าไม่สนิทด้วยจะไม่ค่อยคุยเท่าไร แต่ถ้าสนิทนะคุยไม่หยุดเลย เป็นคนคิดเยอะคิดไกลกว่าคนวัยเดียวคิดกัน อาจเพราะโอ้โตมาแบบที่ไม่ได้สบายมากนักบางอย่างก็สอนให้เราต้องคิดมากหน่อย"

คิดยังไงกับวงการ?

" โอ้เข้าวงการไม่ใช่เพราะอยากเท่ สำหรับโอ้นักแสดงก็คืออาชีพหนึ่งในสังคม จริงอยู่ว่างานนี้อาจจะได้เงินเยอะแต่เราก็ต้องเหนื่อยและยอมแลกกับอะไร หลายอย่าง เงินก็เป็นส่วนหนึ่ง เป็นรางวัลจากการทำงาน โอ้คิดอย่างเดียวว่าโอกาสแบบนี้ไม่ได้มาง่ายๆ วันนี้ถ้าเราปฏิเสธไปอาจจะไม่มีโอกาสนี้อีกเลยก็ได้ ตอนนั้นโอ้ก็ไม่ได้คิดว่าจะยึดทางนี้ เพราะโอ้ชอบช่วยพ่อทำงานมากกว่า ชอบไปนั่งฟังพ่อพูดเกี่ยวกับงานของพ่อ สนุกกว่าเยอะเลย เพราะโอ้อยากทำตามพ่อ แต่ตอนนี้เริ่มสนุกกับการทำงานในวงการแล้ว ได้เจออะไรใหม่ๆ ทุกวัน"


เตรียมรับกับความไม่เป็นส่วนตัวบ้างหรือยัง?

" ก็พยามเป็นตัวเองให้มากที่สุด ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องคิดว่าเราดังแล้ว สำหรับโอ้คิดว่ายิ่งเป็นที่รู้จักเรายิ่งต้องถ่อมตัว อย่าไปคิดว่าเรายิ่งใหญ่มาจากไหน เรามาจากเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก เพียงแต่วันนี้เรามีโอกาสที่ดีเท่านั้นเอง"

คนมักพูดว่าพอ "ดัง" แล้วจะเปลี่ยนไป คิดว่าตัวเองจะเป็นอย่างนั้นมั้ย?

" โอ้ไม่มีทางเปลี่ยน โอ้ว่าคนที่ดังแล้วเปลี่ยนไปเขาน่าสงสารเหมือนกันนะ คือเขาคงต้องปรับตัวว่าเขาดังแล้วจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ดีมั้ย แต่ถ้าเราเป็นตัวเองมากที่สุดแล้วคนมาชอบเราที่เป็นแบบนี้ก็จะดีที่สุดครับ"

รู้สึกยังไงที่บอกว่าเด็กรุ่นใหม่เข้าวงการง่าย แล้วก็ออกจากวงการง่ายเหมือนกัน?

" มันอยู่ที่คน ถ้าคนนั้นหลงแสงสีและคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่นเหนือกว่าคนอื่น แบบนั้นก็ไปเร็ว แต่ถ้าเขารู้จักคิด รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ รู้จักถ่อมตัว เขาก็จะอยู่ได้ไปอีกนาน เพราะเดี๋ยวนี้ก็จะมีคนที่เข้ามาเพื่อเก็บเกี่ยวเรื่องเงินอย่างเดียว อย่างนี้ไปเร็วเพราะเขาเห็นเงินเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จริงอยู่ว่าเราทำงานก็อยากได้เงิน แต่เงินมันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ถ้ามาทำงานแล้วไม่คำนึงถึงคุณภาพเลย คนดูเขารู้สึกได้และสุดท้ายก็เป็นผลเสียกับตัวเราเอง"

วางตัวเองบนเส้นทางบันเทิงยังไงบ้าง?

" ถ้ามีงานหนังเข้ามาอีกโอ้ก็อยากทำ แต่ตอนนี้อยากพักมากครับ(หัวเราะ) อยากไปอยู่กับพ่อบ้าง เพราะรู้สึกว่าตัวเองช่วงนี้ทำงานเยอะแล้วเหมือนกัน"

ต้นแบบของมาริโอ้คือใคร?

พ่อ แม่ และพี่ชายครับ(ตอบฉะฉานมาก) อย่างแม่โอ้เห็นเขาทำงานหนักมาตั้งแต่โอ้เป็นเด็กแล้ว ส่วนพ่อเป็นคนใจเย็นและน่ารัก สอนโอ้เยอะมาก เป็นคนที่โอ้คุยกับเขาแล้วสนุกที่สุด เวลาฟังเรื่องราวชีวิตพ่อ โอ้จะรู้สึกว่าเกิดมาเป็นลูกของพ่อคนนี้ดีใจมากเลย ส่วนพี่ชายโอ้เป็นคนที่ช่วยโอ้ทุกอย่าง ตอนเด็กเวลาโอ้มีเรื่องแถวบ้าน พี่ชายก็จะมาปกป้องโอ้ตลอด โอ้รักครอบครัวมากๆ และอ่อนไหวมากกับครอบครัว"

นิยามการทำงานของมาริโอ้คืออะไร?

"ต้องตรงต่อเวลาครับ รู้ว่าเวลาไหนเราควรทำอะไร"แค่นี้ ก็เชื่อว่าหนุ่มหน้าใส "มาริโอ้ เมาเร่อ" คงอยู่ในหัวใจแฟนๆ ไปอีกยาว


รักในวัยเรียน"โอ้"รู้ขอบเขต

หล่ออย่างนี้ จะเหลือเหรอที่จะไม่มีแฟน โจ๋หน้าฝรั่ง "โอ้"มาริโอ้ เมาเร่อ รีบบอก "ไม่เรียกว่าแฟน เพราะโอ้ยังเด็กอยู่"

จาก นั้นเจ้าตัวก็ขยายความ "โอ้ยังไม่ได้คิดมากว่าจะต้องเป็นแฟนหรือว่าอะไร แต่ยอมรับว่ามีผู้หญิงที่สนิท เป็นคนที่โอ้รู้จักมาตั้งแต่เด็ก เขาก็รู้ว่าเขาเป็นคนสนิทของโอ้ ที่บ้านโอ้และบ้านเขาก็ทราบว่าสนิทกัน แต่เขาไม่ได้อะไรมาก เพราะรู้ว่าโอ้ยังเด็กอยู่ ยังไม่คิดอะไรกับเรื่องนี้ คือในช่วงวัยรุ่นโอ้เข้าใจว่าบางคนอาจจะเตลิดไปกับเรื่องความรัก แต่โอ้ว่าตัวเราเองต้องรู้ขอบเขต อย่าไปทุ่มเทกับความรักมากเกิน มันจะเสียเวลาไปเปล่าๆ"

เข้าวงการมาแบบนี้ แน่ล่ะว่าต้องมีสาวๆ มากรี๊ด ว่าแต่สาวคนสนิทเขามีอาการหึงบ้างมั้ย โอ้ปฏิเสธ "ไม่มีนะ เขาเข้าใจว่าโอ้ทำงานแบบนี้ก็ต้องมีคนชื่นชอบผลงานเราและเข้ามาแสดงความ ยินดีกับเรา เขาไม่คิดมากเรื่องพวกนี้ครับ"

ประทับใจเขาตรงไหน "เขาเป็นคนดี ช่วยเหลือโอ้มาตลอดเลย"

เวลามีความรัก "มาริโอ้" เป็นยังไง ติดแฟนมั้ย

" ไม่ติดแฟนนะ ยิ่งตอนนี้โอ้ทำงานทั้งวันด้วยเวลาจะได้เจอยังแทบไม่มีเลย ว่างๆ ก็โทร.คุยกัน คุยทุกอย่างที่เราเจอมาในวันๆ นึง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน"

"มาริโอ้" มีสเป๊กหรือเปล่า "

สเป๊กแบบเป๊ะๆ เลยไม่มี คร่าวๆ ก็ชอบคนนิสัยดี เป็นคนดี และน่ารัก คนที่สนิทอยู่ก็มีบ้างที่ใช่ เขาน่ารักครับ"

ความรักของ "มาริโอ้" คืออะไร

"คือการเข้าใจกัน ไว้ใจกัน แค่นี้พอแล้วครับ"



ชิ้นโบแดง

ผ่าน งานโฆษณา ถ่ายมิวสิควิดีโอ มาหลายต่อหลายเรื่อง แต่ผลงานที่หนุ่ม "มาริโอ้ เมาเร่อ" เลือกให้เป็นชิ้นโบแดง คือผลงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก "รักแห่งสยาม" โดยหนุ่มโอ้ขยายความว่า

"รักแห่งสยาม" เป็น หนังเรื่องแรกของโอ้ด้วย แล้วพี่มะเดี่ยว(ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล) เก่งมาก อายุยังน้อยอยู่เลยแต่การทำงานมืออาชีพมาก โอ้ไว้ใจว่าเขาจะไม่พาโอ้ไปในทางที่แย่ แล้วเรื่องนี้โอ้ได้ร่วมงานกับนักแสดงมืออาชีพอย่างพี่กบ(ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี), พี่นก(สินจัย เปล่งพานิช) และพี่พลอย(เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) ตอนแรกกดดันมาก ตอนแรกที่รู้ว่าพี่กบเล่นเป็นพ่อโอ้ก็ตกใจเพราะดูละครพี่เขาตั้งแต่ตอน "3 หนุ่ม 3 มุม" พอมาเจอตัวจริงก็น่ารักมาก พี่นกก็เหมือนกันเวลาอยู่ในกองเหมือนแม่คนนึงเลย ส่วนพี่พลอยเล่นเป็นพี่สาว แรกๆ โอ้ก็เขิน แต่พี่พลอยก็สอนอะไรเยอะ ไม่ได้ถือตัวเลย โอ้พอใจกับหนังเรื่องแรกมาก อยากให้มาดูกันเยอะๆ"



อ่านบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับภาพยนตร์ รักแห่งสยาม

Q: เป็นไงมาไงถึงได้มาแสดงหนังเรื่องนี้?
ปกติก็จะถ่ายแบบ ยังไม่เคยแสดงหนังมาก่อน ทีนี่ก็มีคนติดต่อเข้ามา ส่งบทมาให้ดู ก็สนใจ ผมก็เลยลองไปแคสดู ซึ่งก็แคสอยู่หลายรอบเหมือนกัน

Q: ตื่นเต้นไหมกับการแสดงครั้งแรก?
โห หนังเรื่องแรก ก็ตื่นเต้นมากๆ ครับ พอดีไม่เคยเล่นหนังอะไรมาก่อน ผ่านแต่งาน MV ผ่านแต่โฆษณา ผ่านแต่ถ่ายหนังสือแฟชั่น ยิ่งได้มาเล่นกับพี่นก สินจัย พี่กบ ทรงสิทธิ์ แล้วก็พี่พลอย เฌอมาลย์ด้วย ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ เพราะทุกคนก็ระดับมืออาชีพกันทั้งนั้น และก็ยังได้เล่นกับเพื่อนๆ นักแสดงอีกหลายคนอีกด้วย ก็สนุกดี ตื่นเต้นดีครับ อีกอย่างเรื่องนี้เราก็ต้องสื่ออารมณ์เยอะ มีฉากเยอะ ก็ต้องทำการบ้านมาดีๆ

Q: ถ้าเทียบกับผลงานที่เคยผ่านมาละ ชอบอะไรมากกว่ากัน ?
มัน ก็คนละแบบเลยครับ เวลาโอ้ไปถ่ายพวก MV เราก็เข้าไปถ่ายเลย ไม่ต้องอ่านบทอะไรมาก พี่เค้าก็จะบรี๊ฟเรา เราก็เข้าไปเล่น แต่หนังเนี่ยะ จะต้องมีบทก็ต้องอ่านบท ต้องทำความเข้าใจตัวละครหลายๆ ตัวว่าเป็นมายังไง ซึ่งหนังจะยากกว่า แต่ว่าพอเล่นเสร็จแล้วความภูมิใจผมยกให้หนังมากกว่าเพราะว่าแบบหนังมันหนัก จริง ๆ ครับ ต้องให้แม่ตื่นเช้า คอยมาปลุกผม ดึงผมออกจากเตียง ตี 4 ไปถ่าย บางทีถ่ายข้ามวัน บางทีก็สองวันติด

Q: แล้วมีการเตรียมตัวมากน้อยแค่ไหนกับการแสดง?
ก่อน หน้านั้นก็เคยเรียนแอ๊คติ้งมาบ้างครับ ที่สมาคมผู้กำกับ แล้วพอจะได้มาเล่นก็ต้องไปเวิร์คชอป กับพี่นก กับพี่กบ พี่พลอย ลองเล่นกับพีช เล่นกับทุกคนครับ แรกๆ ก็ตื่นเต้นครับ รู้ว่าจะได้เจอพี่นกก็ตื่นเต้น ตอนเล่นได้บทมาก็ยังเล่นไม่ถูก เกร็งๆ เพราะพี่เค้าเป็นรุ่นใหญ่ ผมก็เพิ่งเข้ามาก็พยายามเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดครับ

Q: มีฝึกกับตัวเองด้วยไหม?
ก็ มีเอาบทมานั่งท่อง คือทุกครั้งก่อนที่โอ้จะไปเล่น เขาก็จะให้บทโอ้มา โอ้ก็นั่งมาร์คไว้ว่าพรุ่งนี้ต้องเล่นอะไรบ้าง ก็ต้องมาซ้อมดู ก็อ่านจบหลับไป ตื่นเช้าไปถึงหน้ากองก็ยังอ่านอยู่ครับ

Q: เรื่องนี้รับบทเป็นอะไร?
เล่น เป็นโต้ง ครับ คาร์แรกเตอร์ของโต้งก็เป็นเด็กวัยรุ่นทั่วไป อยู่ชั้น ม. 6 กำลังจะเข้ามหาลัย ก็ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนฝูง เรียนหนังสือ เรียนพิเศษ แล้วก็ในเรื่องโต้งก็มีแฟนชื่อโดนัทครับ โดนัทก็เป็นผู้หญิงที่สวย แต่โต้งก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก โต้งก็ยังสับสนอยู่ ไม่รู้จะเลือกทางเดินไหนให้กับชีวิต ในส่วนของครอบครัว โต้งก็มีเหตุการณ์ที่มีปมอยู่นิดหนึ่ง เพราะโต้งมีพี่สาวอยู่คนหนึ่งชื่อแตง แล้วก็วันหนึ่งพี่สาวเค้าก็ไปเที่ยวต่างจังหวัดแล้วก็หายตัวไปครับ



Q: รักแห่งสยามเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร?
หนัง เรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักของคนหลายๆ กลุ่มครับ ซึ่ง คือมันเริ่มมาจากครอบครัวโต้ง ซึ่งเดิมครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่มีความสุขครับ วันหนึ่งพี่สาวโต้งก็หายไป ชื่อพี่แตง แล้วก็ทำให้พ่อเสียใจพ่อก็ป่วย กลายเป็นคนติดเหล้า วันหนึ่งโต้งก็ไปเจอกับมิว มิวก็เป็นเพื่อนสนิทของโต้งตั้งแต่เด็ก แล้วก็ได้มาเจอกันอีกครั้งที่สยาม มิวก็พาโต้งไปรู้จักกับพี่จูนซึ่งเป็นผู้จัดการวงของมิว แล้วพี่จูนก็บังเอิญหน้าเหมือนกับพี่สาวของโต้งที่หายไป ก็เลยมีแผนว่าจะพาพี่จูนปลอมเป็นพี่แตงเข้าไปที่บ้าน เพื่อทำให้พี่อของโต้งดีขึ้น ในขณะนั้นอีกด้านหนึ่งของชีวิตโต้งก็มีแฟนชื่อโดนัท ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มลดน้อยลง ไม่ค่อยได้เจอกัน ห่างๆ กัน โต้งก็เหมือนยังสับสนอยู่ไม่รู้จะเลือกทางเดินยังไงให้ชีวิต

Q: โต้งถือว่าเป็นตัวแทนความรักแบบไหน?
โต้งเป็นตัวแทนความรักประเภทของวัยรุ่นครับ ความรักของโต้งก็นำพาไปถึงตัวละครตัวอื่นๆ ในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน พี่สาว และก็แฟนด้วย ก็เหมือนเป็นความรักที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นครับ และก็เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับคนดู

Q: เคยมีความรักหรือความทรงจำดีๆ ที่เกิดขึ้นที่สยามบ้างไหม?
ความทรงจำดีๆ ของโอ้ที่สยาม ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของพี่ชาย เพราะบางทีโอ้ก็ต้องไปๆ มาๆ ต่างจังหวัด ไปหาพ่อ ไม่ค่อยได้อยู่กับพี่ แต่พอมีเวลามาอยู่ที่กรุงเทพก็จะได้มาใช้เวลาร่วมกันกับพี่ ก็มีไปเดินเล่นสยาม ซื้อเสื้อผ้ากัน ก็เป็นความรักแบบพี่น้อง

Q: เรื่องนี้ส่วนใหญ่ต้องไปถ่ายทำที่สยามแสควร์ เป็นยังไงบ้าง?
ไปถ่ายที่สยามหลายฉากเหมือนกัน ก็สนุกดีครับ แต่ก็ค่อนข้างวุ่นวาย คนเยอะ อย่างฉากที่เซ็นเตอร์พอยต์ที่โต้งจะต้องไปบอกเลิกโดนัท ตอนนั้นช่วงเย็นๆ หัวค่ำ ประมาณทุ่มหนึ่ง คนก็เพียบเลย ตื่นเต้นมาก เสียงก็ค่อนข้างดัง วุ่นวายไปหมดเลยครับ เพราะตรงนั้นก็จะมีจอใหญ่ๆ ตรงเซ็นเตอร์พอยต์ เขาก็เปิดเอ็มวีอยู่ด้วย ก็ต้องพยายามทำสมาธิดีๆ

Q: ต้องแสดงกับนักแสดงรุ่นใหญ่หลายคน รู้สึกยังไงบ้าง?
ตื่นเต้นมากครับ มีฉากที่ต้องปะทะอารมณ์กับพี่นกด้วย มีซีนที่โต้งจะไปหาเพื่อน แล้วแม่มาห้ามไม่ให้ไป ก็เลยต้องมีปากเสียงกันพี่นกก็ช่วยสอนโอ้ บอกว่าใจเย็นๆ ค่อยๆ ทำสมาธิครับ เวลาเล่นก็ใช่สมาธิให้เยอะๆ ตอนแรกๆ ก็เกร็งครับ แต่พอเข้าฉากด้วยกันเยอะๆ ความเกร็งก็ค่อยๆลดน้อยลง แล้วพี่นกเค้าก็เป็นกันเองมาก เค้าก็เหมือนแม่คนหนึ่งครับ ช่วยสอนโอ้ครับ

Q: มีเทคนิคอะไรในการแสดงซีนที่เป็นอารมณ์มากๆ?
ก็ต้องแบบพยายามคิดอะครับ เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้นๆ อย่างแสดงกับพี่นก โอ้ก็พยายามคิดว่าพี่นกเป็นแม่โอ้จริงๆ ซึ่งโอ้จะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ นี่เป็นเทคนิคที่ให้ธรรมชาติที่สุดครับ

Q: แล้วมีฉากอื่นๆ ที่ประทับใจไหม?
ฉากที่ประทับใจก็มีฉากที่ต้องไปที่คอนโดของเพื่อนครับ แล้วโอ้ก็ต้องเข้าฉากกับตาล ซึ่งเล่นเป็นหญิง แล้วต้องทะเลาะกันแรง ซีนนี้ยาก ต้องทำอารมณ์มากๆ เลย เพราะฉากนั้นโอ้ต้องร้องไห้ด้วยครับ กว่าจะเสร็จก็นานครับ เล่นเอาปวดหัวไปเลย ไม่คิดว่าเราจะบีบน้ำตาออกมาได้ ไม่คิดว่าเราจะพัฒนามาถึงอย่างงี้ เป็นซีนที่ยากที่สุดแล้ว

Q: อยากให้พูดถึงนักแสดงที่ทำงานร่วมกันในเรื่อง?

ในเรื่องก็จะมีพิช เล่นเป็นมิว การทำงานกับพิชก็สนุกครับ ก็ พิชเป็นคนนิสัยดีคนหนึ่ง เวลาเข้าฉากกันก็โอเคครับ รับส่งอารมณ์กับพิชก็ไม่มีปัญหาอะไร ยังใหม่ทั้งคู่ พี่มะเดี่ยวก็ต้องมาช่วยกันสอนผมกับพิช แต่เราก็มีมาซ้อมๆกัน ก่อนที่จะเข้าฉากโอ้กับพิชก็มาลองต่อบทกัน ตอนไปเข้าฉากจริงๆ จะได้ไม่หลายเทคมาก

ส่วนตาล ตาลก็เป็นคนที่มนุษยสัมพันธ์ดี คุยได้ ว่างๆ ก็มานั่งต่อบทกัน ทำให้ตอนเล่นจริงๆ ไม่ค่อยมีปัญหา

ส่วนพี่พลอย ก็ เป็นคนนิสัยดีคนหนึ่งครับ พี่พลอยก็จะคอยแนะนำโอ้ ก็สอนทริคเล็กๆ น้อยๆ ให้ ตอนแรกๆ โอ้ก็เกร็งอยู่ครับ พี่พลอยเค้าเป็นรุ่นใหญ่ขนาดไหนแล้วโอก็แบบว่าเกร็งครับ แล้วพี่พลอยเค้าพังกำแพงตรงนั้นครับ ไม่ต้องมาเกร็งอะไรกับพี่เค้าครับ พี่เค้าก็แบบคุยดีกับโอ้ไรเงี่ยครับ

ส่วนพี่นก โอ้ ก็ค่อนข้างประทับใจพี่นกอยู่แล้ว ซึ่งพี่นกก็สอนอะไรโอ้หลายๆ อย่างมากครับ สอนทริกเรื่องการแสดง สอนเรื่องมุมกล้อง เค้าก็เหมือนแม่โอ้คนหนึ่งครับ เวลาตอนถ่ายเค้าก็ชอบเอาขนมเอาอะไรมาฝากให้กินด้วย

สุดท้ายพี่กบ พี่ กบก็เป็นกันเองมากๆ ครับ เค้าเห็นโอ้เป็นเหมือนหลานคนหนึ่งครับ จริงๆ เขาก็อายุมากแล้ว โอ้ก็จะไม่ค่อยกล้าเรียกเค้าพี่ ตอนแรกโอ้ก็เรียกว่าน้า เรียกว่าอากบ เค้าก็บอก เอ้ย ! จะมาเรียกอาทำไม เค้าบอกเรียกพี่ก็พอ ก็เป็นกันเองมาก การทำงานก็ไม่รู้สึกเกร็งเลยก็รู้สึกเหมือนแกเป็นพ่อเหมือนในเรื่อง

Q: ในเรื่องนี้มีอะไรหนักใจที่สุด?
หนัก ใจที่สุด เป็นอุปสรรคที่สุด ก็คงเป็นเรื่องการนอน เพราะปกติโอ้เป็นคนขี้เซา นอนตื่นสายครับ พอมีหนังเรื่องนี้มาก็ทำให้โอ้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นเยอะ ต้องตื่นเช้ามากๆ ไปตรงเวลาเพราะมีคนรอเราอีกตั้งกี่ชีวิต แม่ก็ต้องลากผมลงจากเตียงให้ไปทำงานตี 4

Q: มีอะไรที่ประทับใจที่สุด?
ผม ประทับใจทุกคนเลยครับ ทุกคนที่สร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมา ทีมงาน นักแสดง พี่มะดี่ยว ทุกคนเลยครับ ทำให้โอ้เห็นอะไรอีกหลายอย่างครับ ถ้ามีโอกาสก็อยากทำงานตรงนี้ครับ อยากทำงานการแสดงอย่างงี้ไปเรื่อยๆ ครับ อยากพัฒนาตัวเราเองครับ

Q: คิดว่าหนังเรื่องรักแห่งสยามมีเสน่ห์ตรงไหน และจะให้อะไรกับคนดู?
ผมว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังไทยที่ดีอีกเรื่องหนึ่งเลยครับ เพราะให้เราเห็นความรักในหลายๆ รูปแบบ ทั้งของเพื่อน ของแม่ ของครอบครัว ของคนหลายๆ กลุ่มเลยครับ เชื่อว่าคนดูจะ ได้ความอิ่มเอมใจกลับบ้านแน่นอน ยังไงก็ขอฝากผลงานเรื่องรักแห่งสยามของผมครับ เป็นหนังเรื่องแรกของโอ้จริงๆ อยากให้ทุกคนช่วยไปดูด้วยครับ

+++ ชมMV เพลงจากภาพยนตร์ รักแห่งสยาม
+++ กระทู้: มีรูปมาริโอ พระเอกหนังรักแห่งสยามมาฝากทุกคนจ้า ใครมีรูปมาริโอมาช่วยกันโพสนะจ๊ะ
Comments