รู้จักกับเกาหลีโดยย่อ

ภูมิประเทศ
คาบสมุทรเกาหลีทอดตัวไปทางด้านตะวันออกของทวีปเอเชีย มีความยาว 1,000 กิโลเมตร (612 ไมล์) และกว้าง 216 กิโลเมตร (1.34 ไมล์) ณ จุดที่แคบที่สุดของคาบสมุทร พื้นที่ 70% ของประเทศเป็นเทือกเขา จึงจัดเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เกาหลีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ที่บริเวณเหนือเส้นขนานที่ 38 ประเทศระบอบประชาธิปไตยสาธารณรัฐเกาหลีอยู่ทางใต้ และประเทศระบอบคอมมิวนิสต์ เกาหลีเหนือ โดยถูกคั่นกลางโดยเขตปลอดทหาร มีประชากร 48.7 ล้านคน (พ.ศ. 2552) ประกอบด้วย 9 จังหวัด (โด) กรุงโซลเป็นเมืองหลวงของประเทศ และประกอบด้วยเมืองใหญ่ๆ 6 เมืองคือพูซาน แทกู อินชน ควางจู และอุลซานรวมมีเมืองทั้งหมด 77 เมือง (ซี) 88 มณฑล (กุน) ใน 9 จังหวัด

 

ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์

ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ระหว่างเส้นละติจูดที่ 33 และ 43 องศาเหนือ และเส้นลองจิจูดที่ 124 และ 131 องศาตะวันออก (รวมเกาหลีเหนือ) ยอดเขาสูงสุด ยอดเขาอัลลาซานบนเกาะเซจู 1,950 เมตร (6,400 ฟุต) ยอดเขาชีรีซาน 1,915 เมตร (6,283 ฟุต) และ ยอดเขาซอรักซาน 1,708 เมตร (5,604 ฟุต)
แม่น้ำ แม่น้ำนักตงคัง 522 กิโลเมตร แม่น้ำฮันคัง 482 กิโลเมตร และแม่น้ำคึมคัง 396 กิโลเมตร
สภาพเศรษฐกิจ (ปี 2551) รายได้รวมทั้งประเทศ 937.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีรายได้เฉลี่ยต่อบุคคลต่อปี 19.296 เหรียญสหรัฐฯ

ธงประจำชาติ


 ธงประจำชาติเกาหลีมีชื่อเรียกว่า แทกึกกี้ ลวดลายของธงบอกถึงสัญลักษณ์หยิน-หยางตามหลักปรัชญาตะวันออกรูปวงกลมตรงกลางธงแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน คือ ส่วนบนที่เป็น สีแดงหมายถึง พลังในเชิงบวกหรือหยาง และส่วนล่างสีน้ำเงินหมายถึงพลังในเชิงลบหรือหยิน พลังทั้งสอง อย่างรวมกันเป็นหลักแห่งความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง สมดุลยภาพ และการสมานสามัคคีอันไม่รู้จบ วงกลมนี้ล้อมรอบด้วยสัญลักษณ์สี่อย่าง อยู่ที่แต่ละมุม คือ สวรรค์  โลก  ไฟ  และน้ำ



ดอกไม้ประจำชาติ


ดอกมูกุงฮวา หรือ โรส ออฟ ชารอน เป็นดอกไม้ประจำชาติเกาหลี ซึ่งจะบานสะพรั่งทั่วประเทศระหว่าง เดือน กรกฎาคม ถึงเดือนตุลาคม สิ่งที่ทำให้ดอกไม้ชนิดนี้ไม่ เหมือนดอกไม้ชนิดอื่นคือสามารถทนสภาพอากาศที่เลวร้ายและศัตรูพืชได้เป็นอย่างดีความหมายของคำว่า มูกงฮวา มาจากรากศัพท์ มูกุงซึ่งหมายถึงความเป็นอมตะคำๆ นี้ สะท้อนความเป็นอมตะของประวัติศาสตร์เกาหลี ความมุ่งมั่นและความอดทนของชาวเกาหลี



ภูมิอากาศ


ประเทศเกาหลีมีสภาพภูมิอากาศอยู่ในเขตอบอุ่นและมีสี่ฤดูที่แตกต่างกันคือ ในปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน ต้นไม้จะผลิใบสะพรั่งเต็มต้นเป็นสัญญาณว่าฤดูใบไม้ผลิได้เริ่มขึ้นแล้ว ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมจะมีหลายๆ วันที่แสงแดดสดใสตลอดทั้งวัน
ในฤดูร้อนซึ่งอากาศร้อนและฝนตกบ้าง ต้นไม้จะเขียวชะอุ่มทั่วไป ในเดือนมิถุนายน อุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงกว่า 20 องศาเซลเซียสเล็กน้อย ฤดูมรสุมปกติจะเริ่มขึ้นในปลายเดือนมิถุนายน จนถึงช่วงกลางหรือปลายเดือนกรกฎาคม และในเดือนสิงหาคมอากาศจะร้อนจัดและชื้นมาก ฤดูใบไม้ร่วงจะเริ่มขึ้นตอนปลายเดือนกันยายน ลมที่พัดมาจากแผ่นดินใหญ่นั้นทำให้อากาศแห้งและท้องฟ้าโปร่ง จึงเป็นช่วงที่อากาศเหมาะกับการท่องเที่ยวมากที่สุดในเดือนตุลาคม ทิวทัศน์ทั่วทั้งประเทศจะมีสีสันสดใสด้วยใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีทองและสีแดงเต็มต้นในเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์อากาศจะหนาวเย็นและแห้ง บางครั้งมีฝนหรือหิมะ ในช่วงนี้มักจะมีวันที่อากาศหนาวจัดประมาณ 3-4 วัน สลับกับวันที่อากาศอุ่นสบายสำหรับอุณหภูมิเฉลี่ยในแต่ละท้องถิ่นกรุณาดูที่หน้า 225


ฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่เดือน มีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิราว 15-24 องศาเซลเซียส

ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม อากาศค่อนข้างจะร้อน ยามเช้าอากาศเย็นสบาย ระหว่างวันจะร้อนชื้น เมื่อมีฝนตกมักจะตกตลอดวันอุณหภูมิราว 22-32 องศาเซลเซียส

ฤดูใบไม้ล่วง อากาศดีมาก ท้องฟ้าสีครามแจ่มใสแสงแดดอ่อน อบอุ่น ระหว่างเดือนกันยายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิราว 14-24 องศาเซลเซียส

ฤดูหนาว อุณหภูมิประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนมีนาคม อากาศเย็นหรือหนาวและแห้ง มีหิมะตก บ้างเป็นบางช่วงเวลา

ศาสนา

ประเทศเกาหลีให้ความเคารพต่อเสรีภาพในการนับถือศาสนาโดยมีลัทธิประเภททรงเจ้า บูชาผี ศาสนาพุทธและลัทธิขงจื๊อ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหลักปรัชญาในการพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรมของประเทศก็ว่าได้นอกจากนี้ยังมีศาสนาย่อยๆ ที่เกิดขึ้นใหม่จากการผสมผสานแนวความคิดบางอย่างในศาสนาดั้งเดิม และยังมีผู้หันไปนับถือศาสนาคริสต์เป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่เริ่มเข้ามาเผยแผ่เมื่อปลายศตวรรษที่ 18 เป็นต้นม

ภาษา (ฮันกึล)

  ภาษาเกาหลีจัดอยู่ในกลุ่มยูราล-อัลเตอิค เช่นเดียวกับภาษาฮังกาเรียน ตุรกี มองโกเลียน และฟินนิชตัวอักษรของเกาหลีเรียกว่า ฮันกึล และประกอบด้วยสระ 10 ตัว และพยัญชนะ 14 ตัว ภาษาพูดได้แปลงมาเป็นภาษาเขียน ในสมัยกษัตริย์เซจง โดยนักการศึกษากลุ่มหนึ่ง ในปี ค.ศ. 1443 ผลงานของนักการศึกษากลุ่มนี้ถูกกล่าวขวัญว่าเป็นการสร้างสรรค์ที่อัจฉริยะอย่างแท้จริง ในปี 2009 ฮันกึล ถูกนำมาใช้เป็นการเขียนอย่างเป็นทางการของหมู่บ้านบาน-บัว ในอินโดนีเซีย โดยชนเผ่าเซีย-เซีย


ศิลปะ

ชนชาติเกาหลีได้ถ่ายทอดความเป็นอัจฉริยะทางศิลปะผ่านทางดนตรี นาฎศิลป์ และจิตรกรรม ซึ่งได้มีการพัฒนามาตลอดระยะเวลา 5,000 ปีของประวัติศาสตร์เกาหลี แม้ว่าศิลปะตะวันตกในรูปแบบต่างๆ จะแพร่หลายอยู่ในประเทศ แต่ศิลปะเกาหลีอันมีเอกลักษณ์ เฉพาะตัวยังได้รับความนิยม อย่างกว้างขวางไม่ว่าจะในลักษณะดั้งเดิม หรือผสมผสานกับศิลปะร่วมสมัย


เครื่องปั้นดินเผา

ประเทศเกาหลีได้รับเอาศิลปะการทำเครื่องปั้นดินเผามาจากประเทศจีนเมื่อกว่า 1,000 ปีมาแล้ว ศิลปะแขนงนี้ได้เจริญรุ่งเรืองและกลายเป็นประเพณีอย่างหนึ่งซึ่งชาวเกาหลีมีความภาคภูมิใจ เครื่องปั้นดินเผาแบบศิลาดลสีเขียวอมฟ้า ที่มีความสวยงามแบบลึกซึ้งจากราชวงศ์โคเรียว (ค.ศ. 918-1392) ก็เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางไปทั่วโลกและเป็น ที่ต้องการของผู้ที่นิยมวัตถุโบราณเช่นเดียวกับเครื่องกระเบื้องสีขาวจากราชวงศ์โซซอน (ค.ศ. 1392-1910) ศิลปะแขนงนี้ได้เข้าไปมีอิทธิพลต่อศิลปะญี่ปุ่นในยุคสมัยต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ญี่ปุ่นรุกรานประเทศเกาหลีในช่วงปี ทศวรรษ 1590 และทำให้ศิลปะแขนงนี้เจริญรุ่งเรืองในญี่ปุ่นจนถึงทุกวันนี้

การเคารพผู้มีอาวุธโส

โครงสร้างทางสังคมแบบขงจื๊อที่มีมานานยังคงอยู่อย่างเหนียวแน่น ถึงแม้ว่าเราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านนี้บ้าง วัยวุฒิและอาวุธโสยังมีความหมายมากและผู้เยาว์จะต้องเคารพคำสั่งของผู้อาวุธโส โดยปราศจากข้อโต้แย้ง ดังนั้นบ่อยครั้งเราจะถูกถามว่าอายุเท่าใด และถามถึงสถานภาพทางการสมรส (เป็นที่น่าแปลกอยู่ทีเดียวที่ไม่ว่าเราจะอายุมากเพียงใดเราจะไม่ถือเป็นผู้ใหญ่หากเรายังไม่สมรส อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่ยึดถือกันในแต่ละครอบครัว) เพื่อจะคะเนถูกถึงความอาวุธโสของเราต่อผู้อื่น อย่างไรก็ตามการที่ถูกถามก็มิได้หมายความว่าผู้ถามต้องการล่วงล้ำเข้ามาในโลกส่วนตัวของเรา แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนั้นหากเราไม่ต้องการ

ชื่อ

ชาวเกาหลีส่วนใหญ่จะมีชื่อสกุลจำกัดอยู่ในไม่กี่กลุ่ม ชื่อเช่น 21% จะมีชื่อสกุลว่า คิม 14% จะมีชื่อ สกุลว่ายี, ลี หรือ รี 8% มีชื่อสกุลว่า ปาร์ค นอกจากนั้นก็มีชื่อสกุลแตกออกไปอีกเช่น ชอย (หรือ แช) เจิง (หรือ ซุง) จาง (หรือชาง) ฮัน, ลิม เป็นต้น ชื่อเต็มของชาวเกาหลีก็จะประกอบด้วย ชื่อสกุล 1 พยางค์และชื่อหน้า 2 พยางค์ ชื่อสกุลจะเขียนก่อน สตรีชาวเกาหลีจะไม่เปลี่ยนชื่อสกุลตามคู่สมรส แต่บุตรและธิดาจะใช้ชื่อสกุลของบิดา

การสมรส

ชาวเกาหลีถือว่าการสมรสนั้นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตและการหย่าร้างถือว่าเป็นความตกต่ำเสียชื่อเสียงไม่เพียงแต่สำหรับคู่สมรสเท่านั้น แต่รวมไปถึงครอบครัวเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม อัตราการหย่าร้างในปัจจุบันก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นเร็วพอควร การประกอบพิธีสมรสในปัจจุบันแตกต่างไปจากในสมัยโบราณ นั่นคือในปัจจุบันนี้พิธีจะเริ่มด้วยแบบทางตะวันตก นั่นคือมีการสวมชุดวิวาห์สีขาวสำหรับเจ้าสาวและทัคซีโดสำหรับเจ้าบ่าว โดยประกอบพิธีในห้องจัดพิธีวิวาห์ หรือในโบสถ์ ต่อมาช่วงบ่ายจะมีพิธีแบบดั้งเดิมในสถานที่ใหม่ด้วยชุดวิวาห์ที่มีสีสันงดงาม

ฮันบก

ฮันบกเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติเกาหลีมาเป็นเวลาพันๆ ปีมาแล้ว ความงามและความอ่อนช้อยของวัฒนธรรมเกาหลีจะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านทางภาพถ่ายของสุภาพสตรีในเครื่องแต่งกายฮันบก นี้ ก่อนที่วัฒนธรรมการแต่งกายแบบตะวันตกจะได้เข้ามาในเกาหลีเมื่อร้อยปีมาแล้วนั้น หญิงชาวเกาหลีจะสวมชุดฮันบกเป็นปกติทุกวัน ส่วนสุภาพบุรุษจะสวมชอโกรี (เสื้อนอกแบบเกาหลี) และ พาจิ (กางเกงขายาว) ในขณะที่สุภาพสตรีสวม ชอกอรีและชีมา (กระโปรง) ในปัจจุบันชุดประจำชาติฮันบก จะใช้สวมเฉพาะในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น งานมงคลสมรส วันซอลลัล (วันขึ้นปีใหม่ตามจันทรคติ) หรือวันชูซก (วันขอบคุณพระเจ้า)




คิมจาง

คิมจางเป็นวิธีการเตรียมผักดองกิมจิในฤดูหนาวของชาวเกาหลีแต่ดั้งเดิม และสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่นมาหลายชั่วคนแล้ว ในเกาหลีนั้นจะมีผักน้อยประเภทมากและก็ปลูกได้ระหว่าง 3-4 เดือนสุดท้ายของปีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงมีคิมจางช่วงต้นฤดูหนาว เพื่อทำอาหารซึ่งกลายมาเป็นอาหาร ประจำของชาวเกาหลีโต๊ะอาหารในเกาหลีจะขาดกิมจิไม่ได้เลย

การแพทย์แบบตะวันออก

การแพทย์ตะวันออกถือหลักว่าสาเหตุแห่งโรคคือ พละกำลังที่ถดถอยและภูมิต้านทานที่อ่อนลง ไม่ได้เกี่ยวกับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายโดยเฉพาะ แต่เป็นการเสียสมดุลของพลังแห่งชีวิตในร่างกายโดยรวม ดังนั้นการแพทย์ตะวันออกจึงใช้วิธีรักษาโดยใช้หลักฟื้นฟูระบบภูมิต้านทานและเสริมสร้างความประสานกลมกลืนของร่างกายโดยรวม มิใช่โดยวิธีกำจัดเชื้อโรค วิธีรักษาแบบตะวันออกมีทั้งการบริโภคยาสมุนไพร การฝังเข็ม การใช้ลูกประคบ และการบำบัดโดยการคว่ำถ้วยสูญญากาศ


ขอบคุณข้อมูล จาก http://www.เที่ยวเกาหลีกันนะ.com
Comments