ซอฟต์แวร์ (Software)

คลิกเลือกเนื้อหาที่ต้องการ


-8 ปุ่มคีย์ลัดล่าสุด ที่ผู้ใช้ Windows 10 ควรรู้จัก

โพสต์8 ก.พ. 2560 20:37โดยpong itcom

8 ปุ่มคำสั่งคีย์ลัด ใหม่ล่าสุด สำหรับ Windows 10 โดยเฉพาะ ได้แก่

กดปุ่ม Windows + A   :เปิดหน้า Actions Center ด้านขวาของจอ

กดปุ่ม Windows + C   :เป็นการเปิด Cortana รอรับคำสั่งเสียงจากเรา

กดปุ่ม Windows + I  : เปิดหน้า Settings  

กดปุ่ม  Windows + S  :ดูหน้าต่าง Cortana

กดปุ่ม Windows + Tab  :เป็นการเปิด Task View

Windows + Ctrl + D  :สร้าง virtual desktop ใหมา

Windows + Ctrl + F4  :ปิด Desktop ปัจจุบัน

Windows key + Ctrl + ปุ่มลูกศรซ้าย หรือ ปุ่มลูกศรขวา  :เป็นการสวิตซ์ระหว่าง Virutal Desktop

ทั้งหมดนี้คือ 8 คำสั่งล่าสุดซึ่งใช้ได้เฉพาะบน Windows 10 เท่านั้น ส่วนคำสั่งเดิมๆบน Windows 7 และ Windows 8.1 ยังคงใช้ได้ตามเดิมบน Windows 10 ด้วยเช่นกัน

อ้างอิงจาก:https://www.it24hrs.com

- 15 คีย์ลัด และคีย์อื่น ช็อตคัตง่ายๆ บนคีย์บอร์ดที่ควรรู้

โพสต์8 ก.พ. 2560 20:24โดยpong itcom   [ อัปเดต 8 ก.พ. 2560 20:30 ]

15 คีย์ลัด หรือ ช็อตคัตง่ายๆ บนคีย์บอร์ดที่ควรรู้

ในทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักจะทำตามแบบเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา โดยทีบางทีคุณก็คงจะรู้สึกทำงานได้ช้า แต่ไม่มีเทคนิคอะไรเลยที่จะทำให้เร็วขึ้น วันนี้ไทยแวร์จะแนะนำใช้ช็อตคัต หรือ คีย์ลัดต่างๆ ทั้งหมด 15 วิธีด้วยกัน ซึ่งมันจะช่วยให้คุณทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น หากใช้งานจนคล่องแล้วละก็คุณจะรู้สึกได้ถึงความสะดวกสบายมากขึ้น ดีกว่าการคลิกเม้าส์ หรือ เลื่อนสกอร์บาร์ไปมา ให้เสียเวลาอีกต่อไป และเป้นเทคนิคพื้นฐานที่นำไปใช้ได้กับทุกโปรแกรม โดยที่คุณเองก็อาจจะไม่เคยรู้ก็ได้

Keyboard

(ดูเทียบปุ่มบนคีย์บอร์ดด้านนี้ได้เลย)

  1. Ctrl + C หรือ Ctrl + Insert : คัดลอกข้อความ หรือ สิ่งของที่เลือก
  2. Ctrl + V หรือ Shift + Insert : วางข้อความ หรือ สิ่งของที่เลือกจากการกดปุ่ม Ctrl + C
  3. Ctrl + Z และ Ctrl + Y : มี 2 หลักการทำงานคือ Ctrl + Z มีหน้าที่ย้อนกลับ (Undo) ข้อความที่เราลบ หรือ แก้ไข และ Ctrl + Y มีหน้าที่คืนค่าล่าสุด (Redo)
  4. Ctrl + F : ใช้ในการค้นหาคำ หรือ คีย์เวิร์ดที่ต้องการในหน้าเพจ หรือโปรแกรมนั่นๆ
  5. Alt + Tab หรือ Ctrl + Tab : เป็นการสัลบหน้าจออย่างรวดเร็วโดยที่เราไม่ต้องเอาเม้าส์ไปคลิกเพื่อเลือกโปรแกรมที่ต้องการ
    1. เทคนิคเพิ่มเติม : กดปุ่ม Ctrl + Tab เป็นการสลับหน้าจอภายในโปรแกรมนั้น เช่น สลับแทบใน Internet Explorer เป็นต้น
    2. สำหรับวินโดวส์ 7 ขึ้นไป ให้กดปุ่มวินโดวส์และ Tab พร้อมกัน จะเป็นการสลับจอโชว์แบบเต็มจอ
  6. Ctrl + Back space และ Ctrl + Left หรือ Right arrow : แยกเป็น 2 การทำงาน คือ Ctrl + Backspace เป็นการลบข้อความทั้งคำ ส่วน Ctrl + ลูกศรซ้าย หรือ ขวา พร้อมกด Shift เป็นการไฮไลท์คำทั้งคำและลากติดต่อกันได้
  7. Ctrl + S : สำหรับเซฟ บันทึกงานต่างๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปคลิก Save As.. ให้ยุ่งยาก
  8. Ctrl + Home หรือ Ctrl + End : เลื่อนเคอเซอร์กระพริบไปบนสุด หรือ ท้ายสุดของหน้ารายงาน
  9. Ctrl + P : สั่งปริ้นท์งานง่ายๆ ไม่ต้องเสียเวลาลากเม้าส์ไปหาคำสั่งปริ้น หรือ พิมพ์งาน
  10. Page Up, Space bar, และ Page Down : กดปุ่ม Page Up เป็นการเลื่อนหน้าจอขึ้น หรือ จะใช้แทบยาว Space Bar + Shift แทนได้ และ Page Down เป็นการเลื่อนเพจลง หรือจะใช้แทบยาว Space Bar แทนปุ่ม Page down ได้เช่นกัน
  11. Ctrl + เลื่อนสกอร์เม้าส์ เข้า-ออก : เป็นการซูมเข้า-ออก หรือ ขยายข้อความให้ใหญ่/เล็กลงตามต้องการ
  12. Ctrl + เลข 0 : คืนค่าที่เราซูมเข้า-ออกแล้วจำค่าดั้งเดิมไม่ได้
  13. Ctrl + T : เปิดหน้าแท็บบราวเซอร์ขึ้นมาใหม่
  14. Ctrl + Shift + T : หากพลาดปิดแทบบราวเซอร์ก่อนหน้านี้แลวละก็ปุ่มนี้ช่วยเปิดกลับคืนมาได้
  15. Ctrl + L : ไฮไลท์ลิงค์ที่ต้องการใช้งานและคัดลอกลิงค์นั้นได้ทันที

หวังว่าคีย์ลัด หรือ ช็อตคัต (Shortcut) พวกนี้จะทำให้คุณคล่องตัวมากขึ้นทั้งในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านเอกสาร หรือ งานกราฟฟิคต่างๆ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งด้วย

 แหล่งอ้างอิง:http://tips.thaiware.com/229.html

ปุ่มลัดของคีย์บอร์ดอื่นๆ :

  • Ctrl+S บันทึกเอกสาร
  • Ctrl+W ปิดหน้าที่กำลังเปิดใช้งานอยู่
  • Ctrl+N สร้างเอกสารใหม่
  • Ctrl+O เปิดหน้าต่าง Open เพื่อเปิดไฟล์
  • Ctrl+Z ยกเลิกการทำงานก่อนหน้านี้ (Undo)
  • Ctrl+F หาข้อมูลในคอมพิวเตอร์
  • Ctrl+X ตัดข้อความหรือออบเจ็กต์ที่เลือกไว้
  • Ctrl+C ก๊อปปี้ข้อความหรือออบเจ็กต์ที่เลือกไว้
  • Ctrl+V วางข้อความหรือออบเจ๊กต์ที่เลือกไว้
  • Ctrl+A เลือกข้อความทั้งหมด
  • Ctrl+[ ขยายขนาดตัวหนังสือให้เล็กลง
  • Ctrl+] ขยายขนาดตัวหนังสือให้ใหญ่ขึ้น
  • Ctrl+B ทำข้อความเป็นตัวหนา
  • Ctrl+I ทำข้อความเป็นตัวเอียง
  • Ctrl+U  ขีดเส้นใต้ข้อความ
  • Ctrl+Shift สับเปลี่ยนโครงร่างข้อความสองทิศทาง
  • Ctrl+Home ไปที่จุดเริ่มต้นของเอกสาร
  • Ctrl+End ไปที่ส่วนท้ายของเอกสาร
  • Ctrl+Esc ไปที่ส่วนรายการหน้าหลัก
  • Ctrl+Shift+< ลดขนาดตัวอักษรของการเลือก
  • Ctrl+Shift+> เพิ่มขนาดตัวอักษรของการเลือก
  • Ctrl+F5 รีดาวน์โหลดหน้าจอในอินเตอร์เน็ต
  • Ctrl+Shift ทางลัด
  • Alt+ space +C ปิดหน้าจอ
  • Alt+ space +N สลับไปหน้าจอเล็ก
  • Alt+ space +R ซ่อนหน้าต่างลง
  • Alt+ space +X เพิ่มหน้าต่าง 
  • Alt+ space +M การโยกย้ายหน้าต่าง
  • Alt+ space +S  ปรับเปลี่ยนขนาดหน้าต่าง
  • Alt+Tab สลับระหว่างรายการที่เปิด
  • Alt+F เรียกเปิดรายการเอกสาร
  • Alt+V เรียกเปิดรายการรูป
  • Shift + Delete เป็นการลบบางส่วนที่เลือกไว้ แต่ไม่ได้ลบไปอยู่ในถังขยะ
  • เมื่อกดปุ่ม CTRL พร้อมเลื่อนเม้าส์ คือการก๊อปปี้ข้อความหรือออบเจ็กต์ที่เลือกไว้เพื่อวางอีกที่
  • เมื่อกดปุ่ม CTRL + SHIFT พร้อมเลื่อนเม้าส์ ขณะที่ลากรายการ สามารถสร้างทางลัดไปยังรายการที่เลือก
  • แหล่งอ้างอิง:http://www.1000tipsit.com/keyboard-shortcuts/

-คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ควรรู้ไว้ ปุ่มลัดบน windows

โพสต์8 ก.พ. 2560 20:19โดยpong itcom   [ อัปเดต 8 ก.พ. 2560 20:20 ]

คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ควรรู้ไว้ ปุ่มลัดบน windows

1. การ Lock Screen อย่างรวดเร็ว ให้กดปุ่มรูปวินโดว์บนแป้นพิมพ์ แล้วกดปุ่ม L เท่านี้เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการล็อกหน้าจอทำงานของคุณ

2. การเปิด Windows Explorer อย่างรวดเร็ว เพียงแค่กดปุ่มวินโดว์ ตามด้วยปุ่ม E ก็จะเปิด Windows Explorer ให้แล้วครับ

3. การเปิด Desktop อย่างรวดเร็ว (เมื่อใช้งานหน้าจออื่น จะโดนพับหน้าจอลงอัตโนมัติ เช่น เล่นเกมส์ ดูหนังอยู่ แล้วเจ้านายเดินเข้ามา) ให้กดปุ่มวินโดว์ และปุ่ม D เท่านี้ก็สบายหายห่วง

4. สลับหน้าจออย่างเท่ห์ๆ แบบ 3 มิติ ด้วยการกดปุ่มวินโดว์ ตามด้วยปุ่ม Tab มันเท่ห์จริงๆ

5. บันทึกภาพหน้าจอการทำงานบนวินโดวส์แต่ละขั้นตอนของคุณ โดยกดปุ่มวินโดวส์ + R แล้วพิมพ์ psr.exe ลงในช่องคำสั่ง กดปุ่ม Enter ก็จะเปิดโปรแกรม Problem Steps Recorder ขึ้นมาให้คุณบันทึกภาพหน้าจอได้ทันที

6. การเรียกคีย์บอร์ดจำลอง เวลาคีย์บอร์ดมีปัญหากดไม่ติด ปุ่มหาย ปุ่มพัง ให้กดปุ่มวินโดวส์ + R แล้วพิมพ์คำสั่ง osk จะปรากฏคีย์บอร์ดขึ้นบนจอ (On-Screen Keyboard)

7. การซูมอย่างรวดเร็ว หากรูปภาพหรือตัวอักษรเล็กหรือใหญ่เกินไป กดปุ่มวินโดวส์ พร้อมกับ + หรือ - จะช่วยซูมขยายหรือลดขนาดหน้าจอลง

8. การสลับหน้าจอในโปรแกรม Internet Exproler อย่างรวดเร็ว เช่น เวลาเล่นอินเตอร์เน็ตแล้วเปิดเว็บขึ้นมาหลายแท็บในหน้าต่างเดียวกัน เมื่อกดปุ่ม Ctrl+Tab ก็จะเลื่อนไปยังแท็บถัดไปในหน้าต่างเดียวกันนั้นได้โดยไม่ต้องใช้เมาส์คลิก และกด Ctrl+w เพื่อปิดหน้าจอที่ใช้งานก่อนหน้าโดยไม่ต้องเสียเวลาเอาเมาส์ไปคลิกปุ่มกากบาท

9. Ctrl+Esc ก็จะเรียกเมนู Start ขึ้นมา

10. ปิดหน้าต่างที่ใช้งานอยู่ด้วยปุ่ม Alt+F4  หน้าจอที่ใช้งานอยู่ก็จะถูกปิดลง

แหล่งอ่างอิง:http://www.share-si.com

- วิธีแก้อาการข้อมูลใน Flash drive หาย(ไวรัสซ่อนไฟล์)

โพสต์6 ธ.ค. 2555 20:43โดยpong itcom   [ อัปเดต 6 ธ.ค. 2555 20:44 ]

วิธีแก้อาการข้อมูลใน Flash drive หาย(ไวรัสซ่อนไฟล์)
อาการที่พบ


    อาการที่พบดังรูป



หรือ



วิธีแก้ไข

1.ไปที่ start



2.ไปที่ run พิมพ์ cmd กด ok




3.กลับมาดูที่ไดร์ my computer ดูไดร์ usb ว่าอยู่ไดร์ไหน เช่น E G H I หรือ K



   3.1 พิมพ์ไดร์ usb ที่เราต้องการ format เครื่องผมเป็นไดร์ G



   3.2 พิมพ์ G: กด enter



3.3 พิมพ์ attrib *.* -s -h -a -r /s /d  กด enter รอสักพัก





คราวนี้กลับไปดู flashdrive ที่โดน ไวรัสสร้าง shortcut หรือ ไวรัสซ่อนไฟล์ 



ไฟล์ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมเป็นอันเสร็จครับ



- ไวรัส Format Flash Drive ไม่ได้

โพสต์6 ธ.ค. 2555 19:04โดยpong itcom   [ อัปเดต 6 ธ.ค. 2555 19:06 ]

ไวรัส Format Flash Drive ไม่ได้ 

วิธีแก้

1.ไปที่ start



2.ไปที่ run พิมพ์ cmd กด ok




3.กลับมาดูที่ไดร์ my computer ดูไดร์ usb ว่าอยู่ไดร์ไหน เช่น E G H I หรือ K



   3.1 พิมพ์ไดร์ usb ที่เราต้องการ format เครื่องผมเป็นไดร์ G


   3.2 พิมพ์ G: กด enter




   3.3 พิมพ์ format G:/fs:fat32 กด enter หลังจากนั้น เครื่องก็จะจัดการฟอร์แมตแฟลชไดร์วให้เรา เป็นอันเสร็จสิ้นวิธีการ

 

 3.4 ลอเข้า Flosh drive ครับ

- Google drive คืออะไร

โพสต์15 พ.ค. 2554 18:55โดยpong itcom   [ อัปเดต 22 ม.ค. 2560 21:36 ]

Google drive คืออะไร

Google drive (Google ไดรฟ์) ฝากไฟล์(Files)ออนไลน์(Online)ง่ายๆสอนวิธีใช้งาน Google drive เก็บไฟล์บนพื้นที่ฟรี ง่ายๆ สะดวกสบายแบบระเอียด มีภาพประกอบทุกขั้นตอน ทำตามได้เลยครับ
Google drive คือ ไดรฟ์เก็บข้อมูลออนไลน์บนอินเตอร์เนต แบบฟรีๆ โดยทางกูเกิ้ลให้เราถึง 15 GB (แต่ถ้าอยาก
ได้มากกว่านี้ต้องเสียเงินครับ) จริงๆแล้ว ยังมีความสามารถอื่นๆ อีกนะครับ เช่น เปิดไฟล์เอกสารที่เราเก็บไว้ แชร์ไฟล์
ให้กับผู้อื่น เป็นต้น  แต่ในวันนี้เราจะพูดถึงการเก็บไฟล์ของเราผ่าน google drive ครับ ซึ่งมีวิธีการที่ง่าย สะดวก
ไม่ยุ่งยาก และเป็นประโยชน์ต่องานของเราอย่างแน่นอน

ทำไมถึงแนะนำ Google drive ? เราจะประยุกต์ใช้ในงานของเราได้อย่างไร ?
สำหรับในงานสาธารณสุขนั้น ปัจจุบันเราไม่ได้ทำงานในเรื่องของการให้บริการประชาชนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
งานในออฟฟิต(Office) งานส่งรายงาน(Report) และงานเอกสารอื่นๆ มีมากมายให้เราได้จัดการกับมัน หากเรา
บริหารจัดการได้ไม่ดี อาจจะทำให้เราปวดหัวได้ง่ายๆ

ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ยุ่งกับไฟล์เอกสารมากมาย หลายครั้งต้องมีการแก้ไข เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ใช้คอมพิวเตอร์
หลายเครื่อง ก๊อปปี้ไฟล์เก็บไว้หลายๆแห่ง จนสุดท้าย ไม่รู้ว่าไฟล์ไหนเป็นไฟล์ไหนซะงั้น
(เพราะกลัวหายเลยเก็บไว้หลายแห่งนั่นเอง)

จนผมมาพบกับ Google drive ที่เป็นบริการฝากไฟล์ในพื้นที่ออนไลน์ฟรีๆ และมี Application ติดตั้งใน
เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ทำให้การทำงานของผมสะดวกสบายขึ้นมาก เพราะเพียงแค่เก็บไฟล์ไว้ที่ ไดรฟ์
ที่เราสร้างขึ้น ไฟล์ก็จะถูกอัพโหลดขึ้นพื้นที่ฟรี โดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรกับมันเลย เวลาเราแก้ไข
ไฟล์ใดๆในนั้น ก็จะถูกอัพโหลดขึ้นทันที และหลังจากนั้น เมื่อผมกลับไปที่บ้าน หรือไปที่ใดๆด้วยโน๊ตบุ๊ค
เมื่อต่อเชื่อมอินเตอร์เนต ข้อมูลไฟล์ต่างๆก็จะถูกส่งมาให้ในเครื่องของเราอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องทำอะไร
ไม่ต้องกังวลว่าไฟล์นี้ จะเป็นไฟล์เดียวกันกับที่เราเก็บไว้ตรงนั้น ตรงนี้ หรือไม่ ? (เพราะมันเก็บไว้ที่เดียวกันแล้ว
คือ บนพื้นที่ฟรีของ google นั่นเอง ทำให้เราไม่ต้องเก็บไฟล์ไว้หลายๆแห่ง อาจจะสับสนตอนที่เราแก้ไข
เพิ่มเติมได้) สาธยายมามากมายแล้ว หลายๆท่านอาจจะยังไม่เห็นภาพเท่าไหร่
อย่าพึ่งงงครับ ลองมาดูวิธีการทำเลยดีกว่า..
รายละเอียดการใช้งาน:Google drive

- วิธีแก้ปัญหา svchost.exe ใช้งาน CPU 100% (ที่ไม่ใช่ไวรัส)

โพสต์11 พ.ค. 2554 00:13โดยpong itcom


หลายคนคงเคยเห็นปัญหา svchost.exe ใช้งาน CPU 100% บ่อยๆ โดยที่เราก็ไม่รู้สาเหตุ scan ไวรัสก็แล้วมันก็ไม่หาย และก็คงยังสงสัยกันอยู่ว่า ตกลงไอ้เจ้า svchost.exe มันเป็นไวรัสหรือเปล่า ซึ่งถ้าถามผมก็ต้องตอบว่า เป็นและไม่เป็น 

“svchost.exe” หรือชื่อเต็มๆของมันคือ “Generic Host Process for Win32 Services” ซึ่งเป็นส่วนของ System process อีกตัวหนึ่ง ในระบบปฏิบัติการ Windows เมื่อมันถูกสั่งให้รันหรือทำงานโดย Windows ผู้ใช้งานไม่สามารถทำการหยุด, terminate,end process หรือ restart ได้ แต่ถ้าเราเผลอไป end proces ก็จะทำให้เครื่องของเราทำงานผิดพลาดได้ โดยเฉพาะในเรื่องของ Network 

ตำแหน่งที่อยู่ของ svchost.exe จะอยู่ที่ “%windir%\System32" หรือทั่วๆไป ก็คือ “C:\Windows\System32" หากไม่อยู่ในตำแหน่งดังกล่าว สรุปได้เลยว่าเป็นไวรัส ซึ่งมีไวรัสหลายตัวพยายามสร้างชื่อ process เลียนแบบ svchost.exe เช่น W32.Welchia.Worm ,W32.Assarm@mm ,W32/Jeefo ,SCVHOST.exe (Gaobot viruses), Svch0st.exe (Backdoor.Graybird viruses), Svchos1.exe (W32.HLLW.Gaobot.DK virus), Svchost32.exe (Backdoor.IRC.Zcrew), W32.HLLW.Deborms.C, W32.Mimail.J@mm,  W32.Paylap.@mm,  Svhost.exe (Backdoor.Socksbot, Bat.Boohoo.Worm, W32.Bolgi.Worm)  Tongue

จะเห็นว่ามีไวรัสหลายตัวพยายามจะสร้าง process หลอกลวงขึ้นมา แต่ในเบื้องต้นเราสามารถสังเกตเห็นได้ง่ายๆ จากชื่อ Process ใน Task Manager (ถ้ายังเปิดได้) เช่น 
- SCVHOST.exe 
- Svch0st.exe
- Svchos1.exe
- Svchost32.exe
- Svhost.exe

Process เหล่านี้ถ้าเราสังเกตให้ดี ก็จะรู้ได้ไม่ยากครับว่ามันคือไวรัสเพราะชื่อมันยังไงก็ไม่เหมือน svchost.exe ส่วนวิธีกำจัดไวรัสจำพวกนี้มันก็ต้องแล้วแต่กรณีครับ


สาเหตุที่ svchost.exe (ไม่ใช่ไวรัส) ใช้งาน CPU 100% เกิดขึ้นเมื่อ Windows XP มีการสั่ง Automatic Update (โดยเครื่องนั้นต้อง turn on Automatic Update เอาไว้ด้วย) 


วิธีแก้ปัญหาขั้นที่ 1

อย่างง่ายที่สุดก็คือ Turn off Automatic Update อันนี้แก้ที่ต้นเเหตุครับ โดยคลิกขวาที่ My Computer > Properties > เลือกแท็บ Automatic Updates > จากนั้นเลือกที่ Turn off Automatic Updates > Apply > OK เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ

แต่ถ้าใครที่เจอปัญหานี้เข้าแล้ว และไม่สามารถแก้ได้ตามวิธีข้างต้น สามารถทำได้ดังวิธีต่อไปนี้นะครับ



วิธีแก้ปัญหาขั้นที่ 2(ใช้เมื่อทำขั้นแรกแล้วไม่หาย)

1. ดาวน์โหลด เครื่องมือมาก่อนจากที่นี่ 
2. แตกไฟล์ไว้ที่ desktop ครับ จะเห็นปรากฎ 3 ไฟล์ตามในรูป


3. boot เครื่องใหม่เพื่อเข้า safe mode (ต้องล็อกอินในฐานะ Admintrator ด้วยนะครับ)
4. ดับเบิ้ลคลิกไฟล์ตามลำดับ 1 ,2 และ 3 (ทำเช่นเดียวกับการลงโปรแกรม)
5. restart เข้าสู่ mode ปกติครับ

โชคดีครับ

- วิธีแก้ไวรัส Hacked By Godzilla

โพสต์10 พ.ค. 2554 23:18โดยpong itcom   [ อัปเดต 10 พ.ค. 2554 23:34 ]

วิธีแก้ไวรัส Hacked by Godzilla
Hacked By Godzilla 
คลิก: http://file1.uploadfile.biz/i/IIEDMEIIIWXXEV
เป็นไวรัสตัวใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ จัดเป็น spyware ที่ก่อกวนการทำงานมากกว่าจะทำลายข้อมูล โดยจะเป็นการติดผ่าน Handy Drive และ Floppy Disk เท่านั้น

ลักษณะอาการ
1.เครื่องจะไม่สามารถ Double Click เปิดไดร์ฟต่างๆได้ แต่จะคลิกเมาส์ขวาเพื่อเปิดไดร์ฟโดยเลือกเมนู Open หรือExplore 
2.มีข้อความปรากฏบน Title Bar ของ Internet Explorer ว่า “Hacked By Godzilla”

วิธีการแก้ไขเมื่อติดไวรัส Godzilla
1.Double Click ไอคอน My Computer ที่ Desktop เลือกเมนู Tools --> Folder Options
2.ปรากฏไดอะล็อก Folder Options คลิกแท็บ View
1)คลิกเลือก Show Hidden files and folders
2)เอาเครื่องหมาย / ในช่องสี่เหลี่ยมหน้า Hide extention… และ Hide protected operating system file ออก
3)คลิก OK

3.กดปุ่ม Ctrl+Alt+Delete ที่คีย์บอร์ด
4.ปรากฏไดอะล็อกบ็อก Windows Task Manager คลิกเลือกแท็บ Processes
1)คลิกเลือกเมนู Image Name (เพื่อ sort File)
2)คลิกเลือกไฟล์ wscript.exe ( ทีละตัว )
3)คลิกปุ่ม End Process

5.เปิดไดร์ฟ ( โดยคลิกเม้าส์ขวาเลือก Explore ห้าม Double Click ไดร์ฟ ) ทำการลบไฟล์ autorun.inf และ MS32DLL.dll.vbs ออก (โดยกด Shift+Delete ) ทุกไดร์ฟที่มีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งรวมทั้ง Handy Drive และ Floppy disk ด้วย

6.เปิดโฟลเดอร์ C:\WINDOWS เพื่อลบไฟล์ MS32DLL.dll.vbs ออก (โดยกด Shift+Delete )

7.ไปที่ปุ่ม Start-->Run ปรากฏไดอะล็อกบ็อก Run พิมพ์คำสั่ง regedit กดปุ่ม OK 
ปรากฏไดอะล็อกบ็อก Registry Edit

8.คลิกเลือก HKEY_LOCAL_MACHINE --> Software --> Current Version --> Run เพื่อลบไฟล์ MS32DLL (โดยการกดปุ่ม Delete ที่คีย์บอร์ด )

9.คลิกเลือก HKEY_CURRENT_USER --> Software --> Microsoft --> Internet Explorer --> Main เพื่อลบไฟล์ที่ Window Title “Hacked by Godzilla” ออก (โดยการกดปุ่ม Delete ที่คีย์บอร์ด )

10.คลิกปุ่ม Start --> Run ปรากฏไดอะล็อกบ็อก Run พิมพ์คำสั่ง gpedit.msc กดปุ่ม OK 
ปรากฏไดอะล็อกบ็อก Group Policy 
11.คลิกเลือก User Configuration --> Administrative Templates --> System --> Double Click ไฟล์ Turn Off Autoplay ปรากกฎไดอะล็อกบ็อก Turn Off Autoplay Properties
1)คลิกเลือก Enabled
2)คลิกเลือก All drives
3)คลิก OK 
เพื่อป้องกันการเปิดไดร์ฟอัตโนมัติในกรณีที่นำแผ่นซีดี หรือ Handy Drive มาใช้งานซึ่งเป็นช่องทางที่จะทำให้เกิดการติดไวรัสได้ง่ายขึ้น

12.คลิกปุ่ม Start --> Run ปรากฏไดอะล็อกบ็อก Run พิมพ์คำสั่ง msconfig กดปุ่ม OK
ปรากฏไดอะล็อกบ็อก System Configuration Utility คลิกแท็บ Startup
1)เอาเครื่องหมาย / ในช่องสี่เหลี่ยมหน้าไฟล์ MS32DLL ออก
2)คลิกปุ่ม Apply
3)คลิกปุ่ม OK (หรือ Close)
จะปรากฏไดอะล็อกบ็อก System Configuration เลือก Exit Without Restart

13.Double Click ไอคอน Mycomputer ที่ Desktop เลือกเมนู Tools --> Folder Options
14.ปรากฏไดอะล็อก Folder Options คลิกแท็บ View
1)คลิก / ในช่องสี่เหลี่ยมหน้า Hide extention… และ Hide protected operating system file 
2)คลิก OK

15. Click เม้าส์ขวาที่ไอคอน Recycle bin เพื่อเรียก Shortcut Menu เลือกคำสั่ง Empty Recycle bin เพื่อยืนยันการลบไฟล์ไวรัสออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์อีกครั้ง 

- รวมวิธีการกำจัดไวรัสต่าง ๆ

โพสต์7 พ.ค. 2554 02:43โดยpong itcom   [ อัปเดต 10 พ.ค. 2554 22:02 ]

มีมากมายลองดูว่าท่านโดนไวรัสตัวใหนครับแล้วโหลดไปฆ่ามันชะ
 
 
แหล่งอ้างอิง: http://gler.net/node/575

- OneDrive คืออะไร

โพสต์7 พ.ค. 2554 02:36โดยpong itcom   [ อัปเดต 22 ม.ค. 2560 21:46 ]

OneDrive คืออะไร

OneDrive
ไมโครซอฟท์ ประกาศเปิดให้บริการ One drive ที่เป็นพื้นที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลแบบออนไลน์ ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมคือ SkyDrive โดยที่ One drive ช่วยให้ทุกคนสามารถจัดเก็บข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น รูปภาพ วิดีโอ และเอกสารต่างๆ สามารถเปิดดูได้จากอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ช่วยคลายความกังวลเรื่องข้อมูลในเครื่องสูญหาย มีสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ รวมไปถึงการปรับปรุงการแบ่งปันไฟล์วิดีโอและแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows Phone, iOS, Android, และ Xbox One drive ให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูล 10 GB โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเท่ากับพื้นที่รูปภาพมากกว่า 7,000 รูป ทั้งหมดนี้ทำให้รูปภาพ วิดีโอ และเอกสารต่างๆ ของคุณมีความปลอดภัยและสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย ซึ่งหากต้องการใช้งานเพิ่มเติมสามารถเลือกซื้อพื้นที่ได้ครั้งละ 50,100 และ 200 GB สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.onedrive.com

โหลดโปรแกรมได้ที่นี้: OneDrive

แนะนำการใช้งาน OneDrive การสร้างโฟลเดอร์ และการอัพโหลดไหล์

วิดีโอ YouTube



อ้างอิง VDO จาก:คุณ Aphirom Sangdaeng

การใช้งาน One Drive

วิดีโอ YouTube



อ้างอิง VDO จาก:คุณ peerapase numnim

1-10 of 20