ห้องที่ปรึกษา

ชุมนุมภาษาไทย(ฯลฯ)

การเขียนนิทานเชิงสร้างสรรค์

โพสต์16 ม.ค. 2555 05:19โดยNuchie K   [ อัปเดต 16 ม.ค. 2555 06:27 ]
ความหมายของนิทาน
    นิทาน ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ให้ความหมายไว้ดังนี้ 
    นิทาน น.เรื่องเล่ากันมา เช่น นิทานชาดก นิทานอีสป 
    รากศัพท์เดิมของนิทานมาจากภาษาบาลี และมีความหมายหลายนัย แต่ในปัจจุบันใช้ความหมายข้างต้นเพียงอย่างเดียว 
   ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นิทานสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามการเล่าเรื่อง เพราะเป็นเรื่องเล่าต่อ จึงสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลเวลา 
    ในทางคติชนวิทยาจัดให้นิทานเป็นมรดกที่สำคัญทางวัฒนธรรม โดยนิทานจะมีทั้งนิทานที่เล่าปากเปล่า จดจำกันมาแบบมุขปาฐะ และนิทานที่มีการเขียนการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร  
ประเภทของนิทาน 
    นิทานเล่าสืบต่อกันมามีลักษณะที่หลากหลาย กิ่งแก้ว อัตถากร ได้ศึกษาและจำแนกนิทานออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้

    1.เทพนิทาน (Fairy Tale) เช่น นิทานเรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระท้้ง 7 

    2. นิทานชีวิต (Romantic Tale) เรารู้จักกันดีก็คือนิทานเรื่องอาหรับราตรี หรือพันหนึ่งราตรี ซึ่งศาสตราจารย์พระยาอนุมานราชธนนำมาแปลเผยแพร่นานแล้ว 


    *** อาหรับราตรี หรือ พันหนึ่งราตรี เป็นอมตะนิทานอาหรับ ที่รวบรวมเรื่องเล่าจากผู้แต่งคนต่าง ๆ มาเป็นเวลานับพันปีในยุคอาหรับโบราณและเปอร์เซียโบราณ ตัวอย่างเรื่องเล่าที่เป็นที่รู้จักกันดีเช่น อะลาดิน อาลีบาบา และ กะลาสีซินแบด





3.นิทานวีรบุรุษ (Hero Tale) ได้แก่เรื่อง เฮอคิวลิส
4.นิยายประจำถิ่น ( Local Legend) ที่รู้จักกันดีในเรื่องเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ตาม่องล่าย ตำนานเมืองลพบุรี 
***พระเจ้ากรุงจีนได้พระราชทานพระราชธิดาที่มีชื่อว่า พระนางสร้อยดอก-หมาก ให้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าสายน้ำผึ้งกษัตริย์แห่งกรุงอโยธยา โดยจัดกระบวนเรือสำเภาส่งเสด็จพระนางสร้อยดอกหมากมาสู่กรุงอโยธยาทางชลมารค เมื่อขบวนเรือมาถึงพระนางทรงเห็นแต่เสนาอำมาตย์มารอรับ แต่กลับไม่เห็นเจ้าชายสายน้ำผึ้งซึ่งกำลังเตรียมการอยู่ภายใน จึงน้อยพระทัยที่ไม่ได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ และไม่ยอมเสด็จลงจากเรือ ครั้งเมื่อพระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จลงเรือมาเชิญพระนางด้วยตนเอง พระนางจึงตัดพ้อต่อว่า โดยพระเจ้าสายน้ำผึ้งได้ทรงสัพยอกไปว่า “เมื่อไม่อยากขึ้นก็จงอยู่ที่นี่เถิด” พระนางได้ฟังดังนั้นก็น้อยพระทัยมาก จึงกลั้นลมหายใจ จนสิ้นพระชนม์ลงบนเรือลำนั้นเอง
พระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงโทมนัสยิ่ง ทรงให้ปลงพระศพของพระนางและตั้งศาลขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก และความอาลัยต่อนาง มีผู้สันนิษฐานกันว่าชื่อของวัดพนัญเชิงนี้อาจมาจาก คำว่า พระนางเอาเชิง หรือพรนางทำเชิง และศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมากได้กลายเป็นที่เคารพรำลึกถึงพระนาง และเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนสืบมา
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ 








5.นิยายอธิบายเหตุ
 (Explanatory Tale) ได้แก่เรื่อง ทำไมจึงเกิดจันทรคราส ทำไมน้ำทะเลจึงเค็ม เป็นต้น 
6.ตำนานและเทวปกร
ณ์ (Myth) ปัจจุบันมีหลายเรื่อง เช่น กำเนิดเทวดา กำเนิดเซียน และกำเนิดพระพิฆเณศวร์ เป็นต้น 




7. นิทานสัตว์ (Animal Story) เช่น นิทานอีสป 
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ 



8.นิทานมุกตลก (Jest) เรื่องที่คนไทยรู้จักกันดีในเรื่อง ศรีธนญชัย เป็นต้น
อ่านเพิ่มเติมได้ที่  




การเขียนนิทาน 
    เนื่องจากนิทานเป็นงานเขียนที่เขียนได้ตั้งแต่สั้นๆ จนถึงขนาดยาว ทั้งยังเป็นเรื่องของจินตนาการ ทำให้การเขียนนิทานไม่มีข้อจำกัด เหมือนงานเขียนประเภทอื่นๆ 
    การเขียนนิทานให้สนุก มีสาระ และน่าติดตามนั้นจึงอยู่ที่การกำหนดโครงเรื่องเป็นสำคัญ และโครงเรื่องนั้นต้องเน้นไปในเรื่องของความบันเทิง ตามมาด้วยสาระและสิ่งที่ผู้เล่าต้องการสอดแทรกให้ผู้ฟังนำไปขบคิด 
    
นิทานอีสป เป็นนิทานยอดนิยมของโลก 
นิทานอีสปเป็นนิทานสั้นๆ ที่มุ่งเน้นการให้ข้อคิดเป็นหลัก ซึ่งลักษณะการเขียนดังกล่าวเป็นเสมือนคำสอนอีกรูปแบบหนึ่งที่ใช้นิทานเป็นสื่อ
ด้วยเหตุนี้นิทานของอีสปทุกเรื่อง จึงจบด้วยคำว่า นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ...ทุกเรื่องไป 

ตัวอย่างนิทานเรื่อง เจ็บแล้วต้องจำ (บางที่เขียนว่าเป็นเรื่อง แมวกับหนู) 

แมวตัวหนึ่งค้นพบว่าบ้านหลังหนึ่งมีหนูพลุกพล่านไปหมดจึงตรงไปจับหนูกินทีละตัวๆ จำนวนหนูที่หายไปทำให้พวกที่เหลือรู้สึกหวาดกลัวจนไม่กล้าออกจากรู ซึ่งแมวไม่สามารถเข้าไปได้ ดังนั้นม้ันคิดหาอุบายล่อหนูออกจากรู มันเป็นกำแพงขึ้นไปห้อยตัวอยู่บนขอที่แขวนหมวก ทำตัวแข็ง
ทื่อ แต่หนูตัวหนึ่งแอบมองเห็นจึงกล่าวว่า "ไม่มีประโยชน์หรอกเพื่อนเอ๋ย ข้าไม่หลงกลเจ้าหรอก ต่อให้เจ้าแปลงตัวเป็นถุงผ้าก็ตาม" 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 
คนฉลาดมักเรียนรู้ได้จากประสบการณ์และไม่มีวันถูกหลอกโดยกลลวงศัตรู 





***********


Comments