แนวโน้มการผลิตไฟฟ้าในอนาคต


แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2553 – 2573
Power Development Plan 2010 (PDP 2010)      
    
   PDP  (Power Development Plan : PDP) คือ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าว่าด้วยแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชนิดต่างๆ เพื่อให้มีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นในระบบไฟฟ้าในเวลาที่เหมาะส เพื่อสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นให้เพียงพอ สำหรับอนาคต 20 ปี ข้างหน้า



                    แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2553 - 2573 (PDP 2010)  จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแผนการจัดหาไฟฟ้าของประเทศไทย ในระยะ 20 ปี โดยปรับปรุงจาก PDP 2007ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก และเพื่อให้เกิดความชัดเจนของการพัฒนาในภาคการผลิตไฟฟ้า

สาระสำคัญของ PDP 2010
                 - ปรับค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าตามผลการศึกษาเบื้องต้นของโครงการประมาณการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยระยะย
                 -  กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15
                 - กำหนดให้มีการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 25 ของกำลังผลิตทั้ง
                 - การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วมกัน (Cogeneration)
          - ปรับสัดส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจาก SPP ให้สอดคล้องกับการดำเนินการรับซื้อไฟฟ้าจาก SPP ในช่วงปี 2552 - 2558 และสอดคล้องกับมติ กพช. เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 52 เรื่องแนวทางการส่งเสริม
ผลิตไฟฟ้าด้วยระบบ Cogeneration ซึ่งกำหนดให้ปี 2558 - 2564 มีการรับซื้อไฟฟ้าจาก SPP ระบบ Cogeneration ประเภท Firm ประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ และในปี 2565 - 2573                         กำหนดให้มีปริมาณ SPP ระบบ Cogeneration เพิ่มขึ้นปีละ 360 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ ผู้ผลิตไฟฟ้า Cogeneration ขนาดเล็กที่ไม่ใช่ประเภท Firm จะรับซื้อโดยไม่กำหนดระยะเวลาและปริมาณ
                - พิจารณากำหนดให้มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 10 ของกำลังผลิตทั้งหมดในระบบ  เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่ำและไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งใช้เป็น
ตัวแปรในการลดก๊าซเรือนกระจก


ปริมาณความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด ปี 2543 - 2553

ที่มา: ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของ กฟผ., สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
จากตารางอัตราการเพิ่มขึ้นของความต้องการไฟฟ้า สูงสุดของประเทศไทยเพิ่มขึ้น เฉลี่ยปีละ 5.52%




ปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าที่ต้องการและค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า ปี 2554 - 2573


ที่มา: ค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า, PDP 2010
              จากตารางอัตราการเพิ่มขึ้นของค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า เพิ่มขึ้น เฉลี่ยปีละ 4.20%


                   กำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ ในช่วง ปี 2553 - 2573 เพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตติดตั้ง ณ เดือนธันวาคม 2552 จำนวน 54,005 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น กำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ในปี 2553 - 2573 จะประกอบด้วยโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ ดังนี้

                          1. โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน       4,617 เมกะวัตต์ 

                          2. โรงไฟฟ้าระบบ Cogeneration                       7,137 เมกะ วัตต์ 

                          3. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม                           16,670 เมกะวัตต์ 

                          4. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ  (ปรับปรุงเขื่อนบางลาง และ 

                          โครงการสูบกลับเขื่อนลำตะคอง)                          512 เมกะวัตต์ 

                          5. การรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ                       11,669  เมกะวัตต์ 

                          6. โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์                              5,000 เมกะวัตต์ 

                          7. โรงไฟฟ้าถ่านหิน                                          8,400 เมกะวัตต์ 

                                                รวม                                        54,005 เมกะวัตต์ 


                   กำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ ในช่วง ปี 2553 - 2573 ที่เพิ่มขึ้น 54,006 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าของ กฟผ. 25,718 เมกะวัตต์ (ร้อยละ 47.62) และการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน 28,288 เมกะวัตต์ (ร้อยละ 52.38)