การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

          จุดประสงค์การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
                    1.เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากสถานที่เกิดเหตุ  ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายเพิ่มขึ้น
                    2.เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปอยู่ในที่ที่ให้การปฐมพยาบาลได้สะดวก
                    3.เพื่อส่งผู้ป่วยไปรับการรักษาต่อได้สะดวกมากขึ้น
          หลักในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
                    1.ต้องทราบว่าผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บบริเวณใด
                    2.ใหเการปฐมพยาบาลก่อนการเคลื่อนย้าย  เช่น  ห้ามเลือด  ดามกระดูกที่หัก  เป็นต้น
                    3.เลือกวิธีการเคลื่อนย้ายที่เหมาะสมกับสภาพความเจ็บป่วย
                    4.การเคลื่อนย้ายต้องทำด้วยความนุ่มนวล มีสติ รอบคอบ
                    5.การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนักจะต้องมีสิ่งรองรับ ศีรษะ แขน ขา และหลัง
                    6.อุปกรณ์เคลื่อนย้ายผู้ป่วย  เช่น  เปล  ต้องนำมาให้ถึงผู้ป่วยไม่ใช่ยกผู้ป่วยเดินไปหาแปล
                    7.ถ้ามีผู้ช่วยเหลือหลายคนควรมีหัวหน้าเพื่อสั่งการหนึ่งคน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
                    8.ขณะเคลื่อนย้าด้วยแปลควรมีสายรัดกันตก
                    9.ขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด  โดยสังเกตการหายใจและจับชีพจร  ถ้ามีอาการผิดปกติต้องรีบช่วยเหลือทันที
                  10.รีบนำผู้ป่วยส่งให้ถึงมือแพทย์โดยเร็วที่สุดและผู้นำส่งโรงพยาบาลควรเล่าเหตุการณ์ให้พบแพทย์ทราาบเพื่อช่วยการวิเคราะห์การบาดเจ็บ
          ผู้ช่วยเหลือ1คน
                1.ท่าประคองเดิน
ใช้สำหรับผู้ป่วยรู้สึกตัวและพอจะช่วยตัวเองได้  ไม่มีกระดูกหรือกระดูกหลังหักและผู้ป่วยตัวใหญ่พอๆ  กับผู้ช่วยเหลืออย่าลืมขั้นตอนไนการเคลื่อนย้ายต้องบอกเล่าแผนการแก่ผู้ป่วยก่อนเสมอว่า  เราจะช่วยทำอย่างไรจะพาเดินไปทางไหนและประมาณกำลัง  ต้องให้ผู้ป่วยเดินนำหน้าเสมอ  ผู้ช่วยต้องคอยมองเท้าของผู้ป่วยเสมอผู้ช่วยต้องคอยมองเท้าของผู้ป่วยล้มระหว่างทางจะได้ประคองผู้ป่วยไว้ได้อย่างปลอดภัยทั่งตัวผู้ป่วยและตนเอง
                2.  การอุ้ม
ถ้าผู้ป่วยตัเล็กกว่าผู้ช่วยเหลือมาก  และไม่มีกระดูกหักที่ใดๆ  การอุ้มจะเป็นการเคลื่อนย้ายที่สะดวก  รวดเร็วปลอดภัย  แต่ถ้าผู้ป่วยตัวใหญ่และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  อาจจะใช้วิธียกโดยหลายๆคน
        ผู้ช่วยเหลือ 2 คน
                1.การประคองเดิน
ผู้ป่วยพอช่วยตัวเองได้  ไม่มีกระดูกขาหรือหลังหัก
                2.กรณีที่ผู้ป่วยตัวใหญ่  อุ้มคนเดียวไม่ไหวและไม่มีกระดูกส่วนใดหัก
การอุ้มคนละข้างของผู้ป่วย  ถ้าผู้ป่วยรู้สึกตัวดี  ควรไห้ผู้ป่วยเอามือโอบบ่าของผู้ช่วยเหลือทั้งสอง  แต่การยกวิธีนี้จะทำได้ไม่ค่อยถนัด        การเคลื่อนย้ายโดยผู้ช่วยเหลือ  2  คน  คนหนี่งอยู่ด้านหน้าอีกคนหนึ่งอยู่ด้านหลังของผู้ป่วยจะทำได้สะดวกมากกว่า  ขั้นแรกต้องพยุงผู้ป่วยขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง  ผู้ช่วยคนที่ 1 ประคองอยู่ด้านหลังของผู้ป่วย  โดยสอดแขนมาจับแขนของผู้ป่วยด้านหน้า  ผู้ช่วยคนที่ 2 สอดแขนเข้าใต้ข้อพับเข่าของผู้ป่วยแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกัน
        การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรุนแรงหรือไม่รู้สึกตัว
                ผู้ช่วยเหลือ 1 คน
                    1. ท่าลาก
ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน  เช่นไฟไหม้  ผู้ป่วยสำลักควันหมดสติ  หรือรถชนหมดสติอยู่กลางถนน  จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายออกจากที่เกิดเหตุโดยเร็ว  เคลื่อนย้ายในระยะทางสั้นๆ  และจะต้องเป็นที่ราบเรียบ
                    2. ท่าอุ้มแบก
ในกรณีที่ผู้ป่วยตัวเล็กกว่า  ผู้ช่วยเหลือตัวใหญ่  ผู้ป่วยไม่มีส่วนใดหักเคลื่อนย้ายไปทางไกลๆได้สะดวก
                ผู้ช่วย 3-4 คน
ในกรณีผู้ป่วยตัวใหญ่มาก  จำเป็นตัวมีผู้ช่วยเหลือมากกว่า 2 คนในการเคลื่อนย้าย  การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยวิธีนี้ผู้ป่วยจะรู้สึกมั่นคงปลอดภัยมากกว่า  แต่ถ้าผู้ช่วยเหลือต้องยึดหลักในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างแม่นยำ  และต้องทำอย่างนุ่มนวล  ที่สำคัญ  คือ  ต้องแน่ใจว่ายกผู้ป่วยไหว  ถ้าไม่แน่ใจห้ามลองยกเด็ดขาด  ต้องหาคนมาช่วยอีก  ถ้าใช้คนมากขึ้นจะช่วยให้ผู้ป่วยปลอดภัยมากขึ้น
        การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็กที่กระดูกสันหลังหัก
กระดูกสันหลังหักมักมีอันตรายต่อเส้นประสาทไขสันหลัง  ทำให้เกิดอัมพาตได้  ถ้าบริเวณคอ  อาจทำให้ผู้ป่วยตายได้  ในการช่วยเหลือผู้ป่วยผู้ป่วยจึงมีความสำคัญมาก  ถ้าการช่วยเหลือไม่ดีอาจทำให้เส้นประสาทไขสันหลังถูกกดและถูกทำลายมากขึ้น  ถ้าต้องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจะต้องให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านอนราบเสมอ  เช่น  ให้นอนบนบานประตู  หรือไม้แผ่นเดียว  เวลายกผู้ป่วยต้องยกให้ตัวตรงเป็นท่อนไม้เมื่อผู้ป่วยนอนบนกระดานแล้ว  มัดตัวผู้ป่วยติดกระดานให้แน่นพอดีพร้อมกับนำวัตถุที่แข็ง 2 ชั้น  มาประกบที่ศีรษะทั้ง 2 ข้าง  เพื่อยึดให้ศีรษะเพื่อยึดให้ศีรษะและคออยู่นิ่งไม่ให้เคลื่อนไหว
อุบัติเหตุหมู่  
ในสถานการณ์ภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุหมู่ เมื่อท่านพบเหตุการณ์เช่นนั้นเป็นคนแรกควรปฏิบัติดังนี้
                    1.      ประเมินดูสถานการณ์ที่เกิดเหตุปลอดภัยหรือไม่ ถ้าไม่ปลอดภัยห้ามเข้าไปให้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรอจนกว่าเหตุการณ์นั้นจะปลอดภัยจึงจะเข้าไปให้การช่วยเหลือ
                    2.      เมื่อเข้าไปถึงตัวผู้ป่วยแล้วให้ตรวจสภาพผู้ป่วยอย่างคร่าว ๆ
                    3.      แจ้งขอความช่วยเหลือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในขณะแจ้งขอความช่วยเหลือ ตั้งสติให้ดี พูดให้ชัดเจน อย่าตื่นเต้น แล้วแจ้งข้อมูลดังนี้
                         -          สถานที่เกิดเหตุ
                         -          ซื่อผู้แจ้ง และบอกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ
                         -          เกิดเหตุอะไร มีผู้บาดเจ็บกี่คน
                    4.      เข้าไปประเมินสภาพผู้ป่วยขั้นต้น โดย
                         -          ตรวจดูความรู้สึกตัว โดยการเรียกร้องหรือตีที่ไหล่เบาๆ
                         -          ตรวจดูทางเดินหายใจ
                         -          ตรวจดูการหายใจ
                         -          ตรวจชีพจร
                         -          ตรวจดูการบาดเจ็บ
                    5.      ให้การปฐมพยาบาล ถ้ามีบาดเจ็บเลือดออก ให้ห้ามเลือดก่อนหลังจากนั้นตรวจดูว่ากระดูกหักที่ใดบ้าง ให้ทำการดาม
                    6.      แจ้งรายละเอียดเพิ่มเติม
ในกรณีมีผู้บาดเจ็บหลายคนพร้อมกัน ควรทำการประเมินสภาพผู้ป่วยคร่าวๆ ทุกคนเพื่อทำการคัดแยก และพิจารณาจัดลำดับความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือ โดยใช้แนวทางในการคัดแยกดังนี้
                         1.      แบ่งผู้บาดเจ็บออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
                            -          กลุ่มผู้บาดเจ็บที่เดินได้
                            -          กลุ่มผู้บาดเจ็บที่เดินไม่ได้
                        2.กลุ่มผู้บาดเจ็บที่เดินได้ให้แยกไว้กลุ่มหนึ่ง ส่วนผู้บาดเจ็บที่เดินไม่ได้ให้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มผู้บาดเจ็บที่หมดสติ มีปัญหาเรื่องการหายใจ ซ็อค เสียเลือดมากไม่สามารถห้ามเลือดได้ มีแผลไฟไหม้ที่รุนแรงให้ถือว่าผู้บาดเจ็บกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นอันดับแรกส่วนที่เหลือนอกจากที่กล่าวไปแล้ว ให้ถือความสำคัญเป็นอันดับที่ 2
                        3.กลุ่มที่เดินได้นั้นให้ลำดับความสำคัญเป็นอันดับ 3 และอันดับสุดท้าย ผู้ที่เสียชีวิตเพราะไม่จำเป็นต้องให้การรักษาพยาบาล
Comments