หลักการของพีระมิด

ที่มา: หนังสือ "พลังจิต ประสาน พลังพีระมิด แก้วิกฤตสุขภาพ" เรียบเรียงโดย คุณเกียรติศักดิ์ แสงสุวรรณ

วัตถุรูปทรงพีระมิดนี้เป็นรูปทรงที่ต้องกล่าวว่า แฝงความพิสดารของการใช้งานเอาไว้อย่างมากมาย โดยคุณสมบัติสำคัญที่เกิดตามธรรมชาติของรูปทรงก็คือ

  • สามารถหักเหเส้นทางการเคลื่อนที่ของเส้นแรงแม่เหล็กได้
  • สามารถจัดระเบียบหรือจัดการเรียงตัวของเส้นแรงแม่เหล็กให้เป็นระเบียบได้
  • สามารถเหนี่ยวนำพลังลมปราณให้มารวมตัวกันภายในรูปทรงและบริเวณใกล้เคียงได้ดีมาก

กล่าวคือเมื่อเส้นแรงแม่เหล็กพุ่งเข้ามาชนวัตถุรูปทรงพีระมิดแทนที่จะเคลื่อนทะลุผ่านไปยังอีกด้านหนึ่งทั้งหมด กลับถูกลักษณะของรูปทรงหักเหเส้นทางการเคลื่อนที่ให้เคลื่อนเบี่ยงเบนไปจากเส้นทางเดิม เส้นแรงแม่เหล็กที่พุ่งเข้ามาส่วนใหญ่จะถูกบังคับให้เคลื่อนขึ้นไปยังบริเวณยอดแหลมของพีระมิด แล้วพุ่งออกไปตรงบริเวณยอดแหลมของพีระมิดนั้น โดยในขณะที่เส้นแรงเคลื่อนเข้าสู่พีระมิดก็จะถูกจัดเรียงให้เคลื่อนตัวอย่างเป็นระเบียบ ลักษณะการเคลื่อนตัวก็จะมีรูปลักษณ์ทั้งที่เป็นเส้นตรง เส้นโค้ง และหมุนเป็นเกลียวแตกต่างกันไปตามแง่มุมและระยะความลึกภายในรูปทรงพีระมิดนั้น

การที่รูปทรงพีระมิดสามารถหักเหเส้นทางการเคลื่อนที่ของเส้นแรงแม่เหล็ก จัดระเบียบการเคลื่อนที่ และเหนี่ยวนำลมปราณได้ดี ก็เพราะ รูปทรงพีระมิดเป็นรูปทรงที่ไม่มีจุดศูนย์กลาง ซึ่งแตกต่างกับรูปทรงกลมที่ภายในทรงกลมจะมีจุดศูนย์กลางอยู่ ซึ่งเป็นจุดที่เมื่อวัดระยะจากขอบของรูปทรงจากทุก 360 องศาสามมิติ คือ ทั้งมิติด้านกว้าง ยาว ลึก เมื่อวัดระยะเข้ามาหาจุดศูนย์กลางแล้วจะมีระยะทางเท่ากันหมด ลักษณะของรูปทรงกลมเช่นนี้ ณ.จุดศูนย์กลาง พลังงานชนิดต่างๆสามารถมาหยุดรวมตัวกันได้ดีที่ สุด เพราะเป็นจุดศูนย์รวมแรงดึงดูดของรูปทรงและเป็นจุดศูนย์ถ่วงด้วย แต่รูปทรงพีระมิดไม่มีจุดเช่นนี้ ที่จะมีก็คือแกนกลาง ซึ่งเป็นแกนที่เชื่อมระหว่างยอดแหลมกับจุดตัด กันของเส้นทแยงมุมที่ฐานของพีระมิด


แกนกลางนี้ เมื่อวัดระยะห่างระหว่างแกนกับขอบของรูปทรงแต่ละด้านแล้ว ระยะห่างจะมีค่ามากที่สุดเมื่อวัดที่ฐานของรูปทรง และจะมีค่าลดลงไปเรื่อยๆ จนเหลือศูนย์ที่ยอดแหลมของพีระมิด ด้วยลักษณะของรูปทรงเช่นนี้จะไม่เกิดจุดรวมพลังงาน แต่พลังงานจะเกิดการรวมตัวกันที่แกนกลางของรูปทรง ดังนั้น เมื่อเส้นแรงแม่เหล็กเคลื่อนเข้ามาในรูปทรงพีระมิด ก็จะถูกลักษณะลาดเอียงด้านหน้าตัดของพีระมิดหักเหเส้นทางการเคลื่อนที่ ถูกบีบให้เคลื่อนสู่แกนกลางแล้ว เคลื่อนขึ้นสู่ยอดแหลมของพีระมิด ถ้าเป็นพีระมิดที่ภายในรูปทรงกลวง เส้นแรงจะเข้ามารวมตัวกันเป็นแกนอย่างหลวมๆ เกิดแกนพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก  เพราะเส้นแรงส่วนใหญ่จะเคลื่อนไปตามบริเวณขอบของรูปทรงแล้วพุ่งขึ้นสู่ยอดแหลม แต่ถ้าเป็นรูปทรงพีระมิดที่ภายในทึบหรือตัน เส้นแรงที่เคลื่อนเข้ามารวมกันที่แกนกลางจะมีความหนาแน่นและเข้มข้นกว่าพีระมิดที่ภายในกลวง คือ ยิ่งเป็นพีระมิดที่ภายในทึบหรือตันมากเท่าใด เส้นแรงก็จะเข้ามารวมตัวที่แกนกลางมากกว่าเท่านั้น เกิดเป็นแกนพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่มีความหนาแน่นของเส้นแรงที่เคลื่อนพุ่งขึ้นสู่ยอดแหลม เกิดเป็นแกนพลังเส้นแรงแม่เหล็กที่มีความแข็งแรงขึ้น การที่เส้นแรงเคลื่อนขึ้นสู่ยอดแหลมก็เพราะที่บริเวณยอดแหลมมีปริมาณเส้นแรงพุ่งเข้ามาน้อยกว่าบริเวณฐานพีระมิด แรงดันหรือความเข้มของเส้นแรงจึงมีน้อยกว่าที่บริเวณฐานและบริเวณที่สูงจากฐานขึ้นมา แรงดันของเส้นแรงที่สะสมตั้งแต่ที่ฐานของรูปทรงจึงมีมากกว่าที่ยอดแหลม จึงขับเคลื่อนให้เส้นแรงขึ้นไปสู่ยอดแหลม ทำให้ที่ยอดแหลมกลายเป็นทางออกของเส้นแรงที่พุ่งเข้ามาในพีระมิด ส่วนบริเวณแกนกลางของรูปทรง โดยเฉพาะพีระมิดรูปทรงทึบหรือตัน ซึ่งเป็นรูปทรงที่สามารถเกิดแกนพลังได้ดีนั้น เส้นแรงแม่เหล็กที่เคลื่อนเข้ามาจะเข้ามาหมุนเป็นเกลียวที่บริเวณแกนกลาง โดยหมุนเป็นเกลียวในลักษณะทวนเข็มนาฬิกาขึ้นไปสู่ยอดแหลม เกิดเป็นแกนพลังเส้นแรงแม่เหล็กขึ้น การหมุนเป็นเกลียวของเส้นแรงแม่เหล็กบริเวณแกนกลางของรูปทรงพีระมิดนี้เองที่เป็นแรงดึงดูดให้กระแสลมปราณไหลเข้ามาสะสมอยู่ภายในพีระมิด รวมถึงเกิดการไหลเวียนของกระแสลมปราณด้วย ซึ่งทิศทางการไหลเวียนของเส้นแรงแม่เหล็กและลมปราณนี้สามารถที่จะบังคับได้ตามลักษณะการจัดวางพีระมิด

ด้วยคุณสมบัติของพีระมิดดังที่ได้กล่าวมา ได้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับรูปทรงพีระมิด ซึ่งในปัจจุบันยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่มากพอสมควรเกี่ยวกับความลับของรูปทรงพีระมิดต่อปรากฏการณ์ต่างๆ ที่ยากต่อการอธิบาย แต่เมื่อได้ทราบถึงคุณสมบัติของพีระมิดดังกล่าวข้างต้นแล้วก็จะสามารถอธิบายได้ เช่น มหาพีระมิดคีอ็อป ที่ เมืองกีซา ประเทศอียิปต์ พบว่าเมื่อมีสัตว์เข้ามาตายในมหาพีระมิด เช่น หนู เมื่อเข้ามาตายปรากฏว่าซากศพไม่เน่าเปื่อย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมหาพีระมิดเป็นสิ่งก่อสร้างรูป ทรงพีระมิดที่มีขนาดใหญ่มาก ด้วยเป็นวัตถุรูปทรงพีระมิดที่มีขนาดใหญ่ จึงสามารถหักเหเส้นแรงแม่เหล็กได้เป็นปริมาณมาก เส้นแรงแม่เหล็กโลกที่เคลื่อนเข้ามาชนกับมหาพีระมิดจึงถูกหักเหให้พุ่งขึ้นไปยังบริเวณยอดแหลมของพีระมิด แล้วพุ่งออกไปตรงบริเวณยอดแหลมสู่อวกาศ ทำให้ภายในมหาพีระมิด มีเส้นแรงแม่เหล็กเหลืออยู่น้อยมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ สสารวัตถุที่อยู่ภายในพีระมิดจึงไม่ถูกเส้นแรงแม่เหล็กรบกวนเหมือนกับสสารวัตถุที่อยู่ภายนอกพีระมิด ดังนั้นวัตถุที่อยู่ภายในมหาพีระมิดจึงมีอัตราการ เสื่อมสลายช้ากว่าวัตถุที่อยู่ภายนอกพีระมิดมาก


การทดลองทางวิทยาศาสตร์ของรูปทรงพีระมิดที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการชะลอการเสื่อมสลายของวัตถุธาตุต่างๆ ได้ ทดลองโดยวางเนื้อหมูดิบไว้ภายในพีระมิดจำลอง 6 วัน พบว่าเนื้อหมูได้เหือดแห้งไปโดยไม่เน่าเปื่อยและสามารถนำมาปรุงอาหารได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะนอกจากรูปทรงพีระมิดได้หักเหเส้นแรงแม่เหล็กไม่ให้รบกวนอะตอมและโมเลกุลของเนื้อหมู แล้วเนื้อหมูยังได้รับพลังลมปราณที่ถูกพีระมิดเหนี่ยวนำเข้ามาทำให้เนื้อหมูไม่เน่าเปื่อยอีกทั้งยังคงสภาพสามารถนำไปทำอาหารได้
อีกทั้งยังพบว่าพีระมิดสามารถทำสิ่งของบางชนิดที่เป็นของเก่าให้กลายเป็นของใหม่ได้ คือ การนำใบมีดโกนที่ถูกใช้แล้วเมื่อนำมาวางไว้ในพีระมิดจำลองพบว่ามีสิ่งมาลับใบมีดโกนให้คมขึ้นมาใหม่ได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะโมเลกุลของโลหะที่นำมาทำใบมีดโกนนั้นเมื่อใช้งานไปมากๆโมเลกุลที่เรียงตัวกันอยู่อย่างเป็นระเบียบจะสูญเสียความเป็นระเบียบในการเรียงตัวไป ทำให้ใบมีดลดความคม เมื่อนำมาวางไว้ในพีระมิดจำลอง โมเลกุลของโลหะจะถูกเหนี่ยวนำให้จัดเรียงโมเลกุลให้เป็นระเบียบขึ้นใหม่ ทำให้ใบมีดกลับคมขึ้น ผู้สนใจนั่งสมาธิหลายคนได้ทดลองนั่งสมาธิภายในเต็นท์รูปทรงพีระมิดหลายครั้ง พบว่าพีระมิดช่วยให้เกิดสมาธิได้เร็วกว่าปกติ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสมองและจิตใจของผู้ทำสมาธิถูกรบกวนจากเส้นแรงแม่เหล็กน้อยลงทำให้จิตรวมตัวเกิดสมาธิได้ง่าย นอกเหนือจากปรากฏการณ์เกี่ยวกับพีระมิดที่ได้กล่าวมา ยังมีการทดสอบ ทดลองเกี่ยวกับพีระมิดอีกมากมายที่ไม่ได้นำมากล่าวถึง ซึ่งผลการทดลองที่ออกมามักจะเกิดผลในทางบวกกับสิ่งต่างๆที่ได้เข้าไปอยู่ในรูปทรงพีระมิด