1290days since
Project Due Date

Join Our Discussion

พระราชกรณียกิจ

โครงการฝนหลวง

"...กิจการฝนเทียมก็เป็นผลที่ดี เพื่อให้กิจการฝนเทียมได้ผลดียิ่ง จะต้องอาศัยหลายอย่างนอกจากเงินสำหรับค่าใช้จ่ายนั้นก็ต้องมีความร่วมมือกันระหว่างทุกฝ่าย ทางด้านวิชาการก็ต้องค้นคว้าอยู่เสมอว่าลักษณะใดจะทำฝนเทียมได้เป็นผลสำเร็จ และต้องพยายามหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ..."

พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะชาวสวนจันทบุรีณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๕

แนวพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการฝนหลวง 
    

จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ เป็นประจำ ได้ทรงพบเห็นปัญหาทุกข์ยากของพสกนิกรอันเนื่องจากสภาวะแห้งแล้งดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูเพาะปลูก เกษตรกรจะประสบความเดือดร้อนทุกข์ยากมาก เนื่องจากสภาวะแห้งแล้งดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูเพาะปลูก เกษตรกรจะประสบความเดือดร้อนทุกข์ยากมาก เนื่องจากบางครั้งฝนได้ทิ้งช่วงนานหรือภาวะฝนทิ้งช่วงเกิดในระยะวิกฤตของพืชผล คือ พืชอยู่ในระยะที่ผสมพันธุ์และกำลังให้ผลผลิต ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่พืชต้องการน้ำมาก หากขาดน้ำในระยะดังกล่าวนี้ จะให้ผลผลิตต่ำหรืออาจไม่มีผลผลิตให้เลย ดังนั้นภาวะฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วงในแต่ละครั้ง/แต่ละปี จึงสร้างความเดือดร้อนและความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างสูง นอกจากนี้ภาวะความต้องการใช้น้ำมันนับวันจะทวีปริมาณความต้องการเพิ่มสูงขึ้นตามอัตราการเพิ่มของประชากร การขยายพื้นที่เกษตรกรรมและการเจริญเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมดังนั้น เป็นเวลาเกือบ 10 ปีก่อนที่จะเริ่มโครงการพระราชดำริฝนเทียม หรือฝนหลวง ในปี พ.ศ.2512 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงทุ่มเทเวลาคิดค้นและวิจัยเพื่อที่จะนำเทคโนโลยีการทำฝนในประเทศไทยซึ่งอยู่ในภูมิภาคเขตร้อนมาใช้เป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันและบรรเทาสภาวะแห้งแล้งนอกเหนือจากการบำรุงรักษาต้นน้ำลำธาร การปลูกป่า และการสร้างระบบชลประทาน เพื่อให้ครบวัฏจักรของน้ำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงได้ดำเนินการสนองพระราชดำริในการจัดตั้งโครงการค้นคว้าทดลองการทำฝนเทียมและการทดลองกับเมฆในท้องฟ้าเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2512 โดยการโปรยน้ำแข็งแห้ง (คาร์บอนไดออกไซด์แข็ง) จากเครื่องบินเข้าสู่ยอดของเมฆคิวมูลัส ซึ่งเป็นเมฆชนิดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปฏิบัติการให้เกิดฝน โดยขึ้นบินปฏิบัติการทดลองครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม พ.ศ.2512 ณ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมฆที่ทดลองเป็นเมฆคิวมูลัส ฐานสูงประมาณ 3,900 ฟุต ยอดสูงประมาณ 5,600 ฟุต ปรากฎว่า หลังการปฏิบัติการประมาณ 15 นาที ก้นเมฆรวมตัวกันหนาแน่น ก่อยอดสูงและมีขนาดใหญ่ขึ้น สีของฐานต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงแนะนำให้เปลี่ยนสถานที่ทดลองจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ไปใช้บริเวณศูนย์โครงการพัฒนาชนบทไทย-อิสราเอล อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และศูนย์โครงการพัฒนาหมู่บ้านเขาเต่าอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นสถานที่เป้าหมายทดลอง เพราะบริเวณพื้นที่ทั้งสองแห่งดังกล่าวได้ประสบความแห้งแล้งติดต่อกันมาหลายปี การติดตามสังเกตการทดลองทำได้ดีกว่าเพราะสามารถขอความร่วมมือจากตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวเทือกเขาตะนาวศรีด้านตะวันตก บริเวณเหนือลมของพื้นที่เป้าหมายทดลองและรายงานผลได้อย่างรวดเร็ว โดยผ่านข่ายสื่อสารของกรมตำรวจ และหากมีฝนตกมากเกินความต้องการก็สามารถระบายลงสู่ทะเลได้ ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดอุทกภัยทำความเสียหายแก่ราษฎรด้วยดังนั้น สถานที่สำหรับดำเนินการทดลองปฏิบัติการในระยะต่อมาจึงเป็นบริเวณพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น และผลการทดลองต่อๆ มา ก็สามารถทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่เป้าหมายได้

การดำเนินงาน

การทำฝนเป็นเทคโนโลยีที่ยังใหม่ต่อการรับรู้ของบุคคลทั่วไป ในประเทศไทยยังไม่มีนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ในระยะแรกเริ่มของโครงการฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงเป็นกำลังสำคัญและทรงร่วมในการพัฒนากิจกรรมนี้ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ทรงวางแผนการทดลองปฏิบัติการ การติดตามและประเมินผลปฏิบัติการทุกครั้งอย่างใกล้ชิดและรวดเร็ววันต่อวัน ในการวางแผนทดลองปฏิบัติการแต่ละครั้ง นอกจากข้อมูลการรายงานผลปฏิบัติการประจำวันแล้ว ยังทรงนำข้อมูลด้านสภาพอากาศ สภาพภูมิประเทศประจำถิ่น ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา หลักวิชาด้านเคมีและฟิสิกซ์ของเมฆประกอบการวางแผนปฏิบัติการ รวมทั้งทรงกำหนดเป้าหมายหวังผลอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่จะพระราชทานแผนแก่คณะปฏิบัติการในเวลา

01.00 น. หรือ 02.00 น. เพื่อให้ปฏิบัติการในตอนเช้าของแต่ละวันนอกจากนั้นยังทรงปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างในการประสานงานขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนกิจกรรม อาทิเช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กองบินตำรวจ กองการสื่อสารกรมตำรวจ และกองทัพอากาศ ในรูปของศูนย์อำนวยการฝนหลวงพิเศษ สวนจิตรลดา และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรูปของคณะกรรมการดำเนินการทำฝนหลวง รวมทั้งทรงห่วงใยต่อผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งสัมผัสใกล้ชิดกับสารเคมีที่ใช้ปฏิบัติการอย่างที่สุดด้วยในปีพ.ศ. 2514 เกษตรกรในจังหวัดพิจิตรและจังหวัดนครสวรรค์ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอให้ทำฝนช่วยเหลือนาข้าวของทั้งสองจังหวัด ซึ่งกำลังประสบภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรงใกล้เสียหาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำการทดลองปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมเป็นครั้งแรก และประสบความสำเร็จสามารถรักษานาข้าวของทั้งสองจังหวัดให้รอดพ้นความเสียหายได้อย่างสมบูรณ์นับแต่นั้นมาก็ได้ปฏิบัติการช่วยเหลือตามการร้องเรียนที่เพิ่มมากขึ้นตามลำดับควบคู่กับการพัฒนากรรมวิธีมาตลอดนอกจากจะทรงร่วมวางแผนปฏิบัติการโดยทางข่ายวิทยุสื่อสารและโทรศัพท์ทางไกลจากห้องทรงงานส่วนพระองค์และศูนย์อำนวยการฝนหลวงพิเศษ สังเกตการณ์และติดตามผล รวมทั้งทรงพระกรุณาพระราชทานข้อแนะนำทางเทคนิคและวิชาการผู้ปฏิบัติโดยตรงณ ฐานปฏิบัติการต่างๆ บ่อยครั้ง และที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ ในช่วงระหว่างวันที่ 16-22 ตุลาคม พ.ศ.2515 คณะผู้แทนจากสาธารณรัฐสิงคโปร์ได้มาขอศึกษาและดูการทำฝนหลวงของประเทศไทย ซึ่งทรงรับอำนวยการสาธิตด้วยพระองค์เองโดยทรงกำหนดสนามบินบ่อฝ้าย ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ติดต่ออำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีให้เป็นฐานปฏิบัติการ กำหนดให้พื้นที่ลุ่มรับน้ำของเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายที่เล็กที่สุดที่ประเทศไทยหรือต่างประเทศเคยปฏิบัติการมา จึงเป็นเป้าหมายที่ท้าทายในการสาธิตอย่างยิ่ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแผน โดยข่ายวิทยุตำรวจในเวลาประมาณ

01.00 น. เพื่อให้ลงมือปฏิบัติการตั้งแต่เช้าของวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2515 และในตอนสายของวันเดียวกัน ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงอำนวยการปฏิบัติการด้วยพระองค์เองทุกขั้นตอนที่เขื่อนแก่งกระจาน จนกระทั่งสามารถบังคับให้ฝนตกลงสู่อ่างเก็บน้ำที่เขื่อนแก่งกระจานได้ภายในเวลาไม่เกิน 5ชั่วโมง นับตั้งแต่เริ่มลงมือปฏิบัติการภารกิจแรก ด้วยเหตุนี้กิจกรรมฝนหลวงจึงพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีภารกิจด้านเดียวกันนี้ กล่าวคือ ในปี พ.ศ.2516 ทรงสามารถสรุปกรรมวิธีการทำฝนหลวง แล้วพระราชทานให้ใช้เป็นหลักในการปฏิบัติการฝนหลวงตราบเท่าทุกวันนี้และเป็นแนวทางที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าในอนาคตสืบไป

กรรมวิธีฝนหลวง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาสรุปกรรมวิธีฝนหลวงไว้เป็น

3 ขั้นตอนคือ ก่อกวน เลี้ยงให้อ้วน โจมตี ซึ่งและขั้นตอนเป็นการดัดแปรสภาพอากาศตามขั้นตอนของขบวนการเกิดฝนตามธรรมชาติคือ การเกิดเมฆ การเจริญของเมฆ การตกเป็นฝน ตามลำดับ กล่าวคือ

ขั้นตอนที่

1 ก่อกวน เป็นการดัดแปรสภารพอากาศโดยก่อกวนสมดุล หรือ เสถียรภาพของมวลอากาศที่จุดต่างๆ ในท้องฟ้าบริเวณเหนือลมของพื้นที่เป้าหมายในช่วงเช้า เพื่อเสริมกิจกรรมของการเกิดเมฆให้เร็วขึ้นและมีปริมาณมากกว่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและให้เมฆที่ก่อเกิดขึ้นมีโอกาสเจริญจนแก่ตัวเต็มที่จะบังคับหรือโจมตีให้ฝนตกลงสู่เป้าหมายหวังผลซึ่งอยู่บริเวณพื้นที่ใต้ลม ตามแผนปฏิบัติการประจำวันที่วางไว้ โดยการโปรยสารเคมีจากเครื่องบิน ด้วยจุดประสงค์ที่จะเสริมสร้างแกนกลั่นตัวที่มีอยู่ตามธรรมชาติให้มีปริมาณและคุณสมบัติที่พอเหมาะกับปริมาณความชื้นและสภาวะของมวลอากาศขณะนั้น เพื่อให้เกิดการลอยตัวขึ้นของมวลอากาศเนื่องจากการไหลพาความร้อนอันเกิดจากปฏิกิริยาของสารเคมีที่ให้ความร้อนและความร้อนแฝงที่เกิดจากการกลั่นตัวของไอน้ำรอบอนุภาคสารเคมีซึ่งเป็นแกนกลั่นตัว ซึ่งเมื่อมวลอากาศที่ประกอบด้วยไอน้ำ ถูกยกตัวให้ลอยสูงขึ้น อุณหภูมิจะลดลงจนถึงระดับของจุดน้ำค้าง ไอน้ำในมวลอากาศนั้นจะกลั่นตัวบนอนุภาคที่เป็นแกนกลั่นตัวและเกิดเมฆขึ้น

ขั้นตอนที่

2 เลี้ยงให้อ้วน เป็นการดัดแปรสภาพอากาศโดยก่อกวนสมดุล หรือ เสถียรภาพของมวลอากาศให้มีขนาดใหญ่ขึ้นทั้งในด้านความกว้างและความสูง รวมทั้งเพิ่มปริมาณและขนาดของเม็ดน้ำในก้อนเมฆให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและหนาแน่นพร้อมที่จะตกเป็นฝนก่อนที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่เป้าหมาย โดยการโปรยสารเคมีสูตรร้อนสลับกับสารเคมีสูตรเย็น ด้วยจุดประสงค์ที่นอกจากจะเป็นการเพิ่มปริมาณเม็ดน้ำให้กับก้อนเมฆแล้วยังจะทำให้เกิดการคลุกเคล้ากันของมวลอากาศอันเนื่องมาจากความแตกต่างของอุณหภูมิที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาของสารเคมีสูตรร้อนและสูตรเย็น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นและเพิ่มประสิทธิภาพของขบวนการชนกันและรวมตัวกันของเม็ดน้ำในก้อนเมฆ ทำให้การเพิ่มจำนวนของเม็ดน้ำขนาดใหญ่เป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้อุณหภูมิของมวลอากาศในก้อนเมฆที่สูงขึ้นเนื่องจากปฏิกิริยาของสารเคมีและการคายความร้อนของการกลั่นตัวจะมีผลให้เกิดกลไกทางไดนามิคส์ในเมฆ ทำให้ยอดเมฆก่อตัวสูงขึ้น ยิ่งก้อนเมฆมียอดสูงขึ้นเท่าใด โอกาสที่จะตกเป็นฝนและให้ปริมาณน้ำฝนสูงก็มีมากขึ้นเท่านั้น

ขั้นตอนที่

3 โจมตี เป็นการดัดแปรกิจกรรมในเมฆเพื่อกระตุ้นหรือบังคับให้กลุ่มเมฆที่เจริญเติบโตและหนาแน่น ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมพื้นที่เปาหมายให้ตกเป็นฝน รวมทั้งเพิ่มปริมาณและขนาดเม็ดน้ำในเมฆนั้น ให้ได้ปริมาณน้ำฝนสูงขึ้น การโจมตีเมฆทำได้หลายวิธีเช่น โปรยสารเคมีโดยตรงที่ฐานเมฆ หรือทับยอดเมฆ หรือกระทำพร้อมกันแบบแซนด์วิช ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดียิ่ง นอกจากนั้นกระทำได้โดยการดัดแปรบรรยากาศระหว่างฐานเมฆกับพื้นดินโดยการโปรยสารเคมีสูตรเย็นจัดที่มวลอากาศใต้ฐานเมฆ ซึ่งจะทำให้มวลอากาศมีอุณหภูมิลดลงและความชื้นสูงขึ้น ทำให้เกิดการกลั่นตัวอย่างรวดเร็ว เสริมให้ปริมาณเม็ดน้ำที่ฐานเมฆหนาแน่นและเมฆหนักยิ่งขึ้น นอกจากนี้การลดอุณหภูมิใต้ฐานเมฆจะทำให้กระแสลมปรวนแปรทั้งแนวตั้งและแนวราบอ่อนตัวลง ก้อนเมฆมก็จะลดฐานต่ำลง และเกิดเป็นฝนตกลงสู่พื้นที่เป้าหมายได้เร็วขึ้นสารเคมีที่ใช้ในปัจจุบันมีทั้งหมด 8 ชนิด ซึ่งอาจใช้ได้ทั้งในรูปอนุภาคแบบผงและแบบสารละลาย คุณสมบัติโดยทั่วไปของสารเคมีที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นสารเคมีที่สามารถดูดซับความชื้นได้ดีซึ่งเมื่อหมดปฏิกิริยาแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นแกนกลั่นตัวของเม็ดน้ำในอากาศ ซึ่งผลของการกลั่นตัวนี้จะคายความร้อนแฝงทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางไดนามิคส์ของมวลอากาศและเมฆอีกด้วย สารเคมีที่ใช้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ

กลุ่มที่

1 เป็นสารเคมีที่เมื่อดูดซับไอน้ำแล้วเกิดปฏิกิริยาที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ได้แก่ แคลเซียมคลอไรด์แคลเซียมคาร์บายด์ และ

แคลเซียมออกไซด์

กลุ่มที่

2 เป็นสารเคมีเมื่อดูดซับไอน้ำแล้วเกิดปฏิกิริยาที่ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลง ได้แก่แก่ยูเรีย แอมโมเนียมไนเตรท และน้ำแข็งแห้ง

กลุ่มที่

3 เป็นสารเคมีดูดซับความชื้น ทำหน้าที่เป็นแกนกลั่นตัว และไม่ทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเนื่องจากปฏิกิริยาเคมี แต่จะทำให้เกิดการคายความร้อนแฝง เนื่องจากขบวนการกลั่นตัวของไอน้ำกลายเป็นหยดน้ำที่อนุภาคของสารเคมี ได้แก่โซเดียมคลอไรด์ และ ท.1

            สรุป

จากผลความสำเร็จของการปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่ปี 2514 เป็นต้นมา ส่วนใหญ่เป็นการปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรม และได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ประมาณ 40-63 จังหวัดต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาวะแห้งแล้งในแต่ละปีถึงแม้ว่ามีข้อจำกัดที่อุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ และปัจจัยสนับสนุนอื่นๆ ซึ่งมีไม่เพียงพอที่จะสนองความต้องการของประชาชนได้ทั้งหมดในแต่ละปีแต่ก็นับได้ว่าโครงการฝนหลวงนี้ได้ช่วยเหลือเกษตรกรไทย และลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยส่วนรวมของประเทศไว้ได้เป็นอย่างมาก นอกจากนั้นประโยชน์ที่ได้รับควบคู่กับการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเกษตรกรรม คือ การเพิ่มปริมาณน้ำฝนให้แก่อ่างและเขื่อนเก็บกักน้ำเพื่อการชลประทานและผลิตกระแสไฟฟ้า แหล่งน้ำและต้นน้ำลำธารธรรมชาติ ช่วยทำนุบำรุงป่าไม้และการปลูกป่าทดแทน รวมทั้งในบางช่วงฤดูกาลยังช่วยลดการเกิดไฟป่าด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้รวมอยู่ในพื้นที่เป้าหมายเกษตรกรรมที่ปฏิบัติการช่วยเหลืออยู่แล้ว นอกจากนั้นยังปฏิบัติการบรรเทามลภาวะของสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำเน่าในแม่น้ำลำคลอง โรคระบาด อหิวาตกโรค การระบาดของศัตรูพืชบาชนิด เช่น เพลี้ยตั๊กแตนปาทังก้า เป็นต้น ล้วนแล้วแต่เคยปฏิบัติการได้รับความสำเร็จมาแล้วทั้งสิ้นนอกจากนี้ จากความก้าวหน้าและความสำเร็จของกิจกรรมฝนหลวงนี้ในกลุ่มประเทศสมาชิกขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติที่มีกิจกรรมด้านการดัดแปรสภาพอากาศที่ขึ้นทะเบียนไว้รวม 27 ประเทศ ที่รับรู้ว่าการทำฝนหลวงเป็นกิจกรรมดัดแปรสภาพอากาศในภูมิภาคเขตร้อน รวมทั้งกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน นอกจากจะรับรู้แล้วยังยอมรับและมอบให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกิจกรรมการทำฝนในเขตร้อนของภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย มีประเทศที่ยอมรับกรรมวิธีฝนหลวงไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติการแล้วหลายประเทศ เช่น อินโดนิเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และบังคลาเทศ มีปลายประเทศที่ขอความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูลและเทคโนโลยีระหว่างกัน ได้แก่ออสเตรเลีย อิตาลี ฝรั่งเศส สาธารณรัฐประชาชนจีน และมีประเทศที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านนี้ที่จะให้ความร่วมมือและช่วยเหลือที่จะทำการวิจัยและพัฒนากิจกรรมนี้ร่วมกัน คือ แคนาดา และสหรัฐอเมริกาIntroduction

Contents

  1. 1 โครงการฝนหลวง
  2. 2 "...กิจการฝนเทียมก็เป็นผลที่ดี เพื่อให้กิจการฝนเทียมได้ผลดียิ่ง จะต้องอาศัยหลายอย่างนอกจากเงินสำหรับค่าใช้จ่ายนั้นก็ต้องมีความร่วมมือกันระหว่างทุกฝ่าย ทางด้านวิชาการก็ต้องค้นคว้าอยู่เสมอว่าลักษณะใดจะทำฝนเทียมได้เป็นผลสำเร็จ และต้องพยายามหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ..."
  3. 3 พระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะชาวสวนจันทบุรีณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๕
  4. 4 จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ เป็นประจำ ได้ทรงพบเห็นปัญหาทุกข์ยากของพสกนิกรอันเนื่องจากสภาวะแห้งแล้งดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูเพาะปลูก เกษตรกรจะประสบความเดือดร้อนทุกข์ยากมาก เนื่องจากสภาวะแห้งแล้งดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูเพาะปลูก เกษตรกรจะประสบความเดือดร้อนทุกข์ยากมาก เนื่องจากบางครั้งฝนได้ทิ้งช่วงนานหรือภาวะฝนทิ้งช่วงเกิดในระยะวิกฤตของพืชผล คือ พืชอยู่ในระยะที่ผสมพันธุ์และกำลังให้ผลผลิต ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่พืชต้องการน้ำมาก หากขาดน้ำในระยะดังกล่าวนี้ จะให้ผลผลิตต่ำหรืออาจไม่มีผลผลิตให้เลย ดังนั้นภาวะฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วงในแต่ละครั้ง/แต่ละปี จึงสร้างความเดือดร้อนและความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างสูง นอกจากนี้ภาวะความต้องการใช้น้ำมันนับวันจะทวีปริมาณความต้องการเพิ่มสูงขึ้นตามอัตราการเพิ่มของประชากร การขยายพื้นที่เกษตรกรรมและการเจริญเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมดังนั้น เป็นเวลาเกือบ 10 ปีก่อนที่จะเริ่มโครงการพระราชดำริฝนเทียม หรือฝนหลวง ในปี พ.ศ.2512 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงทุ่มเทเวลาคิดค้นและวิจัยเพื่อที่จะนำเทคโนโลยีการทำฝนในประเทศไทยซึ่งอยู่ในภูมิภาคเขตร้อนมาใช้เป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันและบรรเทาสภาวะแห้งแล้งนอกเหนือจากการบำรุงรักษาต้นน้ำลำธาร การปลูกป่า และการสร้างระบบชลประทาน เพื่อให้ครบวัฏจักรของน้ำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงได้ดำเนินการสนองพระราชดำริในการจัดตั้งโครงการค้นคว้าทดลองการทำฝนเทียมและการทดลองกับเมฆในท้องฟ้าเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2512 โดยการโปรยน้ำแข็งแห้ง (คาร์บอนไดออกไซด์แข็ง) จากเครื่องบินเข้าสู่ยอดของเมฆคิวมูลัส ซึ่งเป็นเมฆชนิดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปฏิบัติการให้เกิดฝน โดยขึ้นบินปฏิบัติการทดลองครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม พ.ศ.2512 ณ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมฆที่ทดลองเป็นเมฆคิวมูลัส ฐานสูงประมาณ 3,900 ฟุต ยอดสูงประมาณ 5,600 ฟุต ปรากฎว่า หลังการปฏิบัติการประมาณ 15 นาที ก้นเมฆรวมตัวกันหนาแน่น ก่อยอดสูงและมีขนาดใหญ่ขึ้น สีของฐานต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงแนะนำให้เปลี่ยนสถานที่ทดลองจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ไปใช้บริเวณศูนย์โครงการพัฒนาชนบทไทย-อิสราเอล อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และศูนย์โครงการพัฒนาหมู่บ้านเขาเต่าอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นสถานที่เป้าหมายทดลอง เพราะบริเวณพื้นที่ทั้งสองแห่งดังกล่าวได้ประสบความแห้งแล้งติดต่อกันมาหลายปี การติดตามสังเกตการทดลองทำได้ดีกว่าเพราะสามารถขอความร่วมมือจากตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวเทือกเขาตะนาวศรีด้านตะวันตก บริเวณเหนือลมของพื้นที่เป้าหมายทดลองและรายงานผลได้อย่างรวดเร็ว โดยผ่านข่ายสื่อสารของกรมตำรวจ และหากมีฝนตกมากเกินความต้องการก็สามารถระบายลงสู่ทะเลได้ ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดอุทกภัยทำความเสียหายแก่ราษฎรด้วยดังนั้น สถานที่สำหรับดำเนินการทดลองปฏิบัติการในระยะต่อมาจึงเป็นบริเวณพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น และผลการทดลองต่อๆ มา ก็สามารถทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่เป้าหมายได้
  5. 5 การดำเนินงาน
  6. 6 การทำฝนเป็นเทคโนโลยีที่ยังใหม่ต่อการรับรู้ของบุคคลทั่วไป ในประเทศไทยยังไม่มีนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ในระยะแรกเริ่มของโครงการฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงเป็นกำลังสำคัญและทรงร่วมในการพัฒนากิจกรรมนี้ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ทรงวางแผนการทดลองปฏิบัติการ การติดตามและประเมินผลปฏิบัติการทุกครั้งอย่างใกล้ชิดและรวดเร็ววันต่อวัน ในการวางแผนทดลองปฏิบัติการแต่ละครั้ง นอกจากข้อมูลการรายงานผลปฏิบัติการประจำวันแล้ว ยังทรงนำข้อมูลด้านสภาพอากาศ สภาพภูมิประเทศประจำถิ่น ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา หลักวิชาด้านเคมีและฟิสิกซ์ของเมฆประกอบการวางแผนปฏิบัติการ รวมทั้งทรงกำหนดเป้าหมายหวังผลอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่จะพระราชทานแผนแก่คณะปฏิบัติการในเวลา
  7. 7 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแผน โดยข่ายวิทยุตำรวจในเวลาประมาณ
  8. 8 กรรมวิธีฝนหลวง
  9. 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาสรุปกรรมวิธีฝนหลวงไว้เป็น
  10. 10 ขั้นตอนที่
  11. 11 ขั้นตอนที่
  12. 12 ขั้นตอนที่
  13. 13 กลุ่มที่
  14. 14 แคลเซียมออกไซด์
  15. 15 กลุ่มที่
  16. 16 กลุ่มที่
  17. 17             สรุป
  18. 18 The Purpose (Mission)
    1. 18.1 These are the targets we want to meet
    2. 18.2 This is how our organisation will gain.
  19. 19 Objectives
    1. 19.1 Measurable Objectives:
  20. 20 Deliverables
  21. 21 Project Constraints
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Praesent adipiscing nunc eget est faucibus lacinia. Ut tempor diam quis orci semper auctor. Integer at est nisl. Class aptent taciti sociosqu ad litora torquent per conubia nostra, per inceptos himenaeos. Phasellus ut turpis ut dolor molestie mollis porta id lectus. Mauris in felis dolor. Mauris facilisis risus vitae velit elementum a cursus velit pulvinar. Etiam dictum, nibh et mattis imperdiet, justo augue faucibus lectus, id placerat nulla mauris at massa. Ut tincidunt sodales neque eget mollis. Morbi dignissim vehicula lobortis. Suspendisse potenti. Morbi ullamcorper lorem in diam sollicitudin sed placerat elit hendrerit.

Tip: How to insert objects like this "Table of contents" into your page.

The Purpose (Mission)

  • A
  • B
  • C

These are the targets we want to meet

  • A
  • B
  • C
  • D
  • E

This is how our organisation will gain.

  • A
  • B
  • C
  • D
  • E
  • F

Objectives

Nunc scelerisque vestibulum justo a commodo. Cras lacinia, erat in pellentesque ultrices, nulla lorem convallis justo, a dictum leo nisl et nunc. Etiam at arcu justo. Donec vel odio dui, tristique tincidunt leo. Fusce molestie consequat diam, et bibendum elit auctor quis. Donec quis mi est, in fringilla felis. In hac habitasse platea dictumst. Sed vel metus ligula, sit amet pharetra lacus. Morbi non tortor at nunc facilisis semper eu vitae tortor. Pellentesque volutpat, lectus id semper porttitor, magna lectus cursus felis, ut accumsan ante massa ut diam. Donec tempus, dui sed gravida pretium, elit magna congue dolor, vitae vestibulum nunc neque sed turpis. Donec congue lorem a turpis venenatis dictum. In in eros vitae tellus venenatis ornare. Aenean vel quam ac felis faucibus laoreet pretium ac libero. Nunc sed elit nulla, id pulvinar purus. Suspendisse placerat lobortis metus, a volutpat mi scelerisque at. Cras semper convallis gravida. Aliquam feugiat euismod urna, non tincidunt magna iaculis sit amet. Morbi sed orci magna. Aenean ut hendrerit risus.

Measurable Objectives:

  1. A
  2. B
  3. C

Deliverables

Nunc scelerisque vestibulum justo a commodo. Cras lacinia, erat in pellentesque ultrices, nulla lorem convallis justo, a dictum leo nisl et nunc. Etiam at arcu justo. Donec vel odio dui, tristique tincidunt leo. Fusce molestie consequat diam, et bibendum elit auctor quis. Donec quis mi est, in fringilla felis. In hac habitasse platea dictumst. Sed vel metus ligula, sit amet pharetra lacus. Morbi non tortor at nunc facilisis semper eu vitae tortor.

Project Constraints

Pellentesque volutpat, lectus id semper porttitor, magna lectus cursus felis, ut accumsan ante massa ut diam. Donec tempus, dui sed gravida pretium, elit magna congue dolor, vitae vestibulum nunc neque sed turpis. Donec congue lorem a turpis venenatis dictum. In in eros vitae tellus venenatis ornare. Aenean vel quam ac felis faucibus laoreet pretium ac libero. Nunc sed elit nulla, id pulvinar purus. Suspendisse placerat lobortis metus, a volutpat mi scelerisque at. Cras semper convallis gravida. Aliquam feugiat euismod urna, non tincidunt magna iaculis sit amet. Morbi sed orci magna. Aenean ut hendrerit risus.
Comments