วิธีการเป่าขลุ่ย

  หลักการเล่นขลุ่ยจีน 

 

   ก่อนที่จะนำขลุ่ยมาเป่าจะต้องมีการปิดเยื่อก่อนทุกครั้ง โดยปิดที่รูปิดเยื่อ (เหตุผลที่เรียกว่ารูปิดเยื่อเพราะว่าโดยทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยก่อนจะใช้เยื่อไผ่ปิดตรงรูนี้) การปิดเยื่อนี้จะใช้อะไรก็ได้เช่น เยื่อไผ่ ถุงพลาสติก กระดาษแก้ว เปลือกหอมแดงแห้ง ฯลฯ ซึ่งแต่ละอย่างก็จะให้เสียงที่แตกต่างกันออกไป และนี่คือหัวใจของขลุ่ยจีนว่าเสียงจะกังวานไพเราะแค่ไหน หลังจากปิดเยื่อแล้วให้สำรวจดูว่าเยื่อที่ติดนั้นขาดหรือหย่อนหรือไม่ ถ้าขาดหรือหย่อนจะทำให้เป่าไม่ดัง ในการฝึกครั้งแรกควรใช้สก๊อตเทปปิดเพื่อแก้ปัญหาเยื่อขาดหรือหย่อนและจะทำให้เป่าออกเสียงง่ายมากขึ้น เมื่อเป่าเสียงดังจนคล่องแล้วจึงใช้เยื่อไผ่ปิดซึ่งจะทำให้เสียงดังกังวานมากกว่าเดิมมาก ควรทดสอบดูว่าวัสดุที่นำมาปิดรูปิดเยื่อต่างชนิดกันให้เสียงที่แตกต่างกันอย่างไร แม้แต่วิธีการปิดที่ต่างกันก็ให้เสียงที่ไม่เหมือนกัน

        หลังจากปิดเยื่อแล้วสิ่งที่ยากและท้าทายมากสำหรับหลายคนคือวิธีการเป่า ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีที่แตกต่างกันออกไป วิธีการเป่านั้นจะเป่าลมเข้าสู่รูเป่าลมตรงกลาง โดยวางรูเป่าให้อยู่ตรงกึ่งกลางปากให้รอบรูให้ตรงกับริมฝีปากด้านล่าง ยิ้มเพื่อให้ปากกว้างออกเล็กน้อย เม้มปากให้แบนๆ แล้วเป่าลมออกมาตรงๆ ให้ลมพุ่งลงไปในรูเป่าลม ก็จะทำให้ขลุ่ยเกิดเสียงดังขึ้นมาทันที ครั้งแรกที่ฝึกให้พยายามหมุนขลุ่ยหาตำแหน่งที่มีเสียงดังดีที่สุด โดยให้ลมที่เป่าไม่เข้าไปในรูมีน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในการเป่านั้นไม่จำเป็นต้องเป่าแรงและที่สำคัญต้องใช้ลมที่มาจากช่องท้องซึ่งจะสามารถเก็บลมได้นานและควบคุมได้ เมื่อเป่ามีเสียงแล้วควรหัดเป่าค่อยๆ และ แรงๆ สลับกัน เป็นเสียงต่ำเสียงสูง

      สิ่งหนึ่งที่ขลุ่ยจีนมีความแตกต่างจากขลุ่ยไทยนอกเหนือจากวิธีการเป่าแล้วก็คือจำนวนรูของตัวโน๊ตซึ่งมีเพียง 6 รูเท่านั้น โดยที่เมื่อปิดครบทั้ง 6 รูจะเป็นเสียง โด ไล่ไปเรื่อยๆไปจนปล่อยหมดทุกนิ้วจะเป็นเสียง ที สำหรับเสียงสูงให้เป่าลมให้แรงและพุ่งอีกนิดหน่อย ซึ่งขลุ่ยจีนนั้นจะมีเสียง 2 ชั้น (Octave) ครึ่ง

Comments