ครั้นต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๒ ท่านเจ้าอธิการจันทร์ เจ้าอาวาสวัดไม้แก่นมรณภาพลง ท่านได้ไปจัดการศพแล้ว ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าอาวาสวัดไม้แก่นอีกวัดหนึ่ง


ท่านเจ้าคุณ พระธรรมโมลี
เจ้าคณะภาค ๗
เจ้าอาวาส
วัดพระธาตุหริภุญชัย
ลำพูน

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต
วักภูจ้อก้อ
มุกดาหาร

หลวงปู่อ่อนสา

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโท

หลวงพ่อปาน
วัดบางนมโค

หลวงพ่อรักษ์ ฐิตธัมโม
วัดน้อยแสงจันทร์
สมุทรสงคราม

หลวงพ่อรุ่ง ติสสโร
วัดท่ากระบือ
สมุทรสาคร
ประวัติวัดเชิงเขา..........
           วัดเชิงเขา เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ตำบลปะลุกาสาเมาะ ใกล้กับภูเขาบูโด อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ...เดิมทีวัดเชิงเขาตั้งอยู่บ้านปลักใหญ่ซึ่งห่างจากวัดปัจจุบัน ๒ กิโลเมตร เหตุที่ได้ย้ายวัดมาอยู่ที่ปัจจุบันนี้ ก็เพราะที่วัดเดิมเป็นที่ลุ่ม ทำให้เกิดน้ำท่วมบ่อย และบริเวณพื้นที่ของวัดก็คับแคบ เจ้าอาวาสในสมัยนั้นก็คือ หลวงพ่อแดง
           หลวงพ่อแดงกับชาวบ้านจึงหาที่ ที่จะสร้างวัดใหม่ ...ก็เห็นว่าบริเวณที่เชิงเขาบูโด เป็นสถานที่ที่เหมาะที่จะสร้างวัด และที่บ้านเชิงเขานั้นก็เป็นหมู่บ้านที่มีชาวไทยพุทธอยู่กลุ่มหนึ่ง นอกนั้นส่วนใหญ่เป็ยชาวไทยมุสลิม..........เจ้าอาวาสวัดเชิงเขาเท่าที่สอบถามมาในสมัยโน้น ได้จากคนเก่าแก่ของบ้านเชิงเขามีดังนี้
          ๑.  หลวงพ่อแดง ( ชาวบ้านเรียกท่านว่า ท่านแดงในตึก )
          ๒.  หลวงพ่อเส้ง
          ๓.  หลวงปู่แดง ธัมมโชโต
          ๔.  พระอาจารย์แดง
หลวงปู่แดง ธัมมโชโต

          หลวงปู่แดง นามเดิมชื่อ แดง นามสกุล แก้ววิเชียร เป็นบุตรของนายนุ้ย...หลวงปู่แดงเกิดเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ.๒๔๓๒ ตรงกับวันศุกร์ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลู บริเวณเชิงเขา ตำบลปะลุกาสาเมาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ท่านมีพี่ น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๕ คน คือ
          ๑.  นายคง แก้ววิเชียร
          ๒.  นางแดง วันแก้ว
          ๓.  นางบุญทอง ทองคำ
          ๔.  นายแดง แก้ววิเชียร
          ๕.  นายเงิน แก้ววิเชียร

          หลวงปู่แดงเมื่ออายุได้ ๑๓ ปี บิดาก็ได้นำไปฝากเรียนหนังสืออยู่กับ ท่านอธิการจันทร์ เจ้าอาวาสวัดไม้แก่น อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี .....ต่อมาเมื่อท่านอายุได้ ๒๑ ปี ได้เข้ามาอยู่ที่วัดเชิงเขา เรียนหนังสือกับ ท่านพระอธิการเส้ง เจ้าอาวาสวัดเชิงเขา ซึ่งงพระอธิการเส้งเป็นพระเถระที่มีอาคมแก่กล้า เป็นที่นับถือของชาวบ้านเชิงเขาในสมัยนั้นเป้นอันมาก
          หลวงปู่แดง ได้บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๑ โดยท่านเจ้าอธิการจันทร์ วัดไม้แก่น เป็นพระอุปัชฌายะ ท่านพระอาจารย์คงแก้ว วัดเลียม อำเภอสายบุรี เป็นพระกรรมวาจา ท่านพระอธิการเส้ง วัดเชิงเขาเป็นพระอนสาวนา สำเร็จญุตติภกรรม เวลา ๑๕.๑๖ น.....โดยชุมนุมพระสงฆ์ ๒๒ รูป ใรพัทสีมาวัดเชิงเขา.....พระอุปัชฌาให้ฉายาว่า พระแดง ธัมมโชโต ( เวลานั้นไม่มีการเรียนนักธรรม ).....ถึงปี ๒๔๕๔ พระแดง ธัมมโชโตมีพรรษาได้ ๕ พรรษา ซึ่งตามพระวินัยกำหนดว่า เป็นนิสัยมุตตกะอยู่ในมัชฌิมภูมิ รักษาตัวเองได้แล้ว จึงได้กราบลาพระอุปัชฌา และอาจารย์เดินทางไปศึกษาต่อ ณ เมืองสงขลา ได้ไปอยู่ที่วัดดอนแย้ ตำบลบ่อยาง ในสำนักของ ท่านพระครูธรรมโมลี ( หนู ) เจ้าคณะใหย่เป็นผู้ปกครองดูแลวัดทั้งหลายใน ๗ หัวเมืองในปัตตานี และบรรดาวัดในหัวเมืองแถบมาลายู

          ท่านพระแดง ธัมมโชโต ไปอยู่ที่สงขลากี่พรรษาไมทราบชัด ทราบแต่ว่าเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๒ ท่านพระอะิการเส้ง เจ้าอาวาสวัดเชิงเขาอาพาธถึงแก่มรณภาพลง ท่านพระแดงได้เป้นผุ้จัดการฌาปนกิจศพท่านพระอธิการเส้ง แล้วท่านพระแดงได้รับการแต่งตั้งเป้นเจ้าอาวาสวัดเชิงเขาสืบต่อมา
          อนึ่ง ที่วัดเชิงเขาในสมัยนั้นยังไม่มีโรงเรียนที่จะเรียนหนังสือไทย โดยเฉพาะพวกศิษย์วัดต้องอาศัยสาลาวัดเป็นสถานที่เล่าเรียน ซึงค่อนค้าจะทรุดโทรมและคับแคบ ท่านพระแดงท่านมองเห็นความสำคัญของการศึกษาของลูกๆ หลานๆ ท่านจึงได้สละทุรทรัพย์ส่วนตัวออกจัดสร้างโรงเรียนขึ้น ๑ หลัง ๒ ชั้น ยาว ๕ ห้องเรียน ในที่ดินบริเวณวัดเชิงเขา .....โรงเรียนแห่งนี้ ทางราชการได้ให้นามว่า โรงเรียนวัดเชิงเขาแดงอุทิศ
          ครั้นต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๒ ท่านเจ้าอธิการจันทร์ เจ้าอาวาสวัดไม้แก่นมรณภาพลง หลวงพ่อแดง ท่านได้จัดการศพแล้ว ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าอาวาสวัดไม้แก่นอีกวัดหนึ่งด้วย

          ครั้นปี พ.ศ.๒๔๘๕ ท่านปราถนาจะออกรุกขมูลธุดงค์เที่ยวไปตามป่าช้า และอยู่ตามโคนต้นไม้ เพื่อแสวงหาความวิเวกตามวิสัยสมณะ เยี่ยงอย่างพระอริยเจ้าทั้งหลาย.....จึงตัดปลิโพธิกังวลทั้งปวงออกเดินจากวัดจนถึงกรุงเทพมหานคร ได้รับการอบรมวิปัสสนาพร้อมกับพระสงฆ์หมู่ใหญ่ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ ภายใต้การนำของ เจ้าคุณพระพิมลธรรม ( อาจ ) และพระคณาจารย์ผู้ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ และหลวงพ่อแดงได้จำพรรษาอยู่ที่คณะ ๑๕ ในวัดสุทัศนเทพวราราม เป็นเวลา ๑ พรรษา
          เมื่อปวารณาออกพรรษาแล้ว ท่านได้เดินธุดงค์หมู่สงฆ์จำนวน ๓๐๐ รูป มีเจ้าคุณพิมลธรรมเป็นหัวหน้า เดิรนไปยังวัดภาคเหนือเช่น ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย และหนองคาย เป็นเวลาหลายเดือน แล้วเดินกลับกรุงเทพฯ ในเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๙๔
  
วิหารหลวงปู่แดง ธัมมโชโ
           หลังจากนั้น หลวงปู่แดงเดินทางด้วยเท้ากับพระสงฆ์หมู่หนึ่ง ไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ไปนมัสการพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี และจาริกท่องเที่ยวอยู่ในจังหวัดภาคกลางอีกหลายแห่ง
          ในราวปี พ.ศ. ๒๕๐๐ หลวงปู่แดงได้เดินทางด้วยเท้าล่งใต่แต่ลำพังองค์เดียว พักแรมตามป่าช้ารายทางโดยลำดับ จนถึงปัตตานีในเดือนมิถุนายน ในปีนั้นท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดนิกรชนาราม ซึ่งอยู่ในอำเภอเมืองปัตตานี ได้ ๑ พรรษา..........ออกพรรษาแล้วท่านเดินธุดงค์ไปตามป่าช้าต่างๆ ในเขตจังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ตลอดเข้าไปในเขตมาเลเซีย เมื่อถึงวันเข้าพรรษาท่านได้กลับมาจำพรรษาที่วัดเทพวิมลมัลคลาราม อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

          กาลต่อมาท่านจะสร้างเหรียญ และมีพ่อค้าในเมืองปัตตานีรู้ข่าวว่า หลวงปู่แดงจะสร้างเหรียยแล้ว (ก่อนหน้าก็มีคนขอให้ท่านสร้าง แต่ท่านไม่ตกลง)...ก็ได้เรี่ยไรเงินกันจากผู้ที่นับถือหลวงปู่ได้เงินมาประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท ไปถวายหลวงปู่เพื่อสมทบทุนสร้างเหรียญ จึงได้มีการสร้างเหรียญรุ่นนี้ขึ้น นับเป้นเหรียญรุ่นแรกที่มีจำนวนสร้างดังนี้
          เหรียญเงิน ๑๐๘ เหรียญ
          เหรียญทองแดง ๒๐,๐๐๐ เหรียญ
          กริ่งรูปเหมือนลอยองค์ ๒,๐๐๐ องค์
          พระบูชารูปเหมือน ๓๐๔ องค์
          ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ หลวงปู่แดงได้ปลุกเสกเดี่ยว มงคลที่ว่ามานี้ทั้งหมด ท่านปลุกเสกตลอดพรรษา .....และวัตถุมงคลของท่านก็ได้แสดงอภินิหารให้ผู้ที่บูชาไปประจักษ์แก่สายตามาแล้วหลายครั้ง