วิธีทำขนมด้วยช๊อกโกแลตง่ายๆ


1. Chocolate Mousse มูสช็อคโกแลตทำเองได้


 

Chocolate Mousse by Bake-aholic

 

Difficulty Level : 2/5 spoons
Difficulty Level : 2/5 spoons

 

Whipping Cream (ชนิดทำจากนมสด) ............................... 1 ถ้วยตวง
White Chocolate with Passion fruit filling ........................ 1/4 ถ้วยตวง
Dark Chocolate ............................................................ 100 กรัม
เหล้าหวานรสส้ม (Grand Manier) ..................................... 2 ช้อนโต๊ะ
แยมมิกซ์เบอรี่หรือผลไม้สด ปริมาณตามชอบ

 

Chocolate Mousse by Bake-aholic

วิธีทำ

 

1. แบ่งครีมเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน ส่วนแรกนำไปแช่ช่องแข็งให้เย็นจัดๆ ไม่ควรแช่เกิน 10 นาที เพราะถ้าแข็งแล้วจะใช้ไม่ได้

2. อุ่นครีมที่เหลืออีก 1/2 ถ้วยตวง ในไมโครเวฟ ประมาณ 1 นาที 20 วินาที โดยตั้งเวลาทีละ 30 วินาที แล้วนำออกมาคน เพื่อให้ครีมร้อนทั่วกัน

3. เทครีมลงในชามผสมที่ใส่ Dark Chocolate ไว้ แล้วพักไว้ประมาณ 2-3 นาที แล้วคนให้เข้ากันจนเนียนดี ใส่เหล้าส้มลงไปแล้วคนให้เข้ากัน พักให้คลายร้อน

4. สับ White Chocolate ให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปแช่ช่องแข็งไว้

5. ตีครีมส่วนที่แยกไว้ส่วนแรกให้ข้นขึ้น พอที่จะยกตะกร้อขึ้นแล้ววนเป็นเลข 8 ได้

6. แบ่งครีมที่ตีได้ครึ่งส่วนผสมลงไปในครีมช็อคโกแลตในข้อ 3 แล้วผสมให้เข้ากัน จากนั้นเทผสมกลับลงไปในชามครีม โดยแบ่งผสม 2 รอบ เมื่อเข้ากันดีแล้ว ก็เทไวท์ช็อกที่แช่เย็นไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ผิดด้วยพลาสติกแล้วนำไปแช่เย็นในช่องธรรมดาไว้ประมาณ 30 นาที

7. เทมูสช็อคโกแลตที่ได้ลงในถุงบีบ ที่ใส่หัวบีบไว้ ตักแยมใส่ลงในภาชนะที่เตรียมไว้ บีบมูสลงไป นำเข้าแช่เย็นจนกว่าจะพร้อมรับประทาน เก็บได้ไม่เกิน 2 วันค่ะ เพราะไม่มีเจลาติน

Chocolate Mousse by Bake-aholic   Chocolate Mousse by Bake-aholic

Sweet Tips

ตามปกติแล้วเราจะเก็บช็อคโกแลตไว้ในตู้เย็น แต่เมื่อต้องการนำมาใช้ ควรทิ้งให้คลายเย็นจัดเสียก่อน เพราะไม่อย่างนั้นครีมที่อุ่นร้อนแล้ว จะไม่สามารถทำให้ช็อกโกแลตละลายได้หมด และทำให้เราต้องนำไปอุ่นเพิ่ม ซึ่งอาจจะทำให้ครีมแตกมันมากขึ้นได้  แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ เราสามารถนำไปวางบนชามที่ใส่น้ำร้อนแล้วทิ้งไว้ให้ช็อคโกแลตและครีมค่อยๆ ละลายเข้ากันจนหมดค่ะ

2. บราวนี่ช็อคโกแลตหน้าช็อคโกแลตเนยถั่วกับ Snickers

รูป 1 บราวนี่ช็อคโกแลตหน้าช็อคโกแลตเนยถั่วกับ Snickers
ถาม
ค้นหา

มาลองดัดแปลงบราวนี้ช็อคโกแลตธรรมดาด้วยการเพิ่มหน้าช็อคโกแลตเนยถั่ว (พีนัทบัตเตอร์) กับขนม Snickers

สูตรนี้มีสามส่วน คือ สูตรทำบราวนี่ช็อคโกแลตทั่วไป, สูตรทำหน้าเนยถั่วสำหรับทาหน้าบราวนี่ชั้นแรก ก่อนจะตามด้วย Snickers และหน้าช็อคโกแลตเนยถั่วที่ใช้ราดด้านบนสุด ทับ Snickers อีกที

บราวนี้ช็อคโกแลตนี้ จะซื้อที่เค้าทำมาแล้วมาเติมหน้าช้อคโกแลตเนยถั่ว Snickers เอง หรือจะทำบราวนี่แบบง่ายๆตามสูตรด้านล่างก็ได้

ทำหน้าเนยถั่ว

ส่วนประกอบหน้าเนยถั่ว

  • เนยถั่ว (พีนัทบัตเตอร์) 1 ถ้วย (เช่นยี่ห้อ Jif)
  • เนยสดธรรมดา 1/4 ถ้วย
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • น้ำตาลไอซิ่ง 2 ถ้วย

วิธีทำหน้าเนยถั่ว

  1. ผสมส่วนเนยถั่วกับ เนยสดให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
  2. ใส่น้ำตาลไอซิ่งและเกลือ ผสมให้เข้ากัน

ทำหน้าช็อคโกแล็ตเนยถั่ว

ส่วนผสมหน้าช็อคโกแล็ตเนยถั่ว

  • ช็อคโกแลตชิพ หรือ ช็อคโกแลตแท่งทำธรรมดา บดให้แตก 1 1/2 ถ้วย
  • เนยถั่ว 1 1/2 ถ้วย (เช่นยี่ห้อ Jif)
  • เนยสด 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำหน้าช็อคโกแล็ตเนยถั่ว

  1. ใส่น้ำในกระทะ ตั้งไฟ ตั้งชามทนความร้อนบนกระทะ ใส่ช็อคโกแลตในชาม รอให้เริ่มละลาย
  2. ใส่เนยสด และเนยถั่ว คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
  3. ยกออกจากเตา

สูตรบราวนี่ช็อคโกแลตง่ายๆ

ส่วนประกอบ

  • ช็อคโกแลตชิพหรือช็อคโกแลตแท่งทุบแตกเป็นชิ้นๆ 1 1/2 ถ้วย
  • เนยสด 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย
  • กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • แป้ง 3/4 ถ้วย

วิธีทำ

  • แบ่งช็อคโกแลตทุบแล้วมา 1 ถ้วย
  • ใส่ช็อคโกแลตในชามทนความร้อน ตั้งชามบนกระทะที่ใส่น้ำ รอให้ช็อคโกแลตละลาย ยกออก
  • ใส่เนยสด, น้ำตาลและ กลิ่นวานิลา ลงในช็อคโกแลตที่ละลายแล้ว คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
  • ตีไข่ในชาม ผสมไข่กับช็อคโกแลตเนยสดที่ทำไว้แล้ว คนให้เข้ากัน
  • ใส่แป้ง ลงไปในส่วนผสม คนให้เข้ากัน
  • ใส่ช็อคโกแลตแตกที่เหลือ (ประมาณ 1/2 ถ้วย) ลงไปในส่วนผสม คนให้ทั่ว
  • ทาเนยบางๆให้ทั่วถาดอบ ตั้งไฟรอไว้ที่ 180 องศา C
  • ใส่ส่วนผสมลงในถาดอบ อบนาน 20–25 นาที
  • ยกออกจากเตาอบ ตั้งไว้ในเย็น

ราดหน้าบราวนี่

ส่วนประกอบ

  • Snickers ขนาดกลาง 3–4 อัน
  • หน้าเนยถั่วที่ทำแล้ว
  • หน้าช็อคโกแล็ตเนยถั่วที่ทำแล้ว
  • บราวนี่ช็อคโกแลตที่ทำเสร็จแล้ว

วิธีทำ

  1. หั่น Snickers เป็นชิ้นเล็กๆ
  2. นำบราวนี่ช็อคโกแลตที่ทำเสร็จแล้วมาวางรอไว้
  3. ทาหน้าด้วยหน้าเนยถั่วที่ทำไว้ในขั้นแรก ไม่ต้องทาหนามาก
  4. โรยหน้าด้วย Snickers ที่หั่นแล้ว
  5. ราดหน้าด้วยหน้าช็อคโกแล็ตเนยถั่วที่ทำไว้แล้วในขั้นที่สอง
  6. ปาดหน้าให้เรียบสวย
  7. นำไปแช่ตูเย็นในช่องธรรมดา ประมาณ 2 ชั่วโมง หรือจนกว่าหน้าจะเริ่มแข็งตัว
  8. นำออกจากตู้เย็น รับประทาน

หลายขั้นตอนหน่อย แต่ถ้าชอบช็อคโกแลต, Snickers และ เนยถั่วแล้ว ต้องลองทำดูนะ

รูป 2 บราวนี่ช็อคโกแลตหน้าช็อคโกแลตเนยถั่วกับ Snickersรูป 3 บราวนี่ช็อคโกแลตหน้าช็อคโกแลตเนยถั่วกับ Snickers


3. ช็อคโกแล็ตชิพ บราวนี่ (โรยด้วย English toffee bits)




ช็อคโกแล็ตชิพ บราวนี่ (โรยด้วย English toffee bits)
ส่วนผสมที่ ๑

Semi-Sweet Chocolate Chips ๑๒ ออนซ์ (๓๔0 กรัม)
เนยจืด ๑๒0 กรัม


ส่วนผสมที่ ๒


ไข่ไก่ขนาดใหญ่ ๔ ฟอง
น้ำตาลทราย ๑ ถ้วย
เพียววานิลาแอ๊คแทรค ๒ ช้อนชา
กาแฟผง ๒ ช้อนโต๊ะ



ส่วนผสมที่ ๓ 

แป้งสาลีเอนกประสงค์ ๑ ถ้วย
ผงโกโก้ชนิดไม่หวาน ๑/๓ ถ้วย
ผงฟู ๒ ช้อนชา
เกลือ ๑/๔ ช้อนชา



English toffee bits ๑/๓ ถ้วย (สำหรับโรยหน้า)









ขั้นตอนการทำ

เปิดเตอบอุณหภูมิ ๓๕0 องศาฟาเรนไฮน์
ใช้เวลาในการอบ ๒๓ นาที
ใช้ถาดอบขนาด ๑๓ คุณ ๙ นิ้ว ทาเนยบนถาดให้ทั่ว


๑.ร่อนแป้ง โกโก้ ผงฟู เกลือ (ส่วนผสมที่ ๓)เข้าด้วยกัน
พักไว้ก่อน









๒.เอาช็อคโกแล็ตชิพและเนยลงใส่ในอ่างผสมสแตนเลส
เอาหม้อใส่น้ำตั้งบนเตา วางอ่างช็อคโกแล็ตซ้อนลงไปบนหม้อ
โดยไม่ให้ก้นอ่างสัมผัสกับน้ำในหม้อ ต้มน้ำไปจนร้อน 
แต่ไม่ให้เดือด วิธีนี้เรียกว่า double boiler 
คนไปจนส่วนผสมช็อคโกแล็ตกับเนยละลายเข้ากันดี พักไว้ก่อน







๓.ผสมไข่ กาแฟ และน้ำตาลทรายในอ่างผสม
คนส่วนผสมทุกอย่างพอให้เข้ากัน น้ำตาลกับกาแฟละลายบ้าง
ไม่ละลายบ้างก็ไม่เป็นไรค่ะ พอส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี
ก็เทช็อคโกแล็ตใส่ในอ่างผสมไข่ คนส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
จะได้ส่วนผสมช็อคโกแล็ตที่ข้นๆ











ข้น เหนียว หนืดอย่างในรูปนี้







๔.ขั้นต่อไปใส่ส่วนผสมแป้งลงไป แบ่งใส่สักสองครั้ง
คนส่วนผสมแป้งให้เข้ากับส่วนผสมช็อคโกแล็ต(ข้อ.๓)







ใช้ตะกร้อมือคนตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากัน







ส่วนผสมจะข้นและเหนียวๆหนืดๆยิ่งขึ้น







เทใส่ถาดอบที่ทาเนยไว้แล้ว 






ใช้พายยางปาดเกลี่ยส่วนผสมให้เสมอกัน







โรยด้วยEnglish toffee bits ให้ทั่ว

ก่อนนำเข้าเตาอบ เคาะถาดเบาๆเพื่อไล่อากาศ






ใส่ลงไปชั้นตรงกลางของเตาอบ อบนานประมาณ ๒๓ นาที






อบเสร็จจะได้บราวนี่หน้ากรอบอร่อย 
ใครๆก็ใหลหลงเคลิบเคลิ้มในรสชาติ
สังเกตดูความกรอบของหน้าบราวนี่
ไม่ทราบเกี่ยวกับช็อคโกแล็ตที่ใช้หรือเปล่านะคะ
ช็อคชิพจะไม่กรอบหนาเท่ากับใช้Semi-Sweet Chocolate แบบแท่ง
แต่ว่าแม่ปูสรุปตรงนี้ว่า หากจะใช้Semi-Sweet Chocolate chips
ก็สามารถใช้ได้ไม่มีปัญหา ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดค่ะ
รสชาติ อร่อยไม่รู้ลืมเช่นกันค่ะ






อบเสร็จพักไว้ให้เย็นก่อน จะตัดแบ่งเป็นชิ้นๆเลยก็ได้
แม่ปูใช้พายยางพลาสติกบางๆตัด ตัดได้เรียบกริบเลยค่ะ












เชิญอร่อยได้เลยค่ะ



 

4.ช็อคโกแล็ตหน้านิ่ม

4



ช็อคโกแล็ตหน้านิ่มสูตรคุณแพรที่แม่ปูเคยทำไว้แล้วค่ะ


ก่อนอบเค้กก็ทำหน้าเค้กไว้ก่อนค่ะ ทำเสร็จแล้วใส่ตู้เย็นไว้
ให้ส่วนผสมข้น จะได้นำมาปาดเค้กได้ง่ายๆ
ทั้งครีมปาดหน้าเค้ก ทั้งตัวเค้ก เป็นสูตรจากช็อคโกแล็ตหน้านิ่มล้วนๆค่ะ







ส่วนตัวเค้ก..หลังจากที่จัดการทำทุกอย่างตามขั้นตอนทั้งหมด
แต่คราวนี้แทนที่เราจะเทใส่พิมพ์กลม แม่ปูก็เทใส่ถาดแทนค่ะ
ถาดขนาด ยาว๑๖ นิ้ว กว้าง๑๑ นิ้ว สูง๑ นิ้ว


อบด้วยอุณหภูมิ ๔๐๐ องศาฟาเรนไฮน์ ประมาณ ๑๓-๑๕ นาที
เตาอบแม่ปูเลอะไปหน่อย วันขอบคุณพระเจ้าโยนมันหวานเข้าไปอบ
ไม่ได้รองด้วยถาด น้ำหวานจากมันหยดใส่ในเตา ยังไม่ได้ทำความสะอาดเลย









จะสุกแล้วค่ะ กลิ่นเริ่มหอมชวนน้ำลายหกแล้วค่ะ ใช้ไม้ปลายแหลม
จิ้มลงไปในเนื้อเค้กเพื่อเช็คดูว่าสุกหรือยัง ถ้าไม่มีเศษเค้กติดไม้ขึ้นมาก็สุกแล้วค่ะ







พอเค้กสุกแล้ว เอาออกจากเตาอบ พักเค้กไว้สักประมาณ ๕-๑๐ นาที
ก่อนที่จะคว่ำเค้กวางลงบนตะแกรง พักเค้กให้คลายความร้อนก่อน

ถ้าใครยังไม่แต่งหน้าเค้กทันที พอเค้กเย็นแล้ว ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ
คลุมเค้กไว้ก่อนได้ค่ะ เค้กจะได้ไม่แห้ง แต่ผ้าต้องแห้งหมาดๆนะคะ





เมื่อเค้กเย็นแล้ว จัดการแบ่งเค้กออกเป็นสามส่วนเท่าๆกัน
แม่ปูไม่ได้ตัดขอบออกเลยค่ะ กลัวว่ายิ่งตัดยิ่งจะเบี้ยวเลยไม่ตัด
แต่ตัดขอบด้านกว้างออกไปข้างละหน่อยนึงค่ะ
ตอนเทส่วนผสมใส่ถาด แม่ปูเกลี่ยส่วนผสมไม่ค่อยเท่ากันเค้กเลยเอียงไปบ้าง









ค่อยๆยกเค้กที่ตัดไว้แล้วมา ๑ ชิ้น ปาดด้วยครีมที่เตรียมไว้แล้ว
แม่ปูวางเค้กบนถาดค่ะ ดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ไม่ได้ซื้อแผ่นรองเค้กมา
ร่ำๆจะออกไปซื้อ จะได้วางเค้กให้ดูสวยๆ แต่ก็ขี้เกียจไปแล้วจะมีขายหรือเปล่าก็ไม่รู้อีก
ก็เลยเอาวางบนถาดนี่เลยค่ะง่ายดี ไม่เปลืองด้วย อิอิ กินเค้กหมดก็แล้วกัน









ปาดๆไปค่ะ ใส่ครีมไม่มากไม่น้อยจนเกินไป โปะล้นมากเดี๋ยวครีมไม่พอด้วย
จากนั้นก็เอาตัวเค้กชิ้นที่สองวางซ้อนทับลงไป แล้วปาดครีมอีกชั้นหนึ่ง
แล้วจึงเอาตัวเค้กชิ้นที่สามวางทับลงไปอีก จากนั้นก็โปะๆปาดๆครีมให้ทั่ว






ไม่ต้องปาดเนียนกริ๊บนักก็ได้ ยังไงก็จะโรยช็อคโกแล็ตขูดทับอีกที
เอาว่าปาดให้เรียบเสมอกันก็ใช้ได้ค่ะ






จากนั้นก็เอาช็อคโกแล็ตขูดโปะลงไปให้ทั่ว
ช็อคโกแล็ตแม่ปูใช้ช็อคโกแล็ตบาร์ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ Dark
สีจะสวยเข้มหน่อยค่ะ ไม่หวาน เพราะครีมกับเค้กก็หวานอยู่แล้ว







ด้านข้างก็ตะแคงถาดซะหน่อย แล้วค่อยโรยช็อคโกแล็ตขูดลงไป
ส่วนที่ร่วงๆหล่นๆก็เก็บๆขึ้นมาโรยต่อ เวลาที่ขูดช็อคโกแล็ต..
แม่ปูขูดใส่แผ่นพลาสติกแข็งที่สามารถม้วนได้บ้างนะคะ
คือสามารถทำเป็นกรวยได้ เราจะได้ค่อยๆโรยช็อคโกแล็ตลงมา
โดยที่เราไม่ต้องหยิบจับช็อคโกแล็ตขูดโดยตรง เผื่อละลายในมือ..






เรียบร้อย






จากนั้นก็ประดับด้วยเชอร์รี่ หรืออื่นๆอะไรก็ว่าไป
เชอร์รี่แบบนี้สำหรับแม่ปูมันดูน่ารักดีค่ะ แต่ว่ารสชาติไม่ได้เรื่อง..








เคาท์เตอร์ที่ยืนทำเค้ก ฮีๆ ที่ขูดชีสก็เอามาขูดช็อคโกแล็ต




5. เค้กช็อคโกแล็ตหน้านิ่ม((สูตรคุณแพร)) 





ส่วนสูตรแม่ปูขออนุญาตก้อปคุณแพรมาลงไว้เลยนะคะ
เพราะว่าคุณแพรได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนมากแล้วค่ะ
ส่วนต้นฉบับของคุณแพร ตามลิงค์ไปได้เลยค่ะ
เห็นครัวบ้านคุณแพรแล้วน้ำลายหก ครัวสวยมากๆเลยค่ะ
อิจฉาตาร้อนผ่าว..



http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2006/06/D4474633/D4474633.html





ส่วนผสม (1)
แป้งเค้ก 160 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
ผงวานิลลา 1/2 ช้อนชา
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
ผงโกโก้ 50 กรัม
น้ำตาลทรายป่น 200 กรัม







ส่วนผสมที่ (1) ร่อนรวมกันทั้งหมด
((แม่ปูใช้วานิลาแบบน้ำเลยใส่ตอนผสมกับของเหลวค่ะ))







ส่วนผสม (2)
น้ำ 100 กรัม
นมข้นจืด 50 กรัม
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 125 กรัม
ไข่แดง 4 ฟอง

ส่วนผสมที่ (2) รวมกัน 


เอาส่วนผสมที่ (1)+ ส่วนผสมที่(2)
คนด้วยตะกร้อมือ 
แล้วกรองด้วยกระชอน 
แล้วพักส่วนผสมนี้ไว้ 







ส่วนผสม (3)
ไข่ขาว 4 ฟอง
น้ำตาลทราย 100 กรัม
ครีมออฟทาทาร์ 1/2 ช้อนชา 

ตีไข่ให้เป็นฟองหยาบ ๆ
ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ ตีต่อนิดหน่อย
จึงค่อย ๆ ใส่น้ำตาลลงไป 
ตีให้ขึ้นฟูตั้งยอดแบบในรูป 






นำไปผสมรวมกันกับส่วนผสมที่ (1) และ (2) 
ตะล่อมเบา ๆ ให้เข้ากัน จนส่วนผสมเข้ากันดี 







เทใส่พิมพ์ขนาด 8 นิ้วได้ 2 พิมพ์
รองกระดาษไข ไม่ต้องทาไขมันค่ะ 

เข้าเตาอบอุณหภูมิประมาณ 400 - 420 F
ประมาณ 15 - 17 นาที
ทิ้งไว้ให้อุ่นจึงแซะออกจากพิมพ์ พักไว้ 







รูปนี้แม่ปูเอาออกจากเตาอบ
หน้าเค้กนูนนิดหน่อย แม่ปูเลยใช้มีดเลื่อยออก
คว่ำเค้กออกอย่างง่ายดาย ดึงกระดาษไขออก
พักไว้ก่อน แล้วไปทำส่วนผสมหน้าช็อคค่ะ






ส่วนผสมหน้าช็อค
(1)
ผงวุ้น 1 ช้อนชา
น้ำ 300 กรัม
นมข้นจืด 200 กรัม
น้ำตาลทราย 200 กรัม
โกโก้ 50 กรัม

(2)
แป้งข้าวโพด 40 กรัม
นมข้นจืด 150 กรัม

(3)
เนยสด 150 กรัม
เหล้ารัม 1 ช้อนโต๊ะ



วิธีทำหน้า

1. นำส่วนที่ (1) คนให้เดือด

2.ผสมส่วนที่ (2) ให้ละลายเข้ากัน แล้วใส่ลงไปในส่วนผสมที่ (1) คนให้เข้ากัน 








ใส่แป้งข้าวโพดที่ละลายไว้แล้ว

แล้วจึงใส่เนยลงไปคน ๆ ให้ละลาย
ตามด้วยเหล้าค่ะ


รอให้อุ่นซักนิด
แล้วจึงราดลงบนเค้กค่ะ 







แม่ปูทิ้งซ้อสให้เย็นเกินไปค่ะ ราดไม่ค่อยเรียบกริ๊บเท่าไหร่







ได้ออกมาหน้าตาอย่างนี้ สุดฝีมือแล้วค่ะ



 

6."สูตรวานิลาคัสตาร์ด-พุดดิ้ง"







วันนี้จะทำ ม็อคค่ามูส เอแคลร์ค่ะ

สูตรนี้สามารถทำไปแต่งหน้าเค้กได้ด้วยนะคะ


ไข่แดงไข่ไก่ ๕ ฟอง
แป้งข้าวโพด ๓ ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย ๑/๔ ถ้วย
เกลือ ๑/๔ ช้อนชา
นมสด ๑ ถ้วย
กาแฟผง ๒ ช้อนโต๊ะ
วานิลา ๑ ช้อนชา
semisweet chocolate ๒-๓ ออนซ์
เนยจืด ๒ ช้อนโต๊ะ
เฮฟวี่วิปปิ้งครีม ๑/๔ ถ้วย








ขั้นตอนการทำ


๑.ผสมนมกับกาแฟลงในหม้อขนาดกลางๆ (หม้อขนาดประมาณ ลิตร)
ยกขึ้นตั้งบนเตา เปิดไฟปานกลาง คนให้กาแฟละลาย
พอนมเริ่มร้อนไม่ต้องถึงกับเดือดนะคะ ยกลงจากเตา






๒.ผสมน้ำตาล แป้งข้าวโพด ไข่แดง และเกลือลงในอ่างผสม
คนส่วนผสมให้เข้ากันดี







รูปนี้ส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว







๓.นำนมผสมกาแฟที่กำลังอุ่นๆเทลงในอ่างผสมไข่
ค่อยเทนะคะเผื่อนมจะร้อนมากเดี๋ยวไข่จะสุกเป็นก้อน
รีบคนส่วนผสมนมกับไข่ให้เข้ากันเร็วๆ






ส่วนผสมนมกับส่วนผสมไข่เข้ากันดีแล้ว







๔.เทส่วนผสมกลับลงไปในหม้อใบเก่า






ยกขึ้นตั้งบนเตา เปิดไฟกลางค่อนข้างอ่อน





ใช้ตะกร้อมือหรือไม้พายคนส่วนผสมไปเรื่อยๆ






จะได้ส่วนผสมข้นอย่างในรูปจึงยกออกจากเตา







๕.ใส่ช็อคโกแล็ต และเนยลงไปในหม้อ





๖.เติมวานิลาลงไป คนส่วนผสมให้เข้ากัน
จนเนยและช็อคโกแล็ตละลายดี







๗.จะได้ไส้ม็อคค่ามูสเอแคลร์หน้าตาเข้มๆอย่างนี้
ถึงตอนนี้ตะกร้อมือแปลงร่างซะงั้นแหละ แหะๆ






แม่ปูตักใส่ชามผสมเล็กๆไว้ คลุมหน้าด้วยแผ่นพลาสติก
นำเข้าตู้เย็นไว้ก่อนค่ะ แล้วก็ไปทำตัวเอแคลร์
พอจะบีบไส้ค่อยเอาม็อคค่าออกมาผสมกับวิปครีมอีกที
โดยตีเฮฟวี่วิปปิ้งครีม ๑/๔ ถ้วยให้ขึ้นฟู
ผสมในอ่างม็อคค่ามูส (จริงๆคนมูสก่อนก็ดีนะคะ)
คนม็อคค่ามูสกับวิปครีมให้เข้ากันจนเนียนดี
ก็นำไปบีบเป็นไส้เอแคลร์ได้แล้วค่ะ









ตอนคนเข้ากันดีแล้วแม่ปูก็ดันลืมถ่ายรูปไว้ทันที
เอาไปบีบใส่เป็นไส้เอแคลร์ซะเกือบหมดจึงนึกได้
เลยถ่ายรูปได้ทันก่อนจะหมดค่ะ







แป้งเอแคลร์


แป้งสาลีเอนกประสงค์ ๑/๒ ถ้วย
เนยจืดหรือน้ำมันพืช ๑/๔ ถ้วย
น้ำ ๑/๒ ถ้วย
เกลือ ๑/๔ ช้อนชา
ไข่ไก่ขนาดใหญ่ ๒ ฟอง








ขั้นตอนการทำ

เปิดเตาอบไว้ที่ ๔๒๕ องศาฟาเรนไฮน์
อบนาน ๑๒-๑๕ นาที

๑.เอาน้ำ น้ำมัน เกลือ ใส่ลงในหม้อขนาด๒ลิตร(หรือใกล้เคียง)
ยกขึ้นตั้งไฟปานกลาง พอน้ำเริ่มเดือด
เอาแค่เริ่มร้อนมีฟองเดือดปุดๆขึ้นมาก็เทแป้งลงไปในหม้อเลยค่ะ
ขั้นตอนนี้ต้องทำเร็วๆด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นแป้งจะจับกันเป็นก้อน
รีบลดไฟลงเป็นไฟอ่อน กวนให้แป้งเข้ากันจนร่อนไม่ติดหม้อ
ปิดไฟในเตา ยกหม้อออกจากเตา


ใช้ไม้พายคนเร็วๆเลยค่ะ






แป้งจะจับกันเป็นก้อนจะร่อนไม่เหลวติดหม้อ







๒.ขั้นตอนนี้ใครจะตีส่วนผสมในหม้อเลยก็ได้ค่ะ
จะได้ไม่เปลืองภาชนะ แต่แม่ปูเทแป้งที่กวนแล้วใส่ในอ่างผสม
ใช้ตะกร้อไฟฟ้าปั่นแป้งไล่ความร้อนลงสักหน่อย







๓.พอแป้งเริ่มอุ่น ก็ใส่ไข่ไก่ลงไปทีละฟอง
ตีส่วนผสมด้วยสปีดกลางจนส่วนผสมเข้ากันดี
ส่วนผสมแป้งจะเหนียวๆค่ะ








ออกมาอย่างนี้








๔.ตักส่วนผสมแป้งใส่ลงในถุงบีบ(ถุงที่เราใช้ใส่ครีมแต่งหน้าเค้ก)






๕.บีบให้เป็นรูปยาวๆขนาด ๓-๕ นิ้ว กว้าง ๓/๔ นิ้ว
หรือยาวกว่าแล้วแต่ชอบ
กะระยะห่างให้พอดีเวลาอบจะได้ไม่ติดกันเป็นแพ






๖.นำเข้าเตาอบอบนาน ๑๒-๑๕ นาที หรือจนสีเหลืองสวย








บีบไส้ใส่





ราดด้วยช็อคโกแล็ต






หรือจะใช้กรรไกรตัดครึ่งแบ่งแป้งเอแคลร์ออกเป็นสองส่วน
แล้วจึงบีบไส้ใส่มากน้อยตามต้องการ ปิดทับด้วยแป้งส่วนที่เหลือ







อย่างนี้ ไส้ตู้มมมเลย





หรือจะใส่ไส้คัสตาร์ดราดด้วยช็อคโกแล็ต







จะไส้ไหนๆถ้าชอบก็อร่อยไปซะทั้งนั้นเลยค่ะ
เลือกไส้กันเอาเองนะคะ







รูปเยอะหน่อย แต่ทำอย่างง่ายเลยค่ะ




7. แบล็คฟอรเรสต์เค้ก




แบล็คฟอร์เรสต์เค้ก






ขออภัยแสงไม่พอเลยค่ะ 





อีกมุม











สำหรับเค้กชิ้นนี้ตัดแบ่งแล้วแม่ปูทำเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ
มีแสงพอถ่ายรูป






แบล็คฟอร์เรสต์เค้กเค้กชนิดนี้เป็นเค้กชนิดหนึ่ง
ที่มีคนถามแม่ปูเข้ามาบ่อยๆว่าทำอย่างไร
จริงๆก็ขึ้นอยู่กับคนกินด้วยนะว่าชอบแบบไหน
เดี๋ยวนี้สูตรเค้ามีดัดแปลงกันไปตามความความชอบ
บ้างก็ใช้สตอรเบอรี่หรือเชอร์รี่สดๆ โปะด้วยวิปครีม
บางคนก็ใช้ Maraschino Cherries สีสวย ก้านยาวๆเก๋ไก๋
แต่ว่าแบบนี้แม่ปูไม่ชอบกินเลย กลิ่นมันแปลกๆยังไงไม่รู้
แต่ถ้าทำเองอาจจะชอบก็ได้ แต่ให้ซื้อกินไม่ซื้อค่ะ
บ้างก็โปะด้วยวิปครีมและโปะทับด้วยช็อคโกแล็ตขูด
บ้างก็ทำเป็นเลเยอร์สามชั้นสี่ชั้นอย่างอลังการ
และอย่างที่แม่ปูทำวันนี้ ปาดด้วยวิปครีม
แล้วก็ราดด้วยเชอร์รี่ซ้อสอีกทีหนึ่ง แบบนี้อร่อยถูกใจตัวเองมากๆ
และด้านข้างเค้กก็โปะด้วยช็อคโกแล็ตขูด
แม่ปูไม่ได้ออกไปซื้อมิลค์ช็อคโกแล็ตมาขูดช็อคนมจะขูดได้ยาวสวย
วันนี้ใช้semi sweet chocolateขูดด้วยที่ขูดชีสค่ะ ได้สั้นๆเล็กๆ
เอามาโปะด้านข้างก็สวยไปอีกแบบค่ะ

สำหรับตัวเค้ก จะเป็นเค้กอะไรก็ได้ค่ะ ตามใจชอบ
แม่ปูใช้เค้กช็อคของเชฟอุ๋มอิ๋ม เพียงปรับเปลี่ยนการแต่งหน้า
ก็อร่อยได้หลากหลายเลยค่ะ

จดสูตรเค้กช็อคโกแล็ตสูตรคุณแพร




เค้กช็อคโกแล็ตที่แม่ปูอบเรียบร้อยแล้ว
ระหว่างที่รอให้เค้กเย็น ก็ไปทำซ้อสแล้วก็ตีวิปครีมด้วยค่ะ







ทำซ้อสเชอร์รี่ไว้ราดหน้าเค้ก

ใครจะทำเยอะกว่าสูตรหน่อยก็ได้นะคะ อร่อยมาก
ทำเสร็จถ้าเหลือแบ่งไว้ราดตอนเสิร์ฟได้อีกค่ะ


เชอร์รี่สด หรือแช่แข็ง ๓๔๐ กรัม
น้ำตาลทราย ๑/๔ ถ้วย
แยมเชอร์รี่ ๑/๔ ถ้วย
เกลือ ๑/๘ ช้อนชา
แป้งข้าวโพด ๑ ช้อนโต๊ะ 
น้ำเชอรี่หรือแครนเบอรี่ ๒-๔ ช้อนโต๊ะ





แม่ปูใช้Fruit Spread แบล็คเชอร์รี่
ถ้าไม่มีก็ใช้แยมอื่นแทนได้ค่ะที่สีมันเข้มๆคล้ายเชอร์รี่
ใส่ไปเพื่อให้ซ้อสเข้มข้นมากขึ้นค่ะ
สำหรับถุงเชอร์รี่ที่เห็น เป็นเชอร์รี่แช่แข็ง
ใช้สะดวกเพราะเค้าเอาเม็ดออกเรียบร้อยแล้ว
ถ้าแบบสดก็ต้องมานั่งแคะเอาเม็ดออกก่อน
แบบสดๆ แม่ปูก็เลยใช้ประดับให้สวยเฉยๆค่ะ






วิธีทำ

ผสมเชอร์รี่ น้ำตาลทราย แยมเชอร์รี่ เกลือ แป้งข้าวโพด 
และน้ำเชอร์รี่ลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนเตาเปิดไฟกลาง
คนส่วนผสมให้เข้ากัน เมื่อส่วนผสมเดือดและข้นก็ยกลงจากเตา
พักส่วนผสมให้เย็นสนิทก่อนทำไปราดเค้ก
บางทีถ้าต้องการให้เย็นเร็วๆ แม่ปูจะวางซ้อนบนอ่างน้ำเย็นจัด
เอาน้ำใส่อ่างน้ำแข็ง และเอาหม้อวางซ้อนเลยค่ะเย็นทันใจดี








เรียบร้อยเตรีมราดเค้กได้เลย 
ถ้าน้ำเยอะเกินไป ให้กรองน้ำออกก่อนได้นะคะ
แต่อย่าทิ้งน้ำซ้อส เอาไว้ราดเค้กตอนเสิร์ฟได้







น่ากินนะ พักไว้ก่อนค่ะ








การตีวิปครีม


สำหรับวิปครีมที่ใช้วันนี้ แม่ปูใช้วิปปิ้งครีมแล้วตีเองค่ะ
เพราะมีบางคนที่หาซื้อwhipped toppingสำเร็จไม่ได้
สูตรนี้วิปครีมจะไม่ไหลหยดย้อยให้ปวดหัวค่ะ
เพราะมีส่วนผสมของเจลาตินด้วย
ถ้าตีวิปปิ้งครีมเปล่าๆ แล้วเอามาโปะเค้ก
ให้เก่งยังไงครีมก็เหลวค่ะ เชื่อสิ ต้องผสมเจลาตินด้วยค่ะ








วิปปิ้งครีม หรือเฮฟวี่วิปปิ้งครีม ๓ ๑/๒ ถ้วย
น้ำตาลทราย ๑/๓ ถ้วย
เจลาติน ๑ ๑/๒ ช้อนโต๊ะ
น้ำเย็น ๑/๔ ถ้วย



ขั้นตอนการทำ


เอาน้ำเย็นใส่ในถ้วยเล็กๆ แล้วค่อยๆโรยผงเจลาตินลงไปในน้ำจนหมด
ทิ้งไว้สักพักเจลาตินจะค่อยๆพองขึ้น ประมาณ ๕ นาที
จากนั้นเอาน้ำใส่กระทะ ต้มให้น้ำร้อนแต่ไม่ต้องเดือด
เอาถ้วยเจลาตินวางลงในกระทะ ปิดไฟในเตา
รอให้เจลาตินละลาย เขย่าๆถ้วยเล็กน้อย
ให้แน่ใจว่าเจลาตินละลายแล้ว วางพักไว้ก่อน
จุ่มนิ้วลงในเจลาตินเช็คดูด้วยนะคะ 
ถ้าร้อนมากก็พักให้หายร้อนก่อนจะนำไปผสมกับวิปครีม








ตีวิปปิ้งครีมด้วยตะกร้อไฟฟ้าความเร็วปานกลาง
ค่อยๆใส่น้ำตาลทรายลงไปตีจนส่วนผสมขึ้นฟู







ปาดขอบอ่างด้วยนะคะ จะได้ไม่เลอะอ่าง
และส่วนผสมตีเข้ากันดี พอตีวิปครีมกับน้ำตาลขึ้นฟูแล้ว
เมื่อใกล้ๆจะตีเสร็จ ก็ค่อยๆเทเจลาตินที่ละลายแล้วลงไป
เทลงไปให้เป็นสายนะคะ เทพรวดเดียวเดี๋ยวเจลาตินจะเป็นก้อน






พอส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี ก็หยุดตี ระวังอย่าตีนานเกินไป
เพราะวิปครีมจะกลายเป็นเนยจืดๆได้ค่ะ






ขั้นตอนการตกแต่ง

ถ้ามีคนว่าจ้างทำเค้กนี่แม่ปูไม่ทำนะ อิอิ..
ไม่เก่งแต่งหน้าเค้กเลยค่ะ แค่พอทำได้


เอาเค้กก้อนแรกมาก่อน โปะวิปครีมลงไป
แม่ปูทำเค้กสองก้อน ก้อนแรกแม่ปูโปะซ้อสลงไปด้วย
ก้อนที่สองไม่ได้โปะซ้อสเชอร์รี่ลงตรงกลางเค้กค่ะ
และจริงๆก็ต้องทาน้ำเชื่อม หรือเหล้า หรือกาแฟลงบนเค้กด้วย
แต่ไม่ทาก็ไม่เป็นไรค่ะ โปะๆลงไปเลยอร่อยแน่ๆ





พิมพ์เค้กแม่ปูไม่ค่อยได้มาตรฐานนะ
อบออกมาแล้วด้านบนจะกว้างกว่าด้านล่าง
เวลาปาดครีมจะยุ่งยากใจนิดหน่อย
แต่ขี้เกียจเล็มเค้กค่ะ เผลอๆทำไม่ดีจะยุ่งไปกว่าเดิม
ก็เลยได้ยังไงก็เอาอย่างนั้นเลยค่ะ






โปะครีมเข้าไปด้านบนด้านข้าง








แล้วก็ปาดให้เรียบร้อย
ตอนโปะครีมก็เอากระดาษไขปูรองเค้กก่อนนะคะ
จะได้ไม่เลอะถาดรองเค้ก เวลาปูกระดาษไขก็ปูริมๆ
เวลาดึงออกจะได้ดึงออกง่ายๆ

สีน่าเกลียดจังนะ






จากนั้นก็โปะด้วยช็อคโกแล็ตขูดอีกชั้นหนึ่ง
แม่ปูใช้sweet chocolate ๑ ๑/๒ ออนซ์ค่ะ
ขูดด้วยที่ขูดชีส ถ้าใช้มิลค์ช็อคจะขูดได้สวยงามกว่านี้ค่ะ
แต่ขี้เกียจออกไปหาซื้อแล้ว มีอะไรก็ใช้อันนั้น ขอให้อร่อยเหอะ
โปะซะเลอะเลยนะแม่ปูน่ะ








จากนั้นก็ดึงกระดาษไขที่รองเค้กออกค่ะ
แล้วก็บีบตกแต่งหน้าเค้กให้สวยงาม
แม่ปูใช้หัวบีบของวิลตัน เบอร์ ๑ เอ็ม 
ลืมถ่ายรูปมาให้ดู ใครจะใช้หัวบีบอะไร
ตกแต่งยังไงก็ตามใจชอบค่ะ มองคนละมุม
สวยคนละแบบ ยังไงก็ได้ค่ะ

บีบตกแต่งครีมให้ติดๆกันนะคะ 
เวลาราดซ้อสจะได้ไม่ไหลลงด้านข้าง







ขั้นตอนต่อไปก็ราดซ้อสที่เย็นสนิทแล้วลงไปได้เลยค่ะ
ราดเท่าไหร่ก็กะเอาให้พอประมาณนะคะ









เสร็จแล้วได้เค้กแบล็คฟอร์เรสต์หน้าตาอย่างนี้ค่ะ



>