ทำไมปลาวาฬและปลาโลมาจึงเกยตื้น

 
 
เคยมีข่าวปลาวาฬนำร่อง (pilot whale) 45 ตัว มาเกยหาดที่ประเทศนิวซีแลนด์และได้ตายไปหมดทุกตัว และอีก 35 ตัว ก็เกยหาดอีกบริเวณหนึ่งแต่กลุ่มหลังนี้ได้รับการช่วยชีวิตไว้ได้ทันท่วงที การเกยหาดหมู่ (mass stranding) หรือ (multiple stranding) ของปลาวาฬและโลมา มักเป็นข่าวใหญ่ที่คนสนใจเสมอๆ เนื่องจากนานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่ง และทุกครั้งจะมีคนเป็นจำนวนมากมาร่วมมือช่วยเหลือและอนุบาลจนรอด ชีวิต และปล่อยกลับลงสู่ทะเลได้อีกครั้งหนึ่ง บางครั้งก็ต้องร่วมแรงกันลากซากไปให้พ้นจากชายหาด หรือขุดหลุมฝังซากนั้นๆ ที่ชายหาดกันเป็นที่โกลาหลทีเดียว นอกจากนี้ยังมีการเกยหาดเดี่ยว (single stranding) ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ
ปรากฏการณ์ที่ปลาวาฬหรือโลมานับสิบหรือนับร้อยตัวขึ้นไปติดกระเสือกกระสนอยู่บนหาดทรายนี้ ก่อให้เกิดความสงสัยขึ้นในใจของผู้ที่ได้พบเห็นหรือรับทราบว่าสาเหตุเช่นนี้เกิดจากอะไร ปลาวาฬ ส่วนใหญ่จะตายไปเนื่องจาก ลำตัวมีน้ำหนักมากจึงกดทับตัวเองจนหายใจไม่ได้ ยกเว้นแต่การช่วยเหลือจะทำได้รวดเร็วทันเวลา
ทุกๆ ปี จะพบมีปลาวาฬและโลมาจำนวนหนึ่งขึ้นมาเกยหาด ในจำนวนปลาวาฬและโลมาจำนวน 78 ชนิดในโลก มีเพียง 10 ชนิด เท่านั้น ที่มีการเกยหาดหมู่อยู่เป็นประจำ เช่น ปลาวาฬสเปิร์ม (Physeter macrocephalus) ปลาวาฬนำร่องครีบยาว (Globicephala melas) ปลาวาฬเพชฌฆาต (Orcinus orca) โลมาปากขวด (Tursiops truncatus) ฯลฯ
ปลาวาฬและโลมาที่พบมีการเกยหาดหมู่นี้ มักเป็นชนิดที่ตามปกติอาศัยอยู่ในทะเลลึกหรือในมหาสมุทรไกลจากฝั่งและอยู่รวมกันเป็นฝูงที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก ส่วนชนิดที่อยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นฝูงขนาดเล็กๆ ที่มีความใกล้ชิดกันน้อย และอาศัยอยู่ตามบริเวณน้ำตื้นชายฝั่งไม่เคยพบมีพฤติกรรมดังเช่นนี้
บริเวณจุดใดที่เคยมีการเกยหาดหมู่ของปลาวาฬและโลมาซึ่งมีเพียงไม่กี่จุดบนพื้นโลก มักเกิดปรากฏการณ์นี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่จะเป็นชายหาดในอ่าวหรือปากแม่น้ำที่จะเกิดการเกยหาดหมู่ ได้มากกว่าชายหาดที่เป็นแนวเส้นตรง
เชื่อกันว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดการเกยหาดหมู่ของปลาวาฬและโลมามีหลายสาเหตุ ทั้งโดยเกิดจากการจงใจที่จะฆ่าตัวตาย และโดยอุบัติเหตุ พอจะสรุปได้มีดังต่อไปนี้
    • ความผิดพลาดในการเดินทาง
    • ความสับสนในการใช้ระบบสัญญาณโซนาร์ในน้ำตื้น
    • ความพยายามเดินทางในเส้นทางเดิมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาไปแล้ว
    • ผลจากการมีปรสิตเกาะกินอยู่ภายในช่องหูด้านใน
    • ประชากรมีหนาแน่นเกินไป
    • เสียงและการรบกวนจากการเดินเรือในทะเล
    • มลพิษ
    • แผ่นดินไหว
    • พายุ
    • ข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์
    • ฯลฯ
ยังเชื่อต่อไปอีกว่าเกิดจากหลายๆ สาเหตุพร้อมๆ กันไปในเวลาเดียวกันก็ได้ ทำให้เกิดการเกยหาดหมู่ได้ไม่บ่อยนัก
ในระยะหลัง เมื่อมีการพิสูจน์สาเหตุต่างๆ แล้ว พบว่าสาเหตุที่สำคัญเกิดจากการผิดพลาดในการเดินทางของมัน ที่อาศัยแนวเส้นแรงแม่เหล็กโลกช่วยในการนำทางไปในท้องทะเลกว้างชนิดที่อยู่ในทะเลลึกไม่เคย มีประสบการณ์กับแนวเส้นแรงแม่เหล็กที่สับสน และวกวนตามแนวชายฝั่งที่มีลักษณะเว้าแหว่ง นอกจากนี้ การศึกษาทางกายวิภาคศาสตร์ยังพบว่าในกระโหลกและสมองของปลาวาฬและโลมาบางชนิดที่ผลึกแมกเนไตต์ (magnetite) ขนาดจิ๋วฝังอยู่ ซึ่งสารนี้ใช้รับรู้แนวสนามแม่เหล็กได้ ทำให้ แน่ใจได้ว่ามันต้องอาศัยแนวสนามแม่เหล็กในการนำทางเช่นเดียวกับพวกแมลง นก และแม้แต่มนุษย์เรา
การศึกษาแนวเส้นแรงแม่เหล็กตามชายฝั่งประเทศสหราช อาณาจักรและสหรัฐอเมริกาภาคตะวันออก พบว่าจุดที่เคยมีการเกยหาดหมู่เป็นประจำ มีแนวเส้นแรงแม่เหล็กตั้งฉากกับแนวชายฝั่งทำให้ขณะที่ว่ายมาตามแนวเส้นแรงแม่เหล็กจึงมักพุ่งขึ้นสู่ชายหาดได้เสมอๆ
สำหรับปัจจัยอื่นๆ ที่น่าจะมีความสำคัญในการเกยหาดหมู่ของ ปลาวาฬและโลมา ได้แก่ ลักษณะของชายหาดที่มีลักษณะเป็นอ่าวหรือ เส้นโค้ง ปลาวาฬที่ว่ายมาชนหาดจะมีโอกาสว่ายเลี้ยวไปได้ยากกว่าหาดที่มีลักษณะเป็นเส้นตรง เสียงและตะกอนแขวนลอยที่เพิ่มขึ้นในทะเลจากอากาศที่แปรปรวน ก็น่าจะมีผลทำให้การรับส่งสัญญาณคลื่นเสียงในหมู่ปลาวาฬและโลมาสับสน และการที่ปลาวาฬบางชนิดมีความสัมพันธ์ในฝูงใกล้ชิดกันมาก หากตัวใดเกิดเผอิญไปเกยหาดอยู่ ตัวอื่นๆ จะพยายามเข้าไปช่วยเหลือจนบางครั้งเกิดเกยหาดไปด้วยกันทั้งหมด
ดังทราบกันแล้วว่าบริเวณใดที่เคยเกิดมีการเกยหาดหมู่ของปลาวาฬและโลมาย่อมเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างแน่นอน จึงควรมีการจัดหน่วยกู้ภัยที่มีเครื่องจักรกลขนาดใหญ่และอาสาสมัครพร้อมที่จะแก้ไขเหตุการณ์ได้เร็วที่สุด เพื่อช่วยอนุรักษ์ชีวิตของสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนมกลุ่มนี้ไว้ให้ได้ยั่งยืนมาก ที่สุด
Comments