กรณีศึกษา เถ้าแก่น้อย

เปิดตํานาน
อาณาจักรสาหร่ายสายพันธุ์ไทย

คํานํา
           เมื่อเอ่ยถึงสาหร่ายญี่ปุ่นทอดกรอบ ภายใต้ชื่อ "เถ้าแก่น้อย" เชื่อว่าในแวดวง SME และ สาวกสแน็คไทย คงรู้จักกันดี หากย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อนได้เกิดปรากฎการณ์ที่ไม่ธรรมดากับยอดการส่งออกสาหร่ายญี่ปุ่นทอดกรอบ "เถ้าแก่น้อย" ที่พุ่งกระจายไปทั่วภูมิภาคเอเชีย ช่วงชิงเค้กก้อนใหญ่ของตลาดสแน็คสูงถึง 70% ส่งผงให้ "เถ้าแก่น้อย" แบรนด์ไทย ขึื้นแท่นเบอร์หนึ่งของสาหร่ายไปโดยปริยาย นับเป็นความสำเร็จและความภาดภูมิใจของ "อิทธิพัทธื กุลพงษ์วณิชย์" กลายเป็นธุรกิจสแน็คไทยที่ส่งออก 10  ประเทศ หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เพียงแค่ 9 เดือน เศษเท่านั้น

===============================

ความเป็นมา

            อิทธิพัทธ์  กุลพงษ์วณิชย์ ได้ย้อนเรื่องราวก่อนที่จะก้าวมานั่งเก้าอี้ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ให้ฟังว่า
    ตนเองเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลกุลพงษ์วณิชย์ มีพี่ชาย 1 คนและ พี่สาว 1 คน ชีวิตในวัยเด็กไม่ได้ต่างกับเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันนัก ชอบเล่นเกมก์คอมพิวเตอร์ออนไลน์เป็นประจำ วันหนึ่งในระหว่างที่เล่นเกมก์อยู่นั้น เขาได้พบกับเจ้าของเว็บเซอร์เวอร์โดยบังเอิญ และได้เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงรูปแบบเกมก์ จากจุดนี้เองที่ทำให้เจ้าของเว็บเซอร์เวอร์สนใจและติดต่อเข้าร่วมงาน โดยให้เสนอไอเดียแปลกใหม่ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบเกมก์ โดยให้ค่าแรงเดือนละประมาณ 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 40,000 - 50,000 บาท
    "ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 1 เกมก์ออนไลน์เริ่มเสื่อมความนิยมลง ทางเจ้าของเกมก์ จำเป็นต้องลดจำนวนพนักงาน ผมก็ต้องมองหาธุรกิจอย่างอื่นมาทำแทน จึงเริ่มมองธุรกิจที่คิดว่าน่าจะขายได้เรื่อยๆ สุดท้ายมาลงเอยที่ธุรกิจร้านอาหาร ตอนนั้นผมไปเดินในงานแสดงสินค้าที่เมืองทองธานี ไปพบกับเครื่องคั่วเกาลัด ก็เลยสนใจ เพราะเป็นคนชอบทานเกาลัดอยู่แล้ว และคิดว่าถ้าขายก็น่าจะมีกำไรดี เพราะในบ้านเรายังใช้คนคั่วอยู่เลย"
    การก้าวเดินสู่วังวนแห่งโลกธุรกิจด้วยวัยเพียง 18 ปี ทำให้อิทธิพิทธ์ ต้องเรียนรู้และฝึกฝนประสบการณ์ เพื่อก้าวเดินอย่างมั่นคงง เขาต้องเผชิญกับบททดสอบต้างๆ มากมาย บนเส้นทางสายธุรกิจ และบททดสอบแรกสอนให้เขาได้รู้ว่า ทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย คือสิ่งที่สำคัญยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจร้านอาหาร
    "เดือนแรกผมขายเกาลัดขาดทุนทุกวัน แต่ก็สู้จนเปิดสาขาไหม่อีกสาขาหนึ่ง ผมขายขาดทุนหนักกว่าเดิม จนเริ่มรู้สึกท้อ และคิดว่าจะเลิกทำต่อแล้ว พอดีห้างโลตัสติดต่อเข้ามา บอกให้ผมลองไปดูทำเลก่อน ตอนนั้นจึงเริ่มคิดว่า เพราะเราอยู่ในทำเลที่ไม่เหมาะสม จึงทำให้ขายไม่ดี ผมก็เลยรีบไปหาหนังสือทำเลที่ตั้งตามหลักฮวงจุ้ยมาศึกษา และก็ได้รับคำตอบว่า ทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดควรจะอยู่ทางด้านซ้ายของประตูทางออกเสมอ"

===================================

การปฏิบัติที่ดี
    
    ต่อยอด... เพิ่มมูลค่า... พัฒนาผลิตภัณฑ์
        
        หลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลการทำธุรกิจอย่างจริงจัง อิทธิพัทธ์จึงเริ่มต้นใหม่ในบทบาทนักธุรกิจอีกครั้ง ในครั้งนี้เขาสามารถก้าวผ่านบันไดความสำเร็จขั้นแรกจากยอดขายเกาลัดด้วยเม็ดเงิน 5,000 บาทในวันแรกที่เปิดดำเนินการ และยังสามารถแตกสาขาออกไปถึง 20 สาขา ภายในเวลา 1 ปี เมื่อกิจการเริ่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เขาจึงตัดสินใจพักการเรียนไว้ เพื่อมาดูแลกิจการด้วยตนเอง จนกระทั่งกิจการก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 เขาสามารถขยายสาขารวมไม่ต่ำกว่า 30 สาขา จากความได้เปรียบของการมีหน้าร้าน ทำให้ซีอีโอหนุ่มคิดต่อยอดธุรกิจด้วยการนำผลิตภัณฑ์ที่มีคอนเซ็ปต์ใกล้เคียงกันมาวางจำหน่าย เพื่อเป็นทางเลือกใหม่แก่ลูกค้า เช่น
ลูกพลับแห้ง ลำไยอบแห้ง และสาหร่ายทอดกรอบ ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
“ผมเห็นว่า มันมีอนาคต จึงเริ่มคิดที่จะพัฒนาต่อยอดออกไป โดยเริ่มนำสินค้าตัวอย่างไปเสนอขายให้กับร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่คิดว่าเหมาะสมกับสินค้า แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเขาบอกกลับมาว่า สินค้ายังต้องพัฒนาอีกหลายด้าน”

        จากข้อเสนอแนะและคำติชม ทำให้อิทธิพัทธ์เกิดแนวคิดที่จะพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ของตน เขาจึง
ใช้ระยะเวลา 2 – 3 เดือนแรกพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย
รวมทั้งปรับปรุงรสชาติให้หลากหลายตรงตามความต้องการของผู้บริโภค
“จุดแข็งของเถ้าแก่น้อย คือ เป็นแบรนด์ที่กล้าเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารส่วนใหญ่ของเราเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ที่มีแนวคิดเปิดกว้าง ฟังความคิดเห็นทั้งของลูกค้าและผู้จัดจำหน่าย ทำให้สินค้าสามารถพัฒนาได้เร็ว สิ่งที่ผมทำก็แค่การพัฒนาจากสิ่งที่ยังไม่ได้พัฒนา และหาความแตกต่างมาเป็นจุดขายให้กับสินค้าเท่านั้นเอง”

ภาพจาก : http://www.taokaenoi.co.th/home-thai.html

=====================================


หาจุดขาย ใช้สื่อสารกับผู้บริโภค

        อิทธิพัทธ์เลือกที่จะใช้คุณประโยชน์ของสาหร่ายที่ดีต่อสุขภาพ ผ่านสโลแกน “อร่อยง่ายๆ ได้คุณค่าจากสาหร่ายทะเล” มาเป็นเครื่องมือสื่อสารทางการตลาดให้กลุ่มผู้บริโภคได้รับรู้ และยอมรับในตัวผลิตภัณฑ์ที่กล้าการันตีคุณภาพ และความสะอาดทุกขั้นตอนการผลิต ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้สาหร่ายญี่ปุ่นทอดกรอบ “เถ้าแก่น้อย” ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้บริโภคทุกวัย นอกจากนี้อิทธิพัทธ์ยังได้สร้างการจดจำในตราผลิตภัณฑ์ (Brand Awareness) ด้วยการนำสัญลักษณ์หรือมาสคอต “เถ้าแก่น้อย” การ์ตูนที่มีลักษณะเด่น ด้วยบุคลิกที่สดใสร่าเริง สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกภาพขององค์กรที่รักความสนุกสนาน ท้าทาย และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอมาใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคด้วย
ภาพจาก : http://news.sanook.com/recommended/sanook_47422.php


============================================


ฉีกรสชาติหลากสไตล์ เอาใจลูกค้าเฉพาะกลุ่ม


            ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สาหร่ายทอดกรอบ “เถ้าแก่น้อย” มี 4 รสชาติ ได้แก่
รสคลาสสิค (Classic) รสเผ็ด (Hot and Spicy) รสต้มยำ (Seafood) และรสวาซาบิ (Wasabi)
มีตั้งแต่ขนาด 20 กรัม 50 กรัม และ 85 กรัม และสาหร่ายแผ่นใหญ่ (Big Sheet) ขนาด 4 กรัม พร้อมทั้งการเปิดตัวน้องใหม่ตระกูลเดียวกัน คือ “เถ้าแก่เทมปุระญี่ปุ่น” ซึ่งมีขนาด 10 กรัม
40 กรัม และ 80 กรัม โดยจัดจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี
คาร์ฟูร์ เดอะมอลล์ เซเว่นอีเลฟเวน แฟมิลี่มาร์ท และวัตสัน


==================================

เสริมสร้างกิจกรรม กระชับสัมพันธ์ลูกค้า

        “เถ้าแก่น้อย” จะเน้นทำการตลาดแบบถึงกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งจะแบ่งออกเป็นหลายระยะ โดยในระยะเริ่มต้นจะเน้นการเข้าถึงผู้บริโภคเพื่อให้เกิดการจดจำแบรนด์ก่อน อิทธิพัทธ์ได้วางงบประมาณไว้กว่า 10 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Tao Kae Noi, Your good friend” ซึ่งหมายถึง “เถ้าแก่น้อย...เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณทุกที่ ทุกเวลา” โดยจัด Road Show เพื่อประชาสัมพันธ์กิจการให้เป็นที่รู้จัก อาทิ การจัดกิจกรรมภายในตลาดนัดสวนจตุจักร แหล่งรวมสินค้าของวัยรุ่น โดยทีมมาสคอต “เถ้าแก่น้อย” ยกขบวนมาให้ความสนุกสนาน มีกิจกรรมการเล่นเกมส์กับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และการให้ความรู้เกี่ยวกับสาหร่ายผ่านสื่อวิทยุภายในตลาดนัดสวนจตุจักร

        “เราเชื่อว่า การจัดกิจกรรมทางการตลาด จะสามารถทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักแบรนด์เพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันทางบริษัทก็ได้เตรียมวางแผนงานกิจกรรมการตลาดในระยะต่อไป
เพื่อสร้างความผูกพันให้กับผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นในโอกาสต่อไป”

==================================

“โหลดแล้วเฮง” แคมเปญแนวใหม่ เอาใจคนวัยทีน

        “โหลดแล้วเฮง” คือการจัดกิจกรรมรูปแบบใหม่ผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Contest) โดยการให้กลุ่มผู้บริโภคทำการโหลด Mobile Wallpaper ที่มีภาพแอนนิเมชั่นของมาสคอตเถ้าแก่น้อย เพื่อลุ้นรับจี้ทองคำ อั่งเปาเงินสด และ
ของรางวัลอื่นๆ มากมาย โดยกลยุทธ์ดังกล่าวถือเป็นการสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการสื่อธุรกิจไทยในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย โดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมทางการตลาด เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าสนใจและเกิดการจดจำที่ดี


===================================


สร้างเครือข่าย สยายปีกส่งออก

        หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เถ้าแก่น้อย” ในประเทศไทยได้ไม่นาน ก็มีเทรดเดอร์ต่างชาติจำนวนไม่น้อยสนใจผลิตภัณฑ์ อิทธิพัทธ์จึงเริ่มต้นศึกษาข้อมูลการทำตลาดด้านการส่งออกอย่างจริงจัง โดยหาข้อมูลคู่ค้าคนสำคัญของไทยจากกรมส่งเสริมการส่งออก และประเทศแรกที่เขาเล็งไว้นั่นคือ สิงคโปร์ เนื่องจากมีจุดเด่นอยู่ที่การเป็นเกาะขนาดเล็ก ไม่มีความซับซ้อนในการจำหน่าย และสามารถเข้าถึงตลาดระดับแมสได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือมีกำลังการผลิตที่พอดี
        “ประสบการณ์ที่ผมเคยเจรจากับตัวแทนจำหน่ายในเมืองไทยมีความซับซ้อนมาก ทำให้ผมมุ่งไปที่โมเดิร์นเทรด เพราะการใช้ชีวิตของคนสิงคโปร์ราว 4 – 5 ล้านคนเป็นอย่างนั้น นี่คือช่องทางที่แมสที่สุด ที่สิงคโปร์ผมอาจจะทำวอลุ่มในการสั่งซื้อไม่ได้ แต่ผมได้มาร์จินจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่นั่น เพราะการทำตลาดสิงคโปร์ที่เดียวบางครั้งอาจมีมูลค่าตลาดสูงกว่าประเทศที่มีขนาดใหญ่บางประเทศในภูมิภาคนี้ด้วยซ้ำ”
หลังจากปักธงในเมืองลอดช่องสำเร็จ ก็มีประเทศอื่นๆ ทยอยตามมา ได้แก่ มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

==================================

กล้าลงมือทำ เพื่อความฝันที่ไม่ไกลเกินเอื้อมปัจจัยแห่งความสำเร็จ    
        
    “คนที่ทำธุรกิจ ต้องเริ่มจากการมีความฝัน แล้วนำความฝันมาทำให้เกิดการ
กระทำซึ่งขึ้นอยู่กับความกล้าในการที่จะลงมือทำ ผสมผสานกับการมีความรู้ด้วย”

        การก้าวเดินสู่เส้นทางฝันของแต่ละคนนั้น มักจะมีอุปสรรคเป็นบทสอบกำลังใจให้เราต้องก้าวข้ามไป แต่ถ้ามีความมุ่งมั่นบวกกับหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยชัยชนะ ความฝันนั้นก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม เช่นเดียวกับอิทธิพัทธ์ที่สามารถทำความฝันของตนให้เป็นจริง ด้วยการสร้างธุรกิจจากน้ำพักน้ำแรงของตน ผ่านบททดสอบที่เข้มข้นมากมาย จนสามารถขยายกิจการกว่า 30 สาขา และมียอดขายที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง

        “คนที่ทำธุรกิจ ต้องเริ่มจากการมีความฝัน แล้วนำความฝันมาทำให้เกิดการกระทำ ซึ่งขึ้นอยู่กับความกล้าในการที่จะลงมือทำ ผสมผสานกับการมีความรู้ด้วย คนบางคนมีแต่ความรู้แต่ไม่มีความกล้ามันก็ไม่เกิด หรือบางคนกล้าแต่ไม่มีความรู้มันก็เจ๊ง ดังนั้นจึงต้องมีองค์ประกอบทั้ง 2 อย่างควบคู่กัน ที่สำคัญคือ อย่ายอมแพ้ ผมอยากจะบอกว่า เราจะหมดอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน ที่ดิน หรืออะไรก็ตามหมดได้ แต่อย่าหมดกำลังใจ เพราะมันสำคัญมาก อยากให้คิดเสมอว่า เมื่อมีประตูหนึ่งปิด ย่อมมีอีกประตูที่เปิดอยู่ด้วยเสมอๆ ผมคิดและให้กำลังใจกับตัวเองอย่างนั้นมาตลอด”
ในอนาคตอันใกล้นี้อิทธิพัทธ์มองว่า ถึงเวลาที่จะต้องแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายทั้งด้านบรรจุภัณฑ์และรสชาติ เพื่อสร้างให้แบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” มีความแข็งแกร่งและสามารถยืนหยัดอย่างยั่งยืนอยู่ในโลกธุรกิจ เขาบอกว่าในอดีตคนจะมอง “เถ้าแก่น้อย”
แล้วจินตนาการถึงสาหร่ายทอดกรอบ แต่ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ “เถ้าแก่น้อย” ได้ปรับปรุงให้มีรสชาติหลากหลาย อร่อยถูกปากคนไทย และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นในประเทศและแถบภูมิภาคเอเชีย

        อิทธิพัทธ์ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า “การเป็นผู้บุกเบิกในตลาดของทานเล่นประเภทสาหร่ายทอดกรอบ ที่หลายคนมักบอกว่าเราเป็นผู้นำ ผมว่าการเป็นผู้นำไม่ใช่เรื่องยาก แต่การรักษาตำแหน่งในฐานะผู้นำเป็นสิ่งที่เราต้องพัฒนาอยู่เสมอและวิ่งตามให้ทัน เพราะถ้าหยุดก็แสดงว่าเราเปิดโอกาสให้คนอื่นแซงได้แล้ว สำคัญที่สุดคือ การรักษาไว้นั่นเอง”

>>>>>>>>><<<<<<<<<
        
        กว่าจะมาเป็นสาหร่ายทอดกรอบ “เถ้าแก่น้อย”
สวัสดีคร้าบบ... ขอรายงานตัวก่อนเลยนะครับ กระผมมีนามว่า “เถ้าแก่น้อย” และวันนี้ก็ตั้งใจที่จะมาอธิบายความเป็นมาของขนมซองสวยๆ สีสันสดใส รสชาติอร่อยๆ ที่มีชื่อเหมือนกับผมเลย...เถ้าแก่น้อยไงครับ
ท่านผู้อ่านทราบไหมล่ะครับว่า เจ้าสาหร่ายทอดกรอบมีขั้นตอน
การผลิตอย่างไร และต้องผ่านกระบวนการใดบ้างก่อนที่จะบรรจุลงซองสีสันสดใสให้เรารับประทานกัน กระผมขอทำหน้าที่สาธยายให้ฟังกันเลยนะครับ...เจ้านาย
สาหร่ายปรุงรสทอดกรอบ “เถ้าแก่น้อย” ที่คุณได้ลองลิ้มชิมรสกันนั้น เราได้คัดสรรวัตถุดิบจากน่านน้ำที่สะอาดได้มาตรฐาน โดยคัดเลือกเฉพาะสาหร่ายยอดอ่อนซึ่งสามารถเก็บได้ในบางเวลาเท่านั้น จากนั้นก็จะทำการคัดเลือกวัตถุดิบก่อนนำส่งเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตที่โรงงาน
นำวัตถุดิบผ่านกระบวนการผลิตด้วยเครื่องจักร
ที่ทันสมัย มีระบบควบคุมคุณภาพได้มาตรฐานสากล เรียกได้ว่า ทุกขั้นตอนต้องมี
การดูแลอย่างพิถีพิถัน จึงจะได้สาหร่ายทอดกรอบที่ทุกคนชื่นชอบ
เห็นไหมล่ะครับว่า พวกเราต้องใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อให้ได้สาหร่ายที่มีคุณภาพสำหรับทุกคน หากใครยังไม่ได้ลิ้มลอง ต้องขอเชิญมาชิมหรือซื้อเป็นของขวัญของฝากให้กับคนที่คุณรักก็ได้นะครับ
เรียบเรียงจาก : เถ้าแก่น้อย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก
http://www.taokaenoi.co.th/processing-thai-1.html
(วันที่ค้นข้อมูล 15 มกราคม 2550)

=================================

ข้อสรุปทางวิชาการ

จากกรณีศึกษา “เถ้าแก่น้อย” มีข้อคิดที่ผู้ประกอบการตลอดจนผู้สนใจสามารถนำมาพิจารณาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจของตนเองได้ ดังนี้

        • พัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง สินค้าและบริการเมื่อเข้าสู่ตลาดในช่วงระยะ
เวลาหนึ่ง ผู้ประกอบการควรทำการพัฒนารูปแบบและคุณภาพของผลิตภัณฑ์
เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการให้ดียิ่งขึ้น ดังเช่น “เถ้าแก่น้อย” ที่ได้พัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ทันสมัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรสชาติที่หลากหลายตรงตามความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีการดูแลและควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

        • การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การออกงานแสดงสินค้าหรือ Road Show
จัดเป็นเครื่องมือทางการตลาดอย่างหนึ่งในการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจการให้เป็นที่รู้จัก “เถ้าแก่น้อย” มีการจัดกิจกรรมทางการตลาดแบบเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการรับรู้และจดจำตราผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังสร้างสรรค์กิจกรรมทางการตลาดรูปแบบใหม่เพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้า เช่น “โหลดแล้วเฮง” กิจกรรมที่ใช้โทรศัพท์มือถือโหลดภาพเพื่อลุ้นรับของรางวัล เป็นต้น

        • การขยายฐานการส่งออก การผลักดันผลิตภัณฑ์สาหร่ายทอดกรอบภายใต้
แบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” ไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไต้หวัน เป็นต้น สิ่งสำคัญในการส่งออกผู้ประกอบการจำเป็นต้องหาความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการจำหน่ายของประเทศเป้าหมาย เช่น ศึกษาไลฟ์สไตล์ของผู้คนในประเทศนั้น รวมทั้งศึกษาโครงสร้างของตลาดให้ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงในการส่งออก


==================================================
แหล่งข้อมูล
วัชรินทร์ คันทะชา. 2549. “การตลาดไม่มีสูตรสำเร็จ เคล็ดลับธุรกิจเถ้าแก่น้อย.”
SME Thailand เล่มที่ 24: 105-107.
เปิดใจคลื่นลูกใหม่ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ “เถ้าแก่น้อย” ตัวจริง [ออนไลน์]. เข้าถึงได้
http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=M3022283&issue=2228จาก
(วันที่ค้นข้อมูล 15 มกราคม 2550)
เกาลัด เถ้าแก่น้อย “รุกกลยุทธ์ขาย” สาหร่ายญี่ปุ่น “พ่วงแฟรนไชส์”. [ออนไลน์]. เข้าถึง
http://www.siam-handicrafts.com/Webboard/question.asp?QID=2276ได้จาก
(วันที่ค้นข้อมูล 15 มกราคม 2550)
“เถ้าแก่น้อย” รุกตลาดโลคัลขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งสแน็คสาหร่าย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก
http://news.sanook.com/recommended/sanook_47422.php
(วันที่ค้นข้อมูล 15 มกราคม 2550)
จาก “เถ้าแก่น้อย” สู่ “เด็กเส้น” แผนกินรวบสแน็ก “สาหร่าย”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก
htpp://www.bangkokbizweek.com/20070501/foodbiz/index.hph?news=column_23
5666 (วันที่ค้นข้อมูล 15 มกราคม 2550)
เกี่ยวกับผู้จัดทำ : คุณติณณพัชช์ พูลพิพัฒน์
สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED)
วันที่จัดทำ : 18 มกราคม 2551
สถานที่ติดต่อผู้ประกอบการ :
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด
93 / 5 - 7 ซอยท่าอิฐ ถนนรัตนาธิเบศร์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทร. 0–2924-6274, 0–2924-6127
E-Mail : taokaenoi@yahoo.com

Comments